Yesterday อาถรรพ์ วันวาน

10.0

เขียนโดย digitoon

วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558 เวลา 21.30 น.

  21 ตอน
  2 วิจารณ์
  5,238 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 16 เมษายน พ.ศ. 2558 10.17 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

14) จุดเริ่มต้น...ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่สิบสี่

จุดเริ่มต้น...ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาย

                “ นายพูดจริงหรอวะ? ”  บาสแทบไม่เชื่อหูตัวเองเมื่อได้ยินว่าตี๋จะเดินหน้าจีบไมค์กี้อย่างเต็มตัว  และยินดีที่จะให้คนอื่นรับรู้อย่างไม่อายใคร

                “ แสดงว่านายเป็นเกย์หรอวะ ?”  เอ็มถาม

                “ พวกนายจะเรียกฉันว่าอะไรก็ได้นะ?  แล้วแต่เลย แต่ความรู้สึกนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันวะว่าคืออะไร  ฉันมองไมค์กี้ต่างออกไปอย่างที่ฉันมองพวกนาย  ฉันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเมื่ออยู่กับพวกนายแต่ฉันกลับมีความรู้สึกแปลกประหลาดเมื่อฉันอยู่ข้างๆ ไมค์กี้ ”  ตี๋พูดจากใจโดยไม่ปิดบัง  พลางหันไปมองหน้าไมค์กี้ที่กำลังนั่งคุยกับแมกซ์อยู่  แล้วหันกลับมาบอกทั้งสองคนอีกว่า  “ พวกนายจะตัดเพื่อนกับพวกฉันก็ได้นะ? ”

                “ โถ่...ใครจะไปตัดเพื่อนลงวะ  นายจะรักใครชอบใครพวกเราก็รักด้วยดิ   จริงไหมวะบาส? ”  เอ็มพูดพลางหันหน้าไปมองที่บาส  จนเจ้าตัวทำหน้างงๆ  แต่ก็พยักหน้ารับคำแบบเห็นด้วย

 

                “ แมกซ์ฉันมีอะไรจะคุยด้วยนิดหน่อยน่ะ ?”  ตี๋เดินเข้าไปหาเพื่อนเก่า  เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาอย่างงๆ  “ ตามฉันมาข้างนอกหน่อย ”

                “ มีไรวะตี๋? ”  แมกซ์ถามในขณะที่เดินตามเพื่อนออกมานอกห้องแล้ว

                “ คือฉันจะมาขอโทษแกในเรื่องที่ผ่านมาวะ  ฉันงี่เง่าเองแหละที่ต้องการจะเอาชนะไมค์ ” 

                “ อะไรนะ? ”  แมกซ์ถามอย่างงงๆ  แต่ก็ดีใจที่เพื่อนพูดเหมือนว่าจะเป็นข่าวดี

                “ คือว่าตอนนี้ฉันกับไมค์กี้เป็นเพื่อนกันแล้ว   เลยแค่อยากที่จะมาขอโทษนายไง  เอ่อ...ขอโทษทุกอย่างที่ฉันเคยทำไม่ดีกับนาย ”  ตี๋อธิบายแต่ก็ยังเคอะเขินมันดูฝืนๆเพราะต้องลดตัวมาทำของน่าอายแบบนี้  แต่เขาก็ทำด้วยใจ

                “ โถ่เอ้ย...กว่าจะเข้าใจได้ก็เกือบจะจบเทอมเหมือนกันนะเนี่ย? ”  แมกซ์พูดติดตลก  “ ไม่เป็นไรหรอกแค่เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมฉันก็ดีใจแล้ว ”

                “ ขอบใจนะเว้ยที่นายไม่โกรธ ”  ตี๋ขอโทษอีกครั้ง  จนแมกซ์กอดคอเพื่อนแน่นๆ ทีนึงแทนการให้อภัยที่ตี๋เคยทำกับพวกเขาไว้ทุกอย่าง  อันที่จริงตี๋ไม่ได้ทำอะไรเขาเลยแต่เพียงแค่เขาเป็นเพื่อนกับไมค์กี้ได้เขาก็ดีใจแล้ว

               

                เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่ทั้งกลุ่มก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมทุกอย่างเหมือนในครั้งแรก  ไมค์กี้รู้สึกมีความสุขและสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อตอนนี้ในห้องไม่ต้องระแวงว่าจะมีใครมาคอยจิกกัดอีก 

                แต่ก็เหมือนว่าความสุขจะมาอยู่กับไมค์กี้รวดเร็วเกินไป!

                “ ไมค์กี้  เย็นนี้ไปช่วยสอนภาษาอังกฤษที่ห้องเราหน่อยดิ ”  ตี๋เดินเข้ามาขอร้องไมค์กี้ที่กำลังนั่งทำการบ้านวิชาที่ตี๋ขอร้องให้ช่วยไมค์กี้หันไปมองหน้าแมกซ์ครั้งหนึ่งแล้วหันมาหาตี๋

                “ ได้ดิ  แต่ว่าแมกซ์ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันเอาแมกซ์ไปด้วยได้ไหม? ”  ไมค์กี้แสร้งทำเป็นถามเพื่อไม่อยากให้แมกซ์คิดมากตามประสาคนรัก

                “ เอ้า...แมกซ์ไม่รีบกลับบ้านหรอเห็นว่าตาไม่ค่อยสบายนิ ? กลับไปช่วยดูแลตาเหอะ เดี๋ยวถ้าฉันเข้าใจแล้วจะมาช่วยนายอีกทีนึง ”  ตี๋ถามแต่ก็มัดมือชก 

                จริงอย่างที่ตี๋ว่าช่วงนี้แมกซ์เองก็ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนกับไมค์กี้เลยอาจเป็นเพราะว่าเขาต้องรีบกลับไปหาตาไม่ใช่เพราะอยากจะดูแลสักเท่าไรแต่เพราะว่าตาของเขานั้นจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้  เขาอยากซึมซับช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับตาของเขาให้มากที่สุด

                “ อืม...จริงของนาย  งั้นถ้าเข้าใจแล้วก็อย่าลืมมาสอนเราด้วยละ ”    แมกซ์ตอบ  ไมค์กี้ได้แต่ถอนหายใจเพราะไม่อยากจะฝืนใจให้แมกซ์ไปด้วย

                “ งั้น...เดี๋ยวกลับบ้านพร้อมกันเลยนะไมค์กี้ ”

                “ เฮ้ย  ถ้างั้นพวกฉันไปด้วยดิ  วันนี้อาจารย์สอนอะไรไม่รู้งงวะ ”  เอ็มบอกบ้าง  พลางเกาหัวแกรกๆ

                “ พวกนายมีกันตั้งสองคนก็ช่วยกันดิวะ  ให้ไอเชนสอนก็ได้!!!  ”  ตี๋ตอบอย่างผ่านๆ  หากว่าวันนี้มีคนอื่นไปด้วย  การได้อยู่กับคนที่เรารักสองต่อสองก็คงไม่มีความสุขเท่าไร

 

                ไมค์กี้ไปถึงคอนโดตี๋ก็รีบจัดแจงเอาหนังสือออกมากองที่โต๊ะหนังสือทันที  ส่วนตัวตี๋เองก็ไปเตรียมน้ำและขนมมาให้ติวเตอร์พิเศษในวันนี้

                “ เรามาเริ่มกันเถอะ...จากตรงไหนก่อนดี? ”  ไมค์กี้ชวนพลางนั่งลงที่ที่เบาะรองนั่ง  แล้วเอาหนังสือมาเปิด

                “ เอาจากตรงนี้ก่อนแล้วกัน ”  ตี๋ชี้ไปที่บทเรียนที่เขาเพิ่งเรียนมาวันนี้

                ไมค์กี้รีบสอนจนทั้งสองคนทำการบ้านเสร็จพร้อมกันแล้ว  จนตี๋เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ตี๋ไม่อยากให้มาถึงเลย  มือหนาจับทันไปที่มือบางของไมค์กี้จนเจ้าของมือมองหน้าด้วยความงงระคนตกใจ

                “ เราต้องขอบใจไมค์มากเลยนะ  ถ้าไม่ได้ไมค์เราคงไม่เข้าใจแน่ๆเลย  ”

                “ ไม่เป็นไรหรอก  เป็นเพื่อนก็ต้องช่วยกันสิ ....จริงไหม? ”  ไมค์กี้รีบดึงมือออกจากพันธนาการของตี๋

                “ ไมค์  จะเป็นไรไหมถ้าเราอยากจะให้ไมค์มาช่วยสอนการบ้านเราทุกวันทุกวิชาเลย? ”ตี๋ดึงมือของไมค์กี้มากุมอีกครั้งอย่างอ่อนโยน

                “ นายหมายความว่าไง? ”  ไมค์กี้ถาม  เขาพยายามดึงมือออก แต่ดูเหมือนแรงของเขาจะมีน้อยไป

                “ ก็หมายความว่าต้องการให้นายช่วยสอนการบ้านไง ”

                “ ไม่ใช่!  ฉันหมายถึงที่นายกำลังทำอยู่เนี่ย...มันหมายความว่าไง? ”  ไมค์กี้ออกแรงขัดขืนมากขึ้นไปอีก  จนสะบัดมือออกได้  รีบหยิบสมุดหนังสือของตนเองใส่มกระเป๋าอย่างรวดเร็ว

                แต่ตี๋ไวกว่า  เขาดึงตัวไมค์กี้เขาไปกอด  จมูกโด่งซุกไซร้ไปตามลำคออย่างหื่นกระหาย  ราวกับว่าเห็นคนตรงหน้าเป็นหญิงสาวไม่ใช่ร่างของเด็กหนุ่มที่แท้จริงปากก็พร่ำบอกพรรณนาราวกับว่าอยากจะพูดออกไปให้หมดจากใจ

                “ ไมค์  เราชอบไมค์นะไมค์อย่าไปยุ่งกับคนอื่นได้ไหม?  ไมค์เป็นของเราคนเดียวได้ไหม?  ไมค์ยอมเราได้ไหม? ”

                “ ตี๋อย่า  ปล่อยนะ  ปล่อย!!! ”  ไมค์กี้ขัดขืน  และผลักร่างแกร่งของตี๋ให้พ้นจากตัวเอง

                “ ไมค์เราชอบไมค์จริงๆนะ  เรารู้ว่ามันจะเร็วไปหน่อย  แต่ไมค์บอกเราเองไม่ใช่หรอว่าถ้าเราเห็นความดีของใครอย่างจริงใจเขาจะตอบรับความรักจากเราไง  แล้วไมค์ละตอบรับความรักจากเราได้ไหม?  ”  ตี๋พูดพร้อมกับจะเข้าไปหาร่างบางอีกครั้งแต่ไมค์กี้ก็วิ่งออกห่าง

                “ ตี๋เราไม่รู้นะว่าเมื่อกี้นายพูดอะไร ? นายมองเรานะ เราไม่ใช่เมย์  เราไม่ใช่ผู้หญิง  อีกอย่างเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรอ ?!”

                “ แล้วไง  ทำไมหรอ  ทำไมเราจะรักนายไม่ได้?... นี่มันยุคสมัยไหนแล้วไมค์แล้วเราก็รู้ด้วยนะว่านายเองก็ชอบผู้ชายเหมือนกัน ”  ตี๋พูดอีกครั้ง  ก่อนจะวิ่งเข้าไปตะครุบตัวของไมค์กี้  ร่างบางไม่มีทางหนีเขาจึงทำได้แค่ขัดขืน

                “ ตี๋เราไม่ได้คิดกับนายแบบนั้นนะ   เราเป็นเพื่อนกัน ”  ไมค์กี้ระล่ำระลักอย่างไม่เป็นคำพูดด้วยความกลัว

                “ ทำไมละไมค์กี้  เรามีดีนี่นายก็เห็นแล้ว  ตั้งแต่กลุ่มเรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมเราก็ทำดีกับนายทุกอย่างไม่ใช่หรอ  แต่ทำไมนายไม่รู้เลยหรอว่าเราคิดยังไง?! ”  ตี๋ซุกไซ้ร์ไปตามร่างบาง  กระชากเสื่อของไมค์กี้ออกเผยให้เห็นผิวขาวละเอียดราวกับผู้หญิง  ยิ่งทำให้อารมณ์ของตี๋กระเจิง

                “ ไม่ตี๋  เราไม่ได้ชอบนาย  เราชอบแมกซ์!!! ”  คำพูดของไมค์กี้ทำเอา  ใบหน้าที่กำลังซุกไปที่ลำคอขาวหยุดลงทันที  ก่อนเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกตะลึงปนเสียใจ

                “ ว่าไงนะ?  ไหนนายเคยบอกว่าไม่ได้เป็นแฟนกันไง ”

                “ นายฟังไม่ผิดหรอกเราชอบแมกซ์  เราแอบคบกันมาสักระยะหนึ่งแล้ว  แล้วถึงนายเราจะไม่ได้ชอบแมกซ์เราก็ไม่เคยคิดอะไรกับนาย  นายเห็นไหมว่าอะไรอะไรมันเร็วไป  นายชอบฉันเพราะแค่ความใกล้ชิดเนี่ยนะ   ฉันว่านายคิดดีๆ  ว่านายรู้สึกยังไง?! ”  ไมค์กี้ผละตัวออกจากร่างหนาของแมกซ์  วิ่งไปหยิบกระเป๋าแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที   ทิ้งให้ตี๋ต้องนั่งนิ่งราวกับต้องมนต์สะกดเพราะอึ้งในคำพูดของคนที่ตนเองชอบ

 

                เช้าวันต่อมาไมค์กี้ทำตัวเป็นปกติทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น  มีเพียงตี๋เองที่ทำได้แค่มองไมค์กี้กับแมกซ์ที่กำลังทำตัวราวกับเพื่อนสนิทกัน  และเพิ่งรู้ว่าข่าวลือที่ทั้งสองเป็นแฟนกันนั้นคือเรื่องจริง

                “ ไมค์กี้?  เราของคุยอะไรกับนายหน่อยได้ไหม ”  ตี๋เดินทำหน้าเศร้ามาหาไมค์กี้  

                “ ตี๋เป็นไรวะเพื่อน?...ทำไมทำหน้ายังกะอกหัก ”  แมกซ์ออกความคิดเห็นเมื่อเห็นหน้าเพื่อน  ไมค์กี้ทำตาโตอย่างตกใจเมื่อเห็นคนรักพูดเช่นนั้น

                “ แมกซ์เงียบไปเลย ”   ไมค์กี้หันหน้าไปปราม  ก่อนที่จะหันกลับมามองที่หน้าตี๋  “ นายมีอะไรหรอ...คุยตรงนี้ได้ไหม? ”

                ตี๋มองหน้าแมกซ์  ก่อนที่จะพูดว่า  “ ขอเถอะนะ  เรื่องส่วนตัวจริงๆ  เราอยากคุยกับไมค์กี้แค่คนเดียว ”

                ไมค์กี้ช่างใจเล็กน้อย  แต่ก็เดินตามตี๋ออกไปหน้าห้อง  แมกซ์เองที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างก็เดินเข้าไปหาบาสกับเอ็มก่อนที่จะถามขึ้นว่า  “ ช่วงนี้ตี๋มันเป็นไรวะ  แปลกๆ นะเนี่ย? ”

                เอ็มและบาสเท่านั้นที่รู้ความจริงได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป  ใครจะไปรู้ว่าอยู่ดีๆ  ตี๋จะชอบไมค์กี้ที่กำลังเป็นข่าวกับแมกซ์อยู่

 

                “ นายได้เล่าเรื่องวันนั้นให้แมกซ์ฟังไหม? ”  ตี๋ถามขึ้นมาเมื่อทั้งสองอยู่ในที่ที่ปลอดคนแล้ว  ไมค์กี้ส่ายหัวช้าๆ  เขาเองก็ไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้

                “ เราขอโทษนะไมค์  ที่เมื่อวานเราวู่วามไปหน่อย ”  ตี๋ขอโทษออกมาอย่างจริงใจ

                “ ไม่เป็นไรหรอก  เราเข้าใจ  นายเองอาจจะแค่กำลังสับสน ”  ไมค์กี้ปลอบ

                “ แต่เรื่องวันนั้นเราพูดจริงๆ นะไมค์เราชอบนายจริงๆ!!! ”  ตี๋ยังคงรุกต่อ

                “ หยุดเถอะตี๋!!!....หยุดเป็นอะไรที่ไมใช่ตัวตี๋เลยนะ  ตี๋ยังมีอนาคต  ยังต้องมีครอบครัว  มีลูกและภรรยาที่ยังคอยอยู่กับตี๋เป็นครอบครัวในอนาคต  ตี๋ไม่ใช่เกย์หรอก ”

                “ ไมค์กี้  หากนายคิดว่าความรักมันต้องเกิดระหว่างหญิงกับชายเท่านั้นแล้วสิ่งที่เกิดกับนายและแมกซ์ละเขาเรียกว่าอะไร  แล้วทำไมคนเรามีสิทธิ์ที่จะรักใครชอบใครก็ได้ไม่จำกัดไม่ใช่หรอว่าเป็นชายหรือหญิง?”ตี๋แสดงความคิดเห็นออกมาอย่างน่าสงสารไมค์กี้เองเห็นตี๋พูดเช่นนั้นแล้วก็ทำอะไรไม่ได้  พูดอะไรไม่ออกเช่นกันเพราะไมค์กี้เองก็เถียงไม่ได้ว่าสิ่งที่คนตรงหน้าพูดมันเป็นความจริง

                “ เราต้องทำยังไงหรอ?  ถึงจะให้ไมค์ยอมรับรักในตัวเรา  ”

                “ ตี๋ฟังเราดีๆ นะ  เราชอบแมกซ์แม้ว่าเรากับแมกซ์จะไม่ประกาศตัวว่าเป็นอะไรกันแต่เราทั้งสองคนก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กันอยู่  ตี๋จะให้เราทรยศกับความรู้สึกของตนองเพียงเพราะสงสารตี๋คงทำไม่ได้  อีกอย่างตี๋ลองคิดดูนะหากตี๋เป็นเราตี๋จะทำยังไงในเมื่อตี๋มีแฟนแล้วแล้วยังจะต้องไปคบกับอีกคนเพียงเพื่อความสงสาร  เราไม่อยากทำร้ายตี๋เพราะความสงสารนะ ”

                 ไมค์กี้พูดออกมาตามตรงด้วยเหตุผลทั้งหมดที่เขามี   ตี๋เองก็มองหน้าไมค์กี้แล้วยิ้มนิดแต่ก็ไม่สามารถลบล้างความเศร้าในแววตาของชายหนุ่มได้

                “ เราเข้าใจแล้ว  เราเข้าใจทุกอย่างแล้วไมค์กี้ ”  ตี๋บอกพลางมีน้ำใสๆ ไหลรินออกจากตาอย่างห้ามไม่ได้พร้อมกับกุมมือไมค์กี้เบาๆ

                “ เราขอบใจนะที่เข้าใจเรา ”

                “ แต่ถึงยังไงขอให้เรารักไมค์กี้ต่อไปได้ไหม  ยิ่งไมค์กี้ดีกับเราเท่าไร  อ่อนโยนกับเราเท่าไร  ไม่เคยรังเกียจเราที่เราทำอะไรกับนายไว้บ้างเรายิ่งเลิกรักไมค์กี้ไม่ได้  นายคงไม่ว่าอะไรนะ ”  ตี๋บอก  ไมค์กี้มิงเข้าไปในแววตาที่มีความจริงใจของตี๋ก็ยิ่งใจอ่อนก่อนที่จะพยักหน้าแล้วยิ่มอย่างอ่อนโยน

                “ งั้นเราเข้าห้องกันไหม ?”  ไมค์กี้เอ่ยชวน

                “ ไมค์เข้าไปก่อนเลย  เราไม่อยากให้เพื่อนๆเห็นเราในสภาพแบบนี้  ” 

                “ งั้น...เราไปก่อนนะ อย่าคิดมาก ”  ไมค์กี้คลี่ยิ้มอีกครั้ง  แล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง  ทิ้งไว้ให้อีกคนมองตามหลังแล้วคิดแผนชั่วร้ายกลับขึ้นมาอีกครั้ง

                ยอมง่ายๆคงไม่ใช่คนอย่างตี๋สินะ!!!

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา