Love You My Bad Guy ll❤

9.8

เขียนโดย ยัยหมูปิ้ง

วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 22.27 น.

  19 Bad Guy
  262 วิจารณ์
  19.87K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 11.33 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

15) ให้หมดทุกอย่างที่มี

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

“เอาละ ตอนนี้เธอเลิกกับแฟนงั้นสิ” พิมถามฉันเมื่อเธอเปิดตู้เย็นและหยิบขวดน้ำขวด

เล็กออกมาโยนให้ฉันขวดหนึ่ง

“ไม่รู้เหมือนกัน” ฉันบอกแล้วก็ยังนึกสงสัยตัวเองไม่หาย ฉันไม่เข้าใจจริงๆว่าตอนนี้ตัวเอง

กำลังทำอะไรอยู่

“วันนี้เวรเธอ…”

       พิมบอกแล้วโยนเอาเข็มกลัดที่ใส่ดาวสีทองมาให้ เป็นจังหวะเดียวกับที่หน้าระเบียง

ห้องของฉันมีการเคื่อนไหว ทั้งฉันและพิมหันไปก็เห็นว่าเป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งกำลัง

ปีนระเบียงเข้ามาเมื่อสายตาของฉันหันไปจ้องมองคนๆนั้น ทำให้เข็มกลัดนั้นพลาดมือหลุด

ออกจากมือไป และกลิ้งไหลไปยังปลายเท้าของผู้บุกรุก

        ให้ตายสิ… ระเบียงชั้นสามมันปีนขึ้นมาง่ายดายขนาดนี้เชียวเหรอ

        ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ในพริบตาเดียวผู้ชายคนนั้นก็เข้ามาถึงตัวของพวกเรา แต่ฉัน

ไหวตัวทันเลยไม่ถูกจับได้ ทว่าแค่พิบตาเดียวผู้ชายคนนั้นก็จับตัวพิมไว้ได้ และยังเอามืออุดปาก

ของพิมไว้ซะอีก

       ตัวฉันก็ขยับตัวไปยังระเบียงแทน ก่อนจะยกเท้าขึ้นทับเข็มกลัดนั้นเอาไว้เพื่อบังสายตา

จากผู้ชายคนนั้น เขาใส่มาร์กปิดจมูกฉันเลยมองเห็นหน้าเขาไม่ชัดเท่าไหร่

“ฉันจะปล่อยนายไปก็ได้… จะไม่เรียกใครเข้ามาช่วย แต่ปล่อยเพื่อนฉันออกก่อน” ฉันต่อรองและ

พยายามกวาดสายตามองหาการ์ดจากด้านนอก

       ปกติข้างล่างจะมีคนเดินเพ่นพ่านอยู่ตลอดเวลา แต่วันนี้ฉันกลับไม่เจอใครเลย เมื่อสบ

ตากับคนที่บุกเข้ามาดีๆ ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นชัดว่าคนคนนั้นเป็นใคร

“โยชิ…” ฉันพึมพำชื่อของโยออกมา เมื่อแน่ใจว่าต้องเป็นโยชิคนที่รู้จักจริงๆ

“สาวน้อย เธอรู้จักกฏของเกมชิงดวงดาวนี่ดีพอรึเปล่า” โยชิเลิกคิ้วขึ้นพลางดึงมาร์กออก เพื่อจะ

ได้คุยกันสะดวกขึ้นด้วย

        ใบหน้าของเขายังสวยเหมือนเดิม ท่าทางของเขายังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง ถ้าไม่

ติดว่าฉันไม่อาจจะมองใครได้อีกแล้วนอกจากป็อบปี้… ฉันก็คงเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ตกหลุม

รักเขา

“เกมนี้ มีกฏบอกว่าดวงดาวจะต้องอยู่ในหอเท่านั้น ไม่สามารถจะเอาออกจากหอไปได้

เพราะมี GPS ติดตามในดวงดาวอยู่ยังไงละ”

         ฉันออกแรงเหยียบเข็มกลัดที่ใส่ดวงดาวให้มากขึ้นด้วย แม้จะรู้ว่ามันไม่มีผลอะไรแล้วก็ตาม

“เท่าที่พิกัดมันบอกมา น่าจะใช่ห้องนี้นะ” โยชิพูดและยิ้มให้ฉันไปด้วย

        ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไป เกินกว่าที่ฉันจะต่อกรด้วย กับแค่การแกะรอยสัญญาน GPS

แบบนี้เด็กวิศวะอย่างเขามันคงไม่ใช่เรื่องยากอะไรแน่ๆ

“เธออยากให้เรื่องมันจบเร็วขึ้นรึเปล่าฟาง เธอไม่อยากจะเจอพวกฉันแล้วไม่ใช่เหรอ”

       พิมดิ้นพล่านเมื่อได้ยินโยชิหว่านล้อมฉัน ฉันกระพิบตา อยากจะให้เรื่องมันจบลงเร็วๆ

เหมือนกันแต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี จะปล่อยให้โยชิงดาวไปง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ มันจะดีเหรอ…

ฉันถามตัวเองช้ำไปมาแล้วค่อยๆ ขยับเท้าทีละนิด และมือก็ยังกำแน่นกับราวระเบียงอยู่

       ตอนที่ฉันกำลังลังเลใจอยู่ ก็มีใครสักคนโผล่มาจากระเบียงอีกคน ฉันเหลียวหน้าไป

และพบว่ากลิ่นน้ำหอมนั้นเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยสำหรับฉัน

       รู้ตัวอีกทีป็อบก็ยืนอยู่ข้างงฉัน และมองหน้าฉันด้วยสายตาที่ว่างเปล่า คนแปลก

หน้า… ตอนนี้สถานะของเรามีเพียงเท่านี้

“มันอยู่ที่นี่เหรอ โย…” ป็อบพ่นกวันบุหรี่ออกมา และกวาดสายตามองไปทั่วห้อง สุดท้ายมันก็

หยุดลงที่หน้าของฉัน

“อือ น่าจะใช่ รีบเข้าเถอะ ก่อนที่การ์ดของที่นี่จะขึ้นมาเจอ” โยชิบอก ป็อบก็ขยับตัวทันที

      เขาเดินไปที่เตียงของฉันและจัการเปิดกระเป๋าและเทข้าวของลงกับเตียง ตอนนี้ฉันขยับตัว

ไม่ได้สักก้าว ตอนแรกที่ลังเลใจว่าจะส่งมองดวงดาวให้โยชิไปดีหรือเปล่า มาถึงตอนนี้ฉันรู้

แล้วว่าตัวเองควรจะทำยังไงดี

        ฉันไม่มีทางยกให้ป็อบปี้เด้กขาด!

“มันอยู่ที่ไหนกันนะ” ป็อบพูดแล้วเงยหน้ามามองฉัน

        ฉันไม่เจอเขา สองวัน… นับแล้วก็ตลกตัวเองดีพิลึก ฉันไม่เข้าใจตัวเองเอาซะเลย

ว่าทำไมต้อง

หลงรักผู้ชายแบบนี้ด้วย ทั้งที่เขาไม่เคยรัก ไม่เคยใจดีกับฉันเลยแม้แต่น้อย

“อยากให้เกมจบรึเปล่าฟาง ส่งมาให้ฉันดีๆ เถอะ”

       ป็อบเรี่มพูดเสียงอ่อนลงรวมถึงสายตาคู่นั้นด้วย ฉันรู้ดีว่านั่นเป็นแค่การแสดงหลอกลวง

ของเขาเท่านั้น และฉันก็ควรมองข้ามมันไป

“ถ้าส่งให้นาน นายจะกลับมาหาฉันรึเปล่า จะอยู่ด้วยกันมั้ย มีอะไรนายจะบอกกับฉันตรงๆ รึเปล่า”

       ฉันไม่ได้ยิ้มมานานแค่ไหนแล้วนะ แต่ตอนนี้ฉันกำลังยิ้มให้ป็อบปี้อยู่

“บอกสิ ถ้าฉันให้ดวงดาวที่นายต้องการไป นายจะกลับมาหาฉัน เป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น” ฉัน

ถามเขาในขณะที่ป็อบทำหน้าเหมือนไม่รู้จะตอบยังไงดี

“แค่ฉัน คนเดียว…” ฉันย้ำคำที่เขาเคยบอกไว้

   แค่เธอ คนเดียว

“ถ้าจะเป็นของเธอเพราะเรื่องแบบนี้ ฉันก็ไม่ต้องการหรอก” แล้วป็อบก็จากไปเหมือนเคย

      นี่คือนิสัยของเขานั่นแหละ… ฉันรู้ดี และไม่ว่าอะไรเขา

“แล้วเจอกัน” เขาเข้ามาทางไหน เขาก็ไปทางนั้น ฉันเองก็ทำใจยอมรับได้อยู่แล้ว

“แล้วเจอกัน” ฉันเลียนแบบคำพูดเขา จากนั้นก็ก้มลงเก็บเข็มกลัดไว้ในมือ

“เฮ้! ป็อบปี้ เอาแบบนี้งั้นเหรอ!”

         คงมีแต่โยเท่านั้นแหละที่ร้องโวยวายอยู่คนเดียว ฉันเดาว่านี่น่าจะเป็นแผนของ

ใครคนใดคนหนึ่งที่จะเข้ามาบุกชิงดาวในหอ และทำงานเป็นทีม แต่ท่าทาง ตอนนี้ฉันคง

จะกวนโมโหของป็อบมากเกินไป เขาเลยอารมณ์เสียกลับไปแล้ว

“โย… นายว่าไงละ” ฉันกำเข็มกลัดที่มีดวงดาวสีทองไว้ในมือแน่น

       เมื่อกี้โยคงไม่ทันสังเกตว่าเมื่อกี้ฉันเก็บอะไรขึ้นมาจากพื้นแน่ๆ ฉันมองหน้าโยที่กำลังทำ

หน้าไม่ถูกเช่นกัน เขาคงไม่เข้าใจว่าฉันพูดกับเขาว่าอะไร และหมายความถึงอะไร

“ถ้านายอยากได้ดวงดาวน่ะ ทำให้ป็อบปี้เป็นของฉันก่อนสิ แล้วฉันจะให้นาย” ฉันบอกเสียงเรียบ

ก่อนที่โยจะยอมปล่อยพิมในที่สุด

“โอเคเลย ฉันยอมแพ้ ไม่นึกว่าเธอจะใจแข็งขนาดนี้”

       โยชิบอกแล้วขยับตัวไปอีกทาง ฉันเองก็ค่อยๆ เดินกลับไปหาพิมที่ยืนหน้าชีดเผือด

ดูจะตกใจไม่น้อยที่ถูกจู่โจมกระทันหันแบบนั้น

“นายน่าจะรู้จักนิสัยฉันแล้วนะ”

“นั่นสิ…” โยพึมพำมาอีกคำก่อนจะดึงมาร์กมาปิดปากเอาไว้ไม่นานเขาก็เดินไปทางระเบียง

และปีนลงไปอย่างเงียบเชียบ เหมือนกับตอนที่เข้ามา

“เธอรู้จักผู้ชายพวกนี้ด้วยเหรอ” พิมถามแล้วจับไหล่ของฉันเอาไว้แน่น

“ฉันต้องการข้อมูลทุกอย่าง และเรื่องจริงด้วย”

 

       พิกัด GPS ที่ถูกฝังลงไปในดวงดาวบ้าบอนั่นเพื่อจะจับตำแหน่งดวงดาวว่าไม่ได้

นำออกไปที่ไหน อย่างที่โยชิบอกเอาไว้ เพียงแต่ว่าจะไม่มีการเปิดเผยว่ามันอยู่ตรงไหนแน่

ชัดเท่านั้นเอง บอกเพียงแค่ว่าดวงดาวยังอยู่ในบริเวณหอที่ร่วมเล่นเกมเท่านั้น

      กร๊าฟก็คงหัวเสียเหมือนกัน เพราะเขาหวังเอาไว้สุดๆ ว่าจะชนะในเกมนี้ ท่าทางเขา

คงจะเป็นคู่แข่งทุกอย่างกับโยชิ ตอนที่นั่งคุยเรื่องดวงดาวเพื่อวางแผนช่วยกันเก็บไว้เป็นความ

ลับ ฉันสังเกตเห็นว่าพิมกับกร๊าฟสนิทสนมกันเกินคำว่าธรรมดา ทังสองยิ้มให้กันและไม่เห็น

เลยสักนิดว่าจะทะเลาะกันตอนไหน พิมอาจจะชอบกร๊าฟมากก็ได้ แต่ฉันไม่เข้าใจว่าผู้ชาย

คนนี้ทำไมถึงชอบมาวอแวกับฉันนัก

“ฉันว่าพวกเธอควรจะเก็บมันไว้ให้ดีกว่านี้นะ” กร๊าฟพูดอะไรสักอย่าง แต่ฉันไม่มีอารมณ์จะฟัง

       สายตาของฉันเหม่อมองไปข้างนอกหน้าต่างมองไปยังท้องฟ้าที่มีแต่เพียงดวงดาว

ไม่มีแสงใดๆให้มองเห็นได้อีก ตอนนี้เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว เดี๋ยวก็หมดเวลาที่พวกผู้ชายจะ

ออกไปจากห้องได้แล้วเท่านั้นฉันก็สบายใจ ที่ไม่ต้องเห็นหน้าพวกเขาอีกต่อไปแล้ว

“ท่าทางเธออยากจะพัก” พิมหันไปคุยกับกร๊าฟที่ยังยืนอยู่ในห้องพักของพวกเราประมาณชั่วโมง

หนึ่งแล้วล่ะมั้งที่เขานั่งแช่อยู่ตรงนี้ไม่ได้ขยับไปไหนเลย

“ก็ได้ แล้วเจอกันก็แล้วกัน” กร๊าฟยอมล่าถอยไป และฉันก็ทำสีหน้าโล่งใจแบบไม่ปิดบังด้วย

“เธอเป็นแฟนกร๊าฟรึไง” ฉันเป็นคนเปิดปากถามพิมก่อน เพราะว่าเธอจ้องหน้าฉันนิ่งๆ อยู่ก่อนแล้ว

“เธอคิดว่าไงล่ะ” คำตอบรวนๆ นั่นทำให้ฉันหมดอารมณ์ที่จะพูดหรือถามอะไรต่อ

“ตกลงเธอเป็นแฟนใครกันแน่นะฟาง ระหว่างโยชิกับป็อบปี้” พิมถามแล้วฉันก็ยักไหล่ให้ไป

“แล้วเธอคิดว่าไงละ” ฉันใช้คำพูดเดิมของเธอรวนกลับไป

       ตอนแรกฉันนึกว่าพิมจะโกรธ แต่เธอกลับส่งยิ้มมาให้ ฉันเองก็เหนื่อยที่จะต้องตามพวกผู้ชาย

พวกนั้นให้ทันแล้ว ช่างมันเถอะ ฉันไม่อยากจะนึกหรือคิดทำอะไรต่อไปแล้ว

“ท่าทางเธอจะมีซัมติงกับป็อบปี้นี่นา รึเปล่านะ”

“ป็อบปี้นะเหรอ” ฉันพ่นลมหายใจออกมาแล้วก้หัวเราะตัวเองไปด้วย

“ก็ได้ยินเธอพูดแบบนั้น”

“ป็อบปี้กก็แค่ของเล่นน่ะ ไม่มีอะไรมากมาย”

 

         วันนี้ฉันกลับบ้านเพราะพ่อเพิ่งกลับจากดูงานต่างประเทศ และอยากจะให้ฉันรีบ

กลับบ้านด้วยสิ่งแรกที่เห็นก็คือผู้หญิงสวยงามมากคนหนึ่งที่อายุย่างเข้าสู้วัยกลางคนแล้ว แต่

เธอสวยมาก สวยจนดึงดูดสายตาของฉันไม่ใหหันไปไหนได้ และข้างๆเธอนั้นก็มีผู้หญิงที่อา

ยุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน และยังคงสวยมากเช่นเดียวกัน

         ฉันเดินไปหาพ่อที่ยิ้มอยู่ ท่านั่งบนเก้าอี้ผ้านุมนวมราคาแพงใกล้ๆ กับผู้หญิงสอง

คนนั้น ฉันไม่เข้าใจว่าท่านเรียกให้ฉันมาพบเจอผู้หญิงสองคนนี้ทำไมกัน

 “สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือขึ้นไหว้ทักทายสองคนนั้น ก่อนจะมองเลยกลับมาที่หน้าของพ่อด้วยสีหน้า

เรียบเฉย

“ฟางดูเปลี่ยนไปมากนะคะ สวยแต่งตัวเก่งขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยนะคะ” ผู้หญิงที่อายุมากกว่า

พูดขึ้น และฉันก็มองเธออีกครั้ง

          ดูเหมือนเราจะเคยเจอกันมาก่อนสินะ

“สาวๆ ก็แบบนี้แหละ” คุณพ่อพูด และยกมือขึ้นโอบรอบไหล่ฉันไว้หลวมๆ

         ฉันถอนหายใจแล้วก็หันไปถามพ่อ ว่ามีธุระอะไรถึงเรียกฉันกลับบ้านแบบนี้ ทั้งที่

ปกติท่านไม่เคยสนใจชีวิตฉันเท่าไหร่ ไม่แน่ท่านอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ว่าก่อนหน้านี้ฉันเพิ่ง

เข้าโรงพยาบาลมานะ

“พ่อมีอะไรรึเปล่าค่ะ หนูรู้สึกเหนื่อยๆ” ฉันบอกไปตามตรง ไม่คิดจะรักษาน้ำใจใครทั้งนั้น

“วันนี้คุณน้าวงเวียนกับพี่โฟร์เขาเพิ่งกลับมาจากอังกฤษน่ะ เราเลยคิดว่าจะจัดงานเลี้ยงกันพรุ่งนี้

เลยโทรให้ลูกกลับมาเจอคุณน้าเขาก่อน” พ่อบอกมา แล้วฉันก็ถอนหายใจออกมายาวๆ

        ผู้หญิงที่ชื่อโฟร์… คนนั้น ยิ้มให้ฉัน แต่ฉันไม่สนใจอยากจะมองหน้าเธอ

“ฟาง จำพี่ได้มั้ย” เธอยิ้มกว้างและชี้นิ้วที่หน้าอกตัวเองไปด้วย

“โฟร์ไง พี่โฟร์…” เธอบอกแล้วก็จ้องมองฉัน เหมือนกำลังลุ้นให้ฉันจำเธอได้เร็วๆ

“ขอโทษนะคะ” ฉันตอบไปแบบนี้ และสังเกตเห็นว่าสีหน้าของใครหลายคนเปลี่ยนไป

“ฉันลืมไปหมดแล้วนะค่ะ”

“อ่อ สงสัยตอนเจอกันครั้งสุดท้ายทั้งคู่คงจะเด็กมากเลยจำกันไม่ได้”

       พ่อเรี่มเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์ และฉันยังไม่คิดจะกลับคำพูดหรือว่าพูดอะไรแม่

แต่คำเดียวเลิกมองหน้าผู้หญิงสองคนนั้นซะ… มันน่าจะดีกว่า

“ใช่มั้ยลูก” พ่อของฉันออกแรงเย่าไหล่ฉัน เหมือนจะบอกให้ฉันพูดอะไรเสียหน่อย

“ไม่รู้สิคะ ก็บอกว่าลืมไปหมดแล้ว” ฉันพูดคำเดิมแล้วก็แกล้งมองไปทางอื่น ไม่มองสอง

แม่ลูกคู่นั้นและไม่มองหน้าพ่อตัวเอง

“เอ่อ… สงสัยว่าฟางจะเหนื่อยจากเรียนเลยยังไม่อยากจะพูดอะไร ยังไงก็ขอโทษด้วยแล้วกันนะ

ครับคุณวงเวียน” สุดท้ายก็เป็นคุณพ่ออีกตามเคยที่พูดแก้ตัวให้ฉัน

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่อีกหน่อยเราคงเจอกันมากขึ้นกว่านี้ ยังไงก็ฝากพี่โฟร์ด้วยนะจ๊ะ ไปไหนมาไหนก็

ช่วยสอนทางพี่เขาหน่อย”

        ผู้หญิงคนนั้นพูดโอบไหล่ลูกสาวตัวเอง พยายามจะส่งยิ้มให้ฉัน แต่สุดท้ายฉันก็ทำเพียงแค่

เฉยเมยกับเธอเท่านั้น มันจำเป็นด้วยเหรอที่ฉันต้องยิ้มทั้งที่ไม่อยากยิ้มด้วยน่ะ

“ฟาง” พ่อเรี่มดุ เมื่อฉันยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆทั้งสิ้น

“ไม่ว่างค่ะ พอดีมหาวิทยาลัยมีกิจกรรม ขอโทษด้วยนะคะ” ฉันบอกก่อนจะผุดลุกออกมาไม่ได้

สนใจใครทั้งนั้น

“ฟาง!!” เสียงใครต่อใครเรียกตามหลังมา แต่ฉันไม่หันกลับไปมองยังคงเดินขึ้นชั้นสอง

ของบ้านทันที

“จำได้งั้นเหรอ” ฉนพึมพำเสียงแผ่วก่อนจะเอนหลังพิงกับประตูเอาไว้

         ฉันใจของฉันเต้นแรงขึ้นและแผ่วลงเมื่อรับรู้ถึงความจริงอะไรบางอย่าง… มันก็เหมือนเคย

นั้นแหละ ไม่ว่าใครที่ผ่านเข้ามา เดี๋ยวทุกอย่างก็จะจางหายไปในที่สุด

“ฉันลืมไปแล้วจริงๆ”

 

         ฉันถูกรั้งตัวไว้ที่บ้านและพิมโทรจิกฉันไม่หยุด เธอบอกให้ฉักลับไปดูแลดวงดาว

บ้าบอนั้นตามเวรที่เราแบ่งเวลากันเอาไว้ แต่จะทำยังไงได้ ตอนนี้ฉันติดเหง็กอยู่ที่บ้าน โดยที่

พ่อของฉันยื่นคำขาดถ้าฉันไม่อยู่ร่วมงานอะไรนั่น ฉันจะถูกอายัดบัตรเครดิต

         ใช่สิ… ฉันยังหาเงินเองไม่ได้นี่นะ

“ไม่สนุกเลยเหรอค่ะ ฟาง” โฟร์แยกออกจากกลุ่มสาวชั้นสูงไฮโชเข้ามาทักทายฉัน เมื่อฉันยืนทำหน้า

ไม่รับแขกอยู่ที่โตะเคื่องดื่มริมสระน้ำคนเดียว

         บ้านก็บ้านฉัน ฉันก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับงานนี้เลยแม้แต่น้อย แล้วยัยผู้หญิงคนนี้

ยังจะเอาตัวเองมาให้ฉันหงุดหงิดอีกจนได้นะ

“อือ ไม่สนุก” ฉันบอก วางแก้วค็อกเทลลงกับโต๊ะ ทำท่าจะหนีจากหน้าผู้หญิงสวย ของผู้หญิงคนนี้

“นี่เดี๋ยวสิ…”

          มือที่คว้าแขนฉันเอาไว้ ทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองเธออีกครั้ง ฉันอยากจะแผด

เสียงใส่หน้าเธอสักตั้ง แต่มันคงดูงี่เง่ามากเลยล่ะ

“จำฉันไม่ได้จริงๆ นะเหรอ” เธอถาม และมีรอยยิ้มประทับที่หน้าไว้เช่นเคย

       จะหัวเราะฉันอย่างนั้นเหรอ หรือว่ายังไงกันแน่ ฉันไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่น้อย

“ฉันลืมๆไปหมดแล้ว ปล่อยมือฉันด้วย เพราะฉันไม่อยากจะลืมเรื่องของเธอที่ทำกับฉัน

วันนี้อีกเรื่องหนึ่ง หรือไม่ก็ลืมไปเลยว่ามีเธออยู่บนโลกนี้” ฉันบอกเสียงแข็งและปลดมือเธอ

ออกอย่างแรง

“แต่ฉันไม่อยากลืม ไม่มีทางจะลืมเธอด้วย” โฟร์ยิ้ม ยอมลดมือออกแต่โดยดี

“ฉันไม่มีทางลืมเลยว่าเธอคือใคร”

“เธอหมายความว่าไงแน่นะ” ฉันย้อนถาม ชักจะหงุดหงิดขึ้นทุกทีแล้ว ผู้หญิงคนนี้จะยั่ว

ประสาทฉันไปถึงไหน

“ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเธอ และแน่นอนว่าตอนนี้เธอกำลังชอบอะไร หรือใครที่ชอบเธอ…”

คำบอกเล่านั้นทำเอาฉันตาโตด้วย ไม่คิดว่าเอจะรู้และติดตามเรื่องราวของฉันด้วย

“ป็อบปี้หรือเปล่านะ ที่เธอกำลังเล็งตอนนี้น่ะ”

“โฟร์…” ฉันเรียกชื่อผู้หญิงคนนี้เอาไว้ ก่อนจะกัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่น

“เธออยากจะบอกอะไรฉัน”

“ก็อย่างที่รู้ๆ ผู้ชายหน้าตาแบบป็อบปี้น่ะใครๆ ก็อยากได้ ใช่มั้ย”

        เธอพูดแล้วก็ยกมือโบกทักทายกับใครสักคนด้านหลังของฉัน

“ก็เหมือนเดิม ฉันแค่กลับมาทวงของของฉันคืนไง” โฟร์พูดและยปปลายนิ้วแตะที่ริมฝีปาก

ล่างของฉัน

“ฉันกลับมาแล้วไง ฟาง”

       จากนั้นเธอก็เดินเลยจากฉันไป ทิ้งให้ฉันทบทวนคำพูดของเธอคนเดียวเงียบๆ กลับ

มาเพื่ออย่างนี้เองนะเหรอ ฉันยิ้มให้ตัวเองก่อนจะดึงเอาปิ่นปักผมออกปล่อยให้เส้นผมที่มวยเอา

ไว้ทิ้งให้มันสยายเต็มแผ่นหลัง

“นั่นสิ ฉันคิดถึงเธอแทบบ้าเลยละ โฟร์…”

           ฉนไม่ทนอยู่ต่อจนจบงานเลี้ยงนี่ แล้วเดินขึ้นห้องนอนตัวเองหยิบเอาของไม่กี่ชิ้น

ติดตัวไปก่อนจะเดินลงมาทั้งที่ยังใส่ชุดราตรีแบบสั้นที่ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนจัดหามาให้

“ฟาง ลูกจะกลับแล้วเหรอ” พ่อทักฉัน ทำเอาฉันมองหน้าพ่อด้วยความสงสัย

“พ่อเห็นหนูด้วยเหรอ”

         ตอนนี้ฉันไม่ได้ประชดนะ ฉันแปลกใจจริงๆ ที่พ่อสังเกตเห็นฉันด้วย ปกติไม่ว่า

ฉันจะไปไหนมาไหนท่านไม่เคยเห็นและถามอะไรเลยสักนิด แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ฉันสงสัย

ได้ยังไงกัน

“ฟาง” พ่อเรียกฉันด้วยน้ำเสียงที่ทุ่มต่ำลงนิดหน่อย

          ฉันเลยยิ้มให้ท่านก่อนจะเดินเลยผ่านไปไม่ได้ทักทายอะไรอีก ฉันเดินออกมารั้ว

บ้านและเห็นว่าป็อบปี้อยู่หน้าบ้านของฉันนี่เอง

          ผู้หญิงคนใหม่ของเขาคงจะเป็นโฟร์สินะ ฉันเกือบเดินเลยเขาไปแล้วแต่สุดท้ายฉัน

ก็ถอยหลังกลับมา

“ถ้าฉันจะอยู่กับนายได้อีกครั้ง บอกทีสิ ฉันจะต้องทำยังไง” ฉันถามป็อบปี้ที่ยังหันหน้าไป

ทางอื่นและพ่นควันบุหรี่ออกจากปากเป็นทางยาว

“อยู่กับฉัน เธอต้องหลบๆ ช่อนๆ และมีสถานะไม่ชักเจน อยากได้หรือไง” เขาถามมา

“ยังกับว่า ก่อนหน้านี้เราไม่หลบๆ ซ่อนๆ กันงั้นแหละ” ฉันถามแล้วก็ดูหน้าจอโทรศัพท์ตัวเอง

ว่ามีใครโทรเข้ามาหรือเปล่า

“แล้วเธอจะไปไหน” ป็อบปี้ถามเมื่อฉันทำท่าจะเดินเลยผ่านไป

“ไปให้พ้นจากตรงนี้ ไปให้พ้นจากนาย ไปให้พ้นจากทุกคน” ฉันบอกและยิ้มให้ป็อบปี้ไปด้วย

“งั้นเหรอ”

         ทำไมฉันต้องง้อผู้ชายคนนี้ ทำไมฉันต้องวิ่งไล่ตามและสุดท้ายก็หนีหัวซุกหัวซุน

ตอนนี้ฉันจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ลอยตามอารมณ์ของใครทั้งนั้น

“ป็อบ ฉันพูดจริงๆ แล้วนะ ตอนนี้ฉันมีเรื่องมากมายในหัว และฉันกำลังจะกดปุ่มดีลีทและเซดมัน

ใหม่อีกครั้ง” ฉันบอก ก่อนจะชี้ปลายนิ้วเข้าที่ขมับของตัวเอง

“นายเองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันกำลังลบมันทิ้งไป”

       ลบ แน่นอน… ว่าฉันกำลังลบลืมเรื่องของเขาให้หมด

“ตอนนี้นายเปลี่ยนไปมากจริงๆ เปลี่ยนไปจนฉันตามไม่ทัน” ฉันพูดและชำเลืองมองไปทาง

ด้านหลังของป็อบปี้ที่ใครคนหนึ่งกำลังเดินมาทางนี้

“เธอก็เปลี่ยนไปเยอะเลย” เขาบอกและมองดูด้านหลังของเขาเช่นกัน

       เมื่อเธอคนนั้นเดินมาถึงทั้งฉันทั้งป็อบปี้ก็หันไปมองเป็นตาเดียว

       โฟร์เดินเข้ามาคล้องแขนของป็อบปี้แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที่ และเห็นว่าป็อบปี้

เต็มใจจะให้เธอทำอย่างนั้นซะด้วยสิ

“นี่ขอร่วมวงด้วยหน่อยสิ” ฉันพูดแล้วเข้าไปควงแขนอีกข้างหนึ่งของป็อบด้วยเหมือนกัน

“ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ โฟร์…” ฉันมองหน้าสวยๆของผู้หญิงคนหนึ่งที่เกลียดจับใจ

“เลิกแย่งของของฉันสักทีได้มั้ย!!”

 

PF PF PF PF PF PF PF PF

มาอัพตอนใหม่แล้วจ้าาา

ตอนนี้ขอบอกว่าอยากตบ

อีตาป็อบอีกแล้วป็อบมันจะ

ทำให้นางเอกของเราเสีย

ใจไปถึงไหนแงแงT^T

เม้นๆ ด้วยนะจ๊ะ จะได้มีกำลัง

ใจแต่งต่อ เจอกันตอนหน้าจ๊ะ

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา