Just One Snapshot

9.8

เขียนโดย StrawberryTKCuTe

วันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 21.02 น.

  3 ตอน
  49 วิจารณ์
  9,197 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556 18.35 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

3)

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

 

 

            ผมทุบหัวตัวเองดังปักเมื่อรู้สึกว่าเหมือนมีก้อนอิฐหนักๆมาวางทับหรือไม่ก็มีใครบางคนกำลังใช้ค้อนปอนทุบลงมา ภาพตรงหน้าที่เห็นมีแต่ภาพสีขาวโพลนและรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ เมื่อสายตาปรับโฟกัสได้...ผมอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ มาได้ยังไงและใครพามาทำอะไรบ้างไม่รู้ตัวเลย...จำได้แค่ว่าเมื่อคืนตัวเองเมาเหมือนหมาไม่มีผิด

 

 

 

ตอนนี้ผมอยู่บนเตียงสีขาว ผมจำได้แน่ๆว่านี่ไม่ใช่ห้องผม...มันน่าจะเป็นคอนโดของใครสักคน ไอ้เขื่อนเหรอ? เขื่อน...เมื่อคืนไอ้เขื่อนหายไปแต่...แต่มีคนเข้ามาแทนนี่นา...คนนั้น....แก้ว!

 

 

 

“ถ้ากลับกับแก้ว...คืนนี้ยอมเป็นเมียคืนนึง”

 

 

 

 

“เห้ย!” บ้าเหอะ! คำพูดนั้นดังแวบเข้ามาหัว ผมหวังว่าผมคงไม่ได้ทำอะไรบ้าๆแบบนั้นลงไปหรอกนะ

 

 

 

 

            ผมค่อยๆเปิดผ้าห่มออกก่อนจะก้ามเดินลงจากเตียง หากแต่ร่างกายที่รู้สึกหนาวสะท้านทำให้ผมต้องก้มสำรวจร่างหายตัวเองอีกครั้งและพบว่า...มันเปลือยเปล่า?! มันจะเป็นไปได้ยังไง ผมจำได้รางๆว่าเมื่อคืนแกล้งพูดเพื่อให้แก้วกลับไป แต่...แล้วประโยคพวกนั้นกลับตีเข้ามาในสมองอีกครั้งราวกับมันต้องการจะย้ำเตือน

 

 

 

“ตื่นแล้วเหรอ”

 

 

 

“...!!!”

 

 

 

“นี่ข้าวต้ม ทานสิ”

 

 

 

“เกิดอะไรขึ้นแก้ว?”

 

 

 

“ก็ทำตามสัญญาไง”  เธออมยิ้มพลางนั่งลงข้างๆผม แก้วดูเปลี่ยนไป...จนผมตกใจ นิ้วเล็กไล้ลามไปตามใบหน้าผมแล้วอยู่ดีๆ ริมฝีปากบางๆนั่นก็กดจุมพิตลงมาหนักๆบนแก้มของผม

 

 

 

“แก้ว...ทำอะไร!”

 

 

 

“ล้อเล่นน่า ไม่มีอะไรหรอก เมื่อคืนโทโมะเมามาก เขื่อนโทรมาบอกแก้วว่าโทโมะไม่ยอมกลับเลยให้แก้วช่วยเคลียร์หน่อยก็แค่นั้น...”

 

 

 

“แล้ว...แล้วเรื่องนั้น”

 

 

 

“ฮึ? เรื่องที่แก้วบอกว่าจะยอมเป็น ‘อะไรๆ’ ของโทโมะน่ะเหรอ ฮ่าๆ จะบ้าเหรอ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก เมื่อคืนแก้วแค่พาโทโมะมานอนที่นี่แล้วก็แค่เช็ดตัวให้...”  แก้วหลบสายตาผม ดวงตาสุกใสขี้เล่นเมื่อกี้จางหายไป แวบนึงที่ผมแอบเห็นความเศร้าสร้อยในดวงตาคู่นั้น

 

 

 

“ไม่มีอะไรแน่นะ...โทโมะไม่ได้ทำอะไรแก้วใช่มั้ย?”

 

 

 

“อื้ม...ไม่มีอะไรหรอก ใครจะไปยอมโทโมะล่ะ แก้วมีแฟนแล้วนะ ฮ่าๆ”  พอแก้วพูดแบบนั้นผมก็เลยนึกขึ้นมาได้ ใครจะไปทำเรื่องบ้าแบบนั้นได้ลงคอกัน แก้วเองก็มีแฟนอยู่แล้ว การที่จะมายอมผู้ชายคนอื่นไม่ใช่เรื่องที่สมควรเลย

 

 

 

 

แต่ทำไมผมรู้สึกว่าแก้วกำลัง...โกหก

 

 

 

ร่างกายของผมรู้สึกอบอุ่นอย่างแปลกประหลาดเหมือนคล้ายๆว่าเมื่อคืน...เธอกอดผม เราสองคนจูบกัน...แล้วผมก็ทำเรื่องบ้าๆแบบั้นกับแก้วลงไป ผม...ผมไม่รู้เลยว่าความจริงมันคืออะไรกันแน่! ผมเมามากจนคุมสติตัวเองไม่อยู่ แต่ก็พอจะรู้ว่าเมื่อคืนผมไม่ได้นอนนิ่งเฉยๆแบบตอนที่ตื่นขึ้นมา...ถ้าผมทำอะไรแก้วขึ้นมาจริงๆล่ะ จะทำยังไงดี!

 

 

 

 

“แก้ว...แน่ใจนะ”

 

 

 

“อือฮึ ไปอาบน้ำเถอะ”

 

 

 

“...”

 

 

 

“แก้ว...”

 

 

 

“ฮึ?”

 

 

 

“ถ้าเมื่อคืนโทโมะทำอะไรแก้ว...ขอโทษนะ”

 

 

 

“นี่ไม่เชื่อแก้วเหรอ?”

 

 

 

“เหมือนแก้วกำลังโกหก”

 

 

 

“แล้วคิดว่าไงอ่ะ”

 

 

 

“คิดว่าเราสองคน...”

 

 

 

“เป็นชู้กันนะเหรอ?”

 

 

 

“ฮะ?”

 

 

 

“เราเป็นชู้กัน”

 

 

 

“...”

 

 

 

“ฮะๆ เชื่ออีกแล้ว นี่...เมื่อคืนโทโมะเมาหนักขนาดนั้นจะมาทำอะไรแก้วได้ สบายใจเหอะ แก้วไปอุ่นข้าวต้มให้นะเย็นหมดแล้ว ไปอาบน้ำออกมาแล้วค่อยกิน”

 

 

 

            ผมสลัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ถึงแก้วจะบอกแบบนั้นผมก็ยังไม่วางใจ และจะวางใจกว่านี้ถ้าหากว่าสายตาผมไม่เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนผ้าปูที่นอนอันยับยุ่งนั่น พระเจ้า! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

 

 

 

“เมื่อคืนแก้วนอนข้างๆโทโมะหรือเปล่า?”

 

 

 

 

“แหงสิ แก้วไม่ถือหรอกนะแล้วก็ไม่ใช่นางเอกนิยายที่จะเสียสละย้ายตัวเองไปนอนโซฟาด้วย”

 

 

 

“แก้ว”

 

 

 

“ว่า?”

 

 

 

“ไม่ตลกแล้วนะ”

 

 

 

“เป็นไรไป?”

 

 

 

 

            ผมไม่ตอบแต่เลือกที่จะเดินหนีเข้าห้องน้ำไปมากกว่า แก้วโกหกผมหรือเปล่า ผมไม่รู้ ตอนนี้ผมสับสนจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ผมได้แต่ปล่อยความคิดของตัวเองให้เป็นอิสระ ปล่อยวางทุกอย่าง...ไม่หรอก บางทีมันอาจจะไม่เลวร้ายขนาดนั้น ผมอาจจะไม่ได้ทำอะไรแก้วก็ได้ มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง แก้วบอกเองว่าแก้วมีแฟนแล้ว แล้วคนสองคนก็ดูรักกันมากด้วย!

 

 

 

แก้วไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นระหว่างเราเป็นแน่!

 

 

 

“ไม่ทานอะไรก่อนเหรอ จะกลับเลยไง?”  แก้วร้องทักเมื่อผมจัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อย

 

 

 

“โทโมะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วตอนนี้ก็กำลังสับสนจนแทบบ้า...” ผมเดินเข้าไปหยุดยืนนิ่งๆตรงหน้าแก้ว วางมือทั้งสองข้างลงบนไหล่เล็กเพื่อตรึงให้แก้วหันมามองแค่ผมและพูดความจริงออกมา แต่รู้มั้ยแก้วทำยังไง...ผู้หญิงตรงหน้าปัดมือผมออกพลางหลบสายตาผม

 

 

 

แก้วทำแบบนั้นอีกแล้ว เธอไม่ต้องการให้ผมแตะต้องเธออีก!

 

 

 

“ช่วยบอกทีได้มั้ยว่าตอนนี้ระหว่าเรา...มันคืออะไรกันแน่”

 

 

 

“...”

 

 

 

“โอเค แก้วไม่ได้คิดอะไร แต่ที่ถามน่ะ...เพราะอยากรู้ว่าที่จริงแล้ว แก้วเคยรู้สึกอะไรบ้างมั้ย...”

 

 

 

“...”

 

 

 

“โทโมะใช่คำว่า ‘แค่เคย’ นะแก้ว เพราะตอนนี้รู้ดีอยู่แล้วว่าแก้วมีใคร ไม่ได้อยากจะเรียกร้อง ไม่ได้อยากจะรู้อะไรทั้งนั้น..”

 

 

 

“ไม่อยากรู้แล้วถามทำไม!” เสียงเล็กๆตอบกลับมาติดจะตวัดเสียงใส่ผมด้วยซ้ำไป

 

 

 

“ถ้าสมมุติว่าในอดีต...เคยมีใจให้กัน ช่วยพูดออกมาที...”

 

 

 

“...”

 

 

 

“ขอมีความสุขกับในอดีตก็ยังดีนะแก้ว ถึงตอนนี้จะไม่ใช่แบบนั้นแล้วก็ตาม...”

 

 

 

            มันเป็นเรื่องที่ทรมานใช่หยอกเลยกว่าที่ผมจะพูดแต่ละคำออกมาได้แบบนี้ ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆนะ ขอแค่รับรู้ว่าในอดีตผู้หญิงตรงหน้าเคยมีใจให้ผม ขอรู้แค่นั้นถึงตอนนี้มันจะไม่ใช่ ให้ผมได้มีความสุขบ้างสักนิดก็ยังดี อย่างน้อยก็ดีใจถ้ารู้ว่าแก้วรักผม...ก่อนที่จะรักเขา

 

 

 

“รู้แล้วจะไม่เจ็บเหรอ มันก็แค่คำว่า ‘เคย’ นะ” นัยน์ตากลมสวยจดจ้องมองผมนิ่งๆ และที่แก้วพูดแปลว่าเธอยอมรับว่าเมื่อก่อนหน้านั้น เธอรักผม แค่นี้ก็พอใจแล้วล่ะ

 

 

 

“ขอบคุณนะที่อย่างน้อย ก็ ‘เคยรัก’ กัน” ผมบอกแก้วแค่นั้นแล้วยิ้มออกมาพลางขยี้หัวเธอเบาๆ ราวกับผมยินดีเหลือเกิน แต่เธอจะรู้หรือเปล่าว่าข้างในมันกำลังเจ็บแปล๊บราวกับถูกไฟฟ้าช๊อต แค่คำว่าเคย คำเดียวทำเอาผมเป็นบ้าได้ถึงขนาดนี้

 

 

 

ผมสร้างกำแพงขึ้นในจิตใจ แสร้งทำเป็นยิ้มทั้งที่ใจกำลังร้องไห้

 

 

 

 

ผมไม่คิดว่าความรักจะเปลี่ยนคนๆนึงไปได้ถึงขนาดนี้ มันทำให้คนเรามีความสุขในขณะที่มันก็เผาผลาญจิตใจของเราได้อย่างง่ายดายเช่นเดียวกัน เมื่อแรกที่มันเข้ามาทักทาย...เรายิ้มให้กับมันและดึงมันเข้ามาโอบกอดไว้ แต่เมื่อมันหันกลับมาทำร้าย...เราก็มักจะผลักไสมันออกไปให้ไกลห่าง...ห่างได้เพียงเสี้ยวนาทีเราก็กลับไขว่คว้ามันกลับมาใหม่ โอบกอดมันให้แน่นกว่าเดิมทั้งที่มันร้อนผ่าวเหมือนกับเปลวไฟที่กำลังลวกลาม

 

 

 

 

อานุภาพความรักมันร้ายแรง แต่คนเราก็ยังไม่หยุดความรู้สึกรักนั้น

 

 

ไม่เข้าใจใครเลย ไม่เข้าใจความรัก...ไม่เข้าใจแม้แต่ตัวเอง

 

 

 

“...” ผมดึงร่างเล็กตรงหน้ามาดอบกอดไว้ให้แน่นที่สุด แก้วไมได้ขัดขืนอะไรผม นั่นทำให้ผมดีใจ ผมกอดร่างนั้นอยู่เนิ่นนานราวกับต้องการจะกักเก็บความอบอุ่นสุดท้ายของเอเอาไว้ในอ้อมแขน กอด...ทั้งที่รู้ว่าเธอมีเจ้าของ

 

 

 

แก้วเปรียบเสมือดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคมอยู่รอบด้าน ถึงกลีบดอกจะสวยงามหอมหวานแต่มันกลับพาความเจ็บปวดมาให้ผมทุกครั้งที่เด็ดดม ผมกำลังเจ็บปวดกับหนามแหลมที่กำลังบาดผิวเนื้อ...

 

 

หลังจากกอดแก้วจนแน่นเสร็จผมก็ผละตัวเดินจากมา

 

 

 

 

 

 

หลายวันต่อมา...

 

 

 

“ปวดมากมั้ยเนี่ย”

 

 

 

“อืม..ปะ...ปวด” ผมเห็นแก้วนั่งตัวงอเอามือกุมท้องตัวเองอยู่บนโซฟามุมหนึ่งของห้องซ้อมโดยมีฟางคอยถามไถ่อาการ  เห็นแบบนั้นลึกๆแล้วก็อดห่วงไม่ได้ ไม่ใช่ไม่อยากเดินเข้าไปถาม ไม่ใช่ไม่เป็นห่วง แต่ผม...ไม่อยากอยู่ใกล้ ผมควรรักษาระยะห่าง

 

 

 

มันไม่มีอีกแล้วแววตาคู่หวานที่ทำให้ผมนอนหลับฝันดี...ต่อจากนี้คงจะมีแต่แววตาเฉยชาอย่างคนไม่รู้จักกันส่งผ่าน

 

คงไม่มีอีกแล้ว...

 

 

 

“เพิ่งเป็นวันแรกหรือไงถึงได้ปวดขนาดนี้ ยัยบ๊องเอ๊ย! ยาก็ไม่พก”

 

 

 

“...อะ...อืม” แก้วตอบรับเสียงแผ่วอย่างไม่มีอะไรจะเถียง จากนั้นฟางก็เดินออกมาเหมือนจะไปเอายาให้เพื่อนสนิทที่นั่งตัวงออย่างทรมาน

 

 

 

“ฟาง” ผมเรียกฟางไว้เมื่อเธอกำลังจะเดินผ่านหน้าไป เจ้าตัวหันมาทางผมด้วยท่าทีสงสัย

 

 

 

“มีไรเหรอโทโมะ”

 

 

 

“แก้ว...เป็นอะไร?”

 

 

 

“อ๋อ! ปวดท้องน่ะ เป็นวันนั้นของเดือน ฉันไปเอายาให้ยัยแก้วก่อนนะ”

 

 

 

“เดี๋ยว...”

 

 

 

“หือ?”

 

 

 

“เป็นวันแรกเหรอ”

 

 

 

“เห็นยัยแก้วบอกว่าแบบนั้นนะ”  หัวใจของผมเต้นตุบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความสับสนตีรวนขึ้นมาในสมองอีกครั้ง ทุกเหตุการณ์คืนก่อน...ผมพยายามประมวลผลในสมองที่กำลังวุ่นวาย นี่มันเรื่องอะไรกัน ตกลงความจริงมันคืออะไรกันแน่!

 

 

 

“ไม่มีอะไรแล้วใช่ป่ะ ฉันไปเอายาก่อนนะ”  ผมไม่ได้ตอบรับอะไรฟางออกไป ตอนนี้รู้สึกสับสนจนแทบจะเป็นบ้า คืนนั้น...วันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ที่รู้ๆ...แก้วกำลังโกหก!

 

 

 

 

 

 

“ฮะๆ เชื่ออีกแล้ว นี่...เมื่อคืนโทโมะเมาหนักขนาดนั้นจะมาทำอะไรแก้วได้ สบายใจเหอะ แก้วไปอุ่นข้าวต้มให้นะเย็นหมดแล้ว ไปอาบน้ำออกมาแล้วค่อยกิน”

 

 

                ผมสลัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ถึงแก้วจะบอกแบบนั้นผมก็ยังไม่วางใจ และจะวางใจกว่านี้ถ้าหากว่าสายตาผมไม่เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนผ้าปูที่นอนอันยับยุ่งนั่น พระเจ้า! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

 

 

 

 

 

บนผ้าปูที่นอนข้างขวาของผมเปื้อนเลือดนิดๆ

 

ผมคิดว่าวันนั้นแก้วเป็น ‘วันนั้น’ ของเดือน...

 

 

 

 

 

แล้วนี่มันคืออะไรกัน!

 

 

 

 

“แก้ว!” ผมรีบตรงเข้าไปหาร่างนั้นก่อนจะฉุดข้อมือเล็กๆให้เดินตามออกไปข้างนอกทันที ไม่มีแม้แต่เสียงขัดขืน ไม่มีแม้แต่การถามไถ่ เจ้าตัวได้แต่ทำหน้าเนือยๆก่อนจะทรุดลงกุมท้องแสดงให้เห็นถึงอาการปวดจัด

 

 

 

“...”

 

 

 

“ขอโทษที่ลากออกมาแบบนี้ แต่ถ้าวันนี้ไม่ได้รู้...โทโมะคงขาดใจตาย”

 

 

 

“มีอะไรอีกเหรอ” แก้วถามผมเสียงหอบ แววตาสวยๆหล่อลื่นไปด้วยน้ำใสๆแพรวพราว

 

 

 

“คืนนั้น..”

 

 

 

“ไม่มีอะไร” เจ้าตัวตอบปฏิเสธผมทันที คงรู้สินะว่าผมหมายถึงเรื่องอะไร

 

 

 

“โกหก!”

 

 

 

“โกหกอะไร” แก้วหลบสายตาผม ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรงก่อนที่ใบหน้าสวยหวานจะเบี่ยงหนีผมไปอีกทางราวกับเด็กที่ถูกจับได้ว่าทำความผิดเอาไว้

 

 

 

“คืนนั้น...เราสองคนเป็นอะไรกัน”

 

 

 

“...”

 

 

 

“พูดความจริงนะแก้ว อย่าโกหก..”

 

 

 

“ฮึ” ร่างเล็กแค่นหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะนิ่งเงียบไปนานสองนาน ผมไม่รู้หรอกว่าแก้วรู้สึกยังไง บางทีเธอก็ทำเหมือนว่ายังรู้สึกดีๆกับผมอยู่ บางครั้งก็ทำเหมือนหมดใจและเกลียดขี้หน้ากัน บางครั้งก็ทำเฉยชาจนผมรู้สึกอ้างว้าง...

 

 

 

ให้ตาย...เหมือนลมหายใจของผมมันกำลังแผ่วลงทุกที

 

 

 

“ว่าไงแก้ว”

 

 

 

“อันนี้...ก็ไม่รู้สินะ”

 

 

 

“...”

 

 

 

“คิดเอาเอง โตแล้ว” แก้วยิ้มให้ผมจางๆก่อนจะหันหลังเตรียมเดินหนีผมไป

 

 

 

            และเป็นผมนี่แหละที่ตามไปกอดร่างนั้นเอาไว้ ถึงได้รู้ว่าเวลานี้แก้วกำลังร้องไห้ตัวโยน ในตอนนี้ที่ไม่มีเขา แก้วเป็นของผม...ในตอนนี้ที่ไม่มีใคร เธอคือของผม...ในเวลานี้ผมเห็นแก่ตัว แต่ยังไงแก้วก็เป็นของผม ถึงจะเป็นได้แค่ ‘ชู้’ ก็ตาม...

 

 

 

“แก้วเคยคิดว่า เราสองคนอาจจะเหมาะกับการเป็นเพื่อนกันมากกว่า แต่แก้วคิดผิด...ความรู้สึกแก้วไม่ได้บอกแบบนั้น แต่ถึงจะรู้สึกอะไรไปมากกว่าเพื่อนแต่ก็คงเป็นมากกว่านี้ไม่ได้ โทโมะ...แก้วมีคนที่แก้วรักแล้ว”

 

 

 

“...”

 

 

 

“แต่แก้วก็ยังลืมเรื่องของเราไม่ได้ซะที”

 

 

 

“...”

 

 

 

“ไม่สิ ลืมโทโมะไม่ได้ซะที”

 

 

 

“...”

 

 

 

“แก้วคิดว่าพี่ป้องคือรักแรกของแก้วที่มีตัวตน รู้ใช่มั้ยว่าแก้วไม่เคยคบใครแบบนี้มาก่อน...เขาคือแฟนคนแรก แม้จะไม่ใช่คนแรกที่แก้วรัก แต่ตอนนี้เขากำลังจะใช่...”

 

 

 

“...”

 

 

 

“ถ้าโทโมะไม่กลับมา แก้วคงรักเขาหมดใจไปนานแล้ว”

 

 

 

“...”

 

 

 

“กลับมาทำไม!”

 

 

 

“...”

 

 

 

“แก้วถอยห่างออกมานานแล้วตั้งแต่เรื่องของผู้หญิงคนนั้น พยายามแล้วที่จะไม่คิดอะไร ยอมรับว่าแก้วก็ประชดเหมือนกัน ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าเธอเป็นแฟนโทโมะ แก้วก็โอเค...จะพยายามไม่ยุ่งอะไรอีก แล้วโทโมะล่ะ  ทำไมต้องมาทำดีใส่ ทำไมต้องโทรหา ทำไมต้องเป็นห่วงแก้วนู่นนี่ แก้วจำได้ว่าแก้วมีแฟนแล้วนะ...”

 

 

 

 

“...”

 

 

 

“แต่สิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตแก้วก็คือ...การที่แก้วโทรกลับไป กลับไปคุยกับโทโมะทั้งที่พยายามอยู่นานที่จะหลีกเลี่ยง รู้มั้ยว่าระหว่างเราตอนนั้นมันไม่เหมือนเดิมเลย แก้วพยายามหลบหน้าโทโมะ...แต่ก็โง่พาตัวเองไปเจออยู่ได้ แก้วมันโง่ที่สิ้นคิดแบบนั้น”

 

 

 

“...”

 

 

 

“แก้วสะใจเวลาที่พี่ป้องมารับที่นี่แล้วเห็นแววตาเจ็บปวดของโทโมะ แก้วดีใจที่เห็นโทโมะทำหน้าเย็นชาแล้วบอกว่าไม่เป็นอะไร แก้วสะใจ ดีใจที่สุด! ที่เห็นโทโมะเสียใจ เพราะเวลาที่ผู้หญิงคนนั้นลงรูปคู่กับโทโมะ ไปเที่ยวกันสองต่อสอง ทำอะไรให้กันแบบคนรักเขาทำแล้วจงใจให้แก้วเห็น แก้วก็เสียใจ!”

 

 

 

“...”

 

 

 

“เขาตีสนิท เขาพยายามคุยกับแก้วเหมือนเพื่อนคนนึงทั้งๆที่แก้วรู้ว่านั่นมันคือแผน...ที่จะทำให้แก้วลำบากใจ ถ้าแก้วสนิทกับเขานั่นก็เท่ากับว่าแก้วไม่มีสิทธิ์หักหลังเขาเรื่องโทโมะ แก้วจะไม่มีสิทธิ์แสดงความรู้สึกให้โทโมะได้รับรู้เพราะเขาทำเหมือนกับว่าเขากับแก้วเราสนิทกันดีแล้ว...”

 

 

 

“...”

 

 

 

“พอเหอะ พูดไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว โทโมะก็เลิกกับเขาแล้วนี่ แต่ตอนนี้แก้วยังไม่เลิกกับพี่ป้อง ถ้าจะเป็นมากกว่าเพื่อน...แก้วก็ให้ได้แค่ชู้”

 

 

 

“ขอโทษที่ทำให้แก้วสับสนวุ่นวายมาตลอด แต่โทโมะเชื่อว่าแก้วยังไม่เกลียดโทโมะหรอกใช่มั้ย...”

 

 

 

“...”

 

 

 

“ถ้าไม่ใช่ แก้วจะไม่ยืนนิ่งให้กอดแบบนี้หรอก” ผมกระซิบชิดแก้มใสเบาๆ ในขณะที่หมุนร่างนั้นให้เข้าหาผมช้าๆ ผมยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวเพียงเพราะไม่อยากเสียแก้วไป ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนผมก็เต็มใจยอมรับทั้งนั้น

 

 

 

 ผมค่อยๆเลื่อนริมฝีปากกดลงบนริมฝีปากบางเบาๆ ลมหายใจร้อนผ่าวที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่างเผาผลาญสติผมจนวอดวาย ถึงแฟนคนแรกของแก้วจะเป็นเขา แต่ ‘คนแรก’ ของเธอคือผม เขาได้หัวใจ ได้ฐานะทางสังคม ผมได้อะไร...นอกจากตัว

 

 

 

แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยไม่ใช่เหรอ อย่างน้อยถ้าได้ใจมาไม่หมด มันก็น่าจะมีสักครึ่งที่เพียงพอเหลือ

 

 

ผมขอแค่นั้นก็ได้นะ ถ้าแก้วยังอยู่กับผมแบบนี้

 

 

 

 

 

 

“ตกลง...เราจะเป็นแค่ชู้กัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ถ่ายรูปกัน” ผมเลื่อนไปนั่งใกล้ๆแก้วพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดชื่นบวกกับรอยยิ้ม นั่นไม่ใช่เพราะผมเสแสร้ง แต่ผมกำลังทำหน้าที่ของตัวเองต่างหาก

 

 

 

ชู้คือคนที่อยู่ในที่ลับ...

 

 

 

เพราะฉะนั้นเวลาอยู่ต่อหน้าทุกคน เราก็ควรจะปฏิบัติตัวเหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง ?

 

 

 

“มาดิ” แก้วหันมายิ้มให้กล้องก่อนที่ผมจะกดถ่ายภาพที่ได้ก็คือภาพคู่ของผมกับแก้วหลังจากเล่นคอนเสิร์ตเสร็จเรียบร้อย ถึงจะมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของเราหากแต่ความเศร้าในแววตายังคงเจือจาง

 

 

 

แล้วผมจะแคร์อะไรล่ะ...ในเมื่อคืนนี้แก้วเป็นของผม

 

 

 

ขอบคุณที่เวลาอยู่กับผม แก้วทำให้ผมมีความสุข ดวงตาคู่นั้นทอดความอ่อนหวานมาให้เสมอแม้ผมจะรู้ว่าแก้วก็ทำแบบนี้กับคนของเธอเหมือนกัน

 

 

 

 

ถึงจะสะท้านไปทั้งหัวใจเหมือนโดนแผ่นดินไหวโยกคลอน 

ถึงจะเจ็บแสบเหมือนฟ้าผ่าลงตรงกลางหัวใจ

ถึงลมหายใจจะแผ่วลงคล้ายคนกำลังจะจมน้ำตาย

 

 

 

 

ผมแค่อยากทำวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้แก้วจะอยู่กับผมแบบนี้ต่อไปหรือเปล่า บนเตียงสีขาวจะมีภาพวาดของเธอนอนคู้เหมือนเด็กขี้เซาในเช้าวันต่อไปอีกหรือไม่ หรือผมจะต้องนอนจูบผ้าผืนที่เธอเคยนอนทาบทับอย่างเดียวดาย มีเพียงกลิ่นหอมจางๆจากตัวเธอติดตรึง แค่นั้น...ไม่รู้เลยว่าวันสุดท้ายของเราจะเป็นยังไง อาจจะเป็นผมที่เจ็บเจียนตายอยู่คนเดียว

 

 

 

 

แต่สุดท้าย...แก้วก็คือคนที่ผมรักอยู่ดี

 

 

 

ยอมเจ็บ...เพื่อแลกกับรัก

 

 

 

 

 

 

-THE END-

 

 

 


 

นี่เป็นตอนสุดท้ายสำหรับปิดเทอมนี้น้า หลังจากนี้นุกคงไม่ได้อัพบ่อยมากนัก ขอพักอ่านหนังสือสอบ

 

ก่อนน้า ถ้าสอบติดเมื่อไหร่ สัญญาจะมาอัพให้ทจ็ดวันรวดเลย :D เดี๋ยวเวลาว่างนุกจะแต่งเรื่องเก็บไว้

 

แล้วมาทยอยอัพวันไหนที่ว่าง นุกอาจจะเข้ามาอ่านบ้าง แต่คงไม่ได้ อัพ ถ้าอัพก็คงเสา-อา. ไรงี้ แต่

 

สัญญาว่าจะกลับมาแน่นอน เจอกันก็ทักกันบ้าง ไม่กัดน้า นา นาาา5555555555 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.9 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9.8 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.8 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา