Fic Naruto พันธสัญญาสีดำ ความเศร้า ความรัก ภาค1

9.3

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 เวลา 07.27 น.

  71 ตอน
  68 วิจารณ์
  32.70K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 15.46 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

57) บทที่ 51 ความจริงอันน่าเศร้า

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

หมู่บ้านซึนะงาคุเระ

 

ห้องทำงานของคาเซะคาเงะ

กาอาระที่ในตอนนี้ต้องนั่งดูเอกสารจากหน่วยต่างๆที่ส่งมา …แสงอุสาเงียบไป ข่าวของซากุระเองก็เหมือนกัน หวังว่าเธอคงจะปลอดภัยนะ…

‘ก๊อกๆ’

“ใคร”

“มีคนจากโคโนฮะมาขอพบครับ”

“เข้ามาสิ”

บุคคลที่เข้ามาในห้อง พร้อมกับนินจาซึนะ ทำเอากาอาระเบิกตากว้าง

“ไม่ได้พบกันซะนานเลยนะคะ ท่านกาอาระ”

ณ ห้องรับรอง

กาอาระต้องรีบเชิญ ฮารุโนะ ฮารุย มานั่งที่ห้องรับรอง หนึ่งเธอคือ นินจาอาวุโส สอง เค้าเชื่อว่าการที่เธอมาที่นี่ต้องมีเหตุผลแน่นอน แถมเธอยังขอคุยกับเค้าแค่สองคนอีก ห้ามไม่ให้ใครฟังบทสนทนานี้

นินจาหญิงยิ้มให้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่แฝงไว้ด้วยความเอ็นดู“ที่ชั้นมาที่นี่ ทำให้ท่านลำบากใจรึคะ”

“ไม่ครับ แต่ คุณฮารุยเรียกผมแบบนี้ ผมก็เกร็งๆนะครับ”

“ชั้นรู้เรื่องอักขระของหลานสาวชั้นจากท่านซึนาเดะแล้ว ชั้นคิดมาตลอดว่าท่านต้องไม่สบายใจในเรื่องนี้แน่ ก็เลย อยากจะให้ท่านรับฟังเรื่องที่ชั้นจะเล่านะคะ หวังว่า ท่านคงจะไม่เบื่อ”

“ไม่ครับ เชิญ”เด็กหนุ่มผายมือเชิญ

“ตระกูลของชั้น เคยมีกันถึงสามสิบชีวิต…จากที่ท่านพ่อของชั้นได้เล่าให้ฟัง พอมีข่าวลือว่า ตระกูลเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาทิพย์ของราชวงศ์เก่าที่เคยปกครองนินจา นินจาแทบทุกแคว้นก็ตามล่า เค้นเอาความลับ จนกระทั่งหมดลมหายใจ คนที่รอดก็ต้องกระเสือกกระสนหนีตาย แต่ก็ไม่วายโดนจับ จนเป็นวงจร จับหนี ตายรอด จนมาถึงรุ่นของท่านพ่อของชั้น ในตอนนั้น ท่านพ่อพาท่านปู่ที่ชรามาก ท่านแม่และชั้นที่ยังเล็กยังไม่ขวบเลยล่ะมั้ง?หนีมาในเขตของโคโนฮะ สมัยโฮคาเงะรุ่น2   ตอนนั้น ท่านโฮคาเงะรุ่น2 รู้สึกสงสารและเวทนาในชะตากรรมของตระกูลเรา จึงขอให้เข้ามาอยู่ในโคโนฮะ โดยให้คำสัญญาว่าจะไม่ทำร้าย หรือสอบถามเรื่องยาทิพย์ ท่านพ่อเลยสาบานจะจงรักภักดีต่อโคโนฮะตลอดไป ชั่วลูกหลาน  ที่โคโนฮะพวกเราไม่ต้องหลบซ่อน ไม่ต้องระแวงว่าใครจะทำร้าย แต่อยู่โคโนฮะได้แค่สามปี ท่านปู่ก็เสียชีวิต ก่อนท่านจะเสีย ท่านได้มอบคัมภีร์อาวุธดาบคู่ให้ท่านพ่อพร้อมสั่งว่าให้มอบให้กับลูกชายของตระกูลที่อีกไม่นานเค้าจะมาเกิด และ ท่านก็ขอให้นำร่างของท่านไปฝังที่สุสานประจำตระกูล เคียงข้างท่านย่า ซึ่งบ้านเราก็ทำตามคำสั่งเสียของท่าน แปลกนะคะ ท่านปูเหมือนจะมองเห็นอนาคต ประมาณสี่ปีหลังจากท่านปู่เสีย น้องชายของชั้นก็เกิด”

“น้องชายของคุณ”

“ฮารุโนะ ฮารุชิ พ่อของซากุระ ยังไงล่ะคะ เด็กคนนั้น ถ้าไม่นับสีผมที่เหมือนแม่แล้ว นอกนั้น เหมือนพ่อของมันราวกับพิมพ์เดียวเลยล่ะค่ะ และนิสัยของเค้า ช่วงเด็กๆก็เหมือนเด็กผู้หญิงทั่วไป แต่หลังๆมันเหมือนพ่อมันมาก พ่อของซากุระน่ะ เค้านินจาอัจฉริยะนะ เค้าเป็นเกะนินตอนหกขวบ พอมันโตมาหน่อย น่าจะซักแปดขวบ ท่านโฮคาเงะรุ่น3 ก็หว่านล้อมให้ฮารุชิสอบจูนิน ซึ่งมันก็สอบได้และผ่านได้เป็นจูนินซะด้วย แต่ ทางเบื้องบนเห็นว่าฮารุชิยังเด็กเกินไป ให้รออีกสองปี แต่ช่วงนั้น ฮารุชิก็ทำงานเป็นหมอของโคโนฮะไปน่ะนะ”

“หมอ พูดเป็นเล่น หมอที่มีอายุแปดขวบ”

“เป็นไปได้สิคะ แต่ ฮารุชิ ทำงานเบื้องหลัง เลยไม่ค่อยมีใครรู้ เค้ากลายเป็นนินจาที่เก่งไม่แพ้ใคร หากยังมีชีวิตอยู่  ฝีมือเค้าก็อาจจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับท่านซึนาเดะเลยก็ได้ น่าเสียดาย”

“แล้วเสียชีวิตยังไงล่ะครับ”

“ตอนจิ้งจอกเก้าหางบุกโคโนฮะ ฮารุชิเอาตัวเข้าปกป้องเด็กสองคน อุจิวะ อิทาจิและก็ อุจิวะ ซาสึเกะ เสาเสียบทะลุร่างของเค้า เค้ามาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ทิ้งเมียและลูกที่ยังไม่ลืมตาดูโลกเลยน่ะสิ”สีหน้าของฮารุยดูหม่นหมอง

กาอาระตะลึง นึกไม่ถึงว่า คนที่ฮารุโนะ ฮารุชิ นินจาแพทย์ที่เก่งกาจของโคโนฮะ สละชีวิตปกป้อง คือสองพี่น้องอุจิวะ

“ชั้นเกลียดเด็กนั่น เกลียดมันจริงๆ มันใช้ชีวิตไม่คุ้มกับที่น้องชายของชั้นเสียไป แต่…”

“แต่อะไรครับ”

“ชั้นไปเจอสิ่งนี้โดยบังเอิญ ก่อนจะมาที่นี่ ยังไม่ทันให้ใครได้ดูน่ะ ลองดูนะคะ”

กาอาระรับคัมภีร์จากฮารุยมาดู มันเป็นม้วนคัมภีร์สามฉบับ

“ม้วนหนึ่งคือหลักฐานการฉ่อโกงของดันโซ สองคือคำสั่งฆ่าล้างตระกูลอุจิวะของอิทาจิ และสุดท้ายคือบันทึกการปลูกถ่ายเซลล์เนตรวงแหวนของดันโซ ความผิดของเค้า นับว่ามากกว่าเจ้าเด็กอุจิวะซะอีกนะ ว่ามั้ย”ฮารุยรับคัมภีร์คืนจากนินจาอ่อนวัย ก่อนจะเก็บไว้ในกระเป๋าของตน

คาเซะคาเงะตะลึง

“นั่นน่ะ ภัยของโคโนฮะตัวจริง ดันโซเองก็เคยบีบคั้นน้องชายของชั้น จนต้องออกจากหมู่บ้านไปห้าปี”

“ทำไมล่ะครับ”

“ช่วงสงครามนินจาครั้งที่3 ฮารุชิเข้าร่วมในฐานะนินจาแพทย์ ระหว่างนั้น ริน น้องสาวบุญธรรมเองก็เสียชีวิต ในช่วงนั้นฮารุชิได้รักษาอาการคนเจ็บปางตายห้าคนให้กลับมาแข็งแรงได้ ทำให้เค้าโดนสงสัยเรื่องยาทิพย์ หลังสงครามยุติ ดันโซก็กดดันฮารุชิ จนเค้าต้องออกจากหมู่บ้านไปนานประมาณห้าปีกว่า พอเค้าตาย ยัยหนูโตมาหน่อยก็โดนเพ่งเหมือนกันนะ แต่ท่านโฮคาเงะรุ่น3ช่วยไว้  เค้าเลยเติบโตมาได้อย่างเด็กทั่วไป แต่จะพาเค้าไปที่สุสานประจำตระกูลน่ะ ก็นานๆที เท่าที่จำได้แค่สองครั้งชั้นนะไม่ได้มีความลับอะไรหรอกนะ แต่แค่ไม่อยากให้ใครรบกวนคนตายก็เท่านั้น”

“คุณฮารุยคิดว่า คุณฮารุชิรู้เรื่องยาทิพย์บ้างรึเปล่าครับ”

“ไม่น่านะ เพราะถ้ามีจริง ฮารุชิก็คงจะใช้มันช่วยรินแล้ว เค้ารักรินมาก ถึงไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน พวกเหยี่ยวที่จับยัยหนูไป  ก็คงจะหวังเรื่องยาทิพย์ล่ะนะ สำหรับชั้นน่ะคิดว่า มันมีจริง แต่มันน่าจะมีเหตุผลบางอย่างที่ต้องทำให้หายไป น้องชายของชั้นน่ะ เค้ามีนิสัยที่ไม่ห่วงตัวเองเลย เอาแต่ทำเพื่อคนอื่น ปกป้องคนอื่นจนตัวเองเกือบตายมาหลายครั้ง จนกระทั่งตายเค้าตายไป ก่อนหน้านั้นชั้นเคยถามฮารุชินะคะ ว่า ไม่เสียบ้างรึ เค้าตอบมาว่า เค้าไม่คิดเสียใจหรอกนะ สำหรับซากุระน่ะ ถึงไม่ได้โดนเลี้ยงดูโดยพ่อของมัน แต่ นิสัยตอนที่มันเริ่มโตๆมาชักจะคล้ายพ่อมันเข้าไปทุกที การที่เค้าช่วยชีวิตท่านจนโดนอักขระถึงแก่ชีวิต เค้าไม่เสียใจหรอก เหตุผลของเค้าคงจะเหมือนกับฮารุชิที่ว่า จะช่วยใครสักคนไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล และไม่คิดจะเสียใจภายหลังด้วย นิสัยแบบนี้น่ะ เด็กคนนั้นได้พ่อของเค้ามาหมดเลย”

“เหรอครับ ความจริงเธอน่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปนะครับ ไม่น่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้เลย”เรื่องนั้นมันกลายเป็นแผลฝังใจเค้ามาปีกว่าๆแล้ว ตอนนั้นที่ซึนะ ได้ทำการสำรวจภูเขาที่มีสมุนไพร โดย ฮารุโนะ ซากุระ นินจาแพทย์จากโคโนฮะได้มาตรวจสอบด้วย และตัวเค้าที่เป็นคาเซะคาเงะได้มาดูแล แต่นั่นก็ทำให้พวกเค้าเจอปีศาจอาละวาด ถึงเค้าจะกำจัดมันได้ แต่ซากุระ ที่เอาตัวมาบังเค้าจนโดนอักขระเทพเข้าที่มือขวา ทำให้ต้องทนทรมานทุกครั้งที่ใช้จักระมากเกินไป

“อย่าได้กังวลหรือทุกข์ใจเลยค่ะ ชั้นเองในตอนแรกก็แปลกใจว่าทำไมเวลาท่านมองหลานชั้น บางครั้งมันเศร้า เสียใจ รู้สึกผิดนัก”

“คุณรู้”

“ชั้นอยู่มานานแล้ว เรื่องแค่นี้ทำไมจะไม่รู้ ชั้นเลยมาหาท่าน เพราะไม่อยากให้ท่าน ต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดน่ะนะ ชีวิตก็อย่างนี้ มีเกิดก็ต้องมีตาย”

“แต่ในใจผมก็ยังหวัง หวังให้เธอรอดนะครับ”

“ชั้นก็เหมือนกัน…ภาวนาขอให้สวรรค์เมตตาเค้าบ้าง”

“แล้วเรื่องของอุจิวะ…”

“ชั้นจะเปิดก็ต่อเมื่อ เวลาอันสมควรท่านก็ ช่วยเงียบไว้ด้วย เมื่อถึงเวลา ชั้นขอตัวกลับก่อน เดี๋ยวทางเบื้องบนจะเพ่งเล็ง”

พอฮารุยจากไป กาอาระนั้นก็รู้สึกโล่งใจอย่างน่าประหลาด อาจจะเป็นอย่างที่ฮารุยบอกเค้าก็ได้ ตัวเค้ากำลังจมอยู่กับความทุกข์ ความรู้สึกผิดที่มีเธอ ฮารุโนะ ซากุระ แต่พอได้ฟังเรื่องราวของตระกูลฮารุโนะแล้ว กลับรู้สึกเวทนาในชะตากรรม ที่ต้องถูกตามล่าฆ่าจนจะหมดตระกูลแบบนี้   แต่เท่าที่ฟังฮารุยพูด  เธอพูดราวกับว่าเธอปลงตกกับเรื่องนี้แล้ว

“เบื้องหน้าที่สดใสแต่ก็ซ่อนความมืดมนไว้ข้างในสินะ”

 

ทางด้านทีมเหยี่ยวที่ในตอนนี้กำลังเดินทางไปสู่ฐานใหญ่ของแสงอุสา

โทบิต้องแอบมองเด็กสาวผมชมพูที่อยู่ในอ้อมแขนของซาสึเกะเป็นระยะๆ ในตอนนี้เจ้าหล่อนได้หลับไปแล้ว

…การที่เราเจอโลงผลึกแก้ว ก็ทำให้เรื่องยาทิพย์มีมูลมากขึ้น แต่เราก็ต้องมาไขปริศนาแผนที่ซะก่อน เท่าที่ดู เจ้าของสถานที่คงไม่ได้มาที่นั่นนานแล้ว แต่กับดักก็ยังใช้การได้ แสดงว่าฮารุโนะ ฮารุชิ ไม่เคยย่างกรายเข้ามาเลยรึไงกัน กับดักนั่นจะทำงานก็ต่อเมื่อมีคนเข้าไป แถมยังมีกับดักซ้อนอีกชั้นอีก ไม่แน่อาจเป็นฮารุชิก็ได้ แต่เราจะเค้นยัยเด็กนี่อีก ไอ้เด็กเวรนี่คงจะไม่ยอมแน่ น่ารำคาญจริงๆ ไอ้มารหัวเป็ดเอ๊ย…

ซาสึเกะมองร่างในอ้อมแขนที่ตอนนี้ได้หลับไปแล้ว เค้าห่วงเธอเหลือเกิน การที่เธอโดนอ่านจันทราไป จะทำให้อาการทรุดหนักรึเปล่า

ทีมเหยี่ยวเดินทางติดต่อกันเป็นเวลานานพอสมควร ก็เห็นป้ายบอกทาง ข้างหน้ามีโรงเตี๋ยมที่มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ สำหรับซาสึเกะคิด..อย่างน้อย ซากุระ จะได้พักผ่อนสบายๆบ้าง…ผิวของหญิงคนรักเริ่มแห้งเพราะขาดการบำรุง ใบหน้านั้นยังคงงดงาม หากแต่ซีดเซียวจนน่าสงสาร อาจเป็นเพราะอักขระเทพที่กำลังกัดกินชีวิตเธอ รึเปล่านะ เค้ามองหน้าของร่างที่หลับในอ้อมแขนอย่างอ่อนเพลีย “อดทนหน่อยนะ เธอต้องหายแน่”

หลังจากที่เดินทางมาได้สักพัก

ทีมเหยี่ยวก็หยุดพักใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่มีศาลาไม้เก่าๆแต่ท่าทางแข็งแรงให้นักเดินทางได้พัก

“ที่ไหนเหรอ ซาสึเกะ”

หญิงสาวเอ่ยถามคนรักที่ประคองเธอให้นอนตักอย่างนุ่มนวล

“ศาลาริมทางน่ะ ยังอีกไกลนะ พักก่อนเถอะ”

แต่ร่างบางกลับลุกขึ้น “ไม่เอาล่ะ นอนตั้งนานแล้ว ง่อยกินกันพอดี ขอไปเดินเล่นหน่อยนะ”

ซาสึเกะนึกอยากจะห้าม แต่เมื่อสบตาสีมรกตคู่งาม ที่ฉายแววสดใส กลับทำให้เค้าใจอ่อน”อย่าไปไหนไกลล่ะ”

ซากุระเข้ามากอดแขน พลางหอมแก้มชายหนุ่มอย่างน่ารัก”จะไม่เดินไปด้วยเหรอ”

“ไม่ล่ะ ขอพักก่อน เล่นแบกลูกแมวมา มันล้านะ”

“ว่าใครเป็นลูกแมวนะ ซาสึเกะคุง”

“ก็ใครบางคนที่กำลังแก้มป่อง ไง น่ารักจนอยากฟัดจริงๆ”

ซากุระยื่นหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะ เอาจมูกเล็กๆของตนไปชนกับจมูกของร่างสูงอย่างหยอกล้อ ทั้งคู่มองตากันอย่างหวานซึ้ง ราวกับจะเก็บความทรงจำดีๆนี้ไว้

ร่างบางละออกไปเดินยืดเส้น

โทบิตรงไปหาซาสึเกะ

“มีอะไรรึ”

“อาการเด็กคนนั้น เป็นยังไง”

“ก็ปกติ คิดว่าแผนที่ ที่ให้ไปจะเชื่อมต่อไปยังยาทิพย์ได้รึเปล่า”

“น่าจะได้ แผนที่นั่นน่ะ เป็นแผนที่เก่า ในช่วงสงครามนินจาครั้งที่3 พอหลังสงคราม แผนที่แบบนี้ก็หายไป”

“รู้ดีจัง”

“ชั้นเคยใช้น่ะ แต่แผนที่ ที่เธอให้มามันมีสัญลักษณ์ แปลกๆอยู่ ดูท่าเจ้าของจะทำไว้”

“หรือเราจะลอง ไปตามตำแหน่งที่ว่านั่นดูมั้ยล่ะ เผื่อเราจะเจอยาทิพย์”

“ไหนบอกว่า เด็กคนนั้นปกติดีไง ต้องการยาทิพย์แบบนี้ ก็แสดงว่า”

ตาสีดำของซาสึเกะแปรเปลี่ยนเป็นเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ทันที ทำเอาชายสวมหน้าผงะ

“อะ…เอ่อ ใจเย็นๆ เท่าที่ชั้นดู สัญลักษณ์บนแผนที่น่าจะเป็นรหัส ทำไมเธอไม่ลองให้ เด็กคนนั้นดูล่ะ”

เนตรวงแหวนแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาสีนิลตามเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ“ยังไม่เลิกสงสัย อีกรึ?”

“ยอมรับว่าใช่  ชั้นจำได้ว่า ฮารุโนะ  ฮารุชิ เคยผ่านทางนั้น ช่วงหลังสงครามนินจา”

“แต่ เท่าที่ชั้นดูในถ้ำที่น้ำตกนิลกาฬแล้ว ราวกับว่าไม่มีใครมาอาศัยอยู่ นานแล้ว ของใช้ในนั้นก็ไม่น่าจะใช่สมัยเรา มันอาจจะเป็นของคนอื่น อีกอย่าง ที่นั่นมีกับดักอาคม ตระกูลฮารุโนะ เป็นนินจาแพทย์เกือบหมดแต่ไม่ใช่พวกที่จะสามารถใช่ วิชาอาคมระดับนั้นได้ อีกอย่างถึงคุณจะเค้นซากุระอีกก็ไม่ได้อะไรหรอก”

“ก็จริงของเธอ แต่ช่วยถามเด็กคนนั้นด้วยก็แล้วกัน”

“หึ ถามเองสิ แผนที่อยู่ที่คุณนิ”ซาสึเกะ ละออกไป

 เค้าตรงไปหาซากุระ ที่กำลังเล่นกับกระต่ายป่าสีขาว อย่างรักใคร่

“รักสัตว์เชียวนะ”

“อื้ม ก็มีแฟนเป็นเป็ดนี่นา”

“ว่าใครจ๊ะ คนดี”ร่างสูงเชยคางของหญิงสาวให้มาประจันหน้ากับตน

แววตาสีมรกตฉายแววเป็นประกาย”คนตรงหน้าไง”

ซาสึเกะจัดการอุ้มร่างบางไว้ในอ้อมแขน แล้วเอาจมูกชนกัน การหยอกล้อของทั้งคู่ทำให้เกิดบรรยากาศสีชมพูฟรุ้งฟริ้งชวนอิจฉา

ซุยเงสึที่กำลังดูดน้ำบ่น”เกรงใจคนโสดบ้างได้มั้ย….”

คารินไม่อยากมองภาพอันบาดตาจึงไม่สนใจ ซายะกัดฟันกรอด ในใจเต็มไปด้วยเพลิงริษยา จูโกะที่นั่งดูอยู่นั้นทำได้แต่ส่ายตา “ซายะ หยุดขมวดคิ้วเถอะ หน้าผากจะมีรอยย่นแล้ว”

สาวผิวน้ำผึ้งสะบัดหน้า อย่างขัดใจ

ซุยเงสึมองเพื่อนร่วมทีมผมส้มร่างยักษ์กับสาวผิวน้ำผึ้งอย่างงุนงง…อะไรของสองคนนี้วะ แปลกจริง…

ทางด้านมิติลับ

ฮารุชิ ได้ทำการปรุงมากมายจนซึบารุที่ได้กลับกลายเป็นดาบคู่ ที่วาง อยู่อยู่ไกลเอ่ยถาม’เฮ้ย ปรุงอะไรวะ เยอะจริง’

“ไม่ขอตอบนะครับ ตอนที่ผมสู้กับเจ้าเด็กหัวเป็ดนั้น พลังเนตรของมันแข็งแกร่งจริงๆ”

‘แต่มันก็เอาชนะแกไม่ได้ไม่ใช่รึ’

“ครับ ดูเหมือนว่าการใช้เนตรของเจ้านั่นเอง ก็มีข้อจำกัดด้านร่างกายอยู่เหมือนกันนะ ถ้าให้เดาล่ะก็ ถ้าใช้เนตรมากๆตาอาจจะบอดได้นะครับ เพราะตอนที่สู้กัน เค้าสามารถใช้เพลิงสีดำนั่น จัดการผมได้ แต่ไม่ใช้ ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะ ร่างกายด้วย”

‘รู้ได้ยังไงวะ’

“ผมเป็นหมอนะครับ ดูจากการเคลื่อนไหวของมันก็พอรู้ แต่ก็เก่งดีที่มองอักขระอาคมออก ไม่ธรรมดาๆ”

‘ปีศาจจริงๆเลยแกน่ะ ลูกแกเลยพลอยได้เชื้อโหดไปด้วย’

“อย่าว่าซากุระ นะครับ แกออกจะน่ารักและงดงามเหมือนนางฟ้า นะครับ”

ซึบารุจึงยุติการสนทนา เพราะขี้เกียจ

สำหรับฮารุชิ ที่กำลังจดจ่ออยู่กับหม้อต้มยา ก็คิด…อีกไม่นาน สงครามคงจะเริ่มอีกครั้ง แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ทุกอย่างคงจะเรียบร้อยแล้วแหละ หึๆ…

 

มาอัพแล้วค่าาาเดี๋ยวเรื่องอื่นที่ดองจะพยายามอัพนะคะ หลายเรื่องดองเค็มนานแล้ว555+

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.6 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9.3 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา