รักบนเส้นขนาน

9.6

เขียนโดย Chapond

วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 01.53 น.

  66 ตอน
  1253 วิจารณ์
  128.39K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2556 18.58 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

42) ความรู้สึกที่อยู่หลังกำแพงหัวใจ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

 

 

 

 

 

“หลับสบายเลยนะ”โทโมะตื่นมาในเช้าวันต่อมาก็เห็นแก้วหลับตาพริ้มสบายจึงไม่ปลุก เพราะนานที

บอดี้การ์ดอย่างแก้วจะได้พัก ก่อนจะโทรไปบอกฟ้าว่าแก้วไม่สบายแล้วเขาขอลางานแก้ววันนึงเพื่อ

ให้แก้วพักฟื้น เขาเองก็ไม่เข้าใจ แค่แก้วอยู่กับเขาทำไมฟ้าถึงดีอกดีใจขนาดนั้น

 

ชายหนุ่มนั่งมองร่างบางที่นอนหลับก่อนที่โทโมะลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเมื่อเดินกลับมาที่แก้วก็เห็นว่าแก้วไม่ตื่นซักทีจึงเดินเข้ามาดูอาการ

 

 

“ตัวร้อนอยู่เลย”โทโมะพูดก่อนจะเดินไปหยิบกะละมังกับผ้ามาเช็ดตัวให้แก้ว ก่อนจะสูดลมหายใจ

ลึกๆเพื่อแกะกระดุมเสื้อแก้วออก โทโมะแก้มแดงเมื่อเห็นแก้วในสภาพกึ่งเปลือยเหลือเพียงแค่ชุด

ชั้นใน ก็เช็ดตัวให้แก้ว แล้วหาเสื้อผ้าเปลี่ยนให้ ก่อนจะชะงักเห็นชุดชั้นในของแก้วที่ติดมาในตะกร้า

ที่แก้วเอามาเมื่อวานก่อนจะตัดสินใจถอดชุดชั้นในของแก้วออกจนหมด โทโมะต้องใจเต้นเมื่อเห็น

สภาพเปลือยเปล่าของแก้ว

 

 

 

 

“อย่านะโทโมะ นี่เป็นเด็กที่เราดูแล”โทโมะตั้งสติตัวเองก่อนจะใส่เสื้อผ้าให้แก้วให้เรียบร้อย แล้ว

เอาเจลลดไข้มาแปะให้แก้วก่อนชายหนุ่มจะโทนไปสั่งอาหารจากห้องอาหารชั้นล่างขึ้นมา

 

 

 

 

“แก้วตื่นก่อนนะ มากินข้าว”โทโมะปลุกแก้ว หญิงสาวงัวเงียมา หน้าแก้วแดงด้วยพิษไข้มีเจลลดไข้

แปะอยู่ แล้วใส่เสื้อแขนยาวตัวใหญ่ของโทโมะ มองข้าวต้นที่โทโมะถือมาให้

 

 

 

 

“คุณโทโมะ แก้วปวดหัว”แก้วพูดแล้วหน้าแดง ชายหนุ่มมองแก้วที่อ้อนงอแง ก็แอบยิ้มที่นานทีจะ

เห็นแก้วในมุมนี้เพราะส่วนมากแก้วจะมาในมาดลุยๆทำหน้าดุตลอด

 

 

 

“ก็เธอเป็นไข้นิ งั้นเดี๋ยวชั้นป้อนละกันนะ”โทโมะพูดจบก็นั่งข้างๆแก้วแล้วป้อนโกให้แก้ว แก้วแก้ม

แดงเมื่อถูกโทโมะป้อนข้าวให้ นี่เธอไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย อยากจะป่วยแบบนี้ตลอดไปจัง

 

 

 

“แค่กๆ”แก้วสำลักข้าวตัมโทโมะรีบหาน้ำมาให้แก้ว

 

 

 

“ค่อยๆกลืนสิ เดี๋ยวก็ติดคอหรอก”โทโมะพูดพลางเอาทิชชู่เช็ดที่ปากที่เลอกของแก้ว ปากเล็กของ

แก้วเผยอออกมาจนทำให้โทโมะใจเต้น

 

 

 

“อ่ะทานยา”หลังจากทานข้าวเสร็จโทโมะก็เอายามาให้แก้วทาน แก้วเมื่อทานยาแล้วก็รีบห่มผ้า

เมื่อโทโมะล้างถ้วยเสร็จแล้วก็มานั่งข้างๆแก้ว

 

 

 

“ตัวอุ่นลงแล้วนะ ยังดีกว่าเมื่อคืนที่ตัวร้อนจี๋เลย”โทโมะบอกหลังจากเอาเจลลดไข้ออก

 

 

“คุณดูแลแก้วตลอดเลยหรอคะเมื่อคืนนี้”แก้วหน้าแดงใจเต้นแรงไปหมดเมื่อสัมผัสถึงความอ่อนโยนของเขา

 

 

“ก็เธอเป็นเด็กในปกครองชั้นถ้าไม่ดูแลเธอชั้นจะดูแลใครล่ะ”โทโมะตอบแล้วเมินไปทางอื่น แก้วซึมลงไป

 

 

“ค่ะแก้วลืมไปว่าแก้วเป็นแค่เด็กที่คุณโทโมะปกครองแค่นั้น แก้วไม่ควรคิดไกลไปมากกว่านี้”แก้วพูดเศร้าๆก่อน

จะพลิกตัวเอาผ้าห่มมาคลุมโปงเพื่อข่มตานอน ซักพักเสียงรูดม่านที่หน้าต่างดังขึ้นแก้วรู้สึกในห้องมืดขึ้น ก่อนจะรู้สึกว่า

อุณหภูมิแอร์ในห้องเย็นน้อยกว่าเมื่อกี้นี้

 

 

หมับ

 

 

 

แก้วรู้สึกว่าตัวเองพูกกอดจากด้านหลัง ในห้องนี้มีแค่เธอกับโทโมะ แล้วกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยแบบนี้

มันกลิ่นน้ำหอมของโทโมะ แก้วใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อถูกโทโมะกอดจากด้านนอกผ้าห่ม

 

 

“รู้นะว่าไม่ได้หลับ”โทโมะพูดขึ้นแก้วชะงักก่อนที่ผ้าห่มจะถูกเลิกลงมา

 

 

 

“คุณรู้”แก้วตกใจแล้วหน้าแดงจัดกว่าเดิมเมื่อสบกับสายตาคมที่จ้องหน้าเธออยู่

 

 

“หายใจไม่สม่ำเสมอ เหมือนอาการหายใจติดขัด คนหลับเค้าไม่หายใจแบบนี้หรอก”โทโมะพูดจบก็

ขึ้นคร่อมแก้วไว้โดยที่ยันตัวเองให้อยู่เหนือแก้ว สบตาแก้วที่นอนด้านร่างโทโมะแก้วหน้าแดงจัด

 

 

 

“ขอโทษค่ะ แก้วจะหลับเดี๋ยวนี้ล่ะ”แก้วพูดจบก็รีบหลับตาปี๋ โทโมะเห็นแล้วก็อมยิ้มก่อนจะกระชับ

เอาแก้วมากอดไว้แนบลำตัว

 

 

“ให้ได้อย่างงี้สิเด็กดีของชั้น ชั้นจะเฝ้าตรงนี้ล่ะจนกว่าเธอจะหลับ”โทโมะพูดจบก็จูบที่หน้าผากแก้วก่อนจะกอดแก้วให้หลับไปทันที

 

 

 

 

 

 

 

ฟางลืมตาตื่นมาอีกครั้งในช่วงบ่ายของวัน พลางสอดสายตามองหาชายหนุ่มก่อนที่จะมองไปยังกระจกของห้อง พบว่าป๊อปปี้กำลังสั่งงานพิชชี่กับเกล

อยู่ด้านนอก ฟางมองภาพนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาก่อนที่จะตกใจเมื่อเห็นร่างสูงหันกลับมามองที่หน้าต่าง ก่อนจะรีบกลับไปที่เตียงแล้วทำทีนอนหลับ

 

แอ๊ดด

 

ป๊อปปี้ที่เดินกลับเข้ามาในห้องกอดอกมองคนตัวเล็กที่แกล้งหลับแล้วส่ายหน้าเบาๆ เมื่อกี้นี้เขาเห็นแล้วว่าฟางยืนอยู่ที่หน้าต่าง

 

 

หมับ

 

 

“โอ๊ยเจ็บนะ”ฟางร้องเมื่อถูกป๊อปปี้ดึงมาแนบตัวเองอีกครั้งก่อนจะก้มจนตัวงอ น้ำตาซึมเพราะเจ็บ

แผล จนป๊อปปี้ตกใจรีบเลิกชุดเพื่อดูแผลของฟาง

 

 

“ขอโทษๆ”ป๊อปปี้ตกใจก่อนจะค่อยๆอุ้มฟางมาที่อ่างอาบน้ำในห้องน้ำก่อนจะยื่นผ้าขนหนูให้ฟาง

 

 

“ถอดเสื้อผ้าละใส่ผ้าขนหนูซะเดี๋ยวชั้นจะอาบน้ำให้”ป๊อปปี้พูดฟางตกใจเล็กน้อย แต่ก็เห็นป๊อปปี้หัน

หลังให้ก้จึงกล้าถอดเสื้อผ้าออกแล้วสวมแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว

 

 

“เสร็จแล้วค่ะ”ฟางบอก ป๊อปปี้มองซักพักก่อนจะเอาน้ำอุ่นใส่อ่างแล้วจับขาฟางหย่อนลงไปในอ่าง

โดยที่จับฟางนั่งตักตัวเองไว้

 

 

“ทำแบบนี้ตัวคุณก็เปียกหรอก”ฟางพูดเพราะเห็นขากางเกงนอนของป๊อปปี้ที่พับขึ้นมาเริ่มเปียก

ป๊อปปี้ไม่พูดอะไรก็เอามือวักน้ำอุ่นมารดขาฟาง ก่อนะแกะผ้าพันแผลที่ขาฟางออก แล้วเอาน้ำอุ่นลูบ

ไปตามขาขาวของฟางทำเอาใจฟางเต้นไม่รัว เมื่อป๊อปปี้เอาน้ำอุ่นวักมารดที่แขนและไหล่ของฟาง

แล้วเอามือลูบไล้ไปทั่วตัวฟาง ลมหายใจของทั้งคู่หายใจรดกันทำให้ใจฟางเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

 

“เดี๋ยวสระผมหน่อยเถอะ ผมเหนียวแล้ว”ป๊อปปี้พูดก่อนจะเอาเก้าอี้เล็กมาให้ฟางนั่งนอกอ่างอาบน้ำ

โดยตัวเองนั่งที่ขอบอ่างแล้วเปิดฝักบัวสระผมให้ฟางอย่างเบามือ และพยายามไม่ให้แชมพูเข้าตา

ป๊อปปี้มองฟางที่หลับตาพริ้มก็หน้าแดง เพราะผ้าขนหนูที่มัดไว้มันทำท่าจะหลุดหมิ่นเหม่มากป๊อปปี้

รีบสระผมให้ฟางจนเสร็จก่อนจะเอาผ้าคลุมอาบย้ำให้ฟางสวมแล้วอุ้มฟางมานั่งที่เก้าอี้ตรงโต๊ะเครื่อง

แป้งแล้วเช็ดผมให้ ฟางยินยอมให้ป๊อปปี้เช็ดผมให้เธอและไดร์ผมให้ก่อนจะยืนหวีผมให้ฟางจนเสร็จ

 

 

 

“เสร็จแล้ว เดี๋ยวชั้นไปอาบน้ำ เธอน่ะ แต่งตัวและจัดการตัวเองให้เสร็จละกัน”ป๊อปปี้พูดก่อนจะเดิน

ถือผ้าขนหนูเข้าไปในห้องน้ำ

 

 

ปัง

 

 

เมื่อป๊อปปี้ปิดประตูห้องน้ำก็เอามือจับที่ตรงหัวใจตัวเองที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ก่อนจะแอบยิ้มนิดนึง

แล้วจัดการอาบน้ำทันที

 

 

“เอ้า ยืนเซ่ออะไร มานี่ดิ จะทำมั้ยแผล”เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วป๊อปปี้สั่งร่างบางที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วนั่งอยู่ที่เก้าอี้มุมห้อง

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ชั้นทำแผลเองได้”ฟางบอกแล้วเดินไปหยิบกล่องทำแผลมาหมายจะทำแผลเอง

 

“ก้มได้รึไงยัยบ้า ชั้นสั่ง เธอเป็นนักโทษของชั้นห้ามเถียง มานี่”ป๊อปปี้ดุ

 

“เผด็จการที่สุด”ฟางบ่นแต่ก็มานั่งข้างๆป๊อปปี้ ป๊อปปี้นิ่งก่อนจะจูบฟางไป1ที

 

 

“โทษฐานที่บ่น จำไว้เธอเป็นนักโทษห้ามบ่น”ป๊อปปี้ถอนจูบมาพูด ฟางหน้าแดงหลบตาป๊อปปี้ ก่อน

จะถูกป๊อปปี้ทำแผลให้ตัวเองทั้งที่ขาและหน้าท้อง เมื่อทำแผลเสร็จ ฟางก็ลุกออกไปนอกห้อง โดย

ป๊อปปี้เดินตามไปเงียบๆ ไม่ห้ามและก็ไม่พูดด้วย ฟางเดินลงมาด้านล่างชะเง้อมองหาเกลและพิชชี่

 

 

 

“ถ้าจะหา2คนนั่นชั้นให้2คนนั่นไปทำงานแล้ว”ป๊อปปี้พูดอย่างรู้ทัน ก่อนจะลากฟางมาที่โต๊ะอาหาร

แล้วให้ฟางนั่งทานข้าวไป โดยตัวเองนั่งจ้องฟางไม่คลาดสายตา

 

 

“นี่คุณ จ้องชั้นแบบนี้ชั้นกินไม่ลงนะ”ฟางเกร็งไปหมดพูดขึ้น

 

 

“เผื่อเธอจะตุกติกหนีชั้นว่ายังไงล่ะ”ป๊อปปี้พูดพลางดื่มกาแฟ

 

 

“ชั้นเจ็บขนาดนี้ชั้นไปไหนคุณก็จับชั้นมาได้อยู่ดี ว่าแต่คุณเถอะดื่มแต่กาแฟแล้วไม่ทานข้าวหรอ

คะ”ฟางถาม

 

 

“อ้อ ทานเสร็จแล้วใช่มั้ย ดี เธอเป็นนักโทษชั้น ดังนั้นป้อนข้าวชั้นหน่อยสิ พอดีมือไม่ว่าง”ป๊อปปี้พู

ดกวนๆก่อนจะเอามือซุกกระเป๋ากางเกงตัวเอง ฟางเม้มปากหมั่นไส้คนที่นั่งตรงข้ามเธอมากก่อนจะ

ตักข้าวใส่จาน และเลื่อนกับมาด้านหน้าก่อนจะเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆป๊อปปี้แล้วตักข้าวป้อนเข้าปาก

ให้ป๊อปปี้ คนบ้า แกล้งกันชัดๆ

 

 

 

“อิ่มแล้ว ล้างด้วยนะ”ป๊อปปี้พูดก่อนจะสั่งให้ฟางป้อนข้าวเขาเสร็จไปล้างจานแล้วตัวเองนั่งกินน้ำจ้อง

ฟางอยู่ ฟางแอบเดินปึงปังไปล้างาน โดยไม่รู้ว่ามาเฟียจอมบงการแอบนั่งกลั้นขำอยู่

 

 

“ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยคะ งั้นชั้นจะไปทำงานแล้ว”ฟางพูดก่อนจะเดินออกไปนอกบ้านแต่ป๊อปปี้รั้งมือไว้

 

 

“ไม่ให้ไป อย่าลืมเธอเป็นนักโทษของชั้น”ป๊อปปี้รีบพูด

 

 

“ค่ะ รู้ค่ะว่าเป็นนักโทษ เลยจะไปทำงานตามที่คุณสั่งไว้เมื่อวานไงคะ”ฟางพูดแกมประชดเมื่อถูกชายหนุ่มย้ำเรื่องที่เธอเป็นนักโทษเขา

 

 

“คัดส้มหรอคนงานเค้าใช้เครื่องคัดเสร็จตั้งแต่เช้ามืดแล้ว”ป๊อปปี้พูดอย่างอารมณ์ดี

 

“คุณมีเครื่องคัดส้มแต่คุณให้ชั้นไปนั่งคัดตั้งนาน คนบ้า คนใจร้าย”ฟางรีบว่า

 

“หรอ ว่าชั้นแบบนี้แปลว่ามีแรงแล้วใช่มั้ย ดีงั้นวันนี้ล่ะชั้นจะลงโทษนักโทษของชั้นต่อ”พูดจบก็ดึง

ฟางออกไปนอกบ้าน

 

 

“นี่จะพาชั้นไปไหนน่ะ นี่มันไม่ใช่ทางไปไร่ส้มนะ”ฟางตกใจเมื่อเห็นป๊อปปี้พามาอีกทาง

 

 

“ขืนปล่อยเธอคลาดสายตาเธอก็ต้องไปยุยงลูกน้องชั้นไปเป็นพวกเดียวกับเธอน่ะ เรื่องอะไรจะ

ปล่อยให้เธอทำแบบนั้น”ป๊อปปี้ยิ้มเยาะแล้วว่าออกมา

 

“นี่คุณ สมองนี่คิดแต่เรื่องแบบนี้รึไง ชั้นจะไปมีเวลาคิดเรื่องแบบนั้น อ๊ะ”ฟางอ้าปากบ่นป๊อปปี้แต่ต้อง

ชะงักเมื่อป๊อปปี้เอาหมวกมาใส่ให้ฟางเพื่อนกันแดด ก่อนจะพาฟางมาที่คอกม้าท้ายไร่

 

 

 

“คุณจะให้ชั้นทำความสะอาดคอกม้ารึไงคะ”ฟางมองรอบๆคอกม้าแล้วพูดขึ้น

 

“ใครบอก จะให้ขี่”ป๊อปปี้พูด ฟางอึ้ง นี่เค้าจะมาไม้ไหนเนี่ย

 

“ชั้นขี่ไม่เป็นหรอกค่ะ”ฟางม้าแล้วเกิดอาการกลัว เพราะเธอเคยขี่ม้าที่ไหนล่ะ ป๊อปปี้ไม่ตอบ แล้วเดินไปควบม้า

 

“ว้ายย”ฟางตกใจเมื่อถูกป๊อปปี้ดึงขึ้นไปบนหลังม้า

 

 

“อย่าดิ้นสิเดี๋ยวก็ตกหรอก”ป๊อปปี้ขู่ก่อนจะควบม้าออกไป ฟางใจเต้นเพราะอยู่ใกล้ชิดกับป๊อปปี้มาก

และด้วยกลัวว่าจะตกม้าเลยเผลอโอบเอวป๊อปปี้ไว้แล้วเอาหน้าซบที่อกของป๊อปปี้ โดยไม่รู้ว่าป๊อปปี้

ที่ขี่ม้าอยู่แอบยิ้มกับการกระทำของฟางในอ้อมกอดเขา

 

 

 พิมไปพิมมาเริ่มหมั่นไส้พระเอกนางเอกจริงๆ

 

อยากรู้เป็นไงอย่าลืมเม้นกับโหวตนะจ้ะ

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.6 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9.5 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.6 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา