ลิขิตรัก สองหัวใจ (โอม เฌอปราง bnk48) เรื่องนี้ลง เว็บนี้ Readawrite และ Dek-D

-

เขียนโดย ณัฐพล

วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เวลา 22.23 น.

  4 ตอน
  0 วิจารณ์
  468 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2562 20.30 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

1) บทที่1สองสาวพบกันโดยบังเอิญ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เฌอปรางขับรถออกไปตามทางถนนก่อนที่จะมุ่งหน้าไปมหาวิทยาลัย วันนี้เจ้าหล่อนต้องเข้าห้องแล็บเพราะต้องมีการวิจัยของตัวน้ำยาที่ทำการวิจัยส่งอาจารย์ อาจารย์เดินเข้ามาหาเธอพร้อมเพ่งมองขวดที่กำลังทำการทดลอง

“เฌอปราง เธอทำการทดลองอะไรอยู่หรอ”

เฌอปรางในตอนนี้สวมชุดกาวน์และแว่นทดลอง ก่อนหันมายิ้มให้อาจารย์ก่อนตอบ

“เดี๋ยวหนูทำเสร็จเดี๋ยวก็รู้เองค่ะอาจารย์”

อาจารย์ทำหน้าคิ้วขมวดก่อนเดินกลับไปนั่งที่ประจำของอาจารย์ เฌอปรางตั้งหน้าตั้งตาทำการทดลองราวกับแม่มดกำลังปรุงยา เพื่อนของเฌอปรางมาช่วยกันทำการทดลอง

“เฌอให้เราช่วยไหม”เพื่อนอีกคนอาสาอยากช่วยเพื่อน

“ได้สิอุ๋งอิ๋ง เธอเป็นเพื่อนในเอกที่เราเรียนนี่ ช่วยๆ กันจะได้เสร็จ”เฌอปรางบอก

อาจารย์มองมาทางเฌอปรางกำลังขมักเขม้นกับการทดลอง เธอหัวดีมากๆ อาจารย์เคยอาสาให้เธอไปเรียนแพทย์แต่เธอคัดค้านเพราะไม่ชอบ เฌอปรางชอบวิทยาศาสตร์ เฌอปรางเก่งมาก คณิตศาสตร์ได้ ชีววิทยา เคมีและฟิสิกส์หายห่วงจนอาจารย์ชมเชยเธอ

“อาจารย์คะ เสร็จแล้วค่ะอาจารย์”

“วิจัยนี้ เธอทำเองหรอเนี่ย”อาจารย์ถามอย่างประหลาดใจ

“ค่ะ อาจารย์หนูทำกับอุ๋งอิ๋งไงคะ วิจัยนี้มีชื่อว่า ขวดสีน้ำเงิน ไงคะ”

“แต่เธอต้องนำเสนอพรีเซนต์เทชั่นด้วยหน้าห้องเพื่อให้เพื่อนๆได้รู้กันนะ”อาจารย์บอก

“ค่ะอาจารย์”

เฌอปรางตอบเรียบๆ ก่อนมองตามหลังอาจารย์

อุ๋งอิ๋งพูดสมทบเอ่ยกับเฌอปราง

“เราจะนำเสนอในคอมพิวเตอร์หรอเฌอให้เราทำนะงานนำเสนอ”

“ก็ดีนะเพื่อน”

เฌอปรางบอกก่อนจะไปนั่งประจำที่นั่ง

..แพทกำลังมองอาจารย์ประจำวิชาของเอกที่เขาเรียนสอนเกี่ยวกับงานโรงแรม เพื่อนร่วมชั้นของเธอเอ่ยขึ้น

“แพท เธอเข้าใจหรือเปล่าละ เห็นเธอเล่นเกม ROV”

แพทมองหน้าเพื่อนพร้อมส่ายหน้าเบา

“จริงสิแพท เกมROV มันเล่นยังไงหรอเห็น วัยรุ่นเขาเล่นกัน”

แพทตอบเบาๆ

“ก็ตีป้อมฝ่ายตรงข้ามไง ถ้าเราตีป้อมฝ่ายตรงข้ามก็จะชนะไป1 เกม ถ้าเกมไหน ฝ่ายตรงข้ามตีป้อมเราคืน เราจะแพ้” แพทอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง

 เพื่อน..อีกคนเสริมขึ้น

“แพทเมื่อคืนนี้ได้นอนไหมวะ อย่าบอกนะว่าไม่ได้นอน”

แพทตอบเบาๆ

“ได้นอนวะ นอนตี2”แพทตอบห้วนๆ

อาจารย์มองมายังแพทเลยถามขึ้น

“แพทคุยอะไรกัน”

แพทหลบหน้าไปทางอื่นก่อนจะหันหน้ามาอีกฝ่าย

“เปล่าค่ะครู คือว่าหนูคุยเรื่องการต้อนรับของลูกค้า พอเวลาลูกค้าต้องการเช็คอิน กับเช็คเอ้าท์ เราจะต้องทำยังไงใช่ไหม ปุ๋ย”แพทเอ่ยก่อนจะส่งสัญญาณให้อีกฝ่าย

“ใช่ค่ะ อาจารย์”

“แน่นะ”อาจารย์ถามอย่างแน่ใจ

ทั้งสองยิ้มแก้เก้อ ก่อนตั้งหน้าตั้งตาจดในกระดานไวท์บอร์ด ก่อนจะเลิกคุยเรื่องเกมกับปุ๋ย

..พอเลิกเรียนแล้วเฌอปรางก็ขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน เขาติดตามการประกวดไอดอลของวงbnk48 ปรากฎว่าเขาเปิดรับสมัคร เฌอปรางเองก็ติดตามวง akb48 และชื่นชอบไอดอลสมาชิกวง akb48 อีกคน พอเริ่มมีการสมัคร เฌอปรางเลยลองสมัครเข้าไป ปรากฎว่า ได้เป็นไอดอลและเป็นตำแหน่งกัปตัน…ส่วนแพทนั้นได้ยินข่าวจากการประกวดของJ.I.Bเป็นร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ทำให้เธอลองไปสมัครดู เธอก็ติด เพราะความใฝ่ฝันกับสิ่งที่อยากเป็น

..แพทรอรถตู้โดยสารประจำทางตามทางเดิน เฌอปรางขับรถผ่านแถวนั้นถึงกับต้องตกใจ

‘เฌอปรางเห็นผู้หญิงใบหน้าคล้ายคลึงกับเธอราวกับเป็นคนๆเดียวกัน’

“คนๆ นั้นคือใครกันนะ” เฌอปรางอุทานด้วยความสงสัย ในขณะนั้นเสียงโทรศัพท์ที่นั่นเอ้งเม้งก็ดังขึ้น

หน้าจอขึ้นเบอร์ว่า พ่อ เฌอปรางจึงรับสาย

“ฮัลโหลพ่อ”

“เฌอ กลับบ้านหรือยังลูก”น้ำเสียงด้วยความเป็นห่วงของชายวัยกลางคน

“กำลังจะกลับค่ะพ่อ พ่อกลับหรือยังคะ”

“กลับมาแล้ว พ่อเหนื่อยมากๆ เลย ถ้าลูกมาถึงก็ไลน์มาหาพ่อด้วยนะ”

“ค่ะ” เฌอปรางวางสาย พร้อมขับมุ่งหน้าไปยังบ้านรถเก๋งคันงามเคลื่อนมาจอดที่โรงจอดรถก่อนเจ้าของรถจะเปิดประตูลงจากรถ

“พ่อเฌอกลับมาแล้ว”

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น

“เฌอกลับมาแล้วหรอลูก วันนี้เหนื่อยมากไหมลูก”

“ไม่เท่าไหร่ค่ะพ่อ พ่อคะคือว่าหนูเป็นไอดอล ต่อไปนี้คงไม่ว่างนะคะทั้งเรื่องเรียน เรื่องงานไอดอล ทีนีพ่อจะได้อยู่กับแม่ด้วยนะคะ”

อดิศรเองก็คิดถึงภรรยาและลูกอีกคนคือแพท

“ได้สิเฌอ”

ทั้งสองคนก็ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันด้วยความอบอุ่น

..แพทเองพึ่งมาถึงบ้านหลังรอรถตู้โดยสารประจำทาง ประไพเป็นห่วง

“พึ่งกลับมาหรอลูก”น้ำเสียงด้วยความเป็นห่วง

“ค่ะแม่ พอดีรถมาช้าค่ะแม่”

แพทเองมีอีกเรื่องจะรายงานแม่เหมือนกัน

“แม่คะ คือต่อไปนี้เราจะพอมีเงินให้ซื้อข้าว ชุดสวยๆ ไงคะแม่แพทเป็นไอดอลค่ะ”

ประไพเบิกตาโพลงไม่ได้พูดคำใดๆ

วันรุ่งขึ้น เฌอปรางเตรียมเอกสารงานนำเสนอเพื่อที่จะนำเสนออาจารย์แล้วขับรถคันโปรดไปตามทางถนน..แพทเองก็กำลังรอ

รถโดยสารประจำทาง เพื่อที่จะมาจอด เฌอปรางขับรถผ่านทุกวัน จนชินพอรถเลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัย ก็จอดในที่จอดรถของนักศึกษา

 ส่วนแพทก็มาถึงมหาวิทยาลัยช้าเพราะต้องรอรถ โดนอาจารย์ว่า พอถึงเวลาเย็น เปิดตัววงbnk48 ก็ไปแสดงคอนเสิรต์ในห้างแห่งหนึ่ง

Pinkunotori ก็ร่วมงานIT  Technology ก็เลยร่วมงาน

เฌอปรางพอร้องเพลงเสร็จก็คิดสนใจร่วมงาน  IT Technology และก็ไปชนกับร่างๆ หนึ่ง

“ขอโทษค่ะ ขอโทษมากๆเลยนะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

พอทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมามอง เฌอปรางอุทานขึ้น

“เธอ”

“คุณ” แพทเอ่ยขึ้น

“เป็นอะไรมากไหม เจ็บตรงไหนบ้าง”

แพทส่ายหน้า ทั้งสองคนตกใจมากที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกัน

“เธอชื่ออะไรหรอ”แพทรีบถามชื่ออีกฝ่าย

“ฉันชื่อเฌอปราง เธอละชื่ออะไร”

“ฉันชื่อแพท ยินดีที่ได้รู้จักกันนะ”

“ยินดีที่ได้รู้จัก”เฌอปรางยื่นมือเพื่อที่จะจับมือกับอีกฝ่าย แพทยินดีจับมือกับอีกฝ่ายเช่นกัน

**ชายหนุ่มอีกคน กำลังกินหอยนางรมอยู่ก็มองไปทางทีวี การนำเสนอข่าวของนักข่าวกำลังทำข่าววงการไอดอลนักร้อง

“ข่าวต่อไปนะครับ เป็นข่าวของไอดอลวง bnk48 ร่วมงานIT Technology by J.I.B และก็สตรีมเมอร์ชื่อดัง Pinkunotori มาร่วมงานนี้โดยเฉพาะครับ จบข่าวสามารถติดตามข่าวในช่วงต่อไปได้นะครับ”

โอมอุทานขึ้น

“ข่าวนี้อีกแล้วหรออิจฉาพวกไอดอลจังเลย”

ชายอีกคนบอก

“จะอิจฉาทำไม เราก็ทำงานของเรางกๆ อยู่ไม่ใช่เหรอ” หนุ่มอีกคนตอบเรียบๆ

“เงียบไปเลย หุบปากแล้วไปกินข้าวเลยไป”

ชายอีกคนเอานิ้วชี้หน้าก่อนจะมองไปที่เตาอั้งโล่

..เฌอปรางเรียกแพทให้ขึ้นรถแล้วกลับพร้อมกัน

“นี่แพท จะกลับแล้วหรอ มาขึ้นรถของฉันสิ กลับพร้อมกันเดี๋ยวฉันไปส่ง”เฌอปรางอาสาไปส่ง

 รถคันงามเคลื่อนรถออกก่อนจะไปตามทางถนน ในตอนนี้แพทเกรงใจคนที่พาไปส่ง

“แพทเธอพักกับใครหรอ”เฌอปรางเอ่ยถาม

“พักกับแม่ แต่แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่าฉันมีพ่อแต่ตอนนี้แยกกันอยู่เพราะพ่อไปทำงานตามต่างจังหวัดอยู่บ่อยๆ”

“อ๋อเหรอ”

“เฌอปรางละพักอยู่กับใคร”แพทย้อนถามอีกฝ่าย

“ฉันอาศัยอยู่กับพ่อ พ่อฉันเอารูปต่างหน้าน้องสาวฝาแฝดของฉัน นี่ไง”

แพทรีบจับรูปใบนั้นเป็นรูปเด็กหญิงสองคนใบหน้าคล้ายคลึงกัน

“คนในรูปนี้น่ารักจัง โตขึ้นมาคงสวย”แพทเอ่ยคำชม

เฌอปรางเองก็หัวเราะเบาๆ

“ก็คงงั้นมั๊ง แต่ฉันว่านะว่า เราเอาเรื่องนี้ไว้ทีหลังดีกว่า”

เฌอปรางมองมาที่อีกฝ่ายก่อนที่จะเอ่ยขึ้น

“บ้านเธออยู่ไหนหรอ”

อีกฝ่ายตอบแบบเรียบๆ

“บ้านฉันอยู่ในแถวลาดพร้าวนะ”

“บ้านชั้นก็อยู่ในลาดพร้าวเหมือนกัน เป็นบ้านพักของกรมชลประทานนะ”เฌอปรางตอบ

แพทสูดลมหายใจลึกก่อนพ่นลมหายใจเฌอปรางเห็นร้านอาหารแม่ของอีกฝ่าย

“แม่ของเธอนี่เปิดร้านขายอาหารหรอ”เฌอปรางถามด้วยความสงสัย

“ใช่ แม่ของฉันนะเป็นแม่ค้า ขายมา 4 ปี มีลูกค้าเยอะมากในบางวันแต่พักหลังๆ ก็ไม่มีลูกค้าเลยเพราะเศรษฐกิจไม่ดี”แพทตอบ

..ก่อนเฌอปราง..จะเหลียวมองกลับไปยังเด็ก เขาจ้องมองไปที่ร้านค้า เฌอปรางเลยไล่ความคิดนั้นออกไป

แพทเปิดประตูลงจากรถก่อนจะยิ้มไปให้อีกฝ่าย

รถได้เคลื่อนออกไปจากซอยหนึ่งในลาดพร้าว ประไพเห็นบุตรสาวมากับใครอีกคน

“นั่นรถใคร ใครมาส่งหรอลูก”ประไพถามอีกฝ่าย

“เพื่อนนะแม่ เขาบอกว่าอยากมาส่งหนู”แพทตอบ

“ดีงั้นก็แล้วไป ไปอาบน้ำแล้วมาช่วยแม่ด้วย วันนี้แม่เหนื่อยเต็มที” ประไพไล่อีกฝ่ายไปอาบน้ำ

 แพทขึ้นมาที่ห้องนอนของตน ที่นอนเป็นที่นอนยางพารา โชคดีที่มีเครื่องปรับอากาศ โต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่ไม่ไกลจากที่นอน  

เธอเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมา ก่อนที่จะสั่งปิดอีกครั้ง เธอรีบไปอาบน้ำ พออาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวรีบลงมาช่วยแม่ขายของ

“อาบเสร็จแล้วหรือ”แม่ของเธอถาม

“เสร็จแล้วจ๊ะแม่”

“รีบเอาไปเสิร์ฟให้ลูกค้าก่อน”

แพทรีบเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าด้วยความอ่อนหวานจนทำให้พอมีลูกค้ามาทานบ้าง

 เฌอปรางเคลื่อนรถเข้ามาที่โรงจอดรถ ของบ้านพักข้าราชการก่อนจะดับเครื่อง เจ้าของรถเปิดประตูลงมาจากรถ อดิศรก็ลงมาจากรถเช่นกัน

“เฌอมาแล้วหรอลูก”

“ค่ะพ่อ พอดีเฌอไปส่งเพื่อนมา”

อดิศรเองสงสัยเลยถาม

“เพื่อนคนไหนหรอลูก”

“เพื่อนร่วมงานคนนี้นะพ่อ เขาหน้าตาเหมือนหนูมากๆ เลย แต่เขาพักอยู่ซอยหนึ่งในเขตลาดพร้าวนะพ่อ แม่ของเขานะ เป็นแม่ค้าเปิดร้านมานี่ได้สี่ปีแล้วละค่ะพ่อ”เฌอปรางเล่าให้อดิศรฟัง

“แล้วเพื่อนร่วมงานลูกเขาชื่ออะไร”อดิศรถามอีกฝ่าย

“เขาชื่อแพทนะพ่อ พอเราถามว่าพ่อเขาไปไหน เขาบอกว่า พ่อย้ายไปทำงานตามต่างจังหวัด”เฌอปรางบอก ก่อนจะเสนอขอตัวไปทำอย่างอื่น

“พ่องั้นเฌอไปทำอาหารให้พ่อทานก่อนนะคะ”

เฌอรีบเดินเข้าไปในห้องครัว

อดิศรเอามือกุมขมับ แล้วนั่งคิดย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบปีก่อน

‘ประไพเอาบุตรสาวอีกคนคือแพทมาเลี้ยงโดยลำพังแต่ใจลึกไม่ใช่ว่าเขาจะทะเลาะกัน เพราะว่าแยกกันอยู่เพราะอดิศรต้องไปทำงานที่กรมชลประทานและอาศัยบ้านพัก อดิศรจึงนำบุตรสาวคนโตคือเฌอปรางมาอยู่กับตน’

“สักวันหนึ่งเราจะบอกเฌอปรางว่า แพทคือน้องสาวฝาแฝด ถ้าวันนั้นมาถึง”อดิศรสบถ ก่อนเฌอปรางเอ่ยขึ้น

“มาแล้วค่ะพ่อ อาหารวันนี้คือแกงจืดต้มมะระ พะโล้” เฌอปรางบอกพร้อมยื่นถ้วยมาวางบนโต๊ะ

“เฌอทำเองหรอลูก”

“ค่ะพ่อ เฌอทำเอง เห็นพ่อเหนื่อยเลยทำไว้ให้กิน จริงสิพ่อ แม่เขาเป็นคนแบบไหนหรอทิ้งได้ทิ้งพ่อไป”เฌอปรางถามอีกฝ่าย อดิศรมองหน้าคนถามถึงกับนิ่งเงียบ

“เฌอฟังพ่อนะ คือ..ว่า จริงๆแล้ว แม่ไม่ได้ทิ้งหรอก คือว่า พ่อต่างหากที่อยากจะแยกบ้านต่างหากเดี๋ยวถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็จะเจอแม่แล้วละลูก”

เฌอปรางนั่งลงข้างๆ อดิศร ก่อนจะตักข้าวขึ้นมาสักคำสองคำ

 ร้านอาหารแพทตี้ ในช่วงเวลาเที่ยง ผู้คนต่างก็เข้ามาในร้าน สามถึงสี่โต๊ะ วันนี้แพทตี้ไม่ได้ไปเรียนเพราะมหาวิทยาลัยปิดเทอม ลูกค้าขาประจำเดินเข้ามาในร้านพร้อมสั่งอาหาร ประไพรีบทำอาหารให้ลูกค้า พร้อมสั่งให้อีกฝ่าย

“แพท รีบหั่นแตงกวาสิ ลูกค้าเขาสั่งข้าวผัดนะ”

ประไพสั่งเสียงเขียว

“จ้าแม่ กำลังทำอยู่”

แพทบอกพร้อมหั่นแตงกวา ตอนนี้ลูกค้ากำลังเข้ามา คนแล้วคนเล่ามายังไม่ขาดสาย

 “เอ็งก็รีบทำรีบเสิร์ฟสิวะ”

“จ้าแม่”

การสนทนานั้นเงียบก่อนประไพสวมในชุดกันเปื้อน สวมหมวกทำอาหารเพราะกลัวลูกค้าตำหนิ

พอระยะเวลาผ่านไปสองชั่วโมงลูกค้าในตอนนี้ก็เริ่มที่จะน้อยลง ประไพนับเงินที่ขายได้

 “วันนี้ขายได้สองพันบาทลูกรู้ไหมว่าเงินนะหายากมาก”

 “โธ่แม่ ขนาดนายกคนไหนมาบริหารประเทศนะแม่ มีแต่เศรษฐกิจไม่ดี สู้ไปหาเงินในออนไลน์ก็ไม่ได้”แพทสบถตอบ

“เอ็งนี่ไม่รู้อะไร พ่อเอ็งนะต้องไปหาเงินหามรุ่งหามค่ำเพราะใคร เพราะพวกเราไง ที่ต้องใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ”ประไพบอก

“แม่จ่ายค่าไฟ หนูจ่ายค่าน้ำละกัน”แพทย้อน

พอสิ้นเสียงของทั้งสองคนก็มองไปอีกทาง แพททำหน้าที่ต้อนรับ พร้อมมองเห็นอีกฝ่ายเข้าร้านแต่แพทขึ้นไปชั้นสองของบ้าน

ส่วนประไพยังทำหน้าที่ต้อนรับ รถที่เคลื่อนจอดมายังหน้าร้านเป็นรถโตโยต้า ยาริส เอทีฟ สีบอร์นเงิน ชายหนุ่มกำลังก้าวลงมาจากรถมุ่งเข้ามายังร้านของประไพ

“รับอะไรดีคะ”ประไพเอ่ยขึ้นก่อนจะหันมา

ชายหนุ่มคนนั้นสวมแว่นตาหนา ใบหน้ากลมผมสั้น เขายิ้มให้อีกฝ่าย

“ผมเอา..กะเพราหมูสับ ไข่เหยี่ยวม้าครับ”

“รอสักครู่นะคะ”

ชายหนุ่มคนนั้นเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะก่อนกวาดสายตาไปรอบก่อนพึมพำ

“ร้านนี้ดูสะอาด เปิดมานานหรือยังครับ”ชายหนุ่มเอ่ยถามกับแม่ค้าสาว

“เปิดมาสี่ปีแล้วค่ะ ตามปกติจะมีลูกสาวมาขายช่วยค่ะ”ประไพตอบ

“ลูกสาวป้าคงสวยน่ารักมากๆ เลยนะครับ”

ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนประไพจะตอบ

“น่ารักสิคะ คุณทำงานอะไรหรอ”

“ผมทำงานเป็นผู้จัดการโรงแรมของมุมซอยนี้ครับพอดีเป็นกิจการของพ่อผม ผมเลยมาดูแลแทน”ชายหนุ่มตอบก่อนพลางเอาผ้ามาทำความสะอาดแว่น

“จริงสิ ลูกสาวป้าก็เรียนการบริหารการโรงแรมอยู่ค่ะ”ประไพตอบ

ชายหนุ่มหัวเราะแก้เก้อ

“ทางสะดวกนี่ครับ ผมจะได้มีลูกน้องที่ดี ผมชื่อกอล์ฟครับ ยินดีที่รู้จักครับ ผมจะมาอุดหนุนป้าเป็นประจำเลยนะครับ”ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจ แพทเดินลงมาในชุดเทรนญี่ปุ่น

“คอนนิจิวะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้น

ชายหนุ่มชายตามองไปยังต้นเสียง เขาเองนั่งนิ่งมากๆ ก่อนเอ่ยถามแม่ค้า

“ป้าครับคนนั้นคือใครหรอครับ”

“คนนี้คือลูกสาวป้าเอง” ประไพตอบ

ชายหนุ่มมองเรียวขาของหญิงก่อนจะมองเนินเต่าเสียงหวานเอ่ยสบถ

“ไอ้ทะลึ่ง โรคจิต”

แพทถึงกับงอนที่เห็นชายสวมแว่นที่ทำหน้าตาดูคล้ายคนโรคจิต

“นี่คุณผมเปล่าโรคจิตนะ ผมแค่มองเรียวขายาวๆ เท่านั้นเอง”

แพทไม่เชื่อ

“เหรอ น้ำหน้าอย่างคุณคงอยากได้ผู้หญิงบางคนมาเป็นเมียมั๊ง”เสียงเล็กเอ่ยกระแทรก

“ไม่เหมือนน้ำหน้าอย่างคุณหรอก วันๆ แต่งตัวอย่างกับพวกปัญญาอ่อน สมัยนี้เขาแต่งตัวกันแบบนี้เหรอ ทำไมไม่ห่มสไบ ใส่ชุดไทยละ”ชายหนุ่มสบถ

“นี่ไอ้หน้าจืด ไปออกจากร้านแม่ฉันเลย ไป”แพทโกรธพลางชี้ไปอีกทาง

“ก็ได้ไปก็ได้ ป้าครับผมจ่าย ไม่ต้องทอน”

ชายหนุ่มวางธนบัตรลงบนโต๊ะก่อนเดินออกไปนอกร้านกลับมายังรถของอีกฝ่าย แล้วเคลื่อนรถออกจากร้านอาหาร

 ประไพมองหน้าบุตรสาวอย่างไม่พอใจ

“แพทตี้ ทำไมไปไล่เค้าแบบนั้น “

แพทตี้หงุดหงิดก่อนเดินหนีไปอีกทางประไพเอามือกุมขมับ

 …

 เฌอปรางนั้นเดินมองรูปบนโต๊ะทำงานในบ้านพักกรมชลประทาน ในรูปนั้นมีพ่อของเธอ ผู้หญิงอีกคน และเด็กสาวทั้งสองคน

“เอ๊ะ เด็กอีกคนคือใคร” ก่อนที่อดิศรจะเดินเข้ามาหาบุตรสาว

“เฌอมีอะไรหรอลูก”

เฌอพลางชี้ไปที่รูปที่อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ใครคะพ่อ เด็กอีกคน”

“รอให้ถึงเวลาเดี๋ยวพ่อจะบอกลูกเองว่าอีกคนคือใคร”

อดิศรเบี่ยงเบนให้เฌอหันหน้าไปอีกฝ่าย ตอนนี้เฌอปรางเดินออกมาจากห้องทำงานในบ้านของพ่อก่อนจะมองไปรอบๆ บ้าน และเดินมายังห้องครัว เขาได้แต่บ่นพึมพำว่า

“ฉันเป็นแม่ครัวประจำบ้าน แม่คะ แม่อยู่ไหน แล้วคนที่หน้าเหมือนฉันคือใครกันนะ”

ในตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบลง เวลาในตอนนี้เป็นเวลายี่สิบนาฬิกาของค่ำคืนอันแสนเหงาโดดเดี่ยวก่อนที่ใครจะเข้ามาเห็นเสียอีก

..ชายหนุ่มอีกคนได้แต่แอบมองดูหญิงสาวที่ห้องครัว แสงสว่างของดวงจันทร์สะท้อนลงมาพอได้เห็นอยู่บ้าง ชายอีกคนเอ่ยขึ้นเบาๆ

“นี่นะหรือ แม่สาวคนนี้หรอไอดอล ทำอาหารคงจะอร่อยละสินะ”

ชายหนุ่มสวมชุดสุภาพกำลังนั่งอยู่บนรถ ก่อนที่จะสตาร์ทรถและเคลื่อนรถออกไปตามถนนหลวง เฌอปรางในตอนนี้ตกภวังกับคำว่า “แม่” ที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนว่า

แม่ของเธอเป็นคนแบบไหน มีนิสัยเหมือนเธอหรือเปล่าโดยคร่ำครวญและคิดถึง แม่เพียงคนเดียว

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายฟิคชั่นเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา