แฝดริษยา

9.4

เขียนโดย Chapond

วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558 เวลา 02.51 น.

  62 ตอน
  931 วิจารณ์
  66.29K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 23.55 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

3) 3 เจอกันอีกครั้ง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฮึก ฮือๆ แม่ขาฝ้ายมาแล้วนะคะ”ฝ้ายวางดอกไม้จันทน์ที่โลงศพพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นจนฟางที่

ยืนด้านข้างแอบเบ้ปาก หมั่นไส้กับความอ่อนแอของฝ้าย เหอะ ทีนี้ล่ะมาร้องไห้ แล้วเมื่อก่อนล่ะ

หายไปไหน

 

 

 

 

 

 

 

“สงบจิตสงบใจเถอะนะฝ้าย แม่ภาของหนูเค้าไปสบายแล้ว”กานดาเดินเข้ามากอดปลอบลูกสาวไว้

 

 

 

 

 

“ทำเป็นมาพูดดี แกนั่นล่ะที่เป็นต้นเหตุให้แม่ชั้นตรอมใจตาย”ฟางหมั่นไส้กานดาก็พูดพึมพำเบาๆ

 

 

 

 

 

 

“หลังจากงานเผาศพของแม่แล้วฟางจะกลับอเมริกาเลยรึเปล่าลูก”นายธีร์เดินมาหาลูกสาวคนโต

 

 

 

 

 

 

“ทำไมคะ ไม่อยากเห็นหน้าฟางขนาดถึงกับไล่ฟางกลับอเมริกาเลยหรอคะ”ฟางรีบพูดทันทีอย่าง

ไม่พอใจ

 

 

 

 

 

 

“พวกเราไม่ได้จะไล่พี่ฟางนะคะ แต่ว่าพวกเราเห็นว่าพี่ฟางอยู่ที่โน่นน่าจะมีงานมีการทำที่ดีอยู่

แล้ว”ฝ้ายรีบพูด

 

 

 

 

 

 

“ไม่มี พอดีว่าลาออกไปแล้ว”ฟางพูดทำให้โทโมะและแก้วที่ยืนข้างๆแอบเหวอกับคำตอบของฟาง

 

 

 

 

 

 

“งั้นฟางก็ต้องอยู่เมืองไทยหางานทำที่นี่ใหม่และก็ดูแลป้าฝนน่ะสิ”นายธีร์พูด

 

 

 

 

 

 

“ชั้นจะดูฟางหรือฟางจะดูแลชั้น ยังไงพวกเราป้าหลานก็ดูแลกันมาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สมัยอาภายัง

อยู่ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงหรอธีร์ หรือว่าเธอไม่คิดจะอยากดูแลลูกคนนี้บ้างเลย”ฝนรีบพูด

 

 

 

 

 

 

 

“ช่างเถอะค่ะป้าฝน เราอยู่กัน2คนป้าหลานก็ได้ และอีกอย่างฟางเองก็ชินที่อยู่โดยไม่ได้รับความ

ช่วยเหลือจากพ่อแท้ๆอยู่แล้ว นานมากจนแทบลืมไปเลยว่าเคยมีพ่อกับฝาแฝดตัวเองอยู่”ฟางพูด

ประชด

 

 

 

 

 

 

“แต่หนูฟางจ้ะ พ่อของหนูไม่ใช่ไม่รักไม่สนใจหนูนะจ้ะ ท่านเองก็ติดตามข่าวคราวหนูอยู่เหมือน

กัน”กานดาพูด

 

 

 

 

 

 

 

 

“อย่าทำเป็นพูดดีเพื่อช่วยสามีตัวเองให้ดูเป็นคนดีหน่อยเลย อ้อ เผาศพแม่อาภาเสร็จแล้วก็เชิญ

ไสหัวกลับไปที่เขาใหญ่ของพวกแกด้วย ไม่เคยจะดูแลอยู่แล้วนี่มาทางไหนกลับไปทางนั้น”ป้าฝน

ไล่

 

 

 

 

 

 

“ป้าคะ อย่าไล่พวกเราอย่างกับหมูกับหมาแบบนี้สิคะ พวกเราก็เป็นญาติกันแท้ๆ”เฟย์รีบว่า

 

 

 

 

 

“ใครญาติเธอ คนอย่างเธอชั้นไม่นับญาติด้วยหรอก”ฟางรีบสวนแล้วจ้องหน้ากับเฟย์อย่างเอาเรื่อง

 

 

 

 

 

 

“เฟย์ ฟาง อย่าทะเลาะกันลูก นี่มันงานศพแม่อาภาแท้ๆนะ”นายธีร์พูด ทำให้ฟางส่ายหน้าเบาๆ

ก่อนจะเดินเลี่ยงไปยืนใต้ต้นไม้เพียงคนเดียวเพื่อยืนมองควันที่ลอยพุ่งจากเมรุ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แม่คะ ไม่ต้องห่วงนะคะฟางจะทวงทุกอย่างที่เป็นของเรามาจากพวกมันให้ได้”ฟางพูดนิ่งๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“หลบมาอยู่ที่นี่เองพี่ฟาง”ฝ้ายเดินเลี่ยงมาหาฟางที่ยืนคนเดียวแล้วยิ้มหวานให้

 

 

 

 

 

 

“มีธุระอะไรกับชั้น”ฟางชะงักเหล่มองฝ้าย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

 

 

 

 

 

“ไม่เจอกันเกือบ10ปี พี่เปลี่ยนไปมากนะคะพี่ฟาง”ฝ้ายสัมผัสถึงความเย็นชาจากฟางก็พูดขึ้น

 

 

 

 

 

“10กว่าปี เวลามันเปลี่ยนคนมันก็เปลี่ยน จะไปจมอยู่กับแบบเดิมๆทำไมล่ะ”ฟางพูดแล้วเดินหนี

 

 

 

 

 

“ฝ้ายคิดถึงพี่ฟางจังเลยค่ะ”ฝ้ายเดินไปกอดฟางจากด้านหลังทำให้ฟางชะงัก หึ คิดถึงงั้นหรอ

 

 

 

 

 

“หรอ นี่ก็เสร็จพิธี จะกลับก็กลับไปก็ได้นะ”ฟางพูดเสียงแข็งก่อนที่จะเดินหนีฝ้ายไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ถ้าพี่ฟางต้องอยู่ที่นี่หาเลี้ยงป้าฝนเพียงลำพัง ฝ้ายจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ”ฝ้ายมองตาม

ฟางไปแล้วพูดกับตัวเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ขอปรบมือให้กับความเด็ดเดี่ยวของหลานจริงๆ ที่เลือกมาอยู่ที่นี่”เมื่อลับตาฟางเดินมาหาป้าฝน

ป้าฝนก็รีบพูดขึ้น

 

 

 

 

 

 

“ฟางควรจะกลับมาทวงทุกอย่างที่เป็นฟางมากกว่าค่ะป้า เห้อะ ก็ไม่รู้ว่าที่ทำทีเล่นละครว่าตัวเอง

ลำบากดูแลกันแค่2คนนี่พ่อกับยัยฝ้ายจะหลงเชื่อรึเปล่า ถ้าไม่เชื่อก็คงคิดแผนใหม่”ฟางพูด

 

 

 

 

 

 

“แต่ป้าว่าน่าจะได้ผลนะ ดูนังฝ้ายมันติดแกจะตาย มันคงรักแกมากสินะ”ป้าฝนพูด

 

 

 

 

 

“รักกันจริงก็คงไม่ทิ้งฟางกับแม่อย่างงั้นหรอกค่ะ ก็แค่มารยา”ฟางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

 

 

 

 

 

 

“แค่ป้าเห็นเราเข้มแข็งแบบนี้ป้าก็เบาใจแล้วล่ะ ว่าหลานป้าคนนี้จะไม่มีวันใจอ่อนให้พวกที่ทิ้งเรา

แน่ๆ”ป้าฝนพูด

 

 

 

 

 

 

“แล้วเราจะเอายังไงต่อครับป้าฝน ฟางเพราะดูท่าแล้วตอนที่เราไปป่วนรีสอร์ตพวกนั้นก็ยังตามจับ

ตัวเราไม่ได้”โทโมะพูด

 

 

 

 

 

 

“โชคดีนะคะ ที่ไม่มีใครเจ็บตัวหรือเสียชีวิตในวันนั้น”แก้วพูด

 

 

 

 

“โชคร้ายน่ะสิไม่ว่า น่าจะมีเรื่องให้หนักๆให้รีสอร์ตมันไม่มีคนพักน่ะสิดี”ป้าฝนว่าทำให้แก้วชะงักไม่

คิดว่าความต้องการของป้าฝนจะแรงขนาดนั้น

 

 

 

 

 

“คงต้องพักเรื่องป่วนที่นั่นไปก่อน รอให้ชั้นเข้าไปในนั้นแล้วค่อยจัดการต่อ”ฟางพูด

 

 

 

 

 

 

 

“ใช่ ทำลายทำอย่างที่เป็นความสุขพวกมัน เพราะพวกมันเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว”ป้าฝนว่า

 

 

 

 

 

 

“เอ่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้วแก้วขอตัวกลับบ้านนะคะ”แก้วมองทั้ง3คนแล้วส่ายหน้าก่อนจะขอตัวออกมา

 

 

 

 

 

 

 

“แล้วนี่ฟางจะไปไหนหรอ”เมื่อพูดคุยกันเสร็จโทโมะก็รีบถามเมื่อเห็นฟางเดินไปที่รถ

 

 

 

 

 

 

“ว่าจะปลดปล่อยโทโมะไม่ต้องห่วงหรอก โทโมะกลับบ้านไปเถอะ”ฟางพูด

 

 

 

 

 

 

“อื้อ ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะเราเป็นห่วงถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลยังไงก็โทรหาเราด้วยนะ”โทโมะ

พูดขึ้นก่อนที่ฟางะยิ้มให้เพื่อนชายแล้วขึ้นรถขับมาจอดที่ผับหรูแห่งหนึ่งไม่ไกลจากบ้านเธอ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“นี่ ถามจริงเหอะนะ จะให้ชั้นตามมาทำไมวะเขื่อน กรุงเทพเขาใหญ่น่ะ ขับรถมันเปลืองน้ำมัน

นะ”ป๊อปปี้เดินบ่นใส่เขื่อนที่ลากเขามาที่ผับหรูในกรุงเทพจากที่ทำงานเขาที่เขาใหญ่

 

 

 

 

 

 

“เอาน่าเพื่อน ฝ้ายเค้าก็ไม่ได้ให้แกเริ่มงานซะวันนี้พรุ่งนี้ มาเป็นเพื่อนชั้นเพื่อเคลียร์กับมีนนิดๆ

หน่อยๆน่า”เขื่อนพูด

 

 

 

 

 

 

 

“ไม่รู้โว้ย แฟนเก่าใครก็เคลียร์กันเองดิ เดือดร้อนเพื่อนทำไมเนี่ย”ป๊อปปี้ส่ายหน้าขำเมื่อคิดถึง

เขื่อนและมีนที่เลิกกันไปสักพักแล้วแต่จบไม่ค่อยสวยจนเขื่อนต้องขึ้นมาเคลียร์ถึงที่ พลันสายตา

ป๊อปปี้หันเป็นเห็นใครคนหนึ่งที่บาร์น้ำชั้นล่าง

 

 

 

 

 

 

“ขอบคุณค่ะ”ฟางรับมาตินี่มาจากบาเทนเดอร์แล้วจิบมันพลางมองบรรยากาศในผับ

 

 

 

 

 

 

“เป็นผู้หญิงมานั่งคนเดียวในที่แบบนี้มันอันตรายนะครับรู้มั้ย”ป๊อปปี้เดินเข้ามาทักฟางทำให้ฟาง

ชะงัก มองหน้าป๊อปปี้นิ่ง

 

 

 

 

 

 

“ขอโทษนะคะ เรารู้จักกันด้วยหรอคะ”ฟางพูดขึ้นแล้วมองท่าทางเป็นมิตรของป๊อปปี้อย่างไม่ไว้ใจ

 

 

 

 

 

 

 

“อ้าวคุณฝ้ายไหงพูดแบบนั้นล่ะครับ เราพึ่งเจอกันวันก่อนไง แล้วนี่คุณมาทำอะไรที่นี่หรอครับ แล้ว

ไม่อยู่ที่เขาใหญ่ล่ะ”ป๊อปปี้ขำกับมุกของฟางก็พูดขึ้น ทำให้ฟางชะงัก ฝ้ายงั้นหรอ แล้วภาพวันที่

เธอไปป่วนงานที่รีสอร์ตก็ฉายเข้ามาในหัว ผู้ชายคนนี้เป็นคนของรีสอร์ตงั้นสินะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ก็แค่เบื่อน่ะค่ะแล้วนี่คุณไม่อยู่ที่ขาใหญ่หรอคะ มาทำอะไรที่นี่ หรือว่าจะเป็นเหมือนกับพวกผู้ชาย

พวกนั้น ที่ทำตัวเป็นจิ้งจอกราตรีคอยส่องหาสาวสวยๆกลับไป”ฟางยิ้มนิดนึงก่อนจะยิงคำถามใส่

ป๊อปปี้

 

 

 

 

 

 

 

“บ้าหรอคุณ ผมไม่ใช่คนอย่างงั้นซะหน่อย ผมมาทำธุระกับเพื่อนครับ แล้วนี่ทำคุณฝ้ายถึงมาคน

เดียวล่ะครับ มันอันตรายมากนะรู้มั้ย”ป๊อปปี้พูดด้วยน้ำเสียงที่เจือด้วยความเป็นห่วงทำให้ฟางชะงัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“นั่นน่ะสิคะ อันตรายจริง งั้นชั้นขอตัวก่อนนะคะ หวังว่าเราคงพบกันอีก”ฟางพูดก่อนจะเดินจาก

ป๊อปปี้ไป

 

 

 

 

 

 

 

 

“พบกันอีก ทำอย่างกับเราจะไม่ได้เจอกันซะอย่างงั้นล่ะคุณฝ้าย”ป๊อปปี้มองตามฟางแล้วพูดกับตัว

เอง ก่อนจะยิ้มออกมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“คิดอะไรอยู่หรอลูก รีบนอนเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้เราต้องกลับเขาใหญ่แต่เช้านะ”นายธีร์เดินมาหาฝ้าย

แล้วถาม

 

 

 

 

 

 

 

“พ่อคะ ฝ้ายว่ามันถึงเวลาแล้วค่ะ ที่เราต้องทำอะไรให้กับพี่ฟาง”ฝ้ายหันไปพูดกับพ่อ

 

 

 

 

 

 

“ฝ้ายหมายว่ายังไงหรอลูก”นายธีร์มองลูกสาวตัวเองแล้วถามต่อ

 

 

 

 

 

 

“ฝ้ายคิดว่า เราควรจะพาพี่ฟางไปอยู่ด้วยกันที่เขาใหญ่นะคะพ่อ เราทอดทิ้งพี่ฟางมานานมาก

พอแล้ว ฝ้ายไม่อยากให้พี่ฟางต้องเป็นคนเย็นชาแบบนี้เลย ฝ้ายอยากได้พี่สาวฝ้ายคนเดิมกลับมา

ค่ะพ่อ”ฝ้ายพูด

 

 

 

 

 

 

“ได้สิลูก พรุ่งนี้เราะไปรับฟางไปอยู่กับพวกเราที่เขาใหญ่กัน”นายธีร์พูดแล้วยิ้มให้กับลูกสาว

 

 

 

 

 

 

 

อยากได้พี่สาวคนเดิมกลับมาหรือสายไปแล้ว กับการแก้ไข

 

 

 

ตอนหน้าฟางจะไปอยู่กับฝ้ายแล้ว มาดูกันนะว่าเรื่องจะเป็นไง รับร้อง ฟางร้ายได้ใจแน่ๆ

 

 

 

ฝากติดตามเรื่องใหม่เรื่องนี้ด้วยน้าาาาาา

 

 

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.9 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9.2 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.1 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา