Fic naruto ภาค พายุโลหิต

10.0

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 15.23 น.

  32 ตอน
  12 วิจารณ์
  6,483 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 16.43 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

20) บทที่ 20 เดินทางไปซึนะ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

สามวันผ่านไป

 

ซากุระซากะได้ทำงานของแพทย์ฮารุโนะ ซากุระ ทั้งหมดและทำได้ดีพอกันโดยมีคนไม่กี่คนที่รู้ว่านั่นน่ะคือคนๆเดียวกัน ซึนาเดะได้แวะมาเยี่ยมลูกศิษย์ในร่างผู้ชาย

“อยู่ที่นู่นบ้างานอย่างนี้รึเปล่า?”

คนถูกถามยิ้มหวานขณะที่กำลังชำระตรวจเอกสาร “พอกันแหละครับ แต่ที่นี่ไม่ต้องระแวงว่าจะโดนเป่ากบาลแยกเมื่อไหร่หรือไม่ก็โดนหนองโพโจมตีน่ะครับ”

“ชั้นแค่มาขอบใจ สำหรับของขอขมาว่าแต่ไปเอามาจากไหนกัน”

“ถ้าพวกสุราผมขอปันมาจากสินค้าของคุณตาครับ ตระกูลฮารุโนะเป็นตระกูลส่งออกสุราและอาหารสำเร็จรูปของเอโดะ ส่วนที่เหลือ...ผมใช้เงินเดือนซื้อให้ครับ”

ชิสึเนะทำตาโต เพราะนอกจากสุรา ก็มีพวกอาหารกระป๋องอย่างดี เช่นปูทาราบะ แฮมชั้นเลิศ เนื้อเกรดดี แถมมีครีมบำรุงอีก ราคาไม่ใช่น้อยๆ “แบบนี้ไม่กินแกร๊บเหรอ ซากะคุง”

“ไม่หรอกครับ เพราะมีโบนัสเยอะครับ ขอบคุณที่ห่วงใย”

ซึนาเดะเข้ามาลูบหัว”แหมๆ เพลาๆงานบ้าง วันนี้ไปดื่มกันไหม นานๆทีจะได้เจอกัน”

“ขอปฏิเสธครับ ตอนนี้ผมอยากจะชำระงานให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปที่เอโดะ”

“ระวังสุขภาพด้วยก็แล้วกัน”

สาวใหญ่จนใจที่จะชวนจึงพากันกลับ

หลังจากที่อาจารย์กลับไปแล้ว หมอหนุ่มนึกเหงาๆจึงร้องเพลงออกมา ตามนิสัยเคยชิน

เสียงเพลงที่ชายหนุ่มร้องช่างไพเราะ เหล่าสาวๆพยาบาลลอบมองเข้าไปในห้อง

“จะไป คุณซากะเหมือนคุณซากุระอยู่นะ ตรงชอบร้องเพลงเนี่ย”

“นั่นสิๆ”

“หน้าตาดี เป็นสุภาพบุรุษ เป็นเจ้าชายชัดๆ”

“แต่เค้าดูมีโลกส่วนตัวสูงนะ ใครชวนไปไหนไม่ไป เหมือนคุณซากุระเลย”

“ฝาแฝดชัดๆ เหมือนคุณซากุระในร่างผู้ชายเลย”

...

กาอาระ คาเสะคาเงะรุ่นที่ห้าของซึนะได้เดินทางมาที่โคโนฮะ

“กาอาระ”นารูโตะโบกมือเรียกเพื่อนซี้ ที่ไม่รู้ว่าลมอะไรหอบมา

“สบายดีนะ”

“อื้อจะว่าสบายมันก็...”

“หื้อ...”ตาสีมรกตปรายมองทางด้านหลังก็พบกับ หลุมดำที่ห้อมล้อมด้วยรังสีมาคุ “อะไรน่ะ”

นารูโตะกระซิบ”ก็ซาสึเกะไง หมอนั่นน่ะกำลังช็อค”

“มีเรื่องให้ช็อคด้วยเหรอ”ยากที่จะเชื่อ

หนุ่มหนวดแมวทำสีหน้าปั้นยาก จะพูดตรงนี้เดี๋ยวเจ้าเพื่อนบ้าเกิดเผาก้นเค้าล่ะก็แย่เลย

เสียงฮัมเพลงเบาๆดังแว่วมา พร้อกับเสียงกรี๊ดกร๊าด

สองหนุ่มหันไปก็พบกับ หนุ่มผมหางม้าตาสีมรกต กำลังเดินทางกลับบ้านพร้อมของที่ซื้อมาจากซุปเปอร์ฯ

“อ้าว นารูโตะ กาอาระ หวัดดี”

กาอาระ”ใครอ่ะ”

“ซากุระไง แต่ตอนนี้มีอุบัติเหตุทำให้ร่างกายเป็นแบบนี้น่ะ”

“เหรอ หล่อดีนะ”

คนถูกชมยิ้มยิงฟัน“ขอบใจ”

“เพิ่งเลิกงานรึ?”

“อื้ม เบื่ออาหารสำเร็จรูปแล้ว เลยจะกลับไปต้มหม้อไฟนาเบะกินน่ะ จะไปกินด้วยไหมล่ะ”

นารูโตะทำสีปั้นยากเพราะฝีมือทำอาหารของเพื่อนสาว?ไม่ได้...

“ลองมากินก่อนก็ได้ กินข้าวคนเดียวมันเหงา ชั้นให้นายต่อยหน้าเลย ถ้าไม่อร่อยนะ ชวนฮินาตะมาด้วยสิ”

เมื่อโดนชวนแบบนี้มีหรือจะปฏิเสธลงจึงโทรตามฮินาตะมาด้วย

ตาสีมรกตสวยของหนุ่มผมชมพูก็เหลือบไปเห็น หลุมดำที่แผ่รังสีมาคุไปทั่ว

“แล้วนั่นคือ...”

“ซาสึเกะน่ะสิ”

“เหรอ ถ้าจะว่างนะ มาด้วยกันไหม”

หลุมดำค่อยๆคืนสภาพ”ไปสิ”

หนุ่มผมชมพูถามท่านคาเงะแห่งซึนะ”นายล่ะไปกินไหม”

“ไป”

...

เมื่อมาถึงห้องพัก ก็พบว่าสะอาดเป็นระเบียบมาก

ฮินาตะที่รู้เรื่องแล้วเอ่ยขึ้น”อยู่คนเดียวแบบนี้แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ล่ะ ซากุระจัง”

“ฮินาตะ รบกวนตอนนี้ช่วยเรียกว่าซากะคุง เถอะนะ”

“ก็ได้จ้ะ”สาวตาสีมุกขึ้นสี เพราะอีกฝ่ายดูหล่อเหลา ถึงจะมีสามีแล้วแต่เจอหนุ่มหล่อแบบนี้แทบอยากจะหย่าเลย

“ตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ชั้น อยู่ที่เอโดะน่ะนะ พอดีคุณพ่อจะไปอบรมเจ้าบ้าคนหนึ่งอยู่ ทุกคนนั่งลงดูทีวีดูหนังไปก่อนนะ จะไปเตรียมของ”

ฮินาตะขันอาสา”งั้นชั้นก็...”

“ไม่เป็นไรหรอก พวกเธอเป็นแขกนะ”

นารูโตะที่เริ่มหึงเอ่ยก่อน”ใช่แล้วซากะคุงพูดถูกนะ นั่งดูหนังก่อนเถอะ”จากนั้นก็รื้อดูในกล่องใส่ซีดีที่ถูกเก็บไว้เป็นระเบียบ

ซาสึเกะสังเกตว่า บ้านพักนั้นถูกจัดเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน เอกสารทุกอย่างจัดเรียงอย่างเป็นหมวดหมู่ ภายในห้องไม่ได้ตกแต่งอะไร เหมือนเช่าเอาไว้อยู่เฉยๆ

“เรื่องนี้ดีไหมกาอาระ”นารูโตะนำแผ่นซีดีปริศนามาให้เพื่อน

“ก็ได้”

แผ่นที่นารูโตะกำลังเปิดนั้นหาใช่หนังอย่างที่คิดไม่ มันคือวิดีโอที่เจ้าของห้องกับเพื่อนๆถูกถ่ายไว้ขณะที่กำลังเล่นดนตรีและร้องเพลง

“เพลงเหรอ?”

ทั้งหมดได้เห็นว่า เพลงแรกเป็นเพลงที่สาวผมชมพูร้องเอง พร้อมดีดกีต้าร์

“เห...เลือกดูอันนั้นเหรอ น่าอายจัง”คนที่ทำครัวอยู่เอ่ยขึ้นมา

กาอาระเอ่ยถาม”ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”เพราะรูปร่างยังกะวัยรุ่นมากกว่าเด็กตัวสูงมาก

“สิบกว่าปีก่อนน่ะ ตอนนั้นชั้นดันตัวสูงเกินไปหน่อย ตอนนั้นอาจารย์ถ่ายให้น่ะ อย่าดูเลย พวกชั้นมันก็แค่มือสมัครเล่น”

บทเพลงที่ถูกร้องออกมาช่างไพเราะ สนุก จนนารูโตะรู้สึกว่าเพื่อนของพวกตนร้องเพลงและแร๊พได้เก่งกว่าลุงบีเสียอีก

ไม่นาน หนุ่มผมชมพูก็ยกหม้อไฟหอมกรุ่นมา วางที่โต๊ะโคทัตสึ

นารูโตะ “ว้าว น่ากิน แน่ใจนะว่าไม่ได้ผสมยาพิษ”

ปั่ก!จ๊ากกกก!

ตอกส้นงามๆกลางกบาลหนุ่มผมทองจังๆ

“เสียมารยาทนะครับ แหมๆอย่างงี้มันน่าเคลมเมียเล่นนะ”

งานนี้หนุ่มผมทองของขึ้น“เฮ้ย!ไหงพูดแบบนี้ล่ะ”

หนุ่มผมชมพูเพียงยิ้มหวาน “กินดีๆนะ”

เมื่อเจอรังสีอำมหิตนารูโตะก็จำต้องยอมเพราะกลัวอีกฝ่ายสุดๆ

เมื่อทุกคนกินนาเบะ

ก็ต้องพูดเสียงเดียวกัน

“อร่อยยยยยยยยยย!”

คนทำกินแล้วเอ่ยขึ้น”ก็ธรรมดานะ ปกติก็ทำกินเองตลอด”

นารูโตะมองเพื่อนร่วมทีมที่มีสภาพเหมือนผู้ชาย”ทำไมเมื่อก่อนถึงทำอาหารไม่เก่งล่ะ”

“แค่เล่นละคร สร้างบุคลิกใหม่ นายน่าจะฉลาดนะ นินจาหูตาเยอะแถมค่าหัวชั้นไม่ใช่น้อยๆ เลยต้องอำพรางแบบนี้ ขอโทษด้วยก็แล้วกัน ที่สมัยก่อนทำยาพิษให้กินบ่อยๆ”

ฮินาตะ”มีเคล็ดลับอะไรเหรอคะ อร่อยจังเลย น้ำซุปก็หวานมาก”

“น้ำซุป ก็ต้มพวกหัวไชเท้ากับแครอทน่ะ ผมเองก็ดูแลสุขภาพหน่อย งานเยอะ อีกอย่างใช้ผักต้มทำน้ำซุปแบบนี้ไขมันต่ำอีกต่างหาก”

กาอาระ“นายคือซากุระสินะ”

“อื้ม พอดีว่า”หลังจากนั้นชายหนุ่มก็อธิบายสาเหตุให้ฟัง

กาอาระ“เข้าใจล่ะ ที่ชั้นมาที่โคโนฮะ ก็มีเรื่องอยากจะปรึกษา”

“หื้ม...”

กาอาระคีบชิ้นปลามากินก่อนจะอธิบายต่อ“เด็กในหมู่บ้านซึนะน่ะสิ พอไปตรวจดูพบว่าสภาพจิตใจไม่ปกติ เกินครึ่งเลยอยากจะขอคำปรึษากับนายเรื่องก่อตั้งศูนย์ฟื้นฟูจิตใจเด็กในซึนะน่ะ นายพอสะดวกไหมในเดือนหน้า”

หนุ่มผมชมพูครุ่นคิดอยู่ครู่ก่อนจะโทรศัพท์

เสียงหวานดังแว่วมาจากเครื่องมือสื่อสารสีดำรุ่นใหม่

[ไง พ่อรูปหล่อ]

ชายหนุ่มยิ้มหวาน “ไง เบบี๋ ทำอะไรอยู่จ๊ะ”

[ชั้นต่างหากที่ต้องถาม ไอ้บ้า]

“เป็นสาวเป็นนางพูดแบบนี้ไม่น่ารักเลย เดี๋ยวจับตีก้นลายเลย”

[ไอ้ ไอ้]

“เอาน่าๆ ชั้นอยากรู้ว่า ในช่วงนี้มีงานสำคัญไหม”

[อย่าหาเรื่องอู้นะ]

“น่าๆ ไม่ได้สินะ”

[เออ!แค่นี้]

“ขอบใจจ้ะ เบบี๋”

เมื่อวางสายก็หันไปบอก “ไม่ว่างอ่ะ แต่ถ้าเดือนนี้ก็ได้ ต้องถามอาจารย์คาคาชิดู ศูนย์ฟื้นฟูที่นี่ก็กำลังไปได้สวยเลย”

กาอาระพยักหน้า”ที่เค้าลือกัน เป็นจริงสินะ ที่นายคือเบนิ เสนาธิการทหารเอโดะ”

“อื้ม มันไม่ใช่ความลับอะไรนี่”

ซาสึเกะเงียบมานานเอ่ยถามด้วยความห่วง”ไม่กลัวโดนศัตรูลอบฆ่ารึ ศัตรูเยอะนี่นา”

“ฮ่าๆตอนนี้ชั้นกำลังตกปลาอยู่นะ”

ทั้งสี่งุนงง เพราะไม่เข้าใจความหมาย

หนุ่มผมชมพูยกชาขึ้นดื่ม“ก็หมายความว่า ชั้นใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ อีกฝ่ายมันปิดตัวเงียบ หาตัวไม่เจอหรอกถ้าไม่มีเหยื่อล่อ และผมก็ไม่ได้คิดอะไรตื้นๆหรอกนะ”

กาอาระมองหนุ่มผมชมพูก็เห็นว่า คนๆนี้ช่างใจกล้าบ้าบิ่นเสียจริงๆแต่ดูแล้วท่าจะวางแผนบางอย่างไว้แน่

ซาสึเกะรู้ห่วงจริงๆ ถึงจะเก่งแต่แบบนี้มันน่าห่วงอยู่ดี

หลังจากที่กินนาเบะเสร็จ

 ฮินาตะขออาสาล้างจานให้พร้อมๆกับนารูโตะ

กาอาระจึงคุยงานต่อ “ถ้าเดือนหน้าไม่สะดวก เดือนนี้ก็ดี แต่นายจะเหนื่อยนะ”

“ไม่เป็นไรๆ เด็กๆสำคัญกว่านะ จิตใจเด็กน่ะบอบบางมาก และถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆด้วย”

“ขอบคุณมาก และวันนี้อาหารอร่อยดี พรุ่งนี้ชั้นจะไปรายงานเรื่องนาย”

“อื้ม”

แต่แล้ว ปุ้ง! ควันขาวฟุ้งกระจาย ทำเอาทุกคนตกตะลึงเมื่อควันจาง

จากร่างสูงโปร่งกลายเป็นร่างบอบบางของสาวผมชมพู ดีที่ตอนนี้สวมเสื้อแจ๊ดเก็ตหนังสีดำทับเสื้อแขนกุดสีเดียวกัน

ซาสึเกะมีแววตาแจ่มใสขึ้นทันที “แม่เทพธิดาของชั้น กลับมาแล้ว”

กาอาระ”ดีจังเลยนะ”

หญิงสาวดึงกางเกงแล้วก้มมองช่วงล่าง “แต่ช่วงล่างยังไม่คืนสภาพเลย”

จบคำงานนี้ซาสึเกะช็อคแทบจะกลายเป็นอากาศธาตุไปซะงั้น “ผู้หญิงต้องไม่มีช้างน้อยสิ”

ซากุระที่ก้มดูช่วงล่างเอ่ย”ไม่ใช่ช้างน้อย มังกรร้ายต่างหาก ดูสิ”

“ม่ายยยยยยยยยยยยย!!”สิ้นเสียงซาสึเกะก็หงายท้องโครมสลบไปแล้ว

งานนี้ทำเอาคนที่เหลือตะลึงเพราะได้เห็นซาสึเกะมาดหลุดแบบนี้

ซากุระเอ่ยหน้าตาย”ยังไม่ทันได้ดูก็สลบแล้วติ๊งต๊องจริงๆ แค่หยอกเล่นเท่านั้น”

กาอาระเหงื่อตก”ไม่แรงไปใช่ไหม”

“ไม่นะ ระดับธรรมดา แต่ซาสึเกะเป็นแบบนี้สะใจอ่ะ”

ฮินาตะ”ไหนบอกว่ากว่าจะคืนสภาพก็เดือนหน้าไงล่ะคะ”

“อาจเป็นเพราะว่าเจ้าเครื่องเปลี่ยนโมเลกุลนั่น มันเป็นรุ่นเก่าใกล้พังเลยส่งผลได้ไม่กี่วันน่ะนะ สาวๆในแผนกพยาบาลร้องไห้โฮๆแน่”

นารูโตะยิ้มแห้งๆกับสภาพเพื่อนรัก”แบบนี้ควรสงสารหรือสมน้ำหน้าดีเนี่ย เลือกไม่ถูก”

ซากุระมองนาฬิกา”วานแงะซากนี้ไปที เดี๋ยวชั้นจะอาบน้ำแล้ว จะจัดกระเป๋าเลย”

หลังจากนั้น ซาสึเกะฟื้นเมื่อรู้ว่าถูกหลอกก็โกรธหน้าแดงจนม่วง “มาให้ขย้ำหน้าอกซะดีๆ”

“กินตีนไปก่อนก็แล้วกัน”อุ้งเท้าเล็กๆกระแทกหน้าจังๆอย่างไร้ความปราณี

ฮินาตะส่ายหน้า “ตกลงคุณซากุระ ชอบคุณซาสึเกะรึเปล่าคะ”ดูทำเข้า

หญิงสาวตอบทันทีด้วยรอยยิ้ม”ก็ไม่นิ เป็นแค่เพื่อนเฉยๆ ตอนนี้งานรัดตัว ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องรักใคร่ๆหรอกนะ”

คำพูดของหญิงสาวประดุจลูกบอมม์ที่ทิ้งลงมาก็ไม่ปาน

กาอาระพยักหน้าอย่างเข้าใจเพราะ ขนาดงานของคาเงะยังมากขนาดนี้ งานของเสนาธิการของแคว้นใหญ่อย่าง

เอโดะ จะหนักขนาดไหน

ซาสึเกะน้ำตาตกในแต่ก็ตัดสินใจลองทำตามหนังสือที่ซาอิเคยยัดใส่มือ “แต่ชั้นไม่อยากจะเป็นแค่เพื่อนกับเธอนะ”

ซากุระอมยิ้มเพราะรู้ทัน “จะทำอะไรก็ขอให้อยู่ในขอบเขตนะ”

“ชั้นรู้แล้ว พูดซ้ำอยู่นั่นแหละ”

สาวผมชมพูทำหน้าทะเล้น“ก็ใครบางคน ดูเหมือนเด็กที่ยังไม่โต”

หลังจากนั้นทุกคนก็ลากลับ

วันต่อมา...

กาอาระได้มาขอให้ซากุระไปทำงานที่ซึนะ ซึ่งสาวเจ้าก็เตรียมพร้อมแล้ว นอกจากนี้ยังได้บอกกับที่แผนกเรื่องซากุระซากะว่านั่นคือตัวเธอ ทำเอาสาวๆกรีดร้องโหยหวนเพราะเสียดายหนุ่มหล่อ

หลังจากอธิบายเรื่องราวแล้วซากุระก็เดินทางไปหมู่บ้านซึนะพร้อมกาอาระและชิกามารุ(ที่โดนกาอาระลากตัวไปช่วยงาน)

การเดินทางนั้นใช้เวลาเพียงสามวัน กาอาระลอบมองหญิงสาวตลอดทางเพราะกลัวว่าจะเป็นลมล้มพับไปเสียก่อน เพราะรู้ดีว่าเธอทำงานหนักมาก

เมื่อเดินทางมาไกลพอสมควรทั้งสามจึงหยุดพักเอาแรง

หญิงสาวนั่งฟังเพลงเครื่องเล่นขนาดเล็กแบบพกพา ชิกามารุสูบบุหรี่ระหว่างพัก กาอาระจึงเดินมาคุยกับหญิงสาว

“ทำงานสองอย่างไม่เหนื่อยรึ?”

“ไม่หรอกค่ะ ตอนนี้ ปัญหาใหญ่ก็จัดการแล้ว งานที่เหลือก็สบายๆ”

ชิกามารุพ่นควันออกมา”แล้วทำไมที่ผ่านมา เธอถึงต้องปกปิดตัวตนด้วยล่ะ”

หญิงสาวถอนใจ“เพราะว่าเมื่อสิบบปีก่อน...ชั้นทำหน้าที่องครักษ์นายจนกระทั่งโดนแรงระเบิดทำให้กระดูกสันหลังหัก นานเลยกว่าจะฟื้นกว่าจะแข็งแรง ทำให้ขุนนางเกือบทั้งหมดคิดว่าชั้นตาย ชั้นทำตัวเป็นผี ค่อยช่วยงานอยู่เบื้องหลังเพื่อหาทางกำจัดศัตรูอย่างถาวร แต่พอมาอยู่ที่นี่ พวกโคโนฮะก็เริ่มจับตาดูครอบครัวชั้น ต่อมาท่านรุ่นสามก็ชวนให้ชั้นไปเป็นนินจาเพราะเห็นว่าหน่วยก้านดี ตัวชั้นในตอนนั้นเลยสร้างคาแร็คเตอร์ใหม่ขึ้นมาเพื่ออำพรางตัว ก็แค่นั้น”

ชิกามารุมองหญิงสาวอย่างเห็นใจ “พอเข้าใจ ที่เธอโดนประกาศจับเพราะดันโซ สืบประวัติและจะเอาชื่อเธอไปแจ้งเบาะแสพร้อมจะลอบสังหารสินะ”

“ไม่ใช่ ข้อมูลเรื่องที่ชั้นยังมีชีวิตน่ะไม่ได้ถูกส่งมาจากดันโซ จริงอยู่ดันโซส่งเบาะแสไปแต่ว่า ข้อมูลน่ะส่งมาจากคนอื่น”

กาอาระ”ศัตรูเยอะนะเธอน่ะ”

“แต่ก็น้อยกว่าซาสึเกะ”

“เออ จริง แต่ก็น่ารำคาญ เธอน่ะตำแหน่งใหญ่โตจนยากที่จะยุ่งด้วยยากนะ”

“ว่างๆก็ไปเที่ยวที่เอโดะบ้างซี่ ที่นั่นสนุกมากและมีเทศกาลขนมหวานอยู่นะ เทศกาลนั้นจัดตลอดฤดูหนาวเลย สาวๆคงจะชอบ”

ชิกามารุหยิบบุหรี่อีกม้วนมา”เฮอะ น่ารำคาญ ของแบบนี้เธอน่าจะชวนอิโนะไม่ก็เท็นเท็นไปนะ”

“อิโนะไปมาแล้ว เทมาริซังน่าจะชอบนะ”

กาอาระพยักหน้า”จัดงานตลอดฤดูหนาวแบบนี้ ไม่เปลืองงบรึ?”

“ใครว่าล่ะ มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า เพราะผู้คนหลังไหลเข้ามาเที่ยวในแคว้น ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น”

เมื่อพักเอาแรงพอแล้ว ทั้งสามก็เดินทางต่อ

ซากุระเมื่อนำของไปเก็บที่บ้านพักแล้วก็ทำงานทันที ทำเอาคนอื่นมองอย่างตะลึง ตลอดการทำงานเธอไม่แสดงอาการเหนื่อยล้าให้ใครเห็นเลยสักนิด

เมื่อเสร็จงาน ซากุระจำต้องกัดฟันลากสังขารไปยังห้องพัก ทันทีที่ถึงห้อง หญิงสาวถลาไปหาเตียงทันที

“เหนื่อยโคตรๆเลย คร่อก!”

...

เทมาริที่ได้ทำอาหารไว้มากมายเตรียมต้อนรับสองนินจาโคโนฮะ จึงมาที่ห้องพักของซากุระก่อน

“ซากุระ”

ไม่มีเสียงตอบรับ

เคาะไปหลายทีเรียกไปหลายครั้ง เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถตอบรับได้ในขณะนี้

“เกิดอะไรขึ้น”

นินจาสาวรีบสะเดาะกลอนทันที ก่อนจะพบว่า ซากุระนอนหลับสนิท พร้อมหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

แต่พอเข้าไปใกล้

“ว้าย!”ร่างของเทมาริก็โดนคนที่หลับสนิทจับคร่อมพร้อมเอาดาบสั้นจ่อคอ

ตาสีมรกตค่อยๆลืมตามา “ขอโทษนะคะ”

ซากุระค่อยๆลุกออกจากตัวแล้วเก็บดาบสั้นเข้าฝักที่อยู่ใกล้ๆ

“ไม่หรอก ความจริงชั้นผิดเองที่เข้าไปใกล้ แค่จะมาชวนไปกินข้าวที่บ้านน่ะ”

“ไว้คราวหน้าเถอะค่ะ วันนี้ชั้นเหนื่อย”

“กินอะไรรึยังล่ะ”

จ๊อกกก

หญิงสาวเอามือปิดท้องทันที

“ไปกินข้าวก่อนเถอะ แล้วค่อยนอนนะ”

“ก็ได้ค่า”

ซากุระจำต้องตามเทมาริไป

ระหว่างที่กินอาหารที่บ้านซาบาคุโนะ กาอาระลอบมองหญิงสาวอยู่ตลอด เค้าเห็นว่าเธอมีอาการล้าพอดู

ท่าทีในช่วงแรกที่เจออสมัยเป็นเกะนินแตกต่างจากปัจจุบันโดยสิ้นเชิง ตอนสมัยเกะนินนั้นเธอดูเป็นผู้หญิงแต่พอมาดูปัจจุบัน เธอดูห้าวเป้งเหมือนผู้ชาย ดูบ้าพลังมาก ทุ่มเทกับงาน

และแล้วสายตาของกาอาระก็ไปสะดุดเข้ากับดาบสั้นที่เหน็บเอวของหญิงสาว เธอเหน็บมันตั้งแต่เดินทางแล้ว

“ดาบนั่น...”

“ของประจำตระกูลน่ะ มันมีสองเล่ม”

“แล้วอีกเล่ม”

“เป็นของเจ้าบ้านั่น ญาติชั้นเอง”

ชิกามารุเอ่ยขึ้น”ใช่คนที่เหมือนฝาแฝดเธอรึเปล่า? เห็นอิโนะเล่าให้ฟัง”

“ใช่ ดาบนี่ถ้าไม่จำเป็นไม่อยากเอามาใช้หรอก แต่ตอนนี้...มันจำเป็นแล้ว”

คังคุโร่เอ่ยขึ้น”แสดงว่าโดนเรียกตัวบ่อย”

“ใช่เลยพี่”

เทมาริหันไปถามน้องชาย “หมายความว่ายังไง”

“ก็...เคยได้ยินว่า ซามูไรเวลาเดินทางไปพบเจ้านายจำเป็นแสดงอาวุธประจำตัวน่ะสิ”

“อย่างงี้นี่เอง”

หลังจากกินข้าวเย็นแล้วซากุระก็ลากสังขารกลับไปที่ห้องพักโดยกาอาระอาสามาส่งเอง

“ถ้าทำงานไม่ไหว ก็พักเถอะนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ชั้นแข็งแรงพอๆกับอูฐ ขอนอนพักสักหน่อย พรุ่งนี้ก็ทำงานได้แล้ว วันนี้อาหารอร่อยมาก อีกไม่นานคงจะมีข่าวดีนะ”

“งั้นเหรอ”

หญิงสาวยิ้มหวาน แล้วเข้าห้องพักไป...ใช่!เธอมองเห็นอนาคตเลย อีกไม่นานจะมีงานวิวาห์ระหว่างเทมาริกับ               ชิกามารุ

เมื่อเข้าห้องไปเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

“ว่าไง”

[เฮ้ย! เรื่องที่แกให้ชั้นไปสืบได้เรื่องแล้วนะ]

“ส่งเรื่องผ่านชิกินะ ให้ชิกิมาที่ซึนะงากุเระ”

[แล้วแกมาทำอะไรที่หมู่บ้านทะเลทรายนั่นฟะ!]

“งาน”

[รักษาสุขภาพด้วยนะเว้ย เดี๋ยวจากคุณหมอจะกลายเป็นคนไข้หรอก]

“อืม ฝันดีนะ คาโอรุ”

เมื่อตัดสายหญิงสาวก็ล้มตัวนอนบนเตียงทันที

วันต่อมา

ซากุระไปทำงานด้วยอารมณ์สดชื่นและกระปี้กระเป่า ทำให้หลายคนหายห่วงโดยเฉพาะกาอาระ เค้ากลัวว่าซากุระจะไม่สบายเสียก่อน หากเค้าปล่อยให้เธอทำงานจนไม่สบายขึ้นมา ซาสึเกะอาจจะมาเอาเรื่องเค้าได้เพราะซาสึเกะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบเธอ แต่ดูแล้วเธอไม่ตอบรับหรือปฏิเสธอะไร เธอดูนิ่งเฉยและทุ่มเทกับงานมากกว่า”จิตใจของผู้หญิงช่างซับซ้อนจริงๆ”

ช่วงกลางวัน...

ซากุระออกมานอกโรงพยาบาล เมื่อมองหาบางสิ่ง วิหคสีขาวโผล่บินมา

หญิงสาวผิวปากเรียก มันค่อยๆร่อนลงที่แขนบอบบางอย่างนุ่มนวล เธอส่งขนมปังให้มันกิน “เก่งมาก ชิกิ”

“กา กา กา”

หญิงสาวนำม้วนสารขนาดเล็กที่ผูกมากับของสัตว์เลี้ยงเก็บใส่กระเป๋า “แกมาอยู่กับชั้นสักพักนะชิกิ”

เจ้าอีกาเผือกตอบรับอย่างยินดี

ขณะที่กำลังเดินทางกลับไปทำงาน เทมาริก็ตรงมาหา

“ซากุระ นั่นนกอะไรน่ะ”

“อีกาเผือกค่ะ เทมาริซัง สัตว์เลี้ยงของชั้นเอง ชิกิ”

เจ้าอีกาเผือกร้องทัก

“แสนรู้น่าดูนะ”

“ค่ะ เจ้านี่มันฉลาด เลี้ยงง่ายมากเลยค่ะ”

“งั้นเหรอ กำลังจะกลับไปทำงานใช่มั้ย”

“ค่ะ”

“งั้นวานเอาข้าวกล่องไปให้กาอาระทีนะ”

“ได้ค่ะ”

“ฝากด้วยล่ะ”

หญิงสาวยิ้มรับ “ไปกันชิกิ”

...

ในขณะที่กาอาระกำลังทำงานอยู่นั้น ก็พบว่างบประมาณของหมู่บ้านมันลดลงผิดปกติ

เค้าลองตรวจดูบัญชีอีกครั้ง ก็พบว่า งบส่วนใหญ่ดูดึงไปในหน่วยลับพอสมควร

‘ก๊อกๆ’

“ขออนุญาตค่ะ”

“เชิญ”

ซากุระเข้ามาในห้องโดยมีเจ้าอีกาขาวเกาะไหล่มาด้วย

“นกนั่น”

“ชิกิ สัตว์เลี้ยงน่ะ พอดีญาติชั้นส่งมันมาน่ะ อ๊ะนี่ข้าวกล่อง เทมาริฝากมาให้”

หนุ่มผมแดงรับข้าวกล่องมา

“ดูมันแสนรู้ดีนะ”

“ใช่ม้า ชั้นกับเพื่อนๆช่วยกันเลี้ยงสมัยเป็นซามูไรองครักษ์น่ะ”

กาอาระยิ้มกับท่าทางร่าเริงของหญิงสาว “เธอไม่เหนื่อยนะ”

“ไม่ๆ สบาย”

“งบประมาณเรื่องศูนย์คงไม่พอนะ”

“งั้นเหรอ งั้น...พอจะจัดอบรมได้มั้ย”

“จัดอบรม”

สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด”คืออย่างงี้ กาอาระ ชั้นลองตรวจสภาพจิตใจของเด็กๆที่ซึนะแล้ว พวกที่เป็นนินจาอยู่ในสภาวะเครียดเพราะถูกกดดันจากสภาพรอบตัวมาก”

“แล้วการจัดอบรมพอจะช่วยอะไรได้บ้าง”

“การจัดอบรม จะอบรมเฉพาะพวกครูอนุบาล ให้รู้วิธีดูแลเด็กที่มีความเครียด อย่างน้อยน่าจะพอช่วยได้ในระดับหนึ่ง เพราะครูจะมีความใกล้ชิดกับเด็กมาก”

“แต่อาจดูแลไม่ทั่วถึงน่ะสิ อัตราสูงมากใช่มั้ย”

“เป็นเพราะสภาพแวดล้อมในครอบครัวด้วย”

“เข้าใจ เพิ่งพ้นช่วงสงครามมา หลายครอบครัวก็ประสบปัญหาการเงินนะ”

ซากุระยิ้มปลอบ”ค่อยๆคิดนะ ชั้นเชื่อว่าอีกไม่นานคงพบทางออกที่ดีนะ ถ้าชั้นช่วยได้จะพยายามช่วยเต็มที่”

“ขอบใจนะ”

“อื้ม ไปล่ะ อย่าลืมกินข้าวนะ ถ้านายเกิดป่วยขึ้นมา ทุกคนคงกังวลน่าดู”

เมื่อหญิงสาวออกจากห้องไป ทำเอาหนุ่มผมแดงต้องตั้งคำถาม เพราะเธอสวย สดใส ร่าเริงยิ้มง่ายและเป็นห่วงคนอื่นแบบนี้ใช่มั้ย? ที่ทำให้เธอเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากมาย ชักอยากรู้แล้วสิว่าเธอน่ะ ตอนเป็นซามูไรจะเป็นอย่างไร

...

หลังจากเลิกงาน หญิงสาวตรงดิ่งมาที่ห้องทันที พอเปิดม้วนสารอ่านปรากฏว่าเป็นสารจากเรม

ซึ่งเนื้อหาคือความเคลื่อนไหวของขุนนางฝ่ายยาไมริ ที่มาสมาคมบ่อยกว่าปกติ

ซึ่งเรมก็ได้รวบรวมชื่อผู้เข้าร่วมสมาคมวันเวลา และสถานที่มาให้พร้อมสรรพ

...ข้อมูลละเอียดดีไม่เปลี่ยนเลยนะ...

“ชิกิมาอยู่นี่ เจ้านั่นจะส่งข้อมูลมายังไงล่ะเนี่ย แต่ช่างเถอะๆวันพรุ่งนี้คงจะรู้”

...

วันต่อมาที่ปรึกษาอาวุโส ได้มาหาลือกับกาอาระเรื่องการแต่งงานของกาอาระ ทำเอาคาเงะหนุ่มต้องกุมขมับ เพราะงานน่ะมันก็หนักกบาลมากพอแล้ว จะหาเวลาไหนมาสนใจเรื่องแต่งงานกัน

“กาอาระ ดูอย่างนารูโตะสิ แต่งงานไปแล้ว ปล่อยไปแบบนี้มันไม่ดีนะ”

นั่นสิ เค้านึกอยากจะถามนารูโตะเหมือนกัน ว่าทำไมถึงแต่งงานไวแบบนี้ รู้มั้ยว่าเค้าเดือดร้อน!!โดนเค้นโดนบังคับ ให้หาคู่ครองวันเว้นวันแบบนี้

เมื่อประชุมเสร็จกาอาระเดินออกมาสูดอากาศโดยการเดินเล่นภายในหมู่บ้านสักหน่อย

พอเดินไปเรื่อยๆก็สังเกตว่า คนในหมู่บ้านต่างมองไปทางเดียวกัน พอมองตามบ้าง ก็พบว่าสายตาของทุกคนกำลังมองคนๆหนึ่งที่จูงม้าสีดำรูปร่างพ่วงพีสง่างาม ดูแล้วน่าจเป็นม้าศึก สายพันธุ์ดี ส่วนคนจูงนั้นสวมหมวกฟักทองสีน้ำตาลผ้าพันคอสีฟ้าอ่อน ผ้าปิดปาก สวมแว่นกันฝุ่นสีฟ้าดูมีสไตล์ ชุดนั้นเป็นเสื้อโค้ทยาวสีน้ำตาลอ่อน กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าบู๊ทยาวสีเดียวกัน

“ขอโทษนะครับ”

ชายหนุ่มผู้จูงม้าตรงมาทักเค้า

“ช่วยกรุณาบอกทางไปโรงพยาบาลให้ผมที ผมอยากไปพบเพื่อนที่อยู่ที่นั่นครับ”

“ได้สิ ว่าแต่...นายจะไปพบใครล่ะ...”

“เบนิ ไม่สิ ต้องพูดว่าฮารุโนะ ซากุระ นะ”

“นายเป็นใคร...”

“ชั้นเหรอ...”มือที่สวมถุงมือหนังค่อยๆเปิดผ้าปิดปากและถอดแว่นตา”เป็นญาติมันจ้า”

กาอาระนึกไม่ถึงว่าญาติของหญิงสาวจะเหมือนกันแบบนี้ นั่นทำให้เค้านึกถึงหน้าของซากุระยามเป็นผู้ชายเลย เหมือนกันมากเพียงแต่ตานั้นเป็นสีฟ้า บุคลิกคนละแบบ

กาอาระนำทางไป

ซากุระที่ดูเหมือนว่ารู้อยู่แล้วจึงมารอหน้าโรงพยาบาลแห่งซึนะ

“โย่”

“ไง มาเร็วดีนะ”หญิงสาวทักทายโดยที่ไหล่มีเจ้าอีกาเผือกชิกิเกาะอยู่

“เอ่อๆ เธอนี่น้า เล่นให้ชิกิมาอยู่ด้วยแบบนี้ เห็นใจชั้นบ้าง”

“ก็เห็นใจไง ถึงได้หาเรื่องให้นายออกมานอกแคว้นเล่นๆ อีกอย่างเด็กๆที่นี่ดูจะชอบชิกินะ”

เจ้าอีกาเผือกขยับปีก พร้อมร้องออกมาราวกับว่ามันสนับสนุนนายสาว

“เอาของส่วนรวมมาใช้เฉยเลยนะ”

“ทำไงได้ ก็ไม่มีหมาอ่ะ สัตว์เลี้ยง อย่างหมาสามารถช่วยบำบัดจิตใจเด็กได้นะ”

กาอาระมองเจ้าอีกาเผือกอย่างสงสัย”แล้วเจ้านี่จะทำได้รึ?”

“มันแสนรู้เหมือนหมาจะตาย ไม่เชื่อดู ชิกิ ขอมือ”เจ้าอีกาเผือกส่งปีกให้หญิงสาว เธอเริ่มออกคำสั่งต่อไป”ชิกิ ไปเกาะไหล่กาอาระ”เธอชี้ไปที่กาอาระ เจ้าอีกาก็บินไปเกาะกาอาระอย่างว่าง่าย

“ชิกิ เดินบนพื้น”

เจ้าอีกาเผือกบินลงมาเดินเต๊าะแตะ

“ชิกิ แกล้งตาย”

เจ้าอีกาเผือกนอนหงายอ้าปากค้างทันที

“เก่งมาก บินมาเกาะไหล่เหมือนเดิม”

กาอาระชมเปาะ”แสนรู้จริงแฮะ”

ซากุระหันไปหาญาติตัวดี “นายมาก็ดีแล้วคาโอรุ เอาเจ้าคุโระมาด้วยแบบนี้ เด็กๆคงตื่นเต้น วันนี้เราไปโรงเรียนอนุบาลกัน”

หนุ่มผมชมพูเบ้หน้า“มาถึงก็สั่งเลยนะ เหนื่อยนะเฮ้ย ขอพักก่อนเด้”

“ไปหาอะไรเย็นๆดื่มก็ได้ กาอาระจะมาด้วยกันไหม”

“เอ่อ...”

“ไม่สะดวกเหรอ ว่าจะชวนไปหาพวกเด็กๆต่อนะ พวกเค้าคงดีใจที่ได้เจอกับนาย”

“ก็ได้”

คาโอรุตีหน้าตาย”หมอนี่ใครอ่ะ”

“คาเซะคาเงะรุ่นห้า”

กาอาระจึงแนะนำตัว”ซาบาคุโนะ กาอาระ”

“ชั้นชิอินะ คาโอรุ”

สองหนุ่มจับมือทักทาย

ทั้งสามมาดื่มชาที่ร้านน้ำชาเล็กๆ

คาโอรุมองสภาพโดยรอบ”แย่แฮะ ที่นี่มีแต่ทะลทรายแบบนี้”

ซากุระหรี่ตามองฝาแฝดไม่ให้พูดแต่กาอาระเอ่ยอย่างปลงๆ”ที่นี่เพาะปลูกยาก  ไม่เหมือนโคโนฮะหรือติดทะเลอย่างคุโมะ สำหรับคิริ ตอนนี้ก็กำลังพัฒนา...”

คาโอรุเอ่ยขึ้น”เฮ้ๆ นายไม่เคยสำรวจพื้นที่รึไง?”

หญิงสาวทำหน้างุนงง“มีอะไรรึ?คาโอรุ”

“ก็เมื่อวานก่อน หัวหน้าหน่วยหก อากิ บอกว่า บ้านของญาติมันที่อยู่ในแคว้นทะเลทราย มีน้ำพุผุดขึ้นน่ะสิ “

“ที่นั่นคงจะเจริญน่าดู”

“อืม มันยังชวนชั้นกับเธอไปเที่ยวอยู่เลย”

กาอาระส่ายหน้า”สำรวจไม่ได้หรอก เราไม่มีอุปกรณ์”งบประมาณยิ่งไม่พอ

คาโอรุเอ่ยขึ้น”งั้นชั้นจะติดต่อแผนกวิทยาศาสตร์ให้มาสำรวจให้”

คาเซะคาเงะเริ่มเกรงใจ“จะดีเหรอ”

“ไม่ต้องเกรงใจ พอดี แผนกวิทยาศาสตร์อยากพารุ่นน้องมาทัศนศึกษาด้วย”

ซากุระซดชาก่อนจะเอ่ยอย่างลอยๆ”เคยอ่านเจอนะ ว่าบางพื้นที่ทะเลทรายจะสามารถปลูกพื้ชได้เป็นบางชนิด และอาจจะมีสิ่งอื่นที่มาทดแทนพื้นที่เพาะปลูกได้”

“สิ่งอื่น?”

“ใช่ แต่ที่ซึนะชั้นไม่รู้หรอกนะว่าคืออะไร ไม่แน่อาจจะมีสิ่งวิเศษเกิดขึ้นก็ได้”

กาอาระสีหน้าดีขึ้น หลังจากนั้นพวกเค้าก็พากันไปที่โรงเรียนอนุบาลของซึนะ เหล่าเด็กๆต่างวิ่งออกมาต้อนรับคุณหมอคนสวย แล้วมองด้วยตาเป็นประกายเมื่อเห็นเจ้าอีกาเผือกเกาะไหล่ของหญิงสาวและมีเจ้าม้าดำตัวใหญ่ที่โดนจูงมา

คาโอรุพอเข้าใจจุดประสงค์ที่เจ้าหล่อนให้ชิกิมาอยู่ด้วยแล้ว เพราะว่าข้อมูลที่เจ้าหล่อนให้เค้าไปหามันสำคัญมากจะต้องส่งโดยชิกิ แต่การที่เจ้าหล่อนยึดเครื่องมือส่งสารชั้นยอดไป เค้าเลยต้องมาเองแถมเจ้าหล่อนดันสั่งให้ซื้อขนมหวานจากงานเทศกาลมาเป็นกระบุงอีก หนักนะเฮ้ย! เอาเถอะเอาขนมมาแจกเด็กพออภัยได้

ในตอนนี้คุณหมอคนสวยก็ทำการแจกขนมเด็กๆ โดยมีกาอาระกับคาโอรุดูอยู่ห่างๆ

กาอาระมองเด็กๆที่กินขนมอย่างเอร็ดอร่อยก็สงสารเพราะที่ซึนะในตอนนี้ยากจนมาก หาขนมกินลำบาก

หลังจากกินขนมเสร็จ

คุณหมอคนสวยก็ร้องเพลงเจ้าม้าดำเต้นรำอย่างสนุกเมื่อนายคนสวยร้องเพลง เช่นเดียวกับเจ้ากาเผือกที่เดินย่ำๆบนไหล่ของหญิงสาวด้วยท่าทางตลกๆ สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับเด็กๆและคนรอบข้าง

และเมื่อเด็กๆอยากลองขี่ม้าดำ คาโอรุก็ใจดีอุ้มเด็กๆให้นั่งบนหลังม้า พร้อมระวังไม่ให้เจ้าม้าคู่ใจดีดเด็ก

กาอาระเองก็โดนหญิงสาวให้มาเล่นกับเด็กๆ ทำให้เค้ารู้สึกผ่อนคลาย ลืมเรื่องงานไปชั่วขณะ

เมื่อถึงเวลาอันสมควร ทั้งสามจึงลากลับ

“สนุกไหม กาอาระ”

“ก็สนุกดี เรื่องขนมของเด็กๆ...”

คาโอรุเอ่ยอย่างเป็นกันเอง “ไม่ต้องคิดมาก พวกเด็กๆ ทำให้ชั้นนึกถึงสมัยก่อน”

หนุ่มผมแดงนึกสนใจ “สมัยก่อนทำไมเหรอ”

ซากุระเป็นคนเล่า “เมื่อก่อนพวกเราเรียนที่สำนักดาบ แบบกินนอนอยู่ที่นั่น นานๆทีจะกลับบ้าน พออยู่สำนักดาบ ก็ได้กินแค่ข้าวกับ กับข้าวสองอย่าง ไม่สามารถขอเติมได้ ขนมไม่ต้องพูดถึง ไม่ได้กินเลย ยกเว้น เจ้านายเกิดเอ็นดู ซื้อมาให้ก็นานๆที ว่าจะได้กินขนมก็ตอนกลับบ้าน”

“ฝึกนานน่าดูสิ”

คาโอรุนับนิ้ว”สามปีน่ะ ตอนที่ไปเรียนพวกเราอายุสี่ห้าขวบเอง”

กาอาระเอ่ยถาม”นายมีที่พักรึยัง”

“เอ่อว่ะ ลืมเรื่องนี้เลย พักกับซากุระก็ได้”

“ใช่ๆ ที่เหลือก็พาที่ให้คุโระนอนก็เท่านั้น”

กาอาระจัดการหาที่ให้เจ้าม้าดำได้นอนพัก โดยให้พักที่คอกม้าส่วนรวม

หลังจากนั้นกาอาระได้ชวนสองแฝดมากินข้าวร่วมกันที่บ้าน

งานนี้ทำเอาเทมาริคังคุโร่และชิกามารุที่เห็นหน้าคาโอรุครั้งแรก ก็ตกตะลึงเพราะหน้าเหมือนกันมาก นึกว่าฝาแฝด แต่ทั้งคู่ก็แก้ต่างว่าพ่อแม่นั้นเป็นพี่เป็นน้องกัน หน้าตาเลยคล้ายกันมาก แถมเกิดวันเวลาเดียวกัน จนทุกคนเรียกว่าฝาแฝด

หลังกินอาหาร ทุกคนก็มาประชุมเล็กๆเรื่องที่แผนกวิทยาศาสตร์ของเอโดะจะมาสำรวจพื้นที่เพื่อตรวจสภาพ

ซากุระเสนอ”อย่างน้อยที่สุด เราจะได้หาทางฟื้นฟูพื้นที่ให้สามารถ ถ้าทำการเพาะปลูกได้ คนในแคว้นก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้น”

เทมาริเอ่ยขึ้น”มันฟื้นฟูได้รึ?ที่นี่เป็นทะเลทรายมาตั้งแต่แรกนะ”

คาโอรุเอ่ยขึ้น “แต่ชั้นต่อจากทรายก็คือดินนะครับ เอาเถอะ ลองดูก็ไม่เสียหาย พรุ่งนี้เย็นแผนกนั้นก็มาถึงแล้ว มีแค่สามคนเอง”

วันต่อมา...

แผนกวิทยาศาสตร์แห่งเอโดะ ก็เดินทางมาถึง ซึ่งทั้งสามพอได้เห็นหน้าของท่านเบนิก็พากันเขินไปตามๆกัน

เพราะไม่ค่อยได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเสนาธิการทหารแห่งเอโดะ เพราะที่ตอนที่ทำงานเธอมักจะสวมหน้ากากปิดหน้าไว้เสมอ

งานนี้ทำเอาเสนาธิการชักสีหน้า”จ้องหน้าชั้นทำไม ไปเก็บของ อยากโดนทำโทษรึ?”

พอเจอคำขู่ที่แสนคุ้นเคยเข้า ก็สะดุ้งโหยง “คร้าบๆ”

ชิกามารุรู้สึกถึงความแปลก ที่ซากุระพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแบบนี้ ไม่โวยวายดูเผด็จการชอบกล ดูเป็นคนละคนไปเลย

...

กาอาระทำหน้าที่นำแผนกวิทยาศาสตร์เดินรอบหมู่บ้านซึ่งดูกระดี้กระด๊ามาก ตอนนี้กำลังสำรวจพื้นที่ร้างของหมู่บ้าน

งานนี้ทำเอาสองแฝดแทบกุมขมับโดยเฉพาะคาโอรุ “ตูไม่น่าหลวมตัวนำพวกมันมาเลย อายว่ะ”

กาอาระเอ่ยอย่างไม่ถือสา”ไม่เป็นไร พวกเค้าคงไม่เคยเห็นนินจา”

ซากุระเอ่ยขึ้น”ไม่ใช่ว่า ไม่เคยเห็นนะเห็นบ่อยเลย คือจะเป็นพวกองครักษ์นินจา นายไม่รู้เหรอว่า 5แคว้นนินจาอยู่ภายใต้การปกครองของเอโดะน่ะ”

กาอาระงุนงง”ทำไม?”

หญิงสาวอธิบาย”โฮคาเงะรุ่น2 ท่านเห็นว่า แคว้นนินจาไม่สามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้เพราะขาดงบประมาณ เลยยอมสวามิภักดิ์ต่อท่านโชกุนอายาสุ โดยท่านโชกุนได้ยื่นข้อเสนอว่าจะส่งไดเมียวมาปกครองแคว้น ซึ่งคนที่เป็นไดเมียวจะต้องเป็นคนที่ฝ่ายปกครองเห็นสมควร โดยไดเมียว

สามารถเลือกคาเงะได้ และทาง5แคว้นก็จะได้งบประมาณมาดูแลหมู่บ้าน ซึ่งท่านไดเมียวจะจัดสรรให้ตามความเหมาะสม”

คาโอรุเสริม”อีกนัยหนึ่งก็คือ บางหมู่บ้านจะส่งนินจาฝีมือดีมาอารักขาเจ้านายตระกูลต่างๆเพื่อแลกกับค่าจ้าง ได้ยินว่าหมู่บ้านคิริ ก็ส่งนินจามาเป็นองครักษ์เจ้านายหลายคนนะ”

ชิกามารุถามบ้าง“ทำไมต้องการนินจามาเป็นองครักษ์ล่ะ”

“ก็...ซามูไรอย่างพวกชั้นรับใช้แคว้นไม่ใช่เจ้านายน่ะสิ เอโดะเป็นแคว้นที่ใช้วิธีการเลือกตั้งจากสภาขุนนางนะ ถ้ากำจัดคู่แข่งก็ต้องทำ และใช้ใครล่ะที่สามารถทำงานลับหลังได้ ถ้าไม่ใช่นินจา จริงมั้ย?”

ยังไม่ทันได้คุยอะไรต่อ

ยามาโตะตะโกนขึ้น “ท่านบันไซขอรับ เกิดเรื่องแล้วขอรับ”

“อะไร”

นักวิทยาศาสตร์หนุ่มผูสวมแว่นก้นหอยเอ่ยขึ้นโดยในมือถือเครื่องมือตรวจพื้นที่ ที่ส่งเสียงปิ๊ดๆไม่หยุด

“ใต้พื้นที่นี่ น่าจะมีบางอย่างนะครับ”

เทมาริถามอย่างมีความหวัง“อะไรล่ะ น้ำเหรอ”

“ไม่ใช่ น่าจะเป็นน้ำมันครับ”

ชิกามารุถาม”นายแน่ใจแค่ไหน”

“90%ครับ รู้งี้น่าจะเอาเครื่องเจาะมาด้วย”

กาอาระเอ่ยขึ้น “ไม่จำเป็น ทุกคนถอยไป”

เมื่อทุกคนถอยออกไปแล้ว กาอาระจัดการใช้คาถาควบคุมทราบให้ย้ายมากองรวมกันได้เนินสูง ทำเอาแผนกวิทยาศาสตร์อึ้ง เมื่อย้ายทรายมาจนถึงพื้นดินที่แห้งแล้ว ชายหนุ่มก็จัดการใช้ทรายเป็นสว่านเจาะพื้นดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมีของเหลวสีดำผุดขึ้นมา

คังคุโร่อุทาน”น้ำมันจริงๆด้วย”

ทากะวิเคราะห์”ที่อื่นจะมีบ่อน้ำมันอีกไหมเนี่ย”

ชิกามารุถาม”มีเปอร์เซ็นต์ที่จะมีที่อื่นด้วยเหรอ?”

สึงุรุพยักหน้า “มีสิทธิ์ครับ เราต้องลองสำรวจดูอีกที เพราะอาจจะไม่ได้มีแค่พื้นที่นี้นะครับ”

ซากุระเสนอ”กั้นพื้นที่ตรงนี้ก่อนจะดีกว่า แล้วไปสำรวจต่อ”

เทมาริพยักหน้า”เห็นด้วย”

กาอาระจึงให้นินจามาเฝ้าบ่อน้ำมันเอาไว้ และเดินสำรวจต่อ

วันนั้นทั้งวัน พบบ่อน้ำมันในพื้นที่ร้างของหมู่บ้านซึนะ ร่วมยี่สิบบ่อ

ซึ่งทุกคนได้มากินข้าวกันที่บ้านของคาเซะคาเงะ

ซากุระเอ่ยขึ้น “แบบนี้ คงมีบริษัทเชื้อเพลิงมาติดต่อเยอะ และที่สำคัญแคว้นเอโดะคงจะมาติดต่อแน่ ยานรบของเอโดะก็ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงอยู่ด้วย”

คาโอรุยิ้มแห้งๆ”ใช่เลย”

ชิกามารุเอ่ยถามหญิงสาว “ดูเหมือนว่าเธอจะรู้ล่วงหน้านะ อิโนะเล่าว่ามีเชื้อสายองคเมียวจิด้วยนิ”

“ไม่หรอก  นี่น่ะอิงทฤษฏีล้วนๆและลางสังหรณ์เล็กๆน้อยๆ”

กาอาระที่นั่งฟังก็อดแปลกใจไม่ได้ ดูท่าคู่แฝดหัวชมพูจะมีหลายเรื่องที่ไม่ได้เปิดเผยเยอะ

คาโอรุยิ้มหวาน “นี่ๆ อนาคตน่ะ มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงเสมอนะ ใช่ม้าเพื่อน”

หญิงสาวยิ้มเป็นลูกคู่”ใช่...ใช่ แต่บางอย่างคงยากที่จะเปลี่ยนแปลงนะ”

ทั้งคู่ก็หัวเราะร่าพร้อมกัน ก็ภาพที่ทั้งคู่เห็นน่ะมันน่าขำจะตาย

คาโอรุหันไปหาเทมาริ “พี่สาวอย่าแปลกใจนะ ถ้าลูกชายของพี่ เหมือนพ่อเกินไปหน่อย เชื้อมันแรง”

เทมาริหน้าแดง คังคุโร่เผลอทำตะเกียบหลุด กาอาระอ้าปากค้าง ชิกามารุทำหน้าเอ๋อ

ซากุระเอ่ยเสริม”แต่จะว่าไป ตาเค้าเหมือนแม่นะ คิคิ”

ยามาโตะแผนกวิทยาศาสตร์ที่อยู่มานานเอ่ยขึ้น “นี่แสดงว่าทั้งสองคนเห็นอนาคตสินะครับ”

สองแฝดพยักหน้าพร้อมกัน

สึงุรุเอ่ยถาม “การเห็นอนาคตน่ะมันเห็นง่ายขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

คาโอรุอธิบาย “ไม่ขนาดนั้น มันจะเห็นเป็นอย่างๆไปนะ อย่างอนาคตของคุณพี่สาวคนนี้ คืออนาคตของครอบครัวเธอ แต่เพราะพวกเราเป็นชั้นเหลน ไม่ได้มีเชื้อสายตรงอย่างพวกตระกูลหลักนะเฮ้ย”

ทากะพยักหน้า “มิน่า การอนาคตได้มันช่างน่าอิจฉานะครับ”

ซากุระเอ่ยลอยๆ “แต่บางครั้ง การเห็นอนาคตได้ มันไม่ได้ดีเสมอไปนะ”

หลังจากกินอาหารเสร็จ ทุกคนก็แยกกลับที่พักโดยคาโอรุขอไปนอนกับญาติผู้น้อง รู้สึกว่าคู่แฝดคู่นี้ดูสนิทกันมาก และเหมือนพี่น้องผู้ชาย แต่ในขณะเดียวกัน เค้าสังเกตมาโดยตลอดว่า ซากุระดูเหมือนผู้นำที่เด็ดขาดที่เหล่าลูกน้องจะเคารพยำเกรงและหวาดกลัว

“ผู้หญิงเข้าใจยาก...”

เทมาริและคังคุโร่ที่ได้ยินก็ตะลึง และคิดถึงเหตุผลที่น้องชายพูดแบบนี้ อาจเป็นเพราะสนใจสาวผมชมพูก็เป็นได้

วันต่อมา คาโอรุกับแผนกวิทยาศาสตร์ก็ขอตัวกลับแคว้นเพราะหมดธุระ ส่วนซากุระก็จำต้องอยู่ทำงานต่อไป

โดยงานนี้กาอาระก็จัดเจรจาซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงกับหัวหน้าหน่วยยุปโธปกรณ์ของเอโดะอย่างพันเอกคามิ หรือ นาโอ นาโอโตะ ซึ่งการเจรจาก็ราบรื่น ทำให้หมู่บ้านซึนะมีรายได้และเงินได้ถูกแจกจ่ายไปสู่คนในหมู่บ้าน ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้น นอกจากนี้หมู่บ้านซึนะยังขุดพบบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ก่อนที่พันเอก คามิ จะจากไป ซากุระได้เดินทางมาส่งตามมารยาท เพราะอีกฝ่ายถือว่าอาวุโสกว่า พันเอกหนุ่มยิ้มหวาน “ไม่นึกว่า ใบหน้าที่แท้จริงของเบนิจะงดงามแบบนี้นะ”

“ขอบคุณที่ชมค่ะ”

“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้ ถึงยังไงเจ้าก็มีตำแหน่งพอๆกับข้า”

“ค่ะ ขอให้เดินทางปลอดภัย”

“ขอให้เจ้าโชคดี รักษาสุขภาพด้วย อีกไม่นานคงมีการประลอง ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าร่วม”

“แน่นอนค่ะ”หญิงสาวโค้งเคารพอีกครั้ง

หลังจากนั้นงานของซากุระก็เริ่มขึ้นเพราะกาอาระมีงบมากพอที่จะจัดศูนย์ฟื้นฟูจิตใจเด็ก งานนี้ซากุระได้ให้คำแนะนำให้กับคุณหมอในการดูแลเด็กๆ ศูนย์ฟื้นฟูจิตใจในซึนะ เป็นไปได้ด้วยดี สภาพจิตใจของเด็กก็ดีตาม จนกระทั่งครบเดือน ที่ซากุระจะต้องไปทำงานที่เอโดะต่อ เล่าเด็กๆและเจ้าหน้าที่ก็มาส่งหน้าหมู่บ้าน

สองนินจาโคโนฮะ ก็ออกเดินทาง กาอาระมองไปที่หญิงสาวผมชมพูที่กำลังเดินทางกลับ...

...เธอเนี่ย..มันหลากอารมณ์ดีนะ...

...

ทางด้านสองนินจาโคโนฮะ ซากุระได้เดินทางกลับมาที่โคโนฮะเพื่อรายงานภารกิจของตน พร้อมกับตรวจดูศูนย์ฟื้นฟูจิตใจเด็ก และตรวจดูงานในโรงพยาบาลต่ออยู่สองวัน ซากุระก็เดินทางไปเอโดะทันที โดยไม่ล่ำลาใคร

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา