Fic naruto ภาค พายุโลหิต

10.0

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 15.23 น.

  32 ตอน
  12 วิจารณ์
  5,138 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 16.43 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

14) บทที่ 14 คมดาบลับที่จ่อคอ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เช้าวันต่อมา...

ซากุระลืมตาตื่นมาพร้อมกับฝาแฝดที่เอาขามาพาดพุง “ถ้าไม่ติดว่าแกน๊อค แกตาย” เธอค่อยๆเอาขาที่มาพาดตัววางไปอีกที่

พอมองสภาพของฝาแฝด ก็ทำเอากุมขมับ เมื่อวานก็เกือบไปมีเรื่องกับมิกิเพราะเธอแล้ว ไอ้ฝาแฝดน่ะเธอไม่ห่วงแต่เธอห่วงชื่อเสียงของอีกฝ่ายที่เป็นถึงลูกสาวของผู้บังคับบัญชาทหาร คู่กับหัวหน้าข้าหลวงของท่านโชกุนมากกว่า ถึงยังไงเค้าก็เป็นผู้บังคับบัญชาที่เธอเคารพ

“ไม่ไหวๆ”เธอหันหน้าไปร้องเรียกสาวใช้ “ใครอยู่ข้างนอกบ้าง”

“ค่ะ”สาวใช้หน้าแฉล้เปิดประตูเข้ามา

“เตรียมน้ำอุ่นให้ชั้นที”

“เจ้าค่ะ คุณหนู”

ไม่เกินห้านาที น้ำก็พร้อมอาบ ในครั้งนี้เธอได้สั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำอาบผสมสมุนไพรไว้ ความอุ่นของน้ำและฤทธิ์ของสมุนไพรช่วยให้หญิงสาวผ่อนคลายจากความเมื่อยล้าและอาการมึนเมาของสุราได้เป็นอย่างดี

หลังจากอาบน้ำ เปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบที่ได้เตรียมไว้อย่างเรียบร้อย

“จะไปทำงานเลยรึ”เสียงทักของคิโยโกะผู้เป็นอาร้องเรียน

“ค่ะ พอดีมีเรื่องที่ต้องการรู้น่ะค่ะ”

คิโยโกะที่บัดนี้อายุเข้าเลขสี่แต่ยังคงความสง่า ผิวคล้ำผมสีชมพูหวานม้วนมวยต่ำด้วยปิ่นปักผมดอกซากุระราคาแพง ร่างบอบบางในชุดกิโมโนขาวลายดอกซากุระงดงาม เธอส่ายหน้ากับนิสัย บ้างาน ของหลานสาวที่ถอดแบบตนมาไม่ผิด “ถึงยังไงก็ควรจะกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวสมองแล่น”

“ค่ะ คุณอา”

หลังจากทานมื้อเช้าสไตล์ญี่ปุ่นเรียบร้อย ชายชราในชุดยูกาตะสีดำก็เข้ามาหา “หลานรัก ไม่ได้เจอกันนานนะ”

หญิงสาวโค้งเคารพผู้เป็นตาทันที “สวัสดีค่ะ คุณตา ขออภัยที่ไม่ได้ไปทักทายตั้งแต่แรก”

“ไม่เป็นไร หลานตามีงานเยอะ ตาพอเข้าใจ แต่ถ้าว่างก็แวะมาหาบ่อยๆสิ ตาคิดถึงนะ นี่ได้แวะไปเยี่ยมยายที่โรงพยาบาลรึยัง”

“อ้าว คุณยายไม่สบายรึคะ”

“ได้หนักหนาอะไรหรอก แค่โรคเก่ากำเริบน่ะ อีแก่คงดีใจที่หนูไปเยี่ยมนะ”

“ค่ะ”

...

หลังจากทักทายผู้เป็นตาเรียบร้อยแล้ว คนใช้ได้นำม้าสีขาวตัวงามของเธอมาให้ หญิงสาวจัดการสวมหน้ากากจิ้งจอก ก่อนจะควบม้าไปยังสำนักงานทหารทันที

เธอกลายเป็นเป้าสายตาของคนรอบข้าง สำหรับคนที่มีม้าขี่นั้นต้องเป็นพวกเศรษฐี พวกที่มีบ้านกว้าง หรืออาชีพที่ต้องใช้ม้าในการขนส่งของ ไม่ก็ทหารยศสูงๆเท่านั้นที่จะใช้ได้ เพราะม้ามีราคาสูง และคนที่เป็นเจ้าของต้องมีพื้นที่เลี้ยงม้าด้วย ความจริงตระกูลชิอินะเองก็มีม้า แต่เพราะปู่ของเธอไม่ได้ไปไหน บ่อยนัก ส่วนมากจะอยู่แต่บ้านทางใต้ที่ติดทะเล ม้าของตระกูลจึงอยู่ที่บ้านฝั่งเหนือทั้งหมด ปกติ เธอกับครอบครัวจะไปพักบ้านชิอินะฝั่งเหนือมากกว่า แต่ในยามนี้เธอจะมาพักที่บ้านของตระกูลฮารุโนะที่เป็นตระกูลพ่อค้าและเป็นบ้านคุณตากับคุณยาย เพราะใกล้ที่ทำงาน เธอจึงนำม้าตัวโปรดไปไว้ที่บ้านตระกูลฮารุโนะแทน การที่พ่อของเธอแต่งงานโดยใช้นามสกุลของแม่นั้น เค้าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสมบัติของตระกูลนี้เลย เพราะทรัพย์สมบัติของตระกูลชิอินะมีมากจนถลุงใช้ไม่หมด

เมื่อมาถึงสำนักงานทหาร ทหารยศน้อยสองนายมารับม้าของเธอไปเก็บที่คอก

ทหารหลายนายที่มาทำงานได้ต่างลอบมอง ท่านเสนาธิการทหารอย่างระวังเพราะกิติศัพท์ความโหดและเฉียบขาดของเจ้าหล่อน

เมื่อมาถึงห้องทำงานเธอจัดการนำกองเอกสารมาชำระ ไม่นานก็มีเรมในเครื่องแบบสีดำเข้ามา หญิงสาวเอ่ยถามโดยไม่มองหน้า“ได้ความว่ายังไง”

“เจ้านั่นบอกว่า ชายชุดดำนำข้อมูลของเธอมาให้มัน เมื่อสามเดือนก่อน”

“สามเดือนก่อน?”มันก็เลยช่วงดันโซตายมาหลายปีแล้วนะ ดูท่าจะมีคนอื่นที่หวังจะฆ่าเธอ เยอะ แต่ใคร... “เอายังไงเบนิ”

“วันนี้ชั้นจะไปที่คุกหลวง ชั้นจะเข้าไปดูในหัวมันหน่อย”

“พลังวิญญาณพอรึ? แถมบันไซก็ยังไสร่างเมาอีกนะ”

“เรม ชั้นไม่อยากยืมมือคนอื่นนะ อีกอย่างชั้นอยากจะเห็นด้วยตาตนเอง”

“ผมไปด้วย”

“นายมีงานที่ต้องทำนะ”

“ผมเป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวน เรื่องนี้เกี่ยวกับผมโดยตรงนะครับ”

“ไปด้วยกันก็ได้”

หญิงสาวผู้สวมหน้ากาก ค่อยๆลุกขึ้น ก่อนจะตามหนุ่มผมเงินไป

ทหารชั้นผู้น้อยนำม้ามาให้อย่างรู้งาน ม้าของเรมเป็นสีขาว หมอก ส่วนม้าของเบนิ หรือ ซากุระเป็นสีขาวบริสุทธ์  ทั้งสองควบม้าไปยังคุกหลวง ที่จองจำนักโทษขุนนางสูงศักดิ์

เหล่าทหารยามต่างเคารพทหารและเจ้าหน้าตำรวจยศสูง ทั้งคู่ลงจากหลังม้าก่อนจะส่งให้ทหารยามนำไปไว้ที่คอก

ทหารนายหนึ่งนำทางทั้งคู่ไปยังห้องขังของนักโทษรายล่าสุด คุกแห่งนี้ต่างจากซาโกมะราวฟ้ากับเหว คุกที่นี่แม้นักโทษจะไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันแต่ก็ไม่ได้ถูกใช้แรงงานเหมือนคุกที่อื่น ได้กินอาหารครบสามมื้อ แม้จะไม่หรูหราแต่พอประทังชีวิตไปได้ เรียกได้ว่า คุกหลวง เปรียบเสมือนคุกที่เอาไว้รอความตายไปวันๆ

“นั่นใคร”ยามาซารุที่ บัดนี้ โดนถอดยศเป็นสามัญชน ต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ร้องทัก จากขุนนางร่างอ้วนฉุผู้น่าเกรงขาม กลับกลายเป็นชายชราที่ทรุดโทรมจนดูน่าสมเพช

ผู้มาเยือนไม่เอื้อนเอ่ยอะไร นายทหารผู้นำทางทำหน้าที่ไขกุญแจ

“อ๋อ เบนิ สินะ หึๆ มาทำไม มาสมเพชข้ารึ”

“ข้าไม่ได้มาทำเรื่องไร้สาระแบบนั้น”หญิงสาวไม่พูดอะไรเข้าจับศีรษะอีกฝ่ายอยู่ครู่ “หมดธุระแล้ว”

ยามาซารุหัวเราะลั่น”ฮ่าๆ สมแล้วที่เจ้ามาจากตระกูลชิอินะ จะบอกให้ศัตรูของพวกเจ้าไม่ได้มีข้าคนเดียวนะเว้ย ข้าจะรอ  ข้าจะรอฟังข่าว ตอนที่เจ้าถูกบั่นคอ”

คนถูกเอ่ยถึงเหยียดยิ้ม”ฝันไปก็แล้วกัน ฝันไปจนตายเสียเถอะ ความตายมันดีเกินไปสำหรับเจ้า”

ยามาซารุเลือดขึ้นหน้า “เจ้า...” จะพุ่งเข้าไปหาหญิงสาวแต่ก็เจอลูกถีบของเรมเข้าจนกระเด็น

เรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา“โทษของเจ้า ควรจะอยู่ที่ซาโกมะ การที่ได้อยู่ที่คุกหลวงแห่งนี้ นับว่าเป็นบุญของเจ้าแล้ว สำเหนียกตัวด้วย!”

หลังจากที่ออกจากคุกหลวง เรมเอ่ยถามหญิงสาวเสียงเคร่ง “ได้เรื่องไหม”

“อืม ดูท่า ที่เจ้านั่นเรื่องที่เรามีศัตรูเยอะ ดูท่าจะจริง แต่มันไม่ใช่นินจาแน่ ดูจากการเคลื่อนไหว น่าจะเป็นนักฆ่ามากกว่า”

“เธอเห็นอะไร ตอนเข้าไปในหัวมัน”

“ชายที่คลุมผ้าสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้า การเคลื่อนไหวเหมือนนักฆ่า ถ้าเป็นนินจาน่าจะหายตัวไม่ก็เคลื่อนไหวอีกแบบแต่ไม่ใช่แบบชายคนนั้นแน่”

เรมขมวดคิ้ว “บางทีอาจจะมีสายสืบที่หมู่บ้านโคโนฮะก็ได้”

“ถูกต้อง และต้องระวังตัวให้มาก ดูเหมือนว่าตอนนี้พวกเรายังโดนหมายหัวอยู่

“ผมว่าตอนนี้ศัตรูคงทำอะไรพวกเราไม่ถนัด”

“หือ...จริงรึ?”

“ผมว่าเบนิคุงน่าจะรู้เหตุผลนั้นดี”ชายหนุ่มโน้มกายกระซิบข้างหู “คุณเปิดเผยตัวแล้ว”

“ยัง เรม พวกโคโนฮะไม่รู้ ถึงพวกมันจะจัดการชั้นในฐานะเบนิไม่ได้ แต่มันจัดการชั้นในฐานะ นินจาแพทย์ฮารุโนะ ซากุระ ได้นะ”

“เผยความจริงเถอะ พวกนินจาทำอะไรคุณไม่ได้ คุณมีแบ๊กดีนะ”

“นั่นสินะ ชั้นไปโรง’บาลล่ะ”

“ไม่สบายเหรอครับ”

“เปล่า ไปเยี่ยมคุณยาย และว่าจะกลับไปบ้านทางเหนือ ไปแช่น้ำร้อนสักหน่อย”

“ผมไปด้วย ผมเองก็อยากแช่น้ำพุร้อน”

“ตามใจ...ชั้นจะโทรบอกให้คนเตรียมห้องไว้ให้”

“ขอบคุณครับ”

หญิงสาวคิดในใจ...ตอนนี้เราก็คงไม่ต่างจากอุจิวะ ซาสึเกะ ที่มีศัตรูเยอะสินะ  ตอนนี้เราต้องหาทางจัดการมันให้ได้...

ขณะเดียวกัน

ซาสึเกะ นึกเบื่อหน่ายและปวดหัวเพราะแฮงค์ จึงออกมาจากบ้านพักไปหาซื้อยาแก้เมาที่ร้านขายยาที่อยู่ไม่ไกลจากที่พัก โดยมีซาอิตามมาด้วย ทั้งคู่นิ่งเงียบและกลายเป็นเป้าสายตาแก่สาวๆรอบข้าง

พอมาเข้ามาในร้านยาจีน ที่มีขนาดใหญ่พอสมควร  ก็พบกับ...

ซาอิเอ่ยเสียงเรียบ“ซอมบี้...”

“ซอมบี้บ้านเตี่ยลื้อสิ ไอ้ซีก!”ริวโอในสภาพหน้าซีดๆมึนๆยังไม่ฟื้นตัวดี ตวาดใส่ “ลื้ออยากตายไหม อั๊วจะสนองให้!”

“ริวคุง ใจร่มๆเถอะ เดี๋ยวร้านพัง”เถ้าแก่วัยเกือบร้อยในชุดจีนต้องร้องปราม หนุ่มเลือดร้อนก่อนที่จะเกิดเหตุทะเลาะจนร้านพัง”พวกนี้คือ...”

“เป็งเพื่อนอาเบนิน่อ”

จบคำของหนุ่มหน้าตี๋ผิวเข้ม ก็มีหญิงสาวร่างบอบบางวัยยี่สิบ ใบหน้างดงามคล้ายใครบางคน หล่อนมีผิวที่ขาวซีด ตาสีเขียว ผมสีแดงยาวสยาย ในชุดกิโมโนสีแดงเลือดนก ลายนกนางแอ่น เธอช่างงดงามสง่า เดินออกมาพร้อมกล่องยาขนาดเล็ก “เบนิมาที่นี่รึ?ริวโอ”

ริวโอเอ่ยถามอย่างสนิท“ใช่ อาริริน ไม่รู้เหรอ”

“เพิ่งรู้ ถ้ามาที่นี่แต่ไม่แวะมาหา น่าโมโหจริงๆ เถ้าแก่ นี่ค่ายาค่ะ”เมื่อรับเงินทอนจากเจ้าของร้านแล้ว

ริรินก็หันไปถามริวโอต่อ “ตอนนี้เบนิอยู่ที่ไหน”

“น่าจะอยู่บ้านฮารุโนะ นะ”

“ขอบใจ”หญิงสาวเชิดหน้าแล้วตรงไปขึ้นรถม้า ที่จอดรออยู่หน้าร้านขายยา แล้วจากไป

ซาอิจึงเอ่ยถาม”ผู้หญิงคนนั้น...”

“ญาติของอาเบนิกับอาบันไซน่ะ”

“เอ่อ พวกเธอสามคนต้องการอะไรล่ะ”

สามหนุ่มพูดพร้อมกันทันที “ยาแก้อาการแฮงค์”

“ล่ายๆ”

“เถ้าแก่ ขอยาแก้อาการแฮงค์ด้วยครับ”เสียงหนึ่งที่คุ้นเคยร้องบอก

“อ้าว บันไซคุง เมื่อ ก็แฮงค์ด้วยรึ ล่ายๆเดี๋ยวจะไปเอายามาให้ ยาแก้อาการแฮงค์สี่ชุด แหม วันนี้ยาตัวนี้ขายลีจริงๆ”เถ้าแก่เจ้าของร้านเดินกลับเข้าไปภายในห้องเก็บยาที่มีม่านลูกไม้กั้น

“บันไซ อาเบนิล่ะ”

“ไปทำงานแต่เช้าแล้ว ตื่นมาก็ไม่เจอแล้ว ขยันไปไหนนะ”

ริวโอสบถอย่างไม่พอใจ “ชิ เหมือนกับอาเรม เลย บ้างานพอกัน แล้งน้ำใจ อั๊วต้องลากสังขารมาซื้อยาเอง”

หนุ่มผมชมพูเสยผมที่ปรกหน้า”นายไม่ใช้ลูกน้องบ้างล่ะ”

“จะบ้ารึ! พวกลูกน้องอั๊วยังไม่สร่างเมาเลย ว่าแต่ลื้อล่ะ ทำไมไม่ใช้คนใช้”

“อยากออกมาสูดอากาศ”

ซาสึเกะนึกสงสัย “นายไม่มีบ้านรึ”

“มี อั๊วมีบ้านของอั๊วแต่มังไกล งานก็ยุ่ง อั๊วเลยค้างที่กรมตำรวจน่ะ ที่จิงกรมตำรวจกะทหารก็อยู่ล้วยกัง บางทีอาเบนิก็ค้างที่ทำงานน่อ ที่นั่นมีที่พักสำหรับทหารและตำรวจล้วย”

ซาสึเกะไม่ชอบใจ เค้าไม่ชอบที่ผู้หญิงอย่างเธอจะต้องมาอยู่ท่ามกลางผู้ชายเป็นฝูงแบบนี้ ถึงเธอจะเคยนอนกับพวกเค้าที่เป็นเพื่อนในทีมก็เถอะ แต่แบบนี้มันออกจะเกินไปแล้ว!

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

“ว่าไง”

[ตอนนี้อยู่ที่ไหน]

“ชั้นต่างหากที่ต้องถาม”

[กำลังจะไปโรง’บาลไปเยี่ยมคุณยาย]

“ไปพร้อมกันดีมั้ย”

 [ไปเจอกันที่โรง’บาลเถอะ คุณยายก็น่าจะอยากเจอนายด้วยนะ]

“นิ ชั้นกับย่าเจอกันบ่อยแล้วนะ”

[แล้วเจอกัน]

“เก่งจริง จริ๊ง ไอ้เรื่องตัดบทคนอื่นเนี่ย”ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์มือถืออย่างขัดใจ

อีกด้าน

“ไม่ได้มาเยี่ยมซะนาน คุณยายอาการดีขึ้นบ้างไหมคะ”

หญิงชราวัยเจ็ดสิบยิ้มละไมเมื่อเห็นหลานสาวมาเยี่ยม “อาการก็ทรงตัวอยู่ แต่หลานไม่คิดจะเปิดหน้าให้ยายเห็นหน่อยเหรอ ยายอยากรู้จังว่า หลานยายหน้าตาเป็นยังไง”

หญิงสาวยิ้มอ่อน ก่อนจะปลดหน้ากากจิ้งจอกขาวดำ เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงามหมดจด เรมลอบมองพลางอมยิ้มเล็กน้อย

“หลานยาย ช่างสวยจริงๆ อีกหน่อยคงจะเจอชายที่คู่ควรนะ”

หญิงสาวไม่ตอบรับหรือปฏิเสธใดๆทำได้แต่ยิ้ม

ก๊อกๆ

“ขออนุญาตครับ”

คาโอรุเข้ามาในห้องผลไม้ที่ถูกจัดอย่างดีในกระเช้า

ฮารุโนะ เมเรน ทักหลานชายอย่างยินดี

ชายหนุ่มส่งกระเช้าให้สาวใช้ที่ยืนอย่างสงบเสงี่ยม นำไปเก็บ

“อาการย่า ดีขึ้นรึยัง”

“ก็เรื่อยๆนะหลาน แล้วนั่นใคร ที่อยู่ข้างหลังหลาน”หญิงชรามองไปที่ซาสึเกะ ที่ขอตามมาด้วย

หญิงสาวเป็นคนตอบเสียเอง “เพื่อนที่หนู ที่หนูขอให้มาช่วยงานเองค่ะ”

“งั้นเหรอจ๊ะ เพื่อน เหรอ”น้ำเสียงของหญิงชราแฝงไว้ด้วยความเสียดายมาก เช่นเดียวกบซาสึเกะ เค้าชักอยากจะเป็นมากกว่าเพื่อนของเธอ “หลานคนอื่นมีเหลนให้อุ้มกันหมดแล้ว...อิจฉา...”

สองแฝดหัวชมพูสะดุ้ง  ทั้งคู่ยิ้มแห้งๆ สาวผมชมพูหยิบหน้ากากจิ้งจอกมาสวม

“สวมหน้ากากทำไม หน้าออกจะสวย”

“แค่ไม่อยากให้ใครรู้ความคิดของหนูค่ะ ตอนนี้หนูยังมีงานอีกมากที่ต้องทำ ขอตัวก่อนค่ะ”หญิงสาวโค้งเคารพก่อนจะออกจากห้องไปพร้อมๆกับเรม

บันไซหรือคาโอรุคิด...พอย่าพูดเรื่องนี้ทีไร ชิ่งก่อนทุกที ยัยบ้าเอ้ย!...

หญิงชราเอ่ยถามชายหนุ่มสองคนที่ไม่คุ้นหน้า “พ่อหนุ่มชื่ออะไรรึ”

“ซาสึเกะ อุจิวะ ซาสึเกะครับ...”

“ผมชื่อ ซาอิ ครับ”

“ฟังชื่อแล้ว...น่าจะเป็นนินจา  ขอถามหน่อยหลานสาวชั้นตอนเป็นนินจา เป็นคนยังไง ชั้นไม่ได้เจอแกบ่อยนัก ถึงแกจะมาที่นี่แต่ก็ไม่ค่อยมาพบหน้าชั้นเลย”

อุจิวะหนุ่มเป็นผู้ตอบ“เป็นคุณหมอใจดี...”เค้านึกถึงตอนที่เค้ายังรักษาตัว ทำให้ได้เห็นตอนที่เธอตอนทำหน้าที่หมอ เธอดูเหมือนนางฟ้าที่มีใจเมตตาต่อเด็กๆและคนไข้ “ทุ่มเทให้กับงานครับ”

หญิงชรายิ้มอย่างเปี่ยมสุขก่อนจะเปลี่ยนเป็นห่อเหี่ยว“งั้นเหรอ บ้างานเสมอเลยนะ...เมื่อไหร่จะวางมือเสียที ครอบครัวจะได้อยู่พร้อมหน้า”

ผู้เป็นหลานชายเข้าไปกุมมือย่า “ย่าครับ อีกไม่นาน...พวกผมก็จะเกษียณออกจากงานแล้ว ซากุระเองก็จะทำงานอีกไม่กี่ปี...”

ซาสึเกะงุนงง ทำไมทหารถึงเกษียณได้เร็วขนาดนี้ล่ะ?

“แต่ย่ากลัวว่า ทางเบื้องบนจะให้พวกหลานทำงานจนกว่า...จะมีคนมาแทนน่ะสิ”

ชายหนุ่มบีบมือผู้เป็นย่าเบาๆอย่างให้กำลังใจ“อย่ากังวลเลยย่า”

เมื่อสนทนากันไปนานพอสมควร สามหนุ่มก็ลากลับ

ซากุระแยกไปหาอิโนะที่เรือนรับรอง

“ไปเที่ยวบ้านเธอเหรอ ยัยโหนก”

“อืม ที่นั่นมีบ่อน้ำพุร้อนด้วยน่ะ เดี๋ยวชั้นถูหลังให้เธอเองนะ เราไม่ได้อาบน้ำด้วยกันนานแล้วนิ”

“นั่นสินะ แล้วซาอิล่ะ”

“เดี๋ยวตามไป เราไปกันเถอะ”

อิโนะทำหน้าปั้นยากเมื่อต้องขึ้นม้าตัวโต ตอนแรกเธอพยายามขึ้นอย่างเก้ๆกังๆ จนยูกิเริ่มจะหมดความอดทน(เตรียมถีบอิโนะ) ซากุระจึงจัดการอุ้มร่างของสาวผมทองขึ้นม้า โดยมีเรมมองอยู่ห่างๆเพราะเค้าเป็นผู้ชายจะให้ไปอุ้มผู้หญิงมันจะดูไม่งามแต่แบบนี้ เริ่มเห็นทุ่งดอกลิลลี่รางๆแล้ว

เมื่อพาเพื่อนสาวขึ้นม้าได้แล้ว หญิงสาวผมชมพูสวมหน้ากากก็โหนตัวขึ้นม้าทันทีโดยไม่มีใครช่วย

“ม้าใครน่ะ”

“ม้าของชั้นเอง ชื่อ ยูกิ เค้ามีความอดทนต่ำ พยศด้วย”

เรมเอ่ยเสริม”แต่มันเชื่อฟังเบนิคุงเท่านั้นแหละครับ ของผมชื่อ ชิโระ”

“เธอหัดขี่ม้าด้วยเหรอ”

“หัดไว้ตั้งนานแล้ว ตั้งแต่สิบห้าปีก่อน...”

“ห๋า!? นี่เค้าไม่ได้สอนให้จัดดอกไม้ชงชา รำ หรือร้องเพลงเลยรึ”

“พวกนั้นชั้นเรียนหมดแล้วแหละ เหลืออย่างเดียวคือแต่งกลอน”อิโนะทึ้งเพราะเมื่อวานแค่ฝีมือการเล่นโคโตะกับซามิเซ็ง ของเพื่อนสาวของเธอนั้นเก่งกว่านักดนตรีจ้าวดังๆเสียอีก...จะสมบูรณ์แบบไปไหน...

อิโนะจึงหันไปหาเรมที่ควบม้าอยู่ใกล้ๆ”แล้วคุณเรมล่ะคะ”

ชายหนุ่มยิ้มบาง “เรื่องจัดดอกไม้ผมก็เรียนครับ ศิลปะต่างๆทั้งดนตรีร้องเพลง ยกเว้นรำ เพราะผู้ชายไม่จำเป็นต้องรำ ยกเว้นรำดาบ”

“สุดยอด เจ้าชายชัดๆ”

“ขอบคุณที่ชมครับ เบนิคุง ผมว่าเราแข่งขี่ม้ากันไหม ใครถึงบ้านชิอินะเร็วที่สุดชนะ คนแพ้จะมีสิทธ์สั่งผู้ชนะ”

“ก็ดี อิโนะจะโอเคไหมถ้ายูกิจะซิ่ง”

“ได้จ้ะ ขอแค่อย่าให้เราร่วงพื้นก็พอ”

“จ้า”จบคำสองหนุ่มสาวต่างควบม้าให้วิ่งด้วยความเร็ว

ฝีเท้าของม้าทั้งสองต่างเร็ว ไม่แพ้กันเพราะเป็นม้าสายพันธุ์ดี ได้รับการดูแลย่างดีและได้รับการฝึกสมกับเป็นม้าศึกของทหาร

ฝีมือการบังคับม้าของทั้งคู่สูสี อิโนะตัวเกร็งจับอานม้าแน่น

ทั้งคู่ควบม้ากันนานสามชั่วโมง ก็มาถึงบ้านชิอินะพร้อมกัน

“เสมอนะครับ”

“เอาไว้ครั้งหน้าแก้มือนะ”

“ยินดีครับ”

อิโนะโวยใส่ “นี่จะรีบอะไรขนาดนั้น เห็นใจคนนั่งบ้าง”

“โทด’ทีๆ แต่นี่ถ้าไม่รีบก็จะถึงมืดนะ”

“ไกลจัง”

เรมอธิบาย “บ้านตระกูลซามูไรส่วนใหญ่จะอยู่กันในแถบนี้แหละครับ”

“เอ๋?”

“นี่ เรามากันทางลัด ถ้าเป็นทางปกติต้องใช้เวลาสี่ห้าชั่วโมง ถ้าจะให้เร็วก็ต้องนั่งรถไฟ แต่เพราะผมและเบนิอยากจะขี่ม้าด้วย”

“ไปกันเถอะ”หญิงสาวลงจากหลังม้าก่อนจะจูงม้าแทนเช่นเดียวกับเรม

อิโนะมองตามหลังเพื่อนสาว เธอไม่อยากเชื่อเลยว่า ยัยโหนกที่เธอรู้จักจะสมบูรณ์แบบเหมือนกับเจ้าชายเวลาอยู่ใกล้ใจก็สั่น ถ้าหากเพื่อนของเธอเป็นผู้ชาย จะวิเศษสักแค่ไหนกันนะ

เมื่อมาถึงบ้านตระกูลชิอินะ ที่อยู่บนภูเขา ก็มีพ่อบ้านมารอต้อนรับ

“เชิญครับ คุณหนู กระผมได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้แล้ว”

“ขอบใจ”

ทั้งสามไปยังห้องรับรองที่ไดเตรียมไว้ อิโนะตะลึงกับความใหญ่โตของบ้านตระกูลชิอินะ ที่เป็นบ้านไม้หลังใหญ่สไตล์ญี่ปุ่นที่กินอาณาเขตกว้าง แถมมีบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวอีก จะรวยไปไหน

“ขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ”

“เบนิ”

“มีอะไรเหรอเรม”

“มีชุดสำหรับผมไหม ผมเองก็อยากเปลี่ยนชุด”

หญิงสาวผมชมพูหันไปทางประตู”คาเซะ”

“ครับคุณหนู”พ่อบ้านชราคุกเข่าเปิดประตูเข้ามา

“เตรียมชุดสำหรับเพื่อนชั้นด้วย”

“ครับ กระผมได้เตรียมชุดของทั้งสองท่านเอาไว้แล้ว”

“เตรียมสำหรับคาโอรุและเพื่อนชั้นอีกสามคนด้วยล่ะ”

“ครับ กระผมได้จัดไว้แล้ว ขอคุณๆทั้งสองตามกระผมมาเลยครับ”

อิโนะกับเรมตามหลังพ่อบ้านชราไป ห้องของบ้านหลังนี้มีมากมายสามสิบห้องได้ “นี่คือห้องของคุณหนู กระผมได้ให้สาวใช้เตรียมชุดเอาไว้แล้ว”

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ คุณเรมเชิญทางนี้”

“ครับ”

เมื่อเปลี่ยนชุดเป็นยูกาตะแล้ว อิโนะนั้นสวมชุดกาตะสีม่วงลายดอกกุหลาบสีแดง เธอรู้สึกว่าเนื้อผ้าราคาต้องแพงแน่ “จะรวบไปไหนนะ”

พอมาที่ห้องรับแขกก็เห็นว่าเพื่อนของเธออยู่ในชุดยูกาตะสีแดงอิฐลายแมวขาวตาสีเขียว ส่วนเรอยู่ในชุดยูกาตะสีน้ำเงินเข้มลายนกพิราบขาว ทั้งคู่ดูสวยหล่อสมกันอย่างไร้ที่ติ

“อิโนะ ยูกาตะใส่สบายไหม”

“อื้ม สบายมากเลย สวยมากด้วย”

“ถ้าชอบ จะยกให้ก็ได้นะ”

“จะดีเหรอ ผ้าน่าจะแพงมากเลยนะ”

หญิงสาวผมชมพูพูดอย่างสบายๆ“พวกนายเหนือหัวมักจะนำผ้ามาให้เป็นของขวัญประจำแหละ มีเป็นพันๆพับแล้ว”

“เอ๋? ท่าทางจะส่งมาให้เยอะนะ”

“ใช่เลยเพื่อน เค้าส่งให้คนแต่ละตระกูลก็ครั้งล่ะสิบๆพับ เนี่ยแค่ส่วนหนึ่งนะ ในคลังยังมีอีกเยอะ”

“แล้วส่งมาให้ทำไมเหรอ คงๆม่ใช่เนื่องในโอกาสอยากจะให้แน่”

“เพื่อผูกใจน่ะครับ คุณอิโนะ พวกนายเหนือหัวจะส่งของขวัญมาให้ตระกูลทหารประจำเพื่อผูกใจตระกูลเก่าอย่างพวกเราเอาไว้”

“เพราะอะไรล่ะคะ”

ชายหนุ่มอธิบายต่อ “เพราะตระกูลเก่ามีอิทธิพลมาก เพราะได้รับความนับถือจากตระกูลขุนนางอื่นและสามารถชักจูงคนในแคว้น หากสามารถผูกใจพวกตระกูลเก่าได้ ก็สามารถผูกใจคนในแคว้นที่เหลือได้”

“หืม ประโยชน์แอบแฝงเยอะมากเลยนะ”

“ใช่ครับ ของขวัญที่ส่งมาก็จะมีผ้าไหม ผ้าฝ้าย ข้าวสาร ใบชา สุรา เงินทอง ซึ่งของที่จะส่งมาก็จะขึ้นอยู่กับพวกเจ้านายแล้วล่ะครับ ที่จะเลือกส่งมาให้”

อิโนะนั่งลงข้างๆเพื่อนสาวซึ่งนั่งตรงข้ามกับเรม ไม่นาน สาวใช้คนหนึ่งก็นำน้ำชาพร้อมขนมสีสวยแสนปราณีตออกมาต้อนรับ

“ว้าย น่ากินจัง”

“เต็มที่เลย”ซากุระเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะจิบชา

อิโนะที่กำลังเคี้ยวขนมก็อดสงสัยไม่ได้ “แล้วพวกเจ้านายเอาของขวัญมาได้ยังไงล่ะ”

ซากุระจึงทำหน้าที่อธิบาย “ส่วนใหญ่ท่านจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือเป็นหุ้นส่วน ก็จะส่งสินค้ามาให้ในจำนวนมาก บางส่วนก็ซื้อมาไม่ก็รับเค้ามาอีกที”

“ไอ้ที่รับมา รับมาจากพวกพ่อค้าอีกทีสินะ”

“ใช่แล้ว”

พอซากุระตักขนมมันจูสีสวยมากิน”นี่มัน...”

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา