webboard : อยากบ่น อยากระบาย

Webboard : อยากบ่น อยากระบาย : ฉันร้องไห้เพราะกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน

ขีดเขียนหน้าใหม่[39]
เด็กใหม่[0]
เด็กใหม่[0]
POST: 1
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2561 11:26 น.

           ฉันเป็นครูที่จังหวัดทางภาคอีสานคนหนึ่งค่ะ  รับหน้าที่เป็นครูที่ปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1  ฉันก็เหมือนกับครูคนอื่นๆ  เปิดเทอมมาเราก็ต้องรับและปฏิบัติตามนโยบาย  "สัปดาห์การเยี่ยมบ้าน"  ปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่ฉันจะรีบไปเยี่ยม  รีบทำรายงานส่ง  จะได้จบภารกิจ  มีแบบสอบถามนิดหน่อย  ถ่ายรูปพอเป็นพิธี  แต่ความคิดนั้นก็เปลี่ยนไป  เมื่อฉันได้ไปเยี่ยมบ้านเด็กผู้ชายคนหนึ่ง

           บ้านหลังเล็กๆ  ท้ายซอย  ในพื้นที่ต่ำกว่าบ้านหลังอื่นๆ  หลังคาต่ำๆ  ที่ฉันต้องก้มเข้าไปอย่างนอบน้อม  พื้นที่เอาอิฐมาเรียงพอให้เดินง่าย  ภายในบ้านที่ไม่มีอะไรพอเป็นชิ้นเป็นอัน  บ้านหลังนี้อยู่กันสองชีวิตย่ากับหลานชาย  ย่าผู้ชรา(78  ปี)กับหลานชายที่เป็นกำลังสำคัญของบ้าน  เด็กผู้ชายที่มีชื่อในการประชุมครูอยู่บ่อยๆ  ด้วยข้อหาขาดโรงเรียน  ทุกปีที่ผ่านมา  ฉันคิดว่าเขาคือเด็กเกเร  ดื้อธรรมดา  ตามธรรมชาติของเด็กผู้ชายที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น  แต่เมื่อได้ไปนั่งคุยกับยาย  บนลานดินปูเสื่อกกเก่าๆ  ภายใต้หลังคาสังกะสีต่ำๆ  ที่ไม่ช่วยให้หายร้อน  เมื่อฉันได้ฟังเรื่องราวของลูกศิษย์  ฉันไม่รู้ว่าเหงื่อหรือน้ำตาของฉันมันไหลออกมามากกว่ากัน  และมันก็เปลี่ยนความคิดของฉันจากนี้และอาจตลอดไป

           เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องพบเจออะไรมากมายเหลือเกิน

1.  ใบเกิด  ใบทะเบียนบ้านเอกสารหาย  เพราะแม่ผู้ให้กำเนิดนำไปสมัครเข้าเรียนปฐมวัยให้  แล้วแม่หนีตามชู้รักไป  ไม่กลับมา  ตอนโตมาถึง 7 ขวบที่เพื่อนๆ  ได้ถ่ายบัตรประชาชน  ย่าได้ติดต่อขอให้ผู้ใหญ่บ้านไปตามเรื่องให้ก็ไม่มีความคืบหน้า  ย่าบอกว่าเราไม่มีเงินพาเขาไปอำเภอ  ไม่มีรถรับส่งเขา  สุดท้ายพ่อที่ไปแต่งงานใหม่มีลูกใหม่  พาไปทำที่จังหวัดที่พ่ออยู่ตอน  9  ขวบ  แต่เจ้าตัวอยู่บ้านนั้นไม่ได้  คิดถึงย่าเลยย้ายกลับมาที่ภูมิลำเนา  ชื่อยังอยู่บ้านพ่อ  ติดต่อขอทะเบียนมาใช้ในโรงเรียนก็ยากมาก

2.  เด็กที่ต้องขาดเรียนบ่อยๆ  เพราะไปรับจ้างเป็นลูกมือสัปเหร่อในงานชาปนกิจศพในหมู่บ้านตนเองและใกล้เคียง  แลกกับเงิน  150  เพื่อจุนเจือครอบครัวเล็กๆ ของเขา  ที่ทุกอย่างต้องซื้อหา  พริก เกลือ  ปลาร้า  ปลาทู  น้ำปลา  และเงินไปโรงเรียนบ้างตามแต่จะพอมีเหลือ

3.  เด็กที่ต้องอดนอนเข้าป่าไปส่องเห็ด  เพื่อเอามาขายเปลี่ยนเป็นเงิน  หรือเอาไปแลกข้าวสารมากรอกหม้อ

4.  เด็กที่ไม่มีรองเท้านักเรียน  จนต้องขอร้องให้ญาติซื้อให้ก่อนแล้วจะทำงานผู้ช่วยสัปเหร่อหาเงินมาชดใช้ให้  เพื่อให้ได้รองเท้าเหมือนกับเพื่อนๆ

5.  เด็กที่ครูไม่รู้จะติ๊กถูกช่องไหนเมื่อถามถึงเงินที่ได้มาโรงเรียนในแต่ละวัน  ในเมื่อส่วนใหญ่ไม่เคยได้ 

6.  เด็กที่ไม่รู้ว่าแม่เรียนจบชั้นไหน  ทำงานที่ไหน  เงินเดือนเท่าไหร่

7.  เด็กที่ตอบย่าว่า  "ถ้าย่าตาย  ผมจะผูกคอตายตามย่าไป"

             เด็กอย่างนี้ยังมีอยู่จริงๆ

 

             รอยยิ้มกวนๆ นั้น  นิสัยร่าเริงนั้น  มันต้องผ่านหยาดเหงื่อและน้ำตามามากเท่าไหร่  หัวใจครูเจ็บเหลือเกิน  ครูที่คิดว่าเคยยากจนเคยลำบากมามาก  แต่ครูรู้วันนี้ว่ามันไม่ได้ถึงเพียงเศษเสี้ยวที่หนูเผชิญ  ครูสัญญากับย่าของหนูว่า  ครูจะพยายามดูแลหนูให้เต็มที่เท่าที่ครูจะทำได้  ครูจะพยายามหาทางช่วย  ครูไม่รู้ว่าทางออกของปัญหานี้มันอยู่ตรงไหน  แต่ขยันอีกนิดนะลูก  หนูต้องเรียนให้จบ ม. 3  ครูไม่หวังให้หนูเรียนสูงๆ  ไม่หวังให้หนูเป็นเจ้าคนนายคน  ขอเพียงหนูมีความรู้  มีอาชีพสุจริต  เลี้ยงดูย่าที่รักของหนูได้  และสบายกว่าตอนนี้แค่เพียงเล็กน้อย  น้ำตาของเราสามคน  หยดเหงื่อของเราสามคนภายใต้หลังคาเก่าๆ นี้  คงจะไม่สูญเปล่า

เริ่มเข้าขีดเขียน[25]
เด็กใหม่[0]
เด็กใหม่[2]
POST: 238
#1 วันที่ วันที่ 5 ก.ค. 2561 07:39 น.

asd20180705



ตอบกระทู้

 
กำลังโหลดอยู่ครับ...