นิยาย : I Choose You Baby! ประกาศรักจับใจยัยตัวดี

อ่าน 1,358
วิจารณ์ 1
แนว:
จำนวน:
4 chapter (จบบริบูรณ์)
แต่งเมื่อ:
วันที่ 19 ธ.ค. 2560 15:20 น.

(แก้ไขเนื้อหาล่าสุดเมื่อ โดย เจ้าของบทความ)

ผู้แต่ง วาเลน
ขีดเขียนชั้นมอปลาย (138)
เด็กใหม่ (1)
เด็กใหม่ (0)

วิธีตรวจสอบว่า

"เรื่องนี้ผู้แต่งได้แต่งเองหรือไม่"

>คลิ๊กอ่าน<

รายชื่อผู้ยืนยันบทความนี้แต่งขึ้นเองจริง

เปิดดูบทนำ
เปิดดูตัวละคร
ดูคำวิจารณ์

chapter 1. (รีไรต์) Chapter 1 Midnight Speed Party

เขียนเมื่อ วันที่ 6 พ.ค. 2561 22:23 น.

( แก้ไขเมื่อ วันที่ 2 มิ.ย. 2561 22:32 น. โดย เจ้าของบทความ )

•»

 

Chapter 1

 

MidnightSpeed Party

 

 

 

นี่มันฝันร้ายชัด ๆ!

 

ทำไมความซวยมันต้องมาตกที่ไอ้คูเปอร์คนนี้ทุกทีเลยนะ แค่เกิดมาเป็นผู้หญิงถึกบึกบึนร่างใหญ่หน่อยเดียว ถึงกับต้องมารับชะตากรรมแทนไอ้น้องชั่วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

 

บ่นไปก็คงไม่มีใครเข้าใจหัวอกของฉันที่ต้องถ่อสังขารลากผมเปียกชุ่มกับชุดนอนเปื่อย ๆ ที่คอย้วยจนแทบจะถึงสะดือ ออกมาจากบ้านยามดึกดื่นเพื่อไปตามล่าไอ้ปอร์เช่ ลูกพี่ลูกน้องที่สิ้นคิดขโมยรถสปอร์ตคันงามของลูกค้าอันดับหนึ่งของอู่เรามาแข่งใต้ดิน

 

ฉันที่เป็นเหมือนพี่สาวแท้ ๆ ก็ต้องออกหน้ามารับผิดชอบก่อนที่พ่อบังเกิดเกล้าจะรู้และเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาน่ะสิ แถมลูกค้านัมเบอร์วันที่นามว่าเฮียแขก ผู้ซึ่งใคร ๆ ก็รู้ดีว่าแกด่าไม่ค่อยชัดแต่ชอบซัดด้วยลูกปืน เพราะฉะนั้นฉันกับเด็กที่อู่ถึงต้องแบกสารรูปที่ดูไม่ได้ของตัวเองเพื่อมาตามมันถึงที่ โดยมีสารถีเป็นมายไอดอลสุดหล่ออย่างพี่บาสที่เหยียบคันเร่งจนแทบมิดไมล์อยู่ตอนนี้

 

เอี๊ยด!

 

“ถึงแล้วเปอร์”

 

เออนะ...ไม่บอกก็รู้แหละ เบรกจนหัวแทบพุ่งออกไปนอกรถอยู่แล้วเนี่ย

 

“ทำไมคนมันเยอะอย่างนี้วะพี่” พอหัวตั้งตรงได้ก็ประจักษ์แก่สายตาว่ามีผู้คนมากมายจอดรถหรูต่อแถวเพื่อเข้างานใต้ดิน ซึ่งจัดขึ้นที่สนามแข่ง ‘AP Speedway’ การร่วมทุนระหว่างไทยญี่ปุ่นที่ดังไม่ใช่เล่น

 

“ก็น่าจะคนเยอะอยู่หรอก เส้นก๋วยจั๊บเลยละงานนี้น่ะ”

 

“ถ้าเส้นใหญ่ขนาดนั้น ไอ้ปอร์มันไม่น่ามีปัญญามาได้หรอกนะพี่บาส” ไอ้อาร์มลูกน้องที่อู่แทรกขึ้นมา พร้อมกับยื่นหน้าที่ประแป้งขาวโพลนอย่างกับจูออนมาที่เบาะหน้า

 

แหม...สภาพลูกพี่กับลูกน้องไม่ได้ต่างกันเท่าไรเลยนะ ถ้าฉันกับมันก้าวลงจากรถพร้อมกัน ไอ้การ์ดตัวบิ๊กเบิ้มแถวหน้างานนั่นคงไม่ยอมให้เข้างานแน่

 

“แล้วเราจะเข้างานได้ไงอะพี่” เมื่อปลงตกกับสารรูปที่เปลี่ยนไม่ได้ก็เลยหันไปถามเรื่องสำคัญกว่าแทน

 

“พี่โทรบอกเพื่อนแล้ว แต่มันออกจากงานไปรับแฟนน่ะ เดี๋ยวรอมันก่อนแล้วกัน ยังไงก็เข้าได้”

 

“เออ ๆ ไงก็ได้อะ ขอให้เข้าได้เหอะ”

 

ปี๊นนนนน! ปี๊นนนนน!

 

เสียงแตรดังลั่นมาจากด้านหลังจนพวกเราต้องหันไปมองอย่างพร้อมเพรียง

 

“มีเรื่องอะไรกันวะ เสียงดังลั่นเลย” พี่บาสบ่นพลางลดกระจกลงและยื่นหัวออกไปดู

 

“สายตรวจกำลังมาครับพี่!”คำตอบดังมาจากเด็กวัยรุ่นที่วิ่งทั่ก ๆ มาจากด้านหลัง พลางโบกไม้โบกมือให้พวกการ์ดด้านหน้ารู้ว่าพ่อกำลังมา

 

“แม่ง! ซวยแล้วเปอร์!”

 

พี่บาสมุดหัวกลับเข้ามาในรถและเตรียมขยับรถออกจากแถวเหมือนคันอื่นที่เริ่มบีบแตรใส่กันดังลั่นเพื่อแย่งทางออกกันจ้าละหวั่น

 

 แต่ไฉนเลยฉันจะต้องกลับไปในตอนนี้ทั้งที่ทนนั่งหัวสั่นหัวคลอนตูดสะดุ้งสะเทือนมาเกือบชั่วโมงเพื่อมาถึงที่นี่ ดังนั้นฉันจะไม่ยอมกลับไปมือเปล่าและไปกินลูกปืนของเฮียแขกหรอกนะ!

 

“พี่บาสจอดรถ!”ฉันคว้าพวงมาลัยรถเพื่อยื้อไม่ให้พี่บาสเคลื่อนรถออก

 

“เฮ้ย!จะทำอะไรเนี่ยไอ้เปอร์!”

 

ทำสิ่งที่ต้องทำน่ะสิ เปอร์ไม่ยอมกลับไปมือเปล่าหรอกนะ เปอร์จะเข้างานตอนนี้แหละ” บอกความคิดบ้าระห่ำเสร็จ ฉันก็เปิดประตูลงจากรถทันที

 

“เปอร์รอด้วยโว้ย!”

 

ไม่มีเวลามารอใครแล้วเพราะฉันเห็นอีพี่การ์ดตัวโตเท่ามนุษย์หิน ฟลิ้นท์สโตนส์สามคนกำลังวิ่งมาทางด้านหลังเพื่อเคลียร์สถานการณ์ ดังนั้นฉันจะใช้โอกาสนี้เพื่อเล็ดลอดเข้างานให้ได้

 

“เฮ้ย! เข้าไม่ได้นะ!”

 

ไม่บอกก็รู้โว้ยยยยย

 

ฉันหันไปมองไอ้พี่มนุษย์หินที่วิ่งย้อนกลับขึ้นมาพร้อมถือไม้กระบองท่อนโตอยู่ในมือ ภาพที่ทำให้ขายาว ๆ อยากจะวิ่งให้ไวกว่าเดิมแต่เสียอย่างเดียว...หนักพุง

 

“ไปเร็วเปอร์!”

 

โชคดีที่อดีตนักวิ่งตัวโรงเรียนอย่างพี่บาสวิ่งตามมาทัน และช่วยลากฉันที่หนักพุงจนเหนื่อยหอบให้วิ่งเข้าไปยังประตูหน้างานซึ่งมีป้ายผืนใหญ่แปะหราว่า ‘Midnight Speed Party’

 

ฉันรู้สึกว่าไขมันลดไปหลายแคลเลยเนี่ยแต่ไม่มีเวลามาดีใจที่ได้เผาผลาญส่วนเกินตอนนี้หรอกนะ ฉันต้องสอดส่องสายตาหาไอ้น้องชั่วให้ได้ก่อนแต่คนในงานก็เยอะอย่างกับหนอน ไม่ต้องเสียเวลาหาทั้งคืนเลยหรือไงฟะ!

 

“เปอร์...น่าจะหนีพ้นแล้วว่ะ”

 

พี่บาสยืนเหนื่อยหอบอยู่ข้างกัน หลังจากพาฉันวิ่งเข้ามาในกลุ่มฝูงคนข้างสนามได้สำเร็จ

 

“เออ...แล้ว...ไอ้อาร์มอะพี่” ฉันหันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นไอ้ตัวภาระเลยสักนิดหรือว่าขามันสั้นจนวิ่งตามมาไม่ทันเนี่ย

 

“พี่ให้มันเฝ้ารถไว้ ถ้าเกิดฉุกเฉินขึ้นมาจะได้มีคนคอยพาหนี”

 

“เออ จริงของพี่ งั้นไปตามหาไอ้ปอร์กันเหอะ...ทางโน่นก่อนแล้วกัน”

 

ฉันเดินฝ่าฝูงคนนำพี่บาสไปยังอีกมุมของสนาม พลางสอดส่ายสายตาไปทั่วเพื่อไม่ให้พลาดเป้าหมาย และด้วยส่วนสูงเกือบร้อยแปดสิบเซ็นต์ทำให้ฉันมองเห็นเป้าหมายได้ไม่ยากเย็นนัก

 

รถสปอร์ตสีเขียวสดลูกรักของเฮียแขกจอดนิ่งสนิทอยู่ท่ามกลางแสงสะท้อนของไฟรอบสนามแข่ง ฉันจึงรีบพุ่งตัวไปหารถสุดที่รักเพื่อจะพามันกลับบ้าน

 

“รถพี่เท่มากเลยนะคะ” เสียงแหลมเล็กของยัยเด็กสก๊อยนุ่งสั้นที่ยืนอยู่หน้ารถเอ่ยขึ้นกับเด็กหนุ่มซึ่งนั่งเก๊กท่าอยู่บนฝากระโปรงรถ

 

“ระหว่างผมกับรถ อันไหนเท่กว่ากันล่ะครับ” เสียงทุ้มคุ้นหูพร้อมประโยคหลีสาวแบบนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...ไอ้ตัวต้นเหตุ

 

“เท่ไปถึงชาติหน้าเลยค่ะ! พี่ปอร์เช่!”

 

“ใครวะ -- เฮ้ย!” ไอ้หน้าตี๋สปีชีส์เดียวกันกับฉันหันมามอง เบิกตากว้างมากสุดในรอบปีเพราะเห็นฉันตัวเป็น ๆ ยืนค้ำหัวมันอยู่ “เจ๊เปอร์! มาได้ไงวะ!”

 

มาด้วยรถตีนผีของพี่บาสน่ะสิ ระบมตูดไปหมดแล้วเนี่ย แต่ไม่บอกมันให้เสียฟอร์มหรอก

 

“มายังไงไม่สำคัญหรอก...แกควรห่วงว่าจะมีชีวิตกลับไปได้ยังไงมากกว่า”

 

ฉันตอบไอ้ปอร์เช่ด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบจนยัยสก๊อยเด็กด๋อยเบะปากใส่ฉันและเดินเลี่ยงหนีไป คงคิดว่าฉันเป็นอาซิ้มมาตามอากงกับกลับบ้านสินะยะ

 

“เปอร์ใจเย็น ๆ รีบเอารถกลับกันดีกว่า มีอะไรค่อยไปคุยกันที่บ้านเหอะ”

 

พี่บาสที่โผล่มาติด ๆ รีบดึงตัวฉันให้ออกห่างจากไอ้ปอร์เช่

 

“ยังกลับไม่ได้นะพี่!” ไอ้ปอร์เช่คัดค้านพลางรีบวิ่งไปกางแขน กันไม่ให้พวกเราเปิดประตูรถอย่างหวงแหนทรัพย์สมบัติที่ไม่ใช่ของตัวเอง

 

การกระทำที่ทำให้ฉันหมดความอดทนและพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อไอ้ตัวแสบอย่างแรงจนมันเซถลากระแทกเข้ากับตัวรถอย่างจัง ทำให้สาว ๆ ชาวไทยมุงส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ

 

“เฮ้ย! เปอร์ใจเย็น ๆ”

 

“ยังไม่รู้จักสำนึกอีก! ยังมีหน้ามาห้ามไม่ให้กลับงั้นเหรอ แกรู้ไหมว่าพวกเราจะซวยกันหมดเพราะแก!”

 

ฉันไม่สนใจหน้าเหยเกของปอร์เช่ที่ถูกกระชากคอเหมือนลูกหมาตัวน้อย

 

“ปอร์อธิบายได้นะเจ๊ ใจเย็น ๆ ดิ! พี่บาสช่วยปอร์ด้วย”

 

“พี่บาสไม่ต้องยุ่ง! เอากุญแจรถมา แล้วแกจะไปไหนก็ไปเลย จะไม่กลับก็เรื่องของแก!”

 

ฉันปล่อยมืออีกข้างที่กำคอเสื้อไอ้ปอร์เพื่อจัดการล้วงกระเป๋าตามตัวมันจนทั่วแต่ยังไม่ทันเจอกุญแจ ไอ้ปอร์ที่ฤทธิ์เยอะก็ดิ้นหนีจนหลุดจากเงื้อมมือของฉันไปหลบอยู่หลังพี่บาสแทน

 

“ไม่ ๆ ช่วยด้วยดิพี่บาส ผมกลับตอนนี้ไม่ได้นะ!”

 

“ปอร์เอากุญแจรถคืนเปอร์ไปเดี๋ยวนี้เลย” พี่บาสพยายามหันไปดึงตัวไอ้ปอร์ที่ทำตัวเป็นปลิงเกาะหลังพี่บาสไว้แน่นเพื่อเป็นโล่กำบังให้พ้นจากความโหดเหี้ยมของฉัน

 

“คืนไม่ได้อะพี่” มันว่าพลางดึงพี่บาสไปมาเพื่อหลบหลีกฉันที่พยายามหาช่องว่างดึงมันออกมา

 

อ่อยยย =_=” มันเปลืองไขมันที่สะสมไว้นะเฟ้ยยย!

 

“เอามาเดี๋ยวนี้นะเว้ย ไม่งั้นแกตายแน่!”

 

“ให้แล้วจะรอดเหรอ!”

 

อะไรฟะ! โตแล้วฉลาด มุกนี้ใช้ไม่ได้ผลแล้วอะ

 

ยังไม่ทันคิดคำขู่ใหม่ได้ ไอ้ปลาไหลรุ่น 4.0 ก็ไถลตัวออกจากหลังพี่บาสและพุ่งหนีไปอีกทาง

 

“เฮ้ย! ไอ้ปอร์ -- ”

 

ปึ้ก!

 

ตุ้บ!

 

ก๊ากกกก หัวเราะกอไก่ล้านตัววววว

 

อยากกราบขอบพระคุณโอป้าเสื้อชมพูผู้มีร่างสูงชะลูดที่ยืนนิ่งเป็นเป้าให้ไอ้ปอร์เช่วิ่งชนจัง ๆ จนมันร่วงลงไปกองอยู่กับพื้น และด้วยปฏิภาณไหวพริบในการใช้กำลังของฉันทำให้ฉันรีบพุ่งตัวไปล็อกคอมันอย่างรวดเร็ว

 

“เฮ้ยยย!!!”

 

ทั้งพี่บาสทั้งโอป้าต่างร้องออกมาอย่างตกใจกับสภาพที่เหมือนนักมวยปล้ำหญิงที่ทำท่าเฮดล็อกไอ้ปอร์เช่อยู่บนพื้น ฉันกับมันนัวเนียกันอยู่อย่างกับแฝดอินจันแต่แท้จริงแล้วมันกำลังพยายามถีบฉันออกให้พ้นตัวน่ะสิ

 

“เปอร์! ปล่อยคอไอ้ปอร์ก่อน เดี๋ยวน้องมันก็ตายหรอก”

 

“ให้ แฮก ๆ มัน -- ตาย แฮก ๆ ไปเล้ยยยย”

 

ฉันไม่สนใจเสียงห้ามปรามของพี่บาสและยังคงใช้แขนสองข้างล็อกคอไอ้ปอร์อยู่อย่างนั้น จนหนุ่มเกาหลีสีชมพูต้องเปลี่ยนจากช่วยดึงไอ้ปอร์เช่มาเป็นช่วยพี่บาสแกะตัวฉันออกจากไอ้น้องตัวแสบแทน

 

“ม่ายยยย! แกตายแน่ไอ้ปอร์! เอากุญแจรถคืนมาเดี๋ยวนี้นะเว้ย!” ฉันรั้งไว้สุดชีวิตแม้จะถูกดึงตัวออกมาจากไอ้ปอร์เช่ได้ในที่สุด

 

“แค่ก ๆ ๆ เจ๊แม่งบ้าไปแล้วอะ ดูสภาพดิอย่างกับหลุดมาจากศรีธัญญา!”

 

สภาพอย่างฉันตอนนี้ศรีธัญญาก็ไม่รับหรอกโว้ย!

 

“หุบปากได้แล้วไอ้ปอร์! เอากุญแจรถมาให้พี่...เปอร์พอได้แล้ว เหนื่อยนะโว้ย!”

 

“เออ ผมก็เหนื่อย ผู้หญิงอะไรวะ แรงโคตรเยอะเลย” หนุ่มหล่อผู้ดีเกาหลี โอป้าบอกหอบ ๆ ทั้งที่ยังคงล็อกเอวฉันไว้ให้ห่างจากไอ้ปอร์เช่

 

ฉันหันไปมองหน้าคนที่กอดเอวฉันอยู่อย่างพินิจและแอบทึ่งกับใบหน้าเรียวได้รูปที่ใสวิ้งจนแสบตา ความดูดีที่รับกับทรงผมแนวโอป้าสีน้ำตาลสว่างอย่างเหมาะเจาะ

 

“พี่โยชิถ้าพี่รักผม อย่าปล่อยเจ๊เปอร์เด็ดขาดเลยนะ”

 

โอป้าเลิกคิ้วเป็นเชิงถามให้ปอร์เช่ แต่กลับโอบรัดเอวฉันแน่นขึ้น บ่งบอกได้ว่าหมอนี่เลือกข้างผิดเห็น ๆ

 

หึหึ ^^+

 

ความคิดชั่วร้ายบังเกิดอย่างฉับพลัน ฉันหยุดดีดดิ้นและเปลี่ยนเป้าหมายด้วยการเอื้อมมือไปบิดข้อมือของนายโอป้าที่กอดเอวฉันอยู่โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว

 

“โอ๊ย! ทำอะไรของเธอวะเนี่ย!” นายโอป้าส่งเสียงร้องลั่นเมื่อถูกบิดข้อมือไพล่หลังอย่างแรงพลางสบถสาบานใส่ฉันเป็นการใหญ่

 

วะฮ่าฮ่า! รู้จักไอ้เปอร์สายแข็งน้อยไปย่ะอีตาโอป้า

 

“เฮ้ย! เจ๊จะบ้าเหรอ ไปทำพี่โยชิทำไมอะ!” ไอ้ปอร์เช่รีบวิ่งแจ้นเข้ามาหาฉันพลางกระโดดหย็องแหย็งเหมือนเด็ก ๆ พร้อมร้องบอกให้ปล่อยโอป้าของมัน

 

“เอากุญแจรถมา” ฉันพูดพร้อมส่งรอยยิ้มเย็นเฉียบให้ปอร์เช่

 

“อย่ายิ้มโรคจิตอย่างนั้นดิเจ๊...มันน่ากลัวนะ”

 

ช่ายยย ก็น่าจะกลัว เฮ้ย! มันใช่เวลามาแหกหน้าพี่แกหรือไงฟะ!

 

“ไม่ต้องมาพูดมาก! เอากุญแจรถมา ไม่งั้นโอป้าของแกแขนหักแน่!”

 

ฉันขู่พลางบิดแขนเขาแรงขึ้นอีกจนนายโยชิด่าฉันเป็นภาษาอะไรไม่รู้และคุกเข่าลงไปตามแรงกดของฉัน

 

“เฮ้ย ๆ ปอร์ก็อยากให้นะ แต่ -- แต่กุญแจไม่ได้อยู่ที่ปอร์ตอนนี้อะเจ๊เปอร์ ใจร่ม ๆ ดิ ปล่อยพี่โยชิก่อนนะ...นะเจ๊”

 

OoO งามไส้แล้วววว

 

“แล้วแกเอาไปไว้ไหน!”

 

จะให้เอารถมายกไปหรือไงฟะ!

 

ทั้งที่หันไปมองหน้าไอ้ปอร์อย่างจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ฉันก็ยังจับข้อมือตัวประกันไว้แน่น

 

“มีเรื่องอะไรกัน!”

 

พี่นิกซ์!!

 

ตัวละครมันเยอะจังวะเนี่ย ให้ฉันทวงรถคืนให้สำเร็จก่อนไม่ได้หรือไง  แม้จะหงุดหงิดแค่ไหนแต่ฉันก็จำใจต้องหันไปมองตามสีหน้าและแววตาซีดเผือดของไอ้ปอร์เช่ที่จับจ้องไปทางด้านหลัง

 

O_o

 

โอ๊ะโอ...นี่มันงานรวมพลคนหล่อขอทำเลวชัด ๆ!

 

เพราะที่ประจักษ์แก่สายตาตอนนี้ก็คือหนุ่มหล่ออีกสองคนที่เดินเข้ามาหาฉันกับนายโอป้า คนหนึ่งตัวสูงหล่อคมเข้มสมกับเป็นชายไทย ตรงสเปกอาหมวยอย่างฉันสุด ๆ

 

ต่างจากนายออร่าตัวสูงซึ่งเดินนำหน้ามาแต่มีเครื่องหน้าติดไปทางยุโรปมากกว่าเอเชีย ทั้งจมูกโด่งเป็นสันที่สร้างความสังเวชใจให้ฉันอยู่ไม่น้อยที่ตระหนักได้ว่ามีจมูกไว้แค่หายใจจริง ๆ

 

“แกลงไปทำอะไรตรงนั้นวะ” นายหล่อออร่าเอ่ยถาม กดสายตามองลงมาที่โอป้าสีชมพู

 

“ไอ้นิกซ์ช่วยด้วยดิ เขาเจ็บอะ”

 

OMG!

 

อย่าพูดแบบนั้น อย่าพูดให้จิ้นและฟินปายยยย

 

“ยัยนี่อยากได้กุญแจรถไอ้ปอร์เช่อะ ให้ ๆ ไปซะทีเหอะ แขนจะหักแล้วเนี่ย”

 

นายออร่ามองเพื่อนอย่างไม่ค่อยเข้าใจนักแต่ก็ยอมหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าแจ็กเกตหนังสีดำ มันคือกุญแจรถที่ฉันจำได้ดีว่าเป็นของรถสปอร์ตสีเขียวสะท้อนแสงคันนี้

 

กรีดร้องในใจและพุ่งตัวออกไปคว้ากุญแจอย่างว่องไว แต่ไม่ไวเท่าไอ้ตัวสูงตรงหน้าที่ชูมันขึ้นเหนือหัวตัวเองจนสุดแขน

 

“นี่! เอากุญแจรถคืนมาเดี๋ยวนี้นะ”

 

“ทำไมฉันต้องเอาของของตัวเองให้คนหน้าแปลก ไม่ใช่สิ...แปลกหน้าอย่างเธอด้วยล่ะ” เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

พูดผิดจริง ๆ หรือตั้งใจด่าหน้าตาอันมีเอกลัษณ์ของฉันกันแน่ยะไอ้หล่อ!

 

“ของนาย? นี่มันของฉันต่างหาก!”

 

“จะเป็นของเธอได้ยังไง ในเมื่อฉันเป็นคนไถ่มันออกมาให้ปอร์เช่”

 

“ฮะ!?”

 

“เจ๊ ๆ ใจเย็นนะคือ -- มันผิดพลาดนิดหน่อยน่ะแต่ไม่ต้องห่วง พี่ฟีนิกซ์เขาช่วยเสียค่าไถ่ให้แทนการยึดรถแล้วน่ะ”

 

ยึดรถ!!! =[]=

 

“ไอ้ปอร์เช่!!” ความโกรธระดับสิบเลยโว้ยยยย มันเรื่องเล็กตรงไหนกันฟะไอ้น้องสมองกลวง!

 

“ปอร์อธิบายได้นะเจ๊” ไอ้ปอร์รีบแก้ตัวยกมือไหว้ท่วมหัว “ปอร์มั่นใจเลยว่าชนะแน่ แต่มันโกงปอร์อะ ไม่เชื่อถามพี่นิกซ์ดิ ใคร ๆ ก็เห็นกันทั้งสนาม”

 

คำแก้ตัวพรั่งพรูออกมาจากไอ้น้องตัวดีแต่ไม่ได้น่าเห็นใจเลยสักนิด มันกล้าเอารถของท่านนัมเบอร์วันมาพนันได้ยังไง ไม่รู้ว่าไอ้บ้าปอร์เช่มันสิ้นคิดเหมือนใครกัน!

 

แต่ได้โปรดอย่าบอกว่าเหมือนฉันนะ แม้ตั้งแต่ที่ทำมาจะเหมือนพวกสิ้นคิดก็เถอะ T^T

 

“แกอยากตายเพราะเฮียแขกมากใช่ไหมหา! ถึงได้กล้าเอารถเฮียแกมาเดิมพันแบบนี้น่ะ ทั้งที่ขโมยรถเขามา แกยังกล้าเอามาพนันอีก ไอ้ควายเผือก!”

 

ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!

 

ฉันตบหัวไอ้ปอร์เช่แบบไม่ยั้งจนมันรีบวิ่งแจ้นไปหลบหลังไอ้ผู้ชายโคตรหล่อสามคนที่มาช่วยมันไว้

 

“เปอร์ ๆ พอเหอะ! ตีไปก็ตายเปล่า คุณน่ะ...ผมขอกุญแจรถคืนเถอะ ไอ้ปอร์มันขโมยมาจากอู่ ยังไงซะเราก็ต้องคืนลูกค้า” พี่บาสหันไปพูดกับนายออร่าทั้งที่ยังรวบตัวฉันไว้ไม่ให้เข้าไปฆ่าไอ้ปอร์เช่ได้

 

“แล้วเงินที่ผมออกไปแทนรถคันนี้ใครจะรับผิดชอบให้ล่ะ หรือเธอ...จะออกแทน เธอเป็นพี่ไอ้เด็กนี่ใช่ไหม” เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนประเมินความยากจนข้นแค้นของฉันผ่านสารรูปที่เป็นอยู่ตอนนี้

 

บอกเลยว่าสภาพของฉันคือผ้าขี้ริ้วห่อทอง...ทองม้วนอะนะ ดูไม่มีอะไรแต่ก็ไม่มีอะไรจริง ๆ -_-^

 

ถ้ามีปัญญาขนาดนั้นคงไม่ถ่อมาไกลถึงนี่ให้โดนดูถูกเหยียดหยามด้วยสายตาแบบนี้หรอกโว้ย

 

“อยากเอามันไปฆ่าแกง ตัดมือตัดแขนล้างหนี้ยังไงก็เชิญตามสบาย แต่ฉันไม่เกี่ยว เอากุญแจรถคืนมา ไม่งั้นนายอาจจะโดนข้อหาลักทรัพย์ไปด้วย” ฉันดันตัวเองออกจากพี่บาสและเดินเข้าไปยืนประจันหน้ากับไอ้หล่อ

 

“หึ นี่ขู่? น่ากลัวจริง ๆ แต่ฉันมีทนายประจำตระกูลคอยแก้ปัญหาให้น่ะ”

 

เกลียดไอ้พวกรวยยย!

 

“เพราะงั้นฉันจะไม่ยอมเสียเงินไปฟรี ๆ หรอกนะ แม้ว่าตลาดมืดอาจจะรับซื้ออวัยวะมนุษย์อยู่บ้างแต่ฉันไม่ชอบให้มือเปื้อนเลือดน่ะ เพราะฉะนั้นเอาเงินมาดีกว่า อย่าให้ต้องพูดเยอะ”

 

อื้อฮือ! นี่มันพี่หลิวเงินข้าใครอย่าแตะหรือเปล่าฟะ หน้าเลือดกว่าเฮียแขกก็ไอ้หล่อลากไส้เนี่ยแหละ

 

แต่เอาวะ...มันหน้าเลือด ฉันก็ต้องหน้าด้านนั่นแหละ จะได้สูสีกัน

 

“ทำไมฉันต้องรับผิดชอบด้วยล่ะ นายไม่ตรวจสอบให้ดีก่อน แล้วจะให้รับผิดชอบแทนไอ้ปอร์ได้ไง”

 

“ก็เพราะว่าฉันบอกไง”

 

o_O

 

“ประสาท! ฉันต้องการรถคืนเดี๋ยวนี้เลย” ฉันตีมึนเอื้อมมือไปฉวยกุญแจรถจากมือของคนตรงหน้า แต่หมอนี่กลับเขย่งปลายเท้าให้มันสูงขึ้นกว่าเดิมอีก

 

ฮึ่ย! ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยรู้สึกเตี้ยเท่านี้มาก่อนเลยโว้ยยยย

 

“นี่! ฉันไม่อยากมีเรื่องหรอกนะ”

 

“เธอเพิ่งมีเรื่องกับไอ้โยชิไปเมื่อกี้นะ”

 

(-_-;;

 

“เฮ้อ...นี่คุณเอากุญแจรถคืนมาเหอะ ยังไงคุณก็ต้องคืนอยู่ดีเพราะมันไม่ใช่ของพวกเราที่จะยกให้คุณได้”

 

“ผมก็อยากให้พวกคุณออกไปจากงานของผมเร็ว ๆ เหมือนกัน แต่จะออกไปโดยที่ไม่มีอะไรเป็นประกันเลย มันคงจะง่ายไปหน่อยนะครับ”

 

“พวกผมก็ไม่อยากอยู่นานหรอกนะเพราะไม่อยากโดนตำรวจรวบตัวไปด้วยหรอก”

 

“ฮะ! ตำรวจ?”

 

ตะลึงตึงโป๊ะ...ดูเหมือนหล่อไม่รู้สินะ

 

ก็เหมือนไทยมุงทั้งหลายที่แตกฮือออกเพราะคำเตือนถึงพ่อนอกไส้ที่กำลังจะมาเยือนนั่นแหละ

 

“เฮ้ย...ไม่มีอะไรหรอกนิกซ์ พวกการ์ดมาบอกแล้วน่ะ ฉันก็กำลังจะไปบอกแกว่าจะเคลียร์เรื่องนี้เอง แต่มาเจอพวกนี้เข้าซะก่อน” นายโอป้าพูดด้วยท่าทางยิ้มแย้มเป็นปกติ แต่ยังคงลูบคลำข้อมือที่แดงเถือกเพราะฝีมือฉันอยู่เหมือนเดิม

 

สงสัยฉันจะแรงควายไปหน่อย...โซซอร์รี่นะโอป้า

 

ปัง!

 

ว้ากกก!! พ่อผดุงช่วยลูกด้วย!

 

อะไรเป็นอะไรไม่รู้แล้วในตอนนี้ ผู้คนพากันแตกตื่นเหมือนวอล์กกิ้งเดธเพราะเสียงปืนที่ดังข้ามสนามมาถึงฝั่งที่พวกเรายืนอยู่ ส่วนฉันเองก็เอามือขึ้นกุมหัวไว้โดยสัญชาตญาณและเกือบใส่เกียร์หมาอีกรอบ แต่ดันตาดีเห็นไอ้ปอร์เช่กำลังวิ่งหนีไปอีกทางจึงได้สติเบรกขาตัวเองไว้ได้ทัน

 

“พี่บาส! ไอ้ปอร์หนีไปแล้วอะ ไปตามมันมาที เดี๋ยวเปอร์เอารถกลับเอง เร็วเข้า!” ฉันกระตุกแขนพี่บาสยิก ๆ เพื่อกระตุ้นให้วิ่งตามไอ้น้องตัวแสบไป

 

“เออ ๆ เดี๋ยวพี่ตามมันเอง” พี่บาสรับคำและวิ่งเบียดเสียดฝูงคนตามปอร์เช่ไปอีกคน

 

“ใครก่อเรื่องวะ! บอกแล้วไงให้คุมเข้มห้ามมีอาวุธเข้ามาน่ะ!” นายออร่าหันไปว้ากใส่การ์ดที่วิ่งกรูกันเข้ามาหาเขาหลังจากเกิดเสียงปืนเมื่อครู่

 

“ผมดูดีแล้วครับ แต่มีคนที่มากับคุณติณณ์ที่ผมตรวจไม่ได้”

 

“ไอ้ติณณ์? สนามนี้เป็นของฉันหรือของไอ้ติณณ์ นายถึงต้องกลัวพวกมัน! บอกแล้วไงว่าห้ามละเว้นแม้แต่คนเดียว! แล้วยังปล่อยให้คนบ้าเข้ามาในงานอีก”

 

(-_-   -_-)

 

อ๊ากกกก!

 

ไอ้บ้านี่มันชี้นิ้วใส่หน้าฉันอะ! เดี๋ยวกัดนิ้วให้ติดเชื้อบ้าซะเลยนี่!

 

พวกแกมองอารายยยไอ้มนุษย์หินฟลิ้นท์สโตนส์ ไอ้พวกมองคนแต่ภายนอก! ไม่เคยเห็นแพตตี้อังหน้าสดเหรอยะ ฉันก็ไม่ต่างกันนักหรอกเว้ย

 

“เอ่อ...ขอโทษครับคุณฟีนิกซ์ ผมวิ่งตามมาห้ามแล้วแต่ตามไม่ทันครับ”

 

“ดูจากขนาดตัวยัยนี่แล้วก็ไม่น่าวิ่งไวหรอกนะ”

 

ฉึก! ฉึก!

 

สองดอกเต็ม ๆ ฉันมายืนให้ไอ้ออร่ามันด่าทำไมฟะเนี่ย! ทั้งบ้าทั้งอ้วน! ปวดใจโฮกกกก

 

“นี่นาย! ฉันไม่ได้บ้าและก็ไม่ได้อ้วนด้วย พูดให้มันดี ๆ หน่อย!”

 

ให้เกียรติไขมันที่ฉันอุตส่าห์สะสมมาแรมปีบ้างย่ะไอ้หล่อ!

 

“แล้วก็เอาของ ๆ ฉันคืนมาด้วย” ฉันยื่นมือออกไปจนเกือบทิ่มหน้าเขาเพื่อทวงของคืน

 

“จะปลอบใจตัวเองยังไงก็เอาเหอะ ไอ้โย...ไปเคลียร์เรื่องตำรวจเลยเดี๋ยวแม่งก็แห่กันเข้ามาจนได้เพราะไอ้เสียงปืนนั่นน่ะ พี่วินช่วยไปดูว่าใครเป็นคนก่อเรื่องทีเถอะ...พวกนายไปกับพี่วินด้วย ส่วนยัยนี่...ผมจัดการเอง”

 

เขาหันไปสั่งเหล่ามนุษย์หินกับเพื่อนแก๊งหล่อขอทำเลว ก่อนที่จะเหลือเพียงฉันกับเขาที่ส่งสายตาหยั่งเชิงกันอยู่ท่ามกลางเสียงวุ่นวายรอบตัว

 

“นาย --”

 

“อยากได้รถคืนใช่ไหม” จู่ ๆ เขาก็ชิงถามขึ้นมาก่อน ฉันจึงรีบพยักหน้าหัวแทบหลุด

 

“เธอจะเอาอะไรมาประกันว่าปอร์เช่มันจะรับผิดชอบเงินที่ฉันเสียไป”

 

“นายนี่มันห่วงแต่เงินสินะ” ขนาดมีเสียงปืนดังขนาดนี้ยังสามารถห่วงเงินได้อีก ไม่หน้าเลือดจริงทำไม่ได้นะ -_-^

 

“แม้แต่คนที่มีเงินมากที่สุดในโลกก็ยังต้องห่วงเศษเงินของตัวเองทั้งนั้นแหละ”

 

ตรรกะอะไรของมันฟะ!

 

“เฮอะ...ฉันไม่มีอะไรมาเป็นประกันให้ทั้งนั้นแหละ นายเป็นคนให้มันมางานเองก็ไปตามล่ามันเองแล้วกัน”

 

ฉันบอกอย่างจริงใจ แสดงตัวตนแห่งการไร้ความรับผิดชอบแบบสุด ๆ และอาศัยจังหวะที่เขาเผลอรีบคว้ากุญแจในมือของเขาแล้วดึงสุดแรงเกิด

 

หมับ!

 

ฟึ่บ!

 

ปึก!

 

โอ๊ะ!

 

O///O

 

นี่มัน...เหตุการณ์ไก่กาอาราเล่อะไรกานนนน!

 

ใบหน้ามนกลมของฉันแทบจะปะทะกับใบหน้าเรียวยาวของไอ้หล่อหน้าเลือด ใกล้เสียจนเห็นขนตาหนายาวเป็นแพรแถมจมูกแหลม ๆ นั่นก็ทิ่มปลายจมูกฉันแล้วด้วย!

 

แม้จะอารมณ์เสียแค่ไหน แต่หัวใจก็ซื่อสัตย์เหลือเกิ๊น เล่นเต้นเป็นกลองรัวเพราะได้ใกล้ชิดความหล่อสายฝอเกรดพรีเมี่ยมแบบไม่ทันตั้งตัว

 

“เธอ...” เสียงนุ่ม ๆ ของเขาเอื้อนเอ่ยออกมาก่อนที่ฉันจะตั้งสติได้

 

“หืม?”

 

“...ขี้เหร่จริง ๆ”

 

O[]O อ๊ากกกก!

 

อยากพ่นน้ำลายใส่หน้ามันให้ขี้กลากขึ้นจริง ๆ โว้ย!

 

ฟึ่บ...

 

แล้วไอ้ท่าทางรังเกียจโดยการดันหน้าผากฉันให้ออกห่างจากหน้าของแกแบบนี้ มันหมายความว่าไงยะ!

 

เชื้อขี้เหร่มันไม่ได้ติดกันง่าย ๆ ขนาดนั้นหรอกโว้ย มันต้องมีพ่อพันธุ์ดีอย่างเฮียผดุงเท่านั้นแหละ ไอ้บ้าหน้าเลือด!

 

“ฮึ่ย! หล่อตายแหละ” ฉันเบ้ปากมองบนสุดฤทธิ์ เผื่อไอ้บ้านี่มันจะได้รู้สึกเสียความมั่นใจบ้าง

 

“ก็เห็น ๆ อยู่ว่าหล่อ”

 

ไอ้หลงตัวเองงงงง =_=^

 

“เธอควรเล่นแบบแฟร์ ๆ นะ ปล่อยกุญแจออกจากมือเดี๋ยวนี้เลย แล้วมาตกลงกันแบบผู้ใหญ่”

 

อื้อฮือออ...เหมือนโดนหลอกด่าดอกที่สามยังไงไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ฉันเพิ่งรู้ว่าแม้จะเผลอไผลกับความหล่อของหมอนี่ไปชั่วครู่ แต่ไอ้เปอร์คนนี้ก็ยังรักษาเป้าหมายไว้ยิ่งชีพเพราะฉันยังกำกุญแจอีกส่วนไว้แน่น

 

“ไม่! ไม่มีอะไรต้องตกลงเพราะฉันช่วยอะไรนายไม่ได้อยู่ดี”

 

ฉันปฏิเสธอย่างหนักแน่นและเริ่มดึงกุญแจมาจากเขา (ครั้งนี้ตั้งหลักแล้วไม่พลาดแน่นอน) แต่ไอ้มือกาวนี่ไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ งานนี้เลยเกิดสงครามชักเย่อของแท้ แต่ขอบอกว่าพลาดมากเพราะฉันคือผู้ที่คว้าตำแหน่งหัวหน้าทีมชักเย่อตลอดศก ไม่เคยแพ้ใครมาก่อนทั้งชาตินี้และชาติหน้า นี่จึงเป็นงานหมูสำหรับคนถึก ๆ อย่างฉันเห็น ๆ

 

ฟึ่บ ~ ฟั่บ ~ ฟึ่บ ~ ฟั่บ ~

 

มือกาวเกินไปแล้วนะแกกกกก

 

ฟึ่บ ~ ฟึ่บ ~

 

กึก

 

เฮ้ยยยย...วี อาร์ เดอะ แชมเปี้ยนส์!

 

หมับ!

 

เอ๋!?

 

=[]=

 

“กะ -- กรี๊ดดด!!!

 

ผัวะ!

 

ตุ้บ!

 

โอ๊ย!

 

อยากจะบ้าตาย!

 

แกมีสิทธิ์อะไรเอามือแสนสะอาดสะอ้านของแกมาจับหน่มน้มภายใต้เสื้อแสนเขลอะของฉันแบบนี้หา!

 

หลังจากเสยหน้าของไอ้บ้าหน้าเลือดจนเขาลงไปกองกับเพื่อน ฉันก็รีบกอดหน้าอกตัวเองไว้อย่างหวงแหน

 

“เธอ! จะบ้าเหรอ ต่อยมาได้ยังไง!”

 

“ก็...ก็นายจับหน้าอกฉันนี่ไอ้โรคจิต!”

 

เขาเงยหน้าที่มีเลือดกำเดาไหลเปรอะเปื้อนขึ้นมาให้ฉันเห็นและส่ายหัวอย่างมึนงงกับรสชาติหมัดเมื่อครู่

 

“ฉันดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าหน้าอกเธออยู่ตรงไหน! เธอต่างหากที่แรงควาย! ดึงแรงขนาดนั้นฉันก็ต้องยันตัวไว้น่ะสิ ไม่งั้นก็ชนเธอล้มไปด้วยกันแล้ว...ให้ตายเหอะ!”

 

“อย่ามาโทษฉันนะ! ใครจะอยากให้คนอื่นมาจับหน้าอกกันยะ!” ถึงจะเล็กแต่ก็ปลอดภัยจากมลทินย่ะ!

 

ด้วยความโกรธปนอาย ฉันจึงรีบเปิดประตูรถและหมุนตัวเตรียมก้าวหนีจากเหตุการณ์น่าอับอายนี้

 

“เฮ้ย!”

 

แหก ๆ!

 

ฉันเกือบหน้าแหกเพราะไอ้โรคจิตที่นอนอยู่บนพื้นยื่นขายาว ๆ มาขัดขาฉันจนเกือบหน้าฟาดกับขอบประตูรถ แต่ดีที่ฉันเอื้อมมือคว้าประตูรถไว้ได้พอดิบพอดี

 

“ก่อเรื่องขนาดนี้แล้วคิดจะไปง่าย ๆ เหรอ ยัยถึก!”

 

ดูจากสายตาอาฆาตที่ส่งมาให้แล้ว ฉันคงจะไม่ได้กลับไปอย่างสวัสดิภาพเป็นแน่แท้...ขอโทษทีนะอีตามือกาว ไหน ๆ ก็เจ็บขนาดนี้แล้วเจ็บอีกหน่อยก็แล้วกัน

 

ปั้ก!

 

อ๊ากกกก!!!

 

ฉันไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนของไอ้หน้าหล่อบ้ากามที่นอนคลุกฝุ่นอยู่บนพื้นเพราะโดนฉันเตะหน้าแข้งเข้าอย่างจัง จากนั้นฉันจึงรีบฉวยโอกาสยัดตัวเองเข้าไปในรถแล้วรีบบึ่งไปยังทางออก

 

เมื่อมองผ่านกระจกหลังภาพสุดท้ายที่เห็นก็คือหมอนั่นพยายามลุกขึ้นมาจากพื้นและแน่นอนว่าคงกำลังสาปแช่งฉันอยู่เป็นแน่

 

แต่ฉันไม่สนหรอก ยังไงชาตินี้ก็คงไม่ต้องมาพบเจอกันอีกอยู่แล้ว กรวดน้ำคว่ำขันไปเลย อย่าได้มาพบปะทิงนองนอยอะไรกันอีกเล้ย

 

ครืด ครืด ครืด

 

ตูดสั่นเป็นจังหวะจะโคนแบบนี้มีคนโทรมาแน่นอน ฉันจึงรีบเอื้อมมือไปล้วงเอามือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงเจเจขอบย้วยของตัวเอง

 

“ฮัลโหล”

 

[เปอร์! เป็นไงบ้าง]

 

เสียงพี่บาสร้องถามมาจากปลายสาย

 

“ไม่เป็นไรพี่...เปอร์ได้รถคืนมาแล้วนะ พี่กับอาร์มอยู่ไหน จะให้เปอร์ไปรับไหมหรือไปเจอกันที่อู่”

 

[ไปอู่ก็ไม่เจอใครหรอกเปอร์...เพราะพวกพี่อยู่โรงพักว่ะ]

 

“ฮะ! แล้วไม่บอกให้เร็วกว่านี้วะพี่ เออ ๆ เดี๋ยวไปประกันตัวให้ รอเดี๋ยวนะ”

 

ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ๆ เลยเพราะไอ้หล่อหน้าเลือดนั่นแหละที่มัวแต่ยึกยักไม่ยอมคืนรถให้น่ะ ต้องให้ใช้กำลัง! เสียภาพลักษณ์กุลสตรีศรีสยามหมด

 

ฉันใส่ความหงุดหงิดลงที่คันเร่งของรถสปอร์ตคันงามและตรงดิ่งไปยังสถานีตำรวจ พลางสวดส่งไอ้บ้านั่นว่าอย่าได้พบได้เจอกันอีกเลยทั้งชาตินี้หรือชาติไหน

 


 

****ขออนุญาตแจ้งข่าว E-Book หาซื้อกันได้แล้วที่ Meb e-book นะคะ (ย้ำอีกครั้งว่าใน E-Book เป็นฉบับรีไรต์ใหม่นะคะ และมีบทส่งท้ายด้วย)

ใครสนใจ จิ้มไปที่....

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiNzcwNzEyIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiNzQ0MDciO30

 

หรือจะไปอ่านทุกตอนโดยจ่ายเหรียญได้ที่

-Jamplay.World จิ้มที่...

https://www.jamplay.world/teen/book5aed570508b0460010650c86?day=6

 

-Fictionlog จิ้มที่...

https://fictionlog.co/b/5aeed828be9de43860fa5a35

 

THANKS KUB ^^

 

•»
บทความ บนหน้าเว็บ http://www.keedkean.com เกิดขึ้นจากการ เผยแพร่โดยสาธารณชน และได้เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ดังนั้นผู้ใช้บริการจึงต้องใช้วิจารณญาณ ในการกลั่นกรองด้วยตัวเอง ถ้าหากท่านพบเห็นบทความที่ ผิดกฎหมาย กรุณาแจ้งมาที่ b_beginner@hotmail.com เพื่อทีมงานจะได้ ดำเนินการในทันที ขอขอบพระคุณ

ชอบก็กดไลน์ :)

อยากแชร์ก็ทางนี้

Share Share Share

คะแนนโหวต

8
โหวต 8 /10 คะแนน
จากสมาชิก 1 คน

แนวเรื่อง/น่าสนใจ

8 /10

การใช้ภาษา/การบรรยาย

8 /10

การดำเนินเรื่อง/น่าติดตาม

8 /10

โหวตของฉัน

เฉพาะสมาชิกพิเศษเท่านั้น

กรุณา login ข้างบน หรือ สมัครสมาชิกใหม่

คำวิจารณ์พิเศษ

»ดูวิจารณ์เพิ่มเติม

คำวิจารณ์

ดูวิจารณ์เพิ่มเติม
 
กำลังโหลดอยู่ครับ...