Hater เกลียด..แล้วทำไม ถ้าใจของคุณมันอยู่ที่ผม ♥

8.7

เขียนโดย Neko_Sadisty

วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2558 เวลา 18.24 น.

  3 Chapter
  20 วิจารณ์
  1,943 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558 15.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

2) คงเป็นเพราะโชคชะตา

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

1

คงเป็นเพราะโชคชะตา

 

               “กลับมาแล้วค่ะ...”

               ฉันเดินเอาผ้าที่ได้มาจากคุณลุงคนขับแท็กซี่ ซับเลือดที่ไหลอาบหัว

               แน่นอนว่าระหว่างทางฉันโดนคุณลุงคนขับแท็กซี่ทักด้วยล่ะว่า

               ‘นี่แม่หนู ไปมีเรื่องกับใครมาเรอะ ถึงได้เลือดอาบหัวอย่างนั้นน่ะ’

               ‘เปล่าหรอกค่ะคุณลุง...เป็นเพราะความโง่ของหนูเองค่ะ’

               ‘งั้นเรอะ...อ่ะ เอานี่ไป ทำแผลก่อนซะ เดี๋ยวได้โดนหามส่งโรงบาลฯ เพราะเลือดหมดตัวกันพอดี ตอนนี้เลือกของทางสภากาชาติหมดสต็อกแล้วด้วย’

               ‘แหะๆ ขอบคุณมากค่ะ’

               และแล้วก็เป็นมาด้วยประการฉะนี้..

               “ว่าไงยัยจอมซน ไปทำอะไรมาถึงได้เลือดอาบอย่างนั้นล่ะ”

               และแล้วฉันก็โดนคนทักเป็นรอบที่2ของวันนี้..

               “อย่ายุ่งน่าเจ้าสุดหล่อ”

               “เอ้าๆ พูดจาให้ความเคารพคุณพี่หน่อยสิครับ”

               “คนอย่างนายเราไม่จำเป็นที่จะต้องให้ความเคารพ จบป่ะ” ฉันมองคุณพี่ชายด้วยหางตา

               พี่ชายของฉัน ซึ่งชื่อพ่อคุณเขาช่างแสนจะหลงตัวเอง นั่นคือ ‘สุดหล่อ’ (ชื่อพอๆ กับฉันเลย) อายุ 26 ปี เรียนจบคณะ ครุศาสตร์ ตอนนี้เป็นติวเตอร์

               “อะไรกันอีกเล่า..2 คนนี้”

               เสียงแหบๆ ของใครบางคนดังมาจากทางด้านหลัง

               “ไง ชาเย็น” ฉันหันไปโบกมือทักทายน้องสาวของฉัน

               คนนี้ชื่อดูค่อนข้างเป็นผู้เป็นคนหน่อย ‘ชาเย็น’ น้องสาววัย 15 ปี อยู่ชั้นม.3 คุณแม่บังเกิดเกล้าเป็นคนตั้งชื่อให้ (อีกแล้ว) เพราะว่า พอฉันโตมา ถึงแม้จะหน้าตาน่ารัก แต่ซนมากๆ แถมยังชอบป่วนไปทั่วอีก แม่ฉันเลยตั้งชื่อลูกคนสุดท้องว่า ‘ชาเย็น’ นำคำมาสลับตำแหน่งเป็น ‘เย็นชา’ ทำให้เด็กนี่ดูเงียบๆ ขรึมๆ ชอบอยู่ตัวคนเดียว แถมยังทำหน้านิ่งตลอดเวลาอีกต่างหาก

               ครอบครัวฉันอยู่กันแค่ 4คน ฉัน สุดหล่อ ชาเย็น แล้วก็คุณแม่ ส่วนคุณพ่อเพิ่งเสียไปเมื่อ 2ปีที่แล้ว เพราะอุบัติเหตุ หลังจากนั้นมาคุณแม่ของฉันก็เลยกลายเป็น ‘Super Single Mom’ เลยล่ะ  >_<

               “ว่าไงน่ารัก หัวเธอไปทำอะไรมาน่ะ เอาหัวโขกกำแพงมารึไง อกหักเหรอ”

               แต่ถึงจะเงียบ...แต่นางเก็บเรียบนะคะ!

               “แล้วจะทำไม อีกอย่าง อย่าลืมสิว่าฉันเกลียดผู้ชาย”

               “จ้าๆ ถ้าไม่มีอะไร...เราขอตัวไปอ่านหนังสือก่อนละกัน อีก2วันจะสอบแล้ว” ชาเย็นมองฉันสลับกับสุดหล่อ แล้วเดินขึ้นบันไดกลับเข้าห้องไป

               “เฮ้อ...งั้นฉันไปด้วยดีกว่า ได้ทำแผลด้วย”

               “แม่จะกลับมาตอน5ทุ่ม ตอนนี้ก็2ทุ่มครึ่งแล้ว รีบๆ ทำแผลก่อนท่านจะมาละกัน” พี่สุดหล่อบอกฉันที่กำลังเดินขึ้นบันได

               “เรื่องนั้นนายไม่บอกเราก็รู้” ฉันเลิกคิ้วให้สุดหล่อก่อนเดินกลับเข้าห้องนอนไป

               “ทำตัวเป็นเด็กไม่เปลี่ยนเลยนะ...” ไม่พ้นเสียงพึมพำเกี่ยวกับฉันของพี่ชาย

               แหม! อยากจะจามออกมาซัก 100 รอบ! ฉันแค่เด็กกว่านาย 6 ปีเองนะยะ อย่ามาหาเรื่องกันนะโว้ย

 

               “โอยๆๆ...เจ็บ...” ฉันพันแผลให้ตัวเอง ก่อนจะไปยืนมองหน้ากระจก

               นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย...ถ้าเกิดมันกลายเป็นแผลเป็นขึ้นมาล่ะ ถึงมีหน้าม้ามันก็ปิดไม่มิดหรอกนะ! TOT

               “ช่างเถอะ นอนดีกว่า!”

               ตุ้บ

               “พรุ่งนี้ต้องไปม.ตั้งแต่เช้า!” ฉันตั้งนาฬิกาปลุกดิจิตอลของแพงจากอเมริกาที่คุณแม่ซื้อมาให้ (ความจริงแล้วซื้อมาจากตลาดแถวบ้าน =_=) แล้วหลับตาลงนอน

               พรุ่งนี้ (จะ) ต้องเป็นวันที่สดใส!

 

               ติ๊ดติ๊ดติ๊ด

               “ฮ้าวว...” ฉันพยายามแหกตาตัวเองให้ตื่นขึ้นมา

               ดูเหมือนว่าแผลฉันจะหายดีแล้วล่ะนะ..(แค่คืนเดียวเองเนี่ยนะ) แต่สีของผ้าพันแผลเปลี่ยนไป

               สงสัยคุณแม่คงมาเปลี่ยนให้ล่ะมั้ง

               ฉันคิดอย่างนั้น พลางลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำแปรงฟันทันที

 

               “อรุณสวัสดิ์ค่ะ...” แล้วเดินลงมาแล้วมุ่งตรงไปนั่งตรงโต๊ะอาหารทันที

               ฉันมองอาหารเช้าวันนี้ เป็นเบรกฟาสต์สไตล์อเมริกันธรรมดาๆ บางทีฉันก็อยากถามคุณแม่เหมือนกัน..ว่าทำไมอาหารเช้าแต่ละวันมันถึงเหมือนๆ กันทุกวันเลย

               แต่ว่า อาหารฝีมือแม่เราก็ต้องอร่อยที่สุดอยู่แล้วล่ะเนอะ ^O^b

               “อ้าม....”

               “อรุณสวัสดิ์น่ารัก เมื่อวานนี้ลูกไปทำอะไรมาน่ะ เลือดไหลอาบอย่างนั้นน่ะ”

               พรวด!!

               “แค่กๆๆ”

               “ว้าย! น้ำจ้า น้ำ”

               “ข...ขอบคุณค่ะ..” ฉันรับแก้วน้ำมาจากมือคุณแม่

               “เมื่อคืน แม่เข้าไปเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ลูกแล้วนะ แผลไม่ได้ลึกมาก แล้วก็รับรองได้ ว่าไม่เป็นแผลเป็นแน่นอนจ้ะ”

               “จริงเหรอคะ!”

               “จริงสิจ๊ะ เอ้า รีบๆ กินแล้วรีบไปได้แล้ว”

               “ค่ะ!” ฉันยิ้มพลางรีบทานอาหารเช้าให้เสร็จไวๆ

               “อรุณสวัสดิ์....”

               จู่ๆ ก็มีเสียงซอมบี้2 หน่วย ดังมาแต่ไกล ฉันหันไปมองก็พบว่าเป็นยัยชาเย็นกับคุณพี่หลงตัวเอง =_= ในสภาพหมดเรี่ยวหมดแรงอย่างกับซอมบี้

               “ขอตัวก่อนนะคะ”

               “อรุณสวัสดิ์ ไปดีมาดีนะน่ารัก”

 

               มหาวิทยาลัยนานาชาติ UN

               “น่าร้ากกกก อรุณสวัสดิ์!” เสียงตะโกนดังมาหลังจากฉันก้าวลงจากแท็กซี่

               “อา..อรุณสวัสดิ์..มาร์ชเมลโล่” ฉันโบกมือทักทายเพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของฉัน ‘เมลโล่’ แต่ฉันอยากเรียกว่า ‘มาร์ชเมลโล่’ เพราะขนมชิ้นแรกที่ยัยนั่นเคยให้ฉัน เมื่อสมัยที่ยังอายุ 7 ขวบ (ช่างเป็นอะไรที่มุ้งมิ้งมาก)

               “นี่ๆ เลิกเรียกฉันแบบนั้นเถอะ มันน่าอายนะ”

               “เธอเองก็หัดเบาเสียงลงบ้างหน่อยเถอะ มันน่าอายยิ่งกว่าซะอีก!” ฉันมองผู้คนรอบๆ ที่ตกใจเสียงตะโกนของเมลโล่แล้วหันมามองที่ฉันเป็นตาเดียว

               “ใจร้ายง่า”

               “อ้าว! คาวะซัง อรุณสวัสดิ์ครับ”

               จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ฉันและเมลโล่หันไปมองพร้อมๆ กัน

               “อะ...โมโมะ”

               “แหม! ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ว่าคาวะซังเองก็อยู่มหาลัยเดียวกันกับผมน่ะ!” โมโมะเดินเข้ามาหาฉันแล้วส่งยิ้มหวานให้

               ตึกตัก

               อีกแล้ว...เวลาเขายิ้มทีไร ก็มักทำให้ใจฉันเต้นแรงทุกที

               “คงเป็นเพราะโชคชะตาแน่ๆ เลยล่ะครับ ที่ทำให้ผมกับคุณได้มาพบกันอีกน่ะ”

               “นี่ เจ้าโม มัวแต่จีบสาวอยู่ได้ จะไปกันมั้ยเนี่ย!”

               “หวา ลืมซะสนิทเลย ขอตัวก่อนนะครับ” เขายิ้มให้ฉันอีกรอบหนึ่งแล้วเดินไปหาพวกเพื่อนๆ ของเขา

               ...รู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวกเลย..หัวใจเองก็เต้นแรงผิดปกติ

               “เน่ๆ ไหนบอกว่าเกลียดผู้ชายเข้าไส้ไง จริงๆ แล้ว ก็แอบเล็งเจ้าหน้าสวยนั่นอยู่ใช่มั้ยล่า..” เมลโล่แซวฉันที่กำลังยืนเอ๋ออยู่

               “ปะ...ป่าวสักหน่อยนี่ ฉันแค่เคยช่วยเขาเก็บของเท่านั้นเอง”

               “เหรอยะ แต่ว่า หมอนั่นน่ะ ฮิโตมิ โมโมะ หนุ่มหล่อหน้าสวยที่ฮ็อตสุดๆ ในตอนนี้เลยนะ..มีสาวๆ หลายคนเล็งไว้เยอะเลยล่ะ ถ้าคิดจะจับ ก็จับไว้ให้อยู่นะเพื่อน ฉันจะคอยเชียร์”

               “ไม่ต้องเลย! เลิกพูดถึงหมอนั่นได้แล้ว น่ารำคาญน่า” ฉันพูดตัดบทก่อนที่เมลโล่จะพูดเว่อร์ไปมากกว่านี้

               แต่ฉันเอง...ก็ไม่มั่นใจแล้วว่า จะพูดคำว่า ‘เกลียดผู้ชาย’ ได้เต็มปากอีกต่อไปได้มั้ย...

               เพราะกับอีแค่ผู้ชายหน้าสวยคนเดียวก็ดันเป็นมากซะขนาดนี้แล้ว!

 

 

บางที..ผมก็ไม่เข้าใจ..

ว่าทำไมเวลาพิมพ์มันยาวจัง

แต่พอเอามาอัพ

แม่งสั้นชิบหาย

เฮ้อ..

เหนื่อยใจ..

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
8.9 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.5 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
8.8 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา