Fic Naruto พันธสัญญาสีดำ ความเศร้า ความรัก ภาค1

9.3

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 07.27 น.

  71 ตอน
  68 วิจารณ์
  32.69K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 15.46 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

3) บทที่2 เดินทางไปแคว้นยูกิ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

ทางด้านซากุระ

เด็กสาวหลังจากกลับมาบ้านเอาแต่นอนครุ่นคิดอยู่บนเตียงนุ่มสีเขียวอ่อนและพึมพำเบาๆ

…อะไรน่ะ ไวท์จะดื่มตัวเองได้ยังไงเป็นไปไม่ได้..

แต่ในระหว่างคิดก็ถูกเรียกโดยป้าของเธอ

”ซากุระ มาทำกับข้าวให้ป้าหน่อย”

” ค่า จะลงไปเดี๋ยวนี้ค่า”

ก่อนจะพึมพำเบาๆ”เอาเถอะค่อยๆคิดก็แล้วกัน”

เด็กสาวไม่รอช้ารีบลงมาที่ครัวทันที พฤติกรรมการทำครัวของเด็กสาวนั้นได้อยู่ในสายตาของชายหนุ่มผมดำนาม ซาสึเกะหมด

ทางด้านซาสึเกะ

ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยพลางคิด

..เป็นแม่ศรีเรือนจริงๆที่รักของฉัน..

เขานั่งนั่งมองหญิงสาวผู้เป็นที่รักของเขาจากบนต้นพลับห่างจากบ้านของเด็กสาวพอสมควร ชายหนุ่มกำลังจินตนาการว่าเธอกำลังนำข้าวปั้นมาป้อนเขาถึงปากของเขา เขาฝันมาตลอดว่าจะมีชีวิตที่สงบอยู่ด้วยกันกับเธอแต่แล้วความคิดของเขาก็ถูกขัดขึ้น

”ซากุระกับข้าวเสร็จรึยัง”

”ค่า วันนี้มีข้าวปั้นสมุนไพรและของหวานก็เป็นลูกแพรหวานค่ะ”

ซาสึเกะนั่งดูอยู่นานจนใกล้ค่ำ

…แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมาใหม่นะที่รัก…

ชายหนุ่มหายตัวไปราวอากาศธาตุ

ทางด้านซากุระ

…ทำไมรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองเราตั้งแต่ทำกับข้าวแล้วนะ คงคิดไปเองมั้ง…

”เป็นอะไรรึเปล่า”

”เปล่าค่ะ เอ่อ ป้าค่ะ หนูถามอะไรหน่อยสิ”

“ว่ามาสิ”

“พ่อของหนูเขาเป็นคนยังไงเหรอค่ะ”

ฮารุยทำสีหน้าปั้นยาก

”ก็ จะพูดยังไงดีล่ะ เขาเป็นคนเก่งที่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่ตัวเองชอบล่ะนะ”

“จริงเหรอค่ะ”

เด็กสาวรู้สึกตื่นเต้นไม่นึกว่าพ่อตัวเองนั้นจะเป็นคนยังงี้

”ใช่แล้วล่ะซากุระ”

”โห งั้นพ่อคงเนื้อหอมและเก่งมากเลยล่ะ”

”นั่นก็จริงนะป้าจะเล่าให้ฟังล่ะกันนะ…เมื่อก่อนน่ะพ่อเราเขาเป็นเด็กฉลาดมากเลยแหละเป็นที่ชื่นชอบของคุณครูและเพื่อนๆในวัยเดียวกัน แต่ว่า…”

“แต่ว่าอะไรเหรอค่ะ”

“ก็เป็นที่น่าหมั่นไส้ของพวกนินจารุ่นพี่เลยทีเดียวล่ะ มีครั้งหนึ่งที่ท่านรุ่นสามออกมาเห็นเลยชมใหญ่เลยแหละตอนนั้นท่านพูดว่า’โตแค่ห้าขวบแต่เก่งมากกว่าเกะนินซะอีก’พวกเกะนินพวกที่หมั่นไส้พ่อเราก็รุมทำร้าย ดีที่ป้ากับเพื่อนไปช่วยได้ทันตอนนั้นสะบัดสะบอมเอาเรื่องแต่ไม่สาหัสอะไรแค่ฟกช้ำดำเขียวและแขนขวาเดาะ แต่นั้นก็ทำให้แค้นอาฆาตพวกนั้นมากเลยล่ะ”

”เหรอค่ะแล้วพ่อเขาล้างแค้นพวกนั้นรึเปล่าค่ะ”

“ก็โอกาสเริ่มอำนวยสามปีต่อมา ท่านรุ่นสามอยากให้พ่อเราสอบจูนินตอนนั้นปู่กับย่าเราค้านหัวชนฝาเลยล่ะ แต่ก็จำยอมเลยเพราะท่านรุ่นสามขอทั้งที่เพราะอยากเห็นฝีมือ ตอนนั้นเขาก็เจอกับอุจิวะ โซระตอนนั้นยัยนั้นอายุห่างกับพ่อเราตั้งห้าปีแต่เราดันชอบเอามากๆเลยล่ะเพราะได้อยู่ทีมเดียวกัน หลังจากนั้นพอผ่านข้อสอบข้อเขียนและด้านป่ามรณะกว่าจะออกจากป่าชิงคัมภีร์ได้ตั้งสามวัน รอบสามเป็นคัดเลือกไปรอบชิงโดยการต่อสู้ตอนนั้นพ่อเราถูกจับคู่กับ1ใน2เกะนินที่เคยแกล้งเขา”

”ผลเป็นอย่างไงเหรอค่ะป้า”

”รายนั้นโดนพ่อเราอัดซะน่วมปางตายดีนะที่กรรมการห้ามไว้ไม่งั้นเจ้านั่นได้ช้ำในตายแน่เรียกได้ว่าทบต้นทบดอกชำระหนีแค้นครบเซ็ตเลย”

ฮารุยนึกย้อนไปสี่สิบปีก่อนตอนเป็นจูนินแล้วแอบมาดูน้องชายแข่งเข้ารอบชิงในตอนนั้นเป็นแบบตัวต่อตัวการต่อสู้ในตอนนั้นน้องชายของเธอเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะตัวเล็กกว่าเพราะสูงแค่145เอง

’ตุ้บ!!/แค่กๆ’

ร่างเล็กของฮารูชิถูกคู่ต่อสู้เตะกระเด็นจนร่างเล็กกระแทกกับกำแพงสนามแข่งจนกระอักเลือดออกมา

’ไง ไอ้เด็กอ่อนเด่นนักนะแก’

คู่ต่อสู้หยิบมีดคุไนหมายจะจัดการเด็กชายตรงหน้า ภาพนั้นทำให้ฮารุยแทบอยากจะปิดตาแต่ก็ภาวนาขอให้น้องชายพลิกสถานการณ์ได้

’ชิ้ง!/เคร้ง!’

มีดคุไนถูกดาบยาวคู่ที่ยังไม่ถอดออกจากฝักดาบของน้องชายที่หยิบออกมาจากคัมภีร์นินจา ปัดออก ’ตาผมล่ะครับ’ ฮารุชิพูดพลางเหยียดยิ้มชวนเสียวสันหลังจนฮารุยรู้สึกได้ เด็กหนุ่มวัยแปดปีออกตัวหมายจะฟันคู่ต่อสู้ตรงหน้าทำให้คู่ต่อสู้นั้นตกใจตั้งรับไม่ทันเลยโดนดาบคู่ตีหน้าเต็มแรงก่อนจะกระหน่ำด้วยการฟาดหลังซ้ำตีซ้ำอีกหลายทีแล้วตบท้ายด้วยฮารุชิกระโดดยืนบนหลังอีกฝ่ายเต็มแรงจนกระอักเลือดขอยอมแพ้

’แค่กๆหยุดเถอะยอมแพ้แล้ว หยุดเถอะ ขอร้องล่ะ’

ทว่าสายตาของฮารุชินั่นมีแต่ความเย็นชา

’สายไปแล้วล่ะครับ ทีรุ่นพี่รุมรังแกเด็กห้าขวบ สองรุมหนึ่งแถมอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าตั้งห้าปีซะด้วย /ตุ้บ/อ้ากกกกกกก’ฮารุชิกระทืบเท้าขวาลงบนหลังอีกฝ่ายเต็มแรง

’ทีงี้มาขอความเมตตามันน่าซ้ำให้ตาย’

’นี่เธอหยุดได้แล้ว’

กรรมการคุมแข่งรีบมาหยุดการแข่งก่อนที่จะเกิดเหตุร้ายแรง

’ผู้ชนะ ฮารุโนะ ฮารุชิ’

”ป้าค่ะ ป้าเล่าต่อสิค่ะ” เสียงหลานสาวได้เรียกสติฮารุยทำให้เธอหลุดจากภวังค์

ฮารุยจึงตัดบท“อ่ะจ๊ะไว้เล่าพรุ่งนี้ล่ะกันป้าง่วง”

”เหรองั้นหนูอยากรู้ว่าพ่อเขามีหนังสือที่ชอบอ่านบ้างรึเปล่าค่ะ”

”อ้อ มีนะอยู่ในห้องพ่อเขาน่ะอยู่ใต้หมอนน่ะป้าไม่ได้เอาออกเล่มนั้นพ่อแก รักมาก”

”ค่ะป้าไปนอนเถอะ”

”ป้านอนล่ะ”

พอผู้เป็นป้าขึ้นห้องไปนอนแล้วเด็กสาวล้างจานก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องของ พ่อ ภายในห้องนั้นสะอาดเป็นระเบียบเพราะป้ามักจะมาทำความสะอาดเป็นประจำ ร่างบางมองตรงไปที่เตียงตั้งที่เคยเป็นที่นอนของพ่อกับแม่ด้วยแววตาเศร้าสลดตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยเจอพ่อกับแม่เลยเคยเห็นแต่ในรูปเท่านั้น มือเรียวสวย ล้วงเข้าใต้หมอนก็พบหนังสือที่เธอค้นหามันเป็นหนังสือเล่มไม่หนามากแต่ก็ได้รับการรักษาอย่างดีปกหนาสีดำลายอักขระสีขาวหน้าปกมีรูปยูนิคอร์น

‘ยูนิคอร์นตัวสุดท้าย’

เด็กสาวไม่รอช้าเปิดหน้าคำนำของหนังสือ

’กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคตอนที่ยูนิคอร์นได้หายสาบสูญไปจากโลก โดยไร้สาเหตุ แต่ยังโชคดีที่ยังมียูนิคอร์นเหลืออยู่บนโลกที่ใครๆก็ขนานนามมันว่า ยูนิคอร์นตัวสุดท้าย ที่ต่อมาได้เป็นการผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่’

”อืม ก็ไม่เลวแฮ่ะ”

เด็กสาวเริ่มอ่านต่อในบทนำ

’ในป่าแห่งหนึ่งที่เงียบสงบ เสียงฝีเท้าม้าสองตัวได้วิ่งผ่านโดยมีสุนัขล่าเนื้อนำทาง พรานสองพ่อลูกนั่งม้ามา พรานผู้เป็นพ่อเริ่มเปรยกลับลูกชาย

…ข้าไม่ชอบบรรยายกาศแบบนี้เลย ในป่าแถบนี้มียูนิคอร์นอาศัยอยู่ทำให้พวกสัตว์ป่านั้นมีเวทย์มนต์ส่วนมากจะใช้เพื่อพรางตัว…

ลูกชายนึกสงสัยจึงหันมาถามพ่อ

…ยูนิคอร์นเหรอ มันมีจริงเหรอ ข้าคิดว่ามันมีแต่ในนิทานซะอีกข้าว่าป่าแห่งนี้ก็เหมือนกับที่อื่นๆน่ะน่า…

ผู้เป็นพ่อจึงย้อนถาม…งั้นทำไมถึงไม่มีฤดูร้อนหรือหิมะตกที่นี้เลยล่ะฮะ ข้าอยากจะบอกให้เจ้าไว้นะ ตราบใดที่ป่าแถบนี้ยังมียูนิคอร์นปกป้องอยู่ เราจะไม่มีเกมส์อะไรให้ล่าอีกเลย…

ลูกชายเริ่มเชื่อจึงพูดตัดบททันที…กลับกันเถอะไปล่าที่อื่นดีกว่า…

ผู้เป็นพ่อเห็นด้วยจึงตกลงก่อนที่ทั้งคู่จะควบม้ากลับผู้เป็นพ่อหันมาเอ่ย

…อยู่ตรงนั้นแหละ เจ้าตัวประหลาด ซ่อนตัวซะก่อนจะถูกจับ โลกนี้ ไม่มีที่สำหรับเจ้าแล้ว อยู่ปกป้องพวกพ้องซะ ขอให้โชคดีนะเจ้าตัวสุดท้าย…

ว่าแล้วพรานสองพ่อลูกก็ควบม้าจากไป แต่มีบางสิ่งที่จ้องมองพรานสองพ่อลูกจนลับสายตาร่างนั้นค่อยๆก้าวออกมาจากป่าทึบเป็นร่างของม้าสีขาว บริสุทธิ์ ท่าทางสง่างามมีเขาสีเงินที่หมุนเป็นเกลียวอยู่กลางหน้าผากดวงตาสีน้ำเงินกลมโตคู่สวยของยูนิคอร์น สลดลงพลางรำพันกับตัวเอง

…ข้าคือยูนิคอร์นตัวเดียวที่นี้ ตัวสุดท้ายเหรอ แล้วตัวอื่นๆล่ะอยู่ที่ไหนล่ะ หรือว่าอาจจะถูกฆ่า เป็นไปไม่ได้พวกเราเป็นอมตะยืนยงดุจท้องฟ้าและพระจันทร์ ทำไมล่ะ ทำไม…

ลมเย็นๆได้พัดมา ขนสีขาวบริสุทธิ์ของยูนิคอรน์สาวได้พลิ้วไสวไปตามลม

ยูนิคอร์นสาวเหม่อมองออกไปบนท้องนภายามราตรีที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ พลางคิด

…ข้าไม่ควรออกป่าเลย แต่ข้าก็อยากรู้ว่าข้าไม่ใช่ ยูนิคอร์นตัวสุดท้าย ข้าอยากรู้ว่าพวกพ้องของข้าอยู่ที่ใด ทำไมสวรรค์ถึงกลั่นแกล้งข้า ทำไมข้าถึงไม่เจอตัวอื่นๆเลยล่ะ…

”ปึก!!”

เด็กสาวปิดหนังสือทันทีเพราะว่าเริ่มรู้สึกง่วงมาก ซากุระอ่านหนังสือนานพอดูเลยหยิบนาฬิกาในกระเป๋ามาดูเวลา

”ห้าทุ่มแล้วแฮะ นอนดีกว่า”

เด็กสาวเก็บหนังสือไว้ที่เดิมแล้วออกจากห้องไปห้องนอนของตน

ทางด้านกลุ่มเหยี่ยว

หลังจากที่ซาสึเกะแอบดูซากุระแล้วเขาก็กลับมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่โทบิได้อธิบายเรื่องที่ซาสึเกะไปสูดอากาศ

”ซาสึเกะ/ท่าน ซาสึเกะค่า”

คารินและซายะต่างตะโกนเรียกแล้ววิ่งไปกอดแขนซ้ายขวาแต่ก็โดนซาสึเกะสะบัดออกอย่างไม่ใยดีทำให้ทั้งคู่ล้มก้นจ้ำเบ้า

”เจ็บจัง คารินเจ็บนะค่ะท่านซาสึเกะ”

ซายะไม่อ้อนเพราะไม่อยากเจ็บตัว(กลัวซาสึเกะ)

”ฉันจะพักมีอะไรค่อยรายงานพรุ่งนี้”

ว่าแล้วซาสึเกะก็ล้มตัวนอนพิงต้นไม้โดยไม่สนใจใคร ซุยเงสึบ่นใส่

”นี่กะไม่ฟังรายงานเลยรึไงวะ”โทบิพูดขึ้น

”บอกฉันก็ได้”

ซายะจึงรายงาน

”ดูเหมือนว่ายัยนี่จะลาพักจากงานนะก็น่าจะประมาณเดือนหนึ่งแต่ดูจากประวัติแล้วยัยนี่ไม่เคยลาพักนานขนาดนี้เลยฉันว่ามันน่าสงสัย”

โทบิจึงถาม

”สงสัยรึ”

”ใช่ คนที่เป็นนินจาแพทย์น่ะไม่น่าจะได้หยุดยาวขนาดนี้เลย ยัยนี่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นโรคอะไรเลยด้วยแต่รุ่น5ก็ให้ยัยนี่ลาหยุดยาวอีก ถึงจะเป็นคนสนิทอย่างไงก็ไม่น่าจะให้หยุดยาวขนาดนี้ มันน่าสงสัย”

ซาสึเกะขมวดคิ้วคิดอยู่พักใหญ่ก่อนจะพูดขึ้น

”เอางี้ พรุ่งนี้พวกเราจะคอยพลัดกันจับตาดูยัยนั่น ถ้ามีอะไรผิดสังเกตให้มารายงานที่ฉัน”

”ตกลง/รับทราบค่า/โอเค”

”งั้นทุกคนพักผ่อนก่อนเถอะ”

โทบิสรุป ทั้งหมดต่างหามุมพักผ่อนโดยที่ซาสึเกะได้แยกไปนอนอีกที่เพราะไม่อยากให้คารินและซายะมารบกวนตอนหลับ

รุ่งเช้า ณ บ้านของซากุระ

ร่างบางของเด็กสาวผมสีซากุระนอนอยู่บนเตียงนุ่มอย่างสบายใจโดยไม่นานเสียงของนกน้อยที่ส่งเสียงแข่งกันนั้นทำให้เธอตื่นขึ้น ร่างบางบิดขี้เกียจไปมาสองสามที

”ซากุระ กินข้าวได้แล้วลูก”

เด็กสาวขานรับ

”ค่า”

ซากุระเดินเข้าไปแปรงฟันล้างหน้า มือบางเอื้อมไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวมาซับใบหน้าพลางส่องกระจก

”…สัญญา…”เสียงแห้บทุ้มของชายชราดังขึ้น

”อ๊ะ”

เสียงปริศนาทำให้เด็กสาวตกใจหันหลังไปมอง ก็ไม่พบอะไรจึงตัดสินใจลงไปทานข้าวเช้า

“อ้าวซากุระนอนไม่พอรึไงนะหน้าซีดเชียว”

เด็กสาวส่ายหน้า

”ไม่มีอะไรค่ะ อ้อ หนูอิ่มแล้วเดี๋ยวหนูขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนนะ”

ฮารุยอดไม่ได้ที่แซว

”ฮั่นแน่ชอบอ่านหนังสือของท่านปู่ด้วยเหรอ เล่มนั้นน่ะเป็นของที่ท่านปู่มอบให้พ่อเราเชียวนะรักษาดีๆล่ะป้าไปจ่ายตลาดก่อนนะ”

”ค่ะ”

ซากุระรีบวิ่งขึ้นมาบนห้องนอนของพ่อกับแม่แล้วหยิบหนังสือมาอ่านอีกครั้งเธอไล่หน้ากระดาษไปจนกระทั่งเธอเจอหน้าที่เธออ่านค้างไว้

…ยูนิคอร์นสาวนอนทบทวนความคิดของตนอยู่เนินนานจนกระทั่งมันได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาดแล้วว่าจะออกตามหาพวกพ้องของตน ทางออกจากป่าเหล่าสัตว์ทั้งหลายได้มารออยู่เพื่อห้ามไม่ให้ยูนิคอร์นสาวจากไป แต่ว่ามิอาจห้ามการตัดสินใจของยูนิคอร์นสาวได้ ยูนิคอร์นสาวตัดสินใจเด็ดขาดจึงเร่งฝีเท้าออกจากป่าทันที

…ข้าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด…

วันเวลาผ่านไป

หลายวัน เจ้ายูนิคอร์นสาวก้ยังหาเบาะแสของพวกพ้องตนไม่เลย มันรู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อเห็นต้นไม้ใหญ่อยู่ไม่ไกลด้วยความเหหนื่อล้าเจ้ายูนิคอร์นสาวจึงล้มตัวนอนใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยความอ่อนล้า

“ปึก!”

ซากุระตัดสินใจปิดหนังสือเล่มหนาทันที ก่อนจะบ่น

”เยอะจังเลย - 3 – สามวันจะอ่านหมดไหมนะ”

เด็กสาวคิดในใจ

…ไม่นึกเลยว่าพ่อเรานี่ชอบอ่านหนังสือแบบนี้ด้วยแฮะ…

”ออกไปเดินเล่นดีกว่าร่างบางลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเก็บหนังสือเข้าที่เดิม เธอกลับที่ห้องแล้วหวีผมให้เรียบร้อยก่อนออกจากบ้านโดยไม่ลืมที่จะหยิบกระเป๋าตังค์ของตนมาด้วย(ไม่งั้นเดี๋ยวไม่มีตังค์กินขนม อิ อิ:ซากุระ)

ซากุระตัดสินใจไปที่ห้องพักที่หอพักนินจาแพทย์ความจริงเธอเองก็มีบ้านอยู่แต่เพราะว่าบางครั้งตัวเธอมีงานรักษาคนไข้ที่โรงพยาบาลบางครั้งก็ถูกเรียกตัวมากลางดึกทำให้ต้องมาเช่าหอพักใกล้โรงพยาบาลเพื่อความสะดวกโดยวันหยุดเธอก็จะกลับไปอยู่กับป้า

ระหว่างทางที่เด็กสาวผมสีชมพูอ่อนกำลังเดินทางไปนั้น

“ซากุระจางงง!!!!”

เสียงเรียกนั้นทำเอาซากุระต้องหันไปมองด้วยสายตาหน่ายๆก่อนจะเท้าสะเอวถาม

”มี’ไรยะ นารุโตะ”

เด็กหนุ่มผมทองผิวแทนตาสีฟ้ามีขีดสามขีดที่แก้มทั้งสองข้างบิดตัวอย่างเอียงอาย

”คือว่า ฉันอยากเดตกับฮินาตะน่ะนะแต่ว่าโดนเนจิขว้างน่ะ เพราะงั้นเธอช่วยฉันหน่อยนะ”

ตบท้ายด้วยการที่นารูโตะทำหน้าอ้อนสุดฤทธิ์ร่างบางพ่นลมหายใจอย่างเซ็ง

”เก็บลูกไม้นี่ไว้ใช้กับฮินาตะเถอะย่ะ ช่วยก็ได้ย่ะ”

“จริงเหรอๆๆ”

รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนดวงหน้างามทำเอานารูโตะเสียงสันหลังวูบๆเพราะรู้ว่าเพื่อนสาวของตนไม่เคยทำอะไรแล้วไม่หวังผลตอบแทนเลยสักครั้ง เด็กหนุ่มกลืมน้ำลายเหนียวๆลงคออย่างลำบาก

”นายจ่ายชั้นมาพันเรียวเดี๋ยวฉันจะช่วยจัดการเนจิเอง”

จบคำของเด็กสาว หน้าของเด็กหนุ่มผมทองซีดลงแล้วเหงื่อตกพลางก้มลงดูที่กระเป่าตังค์ของตน

…ตายล่ะหว่า…คราวนี้ได้กินแกรบแน่…

ซากุระเห็นกิริยาแบบนั้นก็อดขำไม่ได้

”ฮิๆฮิๆนายคิดจะเดตทั้งๆที่ตัวเองบ่อจี๊เนี่ยนะ คุๆคุๆ”

หน้านารูโตะตอนนี้จ๋อยอยู่แล้วก็ยิ่งจ๋อยเข้าไปอีก ซากุระเห็นอย่างนั้นจึงเข้าปลอบ

”โถ่ อย่างทำหน้าเป็นตูดหมาสิ ฮึ! ฉันไปล่ะ ฉันกะจะไปทำความสะอาดห้องพักซะหน่อย”

พอร่างบางหันกลับไปยังจุดหมายแต่นารูโตะก็เดินมาขว้างทาง

”ซากุระจังช่วยฉันหน่อยเถอะนะๆ”

ซากุระเบี่ยงหลบพร้อมหันหน้ามาขู่

”ฉันไม่ใช่พวกที่มีเวลาว่างมากนักนะ”

ซากุระนึกย้อนไปเมื่อสมัยก่อนนารูโตะมักจะตื้อเธอให้ไปเดตด้วยจนสุดท้ายเธอต้องปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมเตือนสติให้นารูโตะหันไปมองฮินาตะบ้างเพราะว่าเธอรู้ดีว่าฮินาตะนั้นหลงรัก นารูโตะมานานแล้วอีกอย่างตัวเธอนั้นยังไม่อยากรักใครด้วยเพราะเธอรู้ตัวดีว่าเธอคงอยู่ได้ไม่นาน ร่างบางเหม่อมองไปยังท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งสายลมได้พัดมาเบาๆทำให้ผมสีชมพูปะบ่าพริ้วไหวไปตามแรงลมรอยยิ้งบางๆผุดขึ้นบนดวงหน้าหวาน

…ฉันจะเป็นแพทย์ที่เก่งได้สักครึ่งหนึ่งของพ่อบ้างไหมนะ…

พอซากุระไปยังห้องพักเธอก็เริ่มทำความสะอาดห้องทันที

 

ผ่านไปชั่วโมงกว่า

ร่างบางยกมือปาดเหงื่อ ก่อนจะมองห้องพักของตนที่ตอนนี้ถูกจัดเป็นระเบียบและสะอาดแล้ว

“เฮ้อหิวแล้วไปกินราเม็งดีกว่า”

จู่ๆก็มีข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือของเธอ

‘คุณซากุระค่ะ ช่วยออกมาเจอฉันที่ร้านอาหารอิตาลีที่ย่านการค้าโคโนฮะ ตอนบ่ายโมงครึ่งหน่อยค่ะ เจอกันตรงที่นั่งหลังสุด’

ร่างบางกระตุกยิ้มนิดๆ

…งานนี้คงต้องปลอมตัวกันหน่อย…

ย่านการค้าของโคโนฮะ

สายตาทุกคู่ได้มองมาที่เด็กสาวผมลอนสลวยสีทองตัดสั้นปะบ่าเธอสวมหมวกทรงเค้กสีทราย สวมแว่นกันแดดแฟชั่นสีหวานขอบขาวอันโตมันปิดใบหน้าของเธอเกือบครึ่ง และสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีกุหลาบ และสวมแจ๊คเก็ตหนังสีน้ำตาลทับอักที คู่กับรองเท้าบู๊ทสีดำ มีกระเป๋าสะพายใบเล็กๆสีน้ำตาลสะพาย ริมฝีปากนั้นเคลือบลิปสติกสีแดงสดตัดกับผิวขาวๆทำให้เธอดูเป็นสาวเปรี้ยวน่ารัก

เธอตรงไปยังร้านอาหารอิตาลี ก่อนจะเลือกนั่งตรงที่หลังสุดและหยิบเมนูมาสั่งอาหารกับพนักงาน

“เอาทิรามิสุที่1ค่ะ”

“ครับคุณหนู”

พอลับร่างของพนักงาน

ก็มีเด็กสาวผมหน้าม้าตาสีไข่มุกเดินสวนมาก่อนจะมองมาที่เธออย่างงุนงง

“เธอเป็นคนนัดฉันเองนะ ฮินาตะ นั่งก่อนสิ”

“คุณซากุระเองเหรอค่ะ เล่นแต่งซะฉันจำแทบไม่ได้เลยนะค่ะ”

“หึๆ พอดีฉันอยากจะเล่นปลอมตัวกับเขาบ้างน่ะนะ”

“ทีรามิสุที่สั่งไว้ได้แล้วครับ”

พนักงานหนุ่มวางขนมหวานลงตรงหน้าหญิงสาวแล้วเดินออกมา

ซากุระยื่นเมนูที่วางอยู่บนโต๊ะส่งให้ฮินาตะ”สั่งอะไรหน่อยสิ ทีรามิสุร้านนี้อร่อยใช้ได้เลย”

“อ่ะค่ะ แต่ตอนนี้ฉันกำลังไดเอ็ดอยู่น่ะค่ะ แต่คุณซากุระเนี่ยไม่กลัวอ้วนเลยนะค่ะ”

ตาสีมรกตภายใต้แว่นกันแดดสีชาจ้องมองอาการของอีกฝ่ายก่อนจะถาม”เธอคงไม่ได้มาชวนฉันมาทานขนมหรอกนะ” “คะ…คือว่าฉันอยากให้นารูโตะมาชอบฉันบ้างน่ะค่ะ ช่วยแนะนำฉันหน่อยได้ไหมค่ะ” ซากุระยิ้มบางๆ”ฮินาตะ ถ้าคนเราจะรักใครซักคนหนึ่งเราสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนที่เรารักได้นะแต่ คนที่รักเราจริงน่ะต้องรักในตัวตนที่แท้จริงของเรานะเพราะฉะนั้นฉันคงแนะนำได้ว่าเป็นตัวของตัวเองน่ะดีที่สุดแล้ว ฉันกลับล่ะ”ว่าแล้วเธอก็วางเงินค่าขนมไว้บนโต๊ะแล้วเดินจากไปทิ้งให้หญิงสาวตาสีไข่มุกนั่งอยู่คนเดียว ในตอนนี้ซากุระกำลังร้องเพลงเดินเล่นอย่างสบายอารมณ์ตั้งแต่เมื่อคืนก่อนตอนที่เธอทำอาหารนั้นรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเธอเลยอยากจะลองปลอมตัวดู

“เล่นอะไรของเธอน่ะ ซากุระ”เสียงหนึ่งร้องทักจากด้านหลัง

หญิงสาวหันมา”กาอาระเองเหรอ”

เบื้องหน้าของเธอคือ ซาบาคุโนะ กาอาระ ชายหนุ่มผมสีแดงเพลิง ผิวขาวตาสีเขียวมรกต ขอบตาดำและอักษรคำว่ารักและแบกน้ำเต้าอันใหญ่นั้นเป็นเอกลักษณ์ หญิงสาวเอ่ยพลางยิ้ม”แต่งขนาดนี้ยังจำได้เก่งจัง”

อีกฝ่ายเอ่ยเสียงเรียบ“ทำไมฉันจะจำเสียงเธอไม่ได้ล่ะ ได้ยินว่าเธอลาหยุด อาการมันกำเริบหรือยังไง”

หญิงสาวส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยลอยๆ” รู้ไหมฉันน่ะเตรียมใจที่จะตายมานานแล้วแต่มันเหมือนมีสิ่งที่ติดค้างในใจฉัน “

“สิ่งติดค้างอะไรเหรอ”ชายหนุ่มถาม

“ ไม่รู้สินะ แต่กว่าจะรู้ท่านซึนาเดะคงรักษาฉันหายแล้วล่ะนะ ฮ่ะๆ”

กาอาระเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด”ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมาช่วยฉันเธอคงไม่ต้องเป็นแบบนี้”

หญิงสาวตบบ่าของชายหนุ่มเบาๆ”อย่าคิดมากน่า ทุกปัญหายอมมีทางออก ฉันไปล่ะ บาย”

ร่างบางโบกมือลาหนุ่มผมแดงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ร่างสูงเอ่ยด้วยความเป็นห่วง”ระวังตัวด้วย”

ร่างบางหันมายิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งไว้แต่เพียงชายหนุ่มที่มองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง ระหว่างทาง

ซากุระมองมือขวาของตนพลางนึกถึงเมื่อครั้งที่เธอไปหาท่านผู้เฒ่าจิโกะ นักทำนายแห่งซึนะงาคุเระเพื่อขอให้ช่วยเธอ คำพูดที่ท่านย้ำบอกเธอไว้ว่า’ทุกสิ่งย่อมสามารถพลิกพลันได้เสมอ’

ลมเย็นๆได้พัดมาร่างบางตัดสินใจที่จะเดินไปป่าทางทิศเหนือของหมู่บ้าน สักพัก หญิงสาวรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไล่ตามเธอแต่เธอพยายามสงบใจให้ตัวเองเดินไปตามปกติ

…ใครน่ะ…

เมื่อเดินไปได้สักพักร่างบางจึงตัดสินใจแอบชักมีดคุไนที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นๆ”ไม่จำเป็นต้องซ่อนหรอกออกมาเถอะ”

ว่าแล้วเธอค่อยๆถอดหมวกแล้วดึงวิกผมทองออกผมสีชมพูหวานปะบ่าตกลงมาแทน แล้วเก็บของเข้ากระเป๋าสีน้ำตาลใบเล็กเธอถอดแว่นกันแดดสีชาอันโตออกแล้วใส่กระเป๋าสีน้ำตาลใบเล็กแล้วหันไปประจันหน้ากับผู้ที่แอบสะกดรอยตามเธอมา ผู้ที่สะกดรอยตามเธอมานั้นเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่งคนหนึ่งเธอพอจำได้ว่าชื่อซุยเงสึหนึ่งในทีมเหยี่ยวของซาสึเกะกับหญิงสาวผิวสีน้ำผึ้ง ซากุระเอ่ยเล่นพลางฉีกยิ้ม”แหม เราอุตสาห์ปลอมตัวเป็นแหม่มผมทองแล้วนะยังอุตสาห์แอบตามมาอีกนะ มีธุระอะไรกับฉันเหรอ”

 หญิงสาวผิวน้ำผึ้งชักดาบคาตานะออกมาพลางขู่”มากับเราซะดีๆแล้วจะไม่เจ็บตัว”

ชายหนุ่มผมสีฟ้าเอ่ยอย่างเป็นมิตร”มาเถอะพวกเราไม่ทำอะไรเธอหรอกนะ คนสวย บอกตรงๆเลยนะว่า ผมสีชมพูเนี่ยเข้ากับเธอมากกว่า”

“ขอบใจ แต่ฉันไม่มีความจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของพวกแกหรอกนะ”

จบคำ สาวผิวน้ำผึ้งเข้าจู่โจมทันที ซากุระทำเพียงแต่หลบการโจมตีนั้นอย่างสบายๆ”ถามอะไรหน่อยสิ ว่า…มีธุระอะไรกับฉัน เธอช่วยบอกฉันหน่อยสิ”

สาวผิวน้ำผึ้งอ้าปากเตรียมจะพูดแต่หนุ่มผมสีฟ้าเอ่ยขัดซะก่อนพลางชักดาบใหญ่เข้ามาจู่โจม ”เธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”

ซากุระตัดสินใจรวบรวมจักระไว้ที่เท้าของตนแล้วกระทืบลงพื้นส่งผลทำให้พื้นดินแตกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้สาวผิวน้ำผึ้งต้องใช้ดาบของตนปัดป้องเศษหินที่แตกกระจายหากแต่หนุ่มผมสีฟ้านั้นยังคงพุ่งเข้าไปหาร่างบางของซากุระ ร่างบางกระโดดหลบออกทางด้านข้างทันก่อนจะกำหมัดต่อยที่ท้องของอีกฝ่ายหากแต่ว่าหมัดของเธอกลับทะลุร่างของชายหนุ่ม

…นินจาน้ำเหรอ…งั้นก็ต้อง…

ร่างบางรีบชักมือกลับพร้อมกระโดดถอยออกมาแล้วหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าสีน้ำตาลใบเล็ก สิ่งนั้นเป็นเม็ดยาสีขาวขนาดเล็กใส่ปากตนแล้วกลืนลงคอไปแล้วประสานอิน

”ตัดสายฟ้า!”

มือขวาของหญิงสาวก็มีสายฟ้าสีขาวออกมาแล้วก่อตัวเป็นรูปนกนางแอ่นพุ่งเข้าใส่หนุ่มผมสีฟ้าทำเอาชายหนุ่มโดนสายฟ้านั้นเข้าจังๆทำให้ร่างของเขาทรุดลง ซุยเงสึพึมพำ”ยัยนี่ใช้คุณสมบัติสายฟ้าได้ด้วยเหรอ”

ซากุระเอามือกุมแขนขวาทันที”ชิ แย่จริง”

เธอตัดสินใจถอยออกไปตั้งหลักก่อนพร้อมใช้คาถาแพทย์รักษาแขนขวาไปพลาง ทางด้านซายะตอนนี้ตัดสินใจเก็บดาบเข้าฝักแล้วหยิบดาวกระจายออกมาสองอันแล้วปาออกไปทำให้ซากุระต้องกระโดดหลบหากแต่ดาวกระจายกลับตามเธออย่างไม่ลดละ

…ดาวกระจายติดเส้นลวดรึ…

ซากุระหยิบดาวกระจายปาสกัดไว้แล้วถอยออกมาเพื่อรักษาระยะห่าง ซุยเงสึพุ่งเข้ามาหมายจะจัดการ สาวผมสีชมพูอ่อน ร่างบางเตรียมยกแขนขึ้นมาป้องกันตัวฉับพลันโล่ทรายก็ปรากฏเป็นเกาะกำบัง เม็ดทรายจำนวนมากมายเข้าโอบล้อมร่างบางแล้วดึงตัวเธอออกมา

”กาอาระ”

ซากุระร้องเรียกอย่างยินดีตอนนี้เธออยู่ด้านหลังของคาเสะคาเงะหนุ่มแล้วร่างสูงอดไม่ได้ที่จะบ่นใส่”เธอเนี่ยจริงๆเลยไม่ระวังตัวเลยจริงๆ ชอบทำให้คนอื่นเขาเป็นห่วงอยู่เรื่อย”

”บ่นอยู่ได้”ร่างบางทำหน้ามุ่ย”เดี๋ยวก็แก่ไวหรอกนะ”

หนุ่มผมแดงสบถลงในลำคอ“หึ ก็เธอชอบทำให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่เรื่อยนิ”ว่าแล้วร่างสูงก็ประสานอิน”กระสุนทราย”

กระสุนทรายจำนวนมากพุ่งโจมตี ซุยเงสึและซายะทำเอาทั้งสองต้องหลบ ซายะเห็นท่าไม่ดีจึงหันมาหาซุยเงสึที่ตอนนี้เอาดาบใหญ่ขึ้นมาป้องกันกระสุนทราย ”ซุยเงสึฉันว่าตอนนี้เราถอยก่อนเถอะ”

“ก็ดี ไม่งั้นพวกโคโนฮะมันแห่มาอีกแน่”ว่าแล้วทั้งสองก็กระโดดหายตัวไปทันที

หลังจากที่สองสมาชิกทีมเหยี่ยวหายตัวไปแล้วนั้น กาอาระหันหน้ามาถามร่างบางที่อยู่ข้างหลัง ”บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า”

“ถ้าบอกว่าไม่เจ็บฉันก็โกหกแล้วล่ะ”

“ตรงไหน”ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“แขนขวาน่ะเพราะใช้วิชาตัดสายฟ้าน่ะ ขนาดครูภัคลักจำนะเนี่ยแย่เลย”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วอย่างงุนงง”เธอใช้คุณสมบัติสายฟ้าได้ด้วยเหรอ”

หญิงสาวส่ายหน้า“เปล่า ฉันกินยาเสบียงศึกแปลงคุณสมบัติจักระน่ะ เลยใช้ได้แต่เล่นเอาแขนข้างนี้เกือบแย่เลยนะ”

“ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้าง”

“ตอนนี้ใช้วิชาแพทย์รักษาอาการค่อยดีขึ้นแล้วแต่ยังปวดหนึบๆอยู่เลยน่ะ ทายาหน่อยก็คงหายแล้ว”

ชายหนุ่มจับข้อมมือข้างที่ไม่เจ็บของหญิงสาวและพูดขึ้น”ไปบอกท่านโฮคาเงะรุ่น5เถอะ พวกเหยี่ยวเข้ามาทำร้ายเธอถึงในหมู่บ้านอย่างนี้”

”อย่าเลย ฉันไม่อยากให้อาจารย์เครียด ท่านมีเรื่องให้หนักสมองพอแล้ว”

หากแต่ชายหนุ่มไม่ฟังกลับรวบตัวร่างบางขึ้นบ่าแล้วบ่นอุบ”หนักชะมัด หัดไดเอ็ดบางสิ” 

หญิงสาวฉุนกึกพลางดิ้น“โทดนะที่ฉันตัวหนักปล่อยฉันลงนะ ปล่อยๆ”

“หยุดดิ้นได้ไหม ถ้าเธอยอมไปรายงานเรื่องนี้กับโฮคาเงะรุ่น5ดีๆฉันจะปล่อยไม่งั้นฉันพาไปทั้งยังงี้ไม่รู้ด้วย"

เมื่อเจอไม้นี่เธอก็จำยอมก่อนจะพ่นลมหายอย่างหน่ายๆกาอาระยอมปล่อยเธอลง

"รอแป๊ป"ซากุระหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดลิปสติกออก"ไปกันได้แล้ว"

 ห้องทำงานของโฮคาเงะ

ตอนนี้ซึนาเดะกำลังนั่งจิบสุราอย่างสบายใจไม่มีใครมากวนโดยเฉพาะคนสนิทอย่างชิสึเนะ

'ก๊อกๆ'เสียงเคาะประตูดังขึ้น ความสุขในการจิบสุราหมดลงในทันใด

โฮคาเงะรุ่นห้าถามเสียงขุ่นๆ"ใคร"

"หนูเองค่ะ ซากุระ"

"เข้ามา"

เมื่อผู้เป็นอาจารย์อนุญาติแล้วทั้งซากุระและกาอาระก็เดินเข้ามา กาอาระเล่าเรื่องที่ซากุระโดนพวกเหยี่ยวลอบทำร้ายทำเอาซึนาเดะสร่างเมาทันทีก่อนจะเอามือกุมขมับคิดอย่างหนักใจ ซากุระเองก็หนักใจเช่นกันจะว่ากาอาระก็ไม่ได้เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายหวังดีกับตนและแล้วความคิดบางอย่าง"อาจารย์หนูมีความคิดดีๆค่ะ"

"อะไรรึ ซากุระ"ซึนาเดะเงยหน้ามาถาม

ซากุระตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ"หนูกับป้าไปอยู่แคว้นยูกิสักพัก"

กาอาระแย้งทันที"ไม่ได้นะ!ขนาดอยู่ในหมู่บ้านพวกมันยังกล้าทำร้ายเธอแล้วถ้าถ้าไปแคว้นยูกิไม่แย่กว่าเดิมเหรอ"

ร่างบางส่ายหน้า"ฟังให้จบก่อนสิ ฉันกะจะชวนคนอื่นๆไปด้วย ไปกันเยอะๆพวกนั้นคงทำอะไนบุ่มบ่ามหรอก"

ผู้เป็นอาจารย์พยักหน้าเห็นด้วยหากแต่คาเสะคาเงะหนุ่มกลับรู้สึกกังวล

ซึนาเดะตัดบท"เอาล่ะๆความคิดนี่ก็ไม่เลว ไปสิ อ้อ แล้วอย่าลืมของฝากล่ะขอเป็นสาเกนะ"

"ค่า อาจารย์"ลูกศิษย์สาวรับคำก่อนจะโค้งเคารพแล้วเดินออกไป เหลือแต่คาเงะทั้งสอง

กาอาระถามเสียงขุ่น"แบบนี้จะดีเหรอครับ"

"ดีสิ ป้าของเด็กคนนั้นเป็นถึงอดีตยอดมือสังหารของหมู่บ้านเราเลยนะ และยิ่งไปเยอะๆก็ยิ่งดี ถ้าเธอเป็นห่วงเค้าก็ตามไปด้วยสิถือซะว่าเปลี่ยนบรรยากาศบ้างที่แคว้นยูกิน่ะหนาวมากพอดูเลย"ว่าแล้วซึนาเดะก็จิบสุราต่อ

"ครับ งั้นผมขอตัว"ผู้อ่อนวัยกว่าโค้งเคารพก่อนจะเดินออกไป

ทางด้านซากุระ

ตอนนี้กำลังเดินกลับบ้านพลางกดโทรศัพท์ส่งข้อความชวนเพื่อนๆของตน "รอก่อนสิซากุระ"เสียงของกาอาระดังมาแต่ไกล

"อ๊ะ!กาอาระมีอะไรเหรอ"เธอละจากโทรศัพท์หันมาถามชายหนุ่มที่เดินตามหลังตน

ชายหนุ่มถาม"คือ..ไปแคว้นยูกิน่ะ..ชะ..ชั้นขอไปด้วยได้ไหม"

ซากุระถาม"งานที่ซึนะล่ะ"

"ฝากคันคุโร่ก็ได้ ฉันเองก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างน่ะนะ"ชายหนุ่มยิ้มตอบ

หญิงสาวยิ้มรับ"ได้สิ ว่าจะชวนคุณเทมาริไปด้วย ไปกันเยอะๆสนุกดี"

"เธอจะไปไหนต่อเหรอ"กาอาระถาม

"กลับบ้านน่ะกะไปบอกป้าแล้วเตรียมของด้วย"พูดจบเธอก็พิมพ์ข้อความต่อ

ชายหนุ่มอาสา"งั้นฉันไปส่ง"

หญิงสาวไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเพียงเเต่เดินต่อไปโดยมีชายหนุ่มผมแดงเดินข้างๆ

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.6 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9.3 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา