Yesterday อาถรรพ์ วันวาน

10.0

เขียนโดย digitoon

วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558 เวลา 21.30 น.

  21 ตอน
  2 วิจารณ์
  5,453 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 16 เมษายน พ.ศ. 2558 10.17 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

19) บทที่สิบเก้า คนสุดท้าย

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่สิบเก้า

คนสุดท้าย

                “ เชน  ปล่อยเราเถอะนะ  เราขอร้องปล่อยเราเถอะ ”  ไมค์กี้น้ำตาไหล  ยกมือไหว้คนตรงหน้า  ตัวสั่นด้วยความกลัว

                “ ไม่ต้องกลัวนะคนดี  เราจะไม่ทำให้ไมค์กี้เจ็บแบบที่ทุกคนทำกับนาย ”  เชนกระชากเสื้อนักเรียนของไมค์กี้  ร่างบางที่ขาดเนียนราวกับผู้หญิง  เขารู้แล้วว่าทำไมตี๋ถึงได้ต้องการไมค์กี้นักไม่ปล่อยให้เขาไปไหนเลย

                เชนกดตัวของไมค์กี้ลง  แขนทั้งสองข้างโดนเชนล็อคกดไว้แน่น  เชนค่อมตัวของไมค์กี้ด้วยขาทั้งสองข้างแล้วถอดเสื้อของตนเองออกมองหน้าไมค์กี้อย่างหื่นกระหาย  ไม่เขาจะไม่ยอมตกเป็นของคนที่เขาไม่ได้รักอีกเป็นครั้งที่สอง  ไมค์กี้แสร้งเอื้อมมือไปกอดแผ่นหลังแกร่งของเชน  ไม่น่าเชื่อว่าภายในร่างของเด็กเรียนอย่างเชนจะมีหุ่นดีจนไมค์กี้ไม่สามารถสลัดออกได้  ไมค์กี้จิกเล็บเข้าไปที่แผ่นหลังแล้วข่วนเป็นรอยยาว

                “ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ”  เชนร้องอย่างเจ็บปวด ผิดคาดแทนที่เชนจะร้องแล้วออกไปจากตัวของไมค์กี้แต่เชนกลับมองไมค์กี้ในแววตาที่เหมือนไม่ได้มองคนรักแต่เป็นทาสบำบัดทางอารมณ์

                “ ชอบแบบนี้ก็ไม่บอก ”  เชนกระทำบทเพลงรักอันวิปริตบนศาลากลางน้ำของหอศิลป์  ไมค์กี้เป็นตกเป็นเหยื่อกามารมณ์จนเสร็จสมอารมณ์หมายของตนเอง  ปากพร่ำบ่นว่า จะไม่ทิ้ง  จะไม่ทำร้ายนาย  แต่การกระทำที่ทำนั้นกลับสวนทางกับคำพูด

                “ เสร็จแล้วใช่ไหม ?”  ไมค์กี้พูดจบก็สวมใส่เสื้อผ้า  เป็นครั้งที่สองแล้วใช่ไหม  ที่เขาต้องเป็นของคนที่เขาไม่ได้รัก  เขาไม่เหลือแล้ว  ไม่มีหน้าที่จะกลับไปหาแมกซ์คนที่เขารักอีกแล้ว

                ไมค์กี้ยกโทรศัพท์ขึ้นมา  ก่อนที่จะกดมันไปครั้งหนึ่ง “ ฉันกดบันทึกเสียงหมดแล้ว  ความเลวระยำที่แกทำให้กับฉัน  ฉันจะเอาไปแจ้งตำรวจ ”

                เชนตาโตอย่างตกใจกระโจนเข้าไปเอาโทรศัพท์ของไมค์กี้  แต่ผู้โชคร้ายหลบได้ทันแล้วเตรียมจะวิ่งหนีออกไป  เชนคว้าข้อเท้าของไมค์กี้จนโทรศัพท์กระเด็นไปอีกทาง  ไมค์กี้พยายามคว้าเอาโทรศัพท์ที่อยู่แค่เอื้อมแต่สายไป  มือหนาของเชนคว้ามันมาแล้วขว้างจนตกน้ำ

                “ อุตส่าห์ช่วยแล้วยังจะทำกับเราแบบนี้อีกหรอไมค์กี้ !!!”  เชนคำรามลั่น  มือทั้งสองข้างกดไปที่คอของไมค์กี้

                “ แกไม่ได้จะช่วย  แต่แกทำลาย  ทำลายทุกอย่าง  ทำลายความเป็นเพื่อนของเรา ”  ไมค์กี้พูดอย่างไม่เต็มเสียงนักเพราะลมหายใจของเขากำลังจะหมดลง

                “ ไมค์กี้ทำไม  ทำไมไมค์กี้  ทำไมไมค์กี้ไม่รักเราเลย  แม้กระทั่งเราได้ครอบครองตัวของนายแล้ว  แต่นายก็ยังจะเลือกที่จะปฎิเสธเราทำไมไมค์กี้ ”  เชนพร่ำเพ้อราวกับคนบ้า  ลงน้ำหนักไปที่มือทั้งสอง หนักขึ้น  หนักขึ้นเรื่อยๆ  จนร่างของไมค์กี้กระตุกทีนึงแล้วก็สลบไป  เชนที่เห็นแบบนั้นก็รู้ตัวแล้วว่าพลั้งมือทำอะไรลงไป  รีบเขย่าตัวของคนที่เขาเพิ่งช่วยและเพิ่งฆ่าไปเมื่อครู่ทันที

                “ ไมค์กี้...ไมค์กี้ ”

                สายไปแล้วร่างของไมค์กี้แน่นึ่ง  ดวงตาเบิกโพลงอย่างทรมานและอาฆาตแค้นก่อนตาย  เชนเห็นดังนั้นจึงเอามือมาปิดตาเพื่อที่จะให้ไมค์กี้หลับตาลง  แต่ไม่เป็นผลดวงตาของไมค์กี้แข็งราวกับประกาศว่าเขาจับตามองอยู่และเขาจะไม่ลืม  เชนไม่รู้จะทำอย่างไร  สำรวจไปที่ร่างของไมค์กี้ก็พบว่าที่มือข้างขวาของไมค์กี้กำกล่องของขวัญสีแดงไว้แน่น

                “ ขนาดตายนายก็ยังรักมัน  เพราะฉะนั้นก็ขอให้มีความสุขกับของขวัญของมันแล้วกัน ”  เชนพูดกับร่างที่ไร้วิญญาณอย่างเลือดเย็น  ก่อนจะค่อยๆ  ผลักร่างนั้นให้จมน้ำไป  ให้เหมือนกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

                เดี๋ยวสิ...ถ้าเราทำแบบนี้ก็เท่ากับว่าเราเป็นฆาตกรน่ะสิ  เชนฉุกขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ตกใจแต่แล้วดวงตาของเขาก็หรี่ลงพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก  แต่ใครมันจะไปยอมกันละ

                เขาเดินไปคว้าโทรศัพท์ในกระเป๋าอย่างใจเย็นแล้วบรรจงเลื่อนหาเบอร์โทรศัพท์ของใครคนหนึ่ง  ซึ่งคนนั้นก็คือแมกซ์นั่นเอง

                “ ฮัลโหลเชน ”

                “ แมกซ์ๆ  ช่วยด้วย ๆ ”  เมื่อปลายสายรับโทรศัพท์เชนเองก็รีบแสร้งทำเสียงตกอกตกใจทันที  ขอโทษนะแมกซ์แต่คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด

                “ อะไรเกิดอะไรขึ้นกันเชน ”  แมกซ์ถามเมื่อเห็นเสียงเพื่อนตื่นตระหนก

                “ ไมค์กี้จมน้ำ!!! ”

               

                แมกซ์รีบดิ่งเข้าไปหาไมค์กี้ที่โรงพยาบาลทันที  แล้วก็เห็นเชนนั่งหน้าสลดตัวเปียกน้ำอยู่หน้าห้องไอซียู  ข้างๆ มีกลุ่มเพื่อนที่คุ้นตายืนอยู่ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดไม่แพ้กัน  แมกซ์เริ่มสังเกตเห็นว่าอย่างน้อยคนพวกนี้ก็ยังมีความเป็นห่วงเพื่อนอยู่ 

                แต่เขาคิดผิด!!!   เมื่อเห็นแมกซ์  เจน มิร่า เอ็ม และบาสก็รีบเดินออกไปทันที

                “ เชน  ไมค์กี้เป็นไงมั่ง? ”แมกซ์รีบถามเพื่อนแว่นที่ตัวเปียกปอนไปด้วยน้ำ

                “ พอดีว่าเราลืมสมุดไว้ที่ห้องอาคารศิลปะ  เราเลยไปเอาตอนที่กำลังออกมาจากห้องก็เห็นว่าไมค์กี้ตะเกียดตะกายอยู่ในบ่อน้ำแล้ว  แต่กว่าชั้นห้าจนถึงชั้นหนึ่งนายก็รู้ว่ามันนานแต่เราก็รีบแล้ว ”  เชนถอนหายใจออกมา ก่อนจะแสร้งเอามือปิดหน้าทำเสียงเศร้า

                “ พอถึงชั้นล่างไมค์ก็ก็หายไปแล้ว  เรากระโดดลงไปในน้ำช่วยไมค์กี้ขึ้นมาได้แต่ก็ไม่ทัน ”

                “ โถ่....ไมค์กี้ ”  แมกซ์ครางออกมาเสียงเบา  ก่อนที่จะหันหน้าไปทางเชน“ ฉันว่านายไปหาอะไรอุ่นๆ กินกันก่อนดีกว่า  เดี๋ยวทางนี้ฉันจัดการเอง ”

                “ ขอบใจนะ ”  เชนพูดแล้วเดินหันหลังออกไปทางประตู  แต่แมกซ์คงไม่รู้หรอกว่าตอนนี้หน้าตาของเชนนั้นเป็นอย่างไร  เป็นไงละแมกซ์แกแย่งคนที่ฉันรักไปจากฉัน  แล้วตอนนี้แกก็ต้องเป็นคนเจ็บเสียเอง  ไมค์กี้อยู่ในน้ำนานกว่าสิบนาทีสมองขาดออกซิเจน  ไม่ตายก็คงเลี้ยงไม่โต

                “ อ้อ  แมกซ์ ”  เชนเรียกเพื่อนผู้เคราะห์ร้ายก่อนที่จะควักกล่องของขวัญสีแดงในกระเป๋ากางเกงออกมา  แมกซ์เบิกตากว้างเพราะมันคือสิ่งที่เขาให้กับไมค์กี้เป็นของขวัญวันเกิด

                “ ไมค์กี้กำมันไว้แน่นทั้งๆ ที่เขาหมดลมไปแล้ว ” เชนบอก

                “ หมดลม?”  แมกซ์ทวนคำพูด  ก่อนที่เชนจะรีบเปลี่ยนคำพูด   “ เอ่อ...ฉันหมายความว่าแม้ว่าไมค์กี้จะหมดสติไปแต่เขาก็ยังกำของขวัญของนายไว้ในมือ ”

                แมกซ์สีหน้าสลดลง  เชนเยียดยิ้มอย่างสะใจก่อนจะแสร้งตบบ่าไมค์กี้เบาๆ แล้วเดินออกไปข้างนอกทันที

 

                “ เจนเพราะเธอ  เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะเธอคนเดียว! ”  บาสตะโกนใส่หน้าเจน

                “ เธออย่าโวยวายได้ไหม  เพราะหากมีใครรู้เรื่องที่ว่าทุกคนแกล้งไมค์กี้คงต้องส่งสถานพินิจแน่  ข้อหาพยายามฆ่าโดยเจตนาเลยนะนั่น! ”  เจนพูดเสียงเบาก่อนจะมองไปรอบๆ โดยกลัวว่าจะมีใครได้ยิน

                “ ฟังฉันเราต้องยอมรับมัน   เราต้องยอมรับกับทุกคนว่าเราแค่ทะเลาะกันเพราะเรื่องงานหรือเพราะว่าเรื่องอะไรก็ได้  ใครๆ ก็รู้ว่าเราเคยไม่ถูกกันมาก่อนแต่ที่เขาจมน้ำเพราะว่าเขาไปเอากล่องของขวัญเพราะเราขว้างมันลงน้ำ  แค่นี้เรารู้แค่นี้มันอาจจะเป็นตะคริว  ว่ายน้ำไม่เป็นแล้วไปเอาของขวัญนั่นก็ได้ เรารู้แค่นี้ ”  มิร่าพยายามบอกทุกคนให้มีสติ

                “ โอเค....เอาละ  งั้นฉันจะไปนอนแล้วไม่ว่าพรุ่งนี้มันจะเป็นหรือตาย  ถ้าเราพูดว่าไม่ผิดก็คือไม่ผิดแต่ทางที่ดีฉันอยากให้มันตาย ”  เจนพูดประโยคสุดท้านก่อนจะสะบัดก้นเดินไปขึ้นรถกลับบ้านทันที  ทั้งสามคนมองหน้ากันก่ำอนที่จะมีความหวังเล็กๆกับเหตุผลในวันพรุ่งนี้หากมีคนซักถาม

                เชนเหยียดยิ้มอีกครั้งไม่ใช่ว่าเขาจะแค่พ้นผิดอย่างเดียว  แต่เขาไร้มลทินทุกสิ่งทุกอย่างแบบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ

 

                เป็นไปอย่างที่มิร่าคิดไว้รุ่งเช้า เจน มิร่า เอ็มและบาสโดนส่งเข้าไปในห้องปกครองเพราะว่าเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย  ใช่และเป็นไปตามคำแช่งของทุกคนเพราะตอนนี้ไมค์กี้เสียแล้วเชนเองก็แสร้งเข้าไปให้ปากคำกับเขาด้วยเพราะว่าเป็นคนเจอไมค์กี้แต่อันที่จริงเขาแค่อยากเข้าไปฟังว่าทุกอย่างมันเรียบร้อย

                “ ว่ายังไงทะเลาะอะไรกันจนถึงกับต้องฆ่าต้องแกงกันไปเลยหรือไง?! ”  อาจารย์อิงอรถามทั้งสี่คนในห้องด้วยน้ำเสียงตกใจและเจือไปด้วยความเสียใจ  ข้างๆ มีแม่ของไมค์กี้นั่งซับน้ำตาอยู่

                “ อาจารย์ฟังพวกเราก่อนนะคะพวกเราทะเลาะกันก็จริงๆ หนูยอมรับหนูขว้างของขวัญของเขาลงในบ่อน้ำหนูก็ไม่รู้ว่าเขาจะลงไปเอา ”  เจนตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ

                “ แล้วรอยช้ำบนตัวของไมค์กี้เนี่ยคงเกิดขึ้นเพราะอะไร ”  อาจารย์อิงอรเสริมต่อ  เชนที่นั่งฟังถึงกับหน้าซีดลงทันทีเพราะว่าทุกคนไม่ได้เป็นคนทำแต่ว่าเป็นรอยจากการที่เขาทำไมค์กี้เพราะเขาขัดขืน

                “ เอ่อ....คือพวกผมทะเลาะกันค่อนข้างรุนแรงครับ  เลยมีพลั้งมือกันนิดหน่อยแต่ผมได้ตั้งใจให้เขาตายจริงๆ นะครับ ”

                 เอ็มรีบเสริมทันทีแม้เขาจะไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรแต่มันก็เสริมให้คำพูดของพวกเขาดูหน้าเชื่อถือขึ้น   เจนรีบคลานเข่าเข้าไปกราบแม่ของไมค์กี้  ก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างจงใจทุกๆ คนก็รีบทำตามทันที

                “ แม่คะ  หนูขอโทษที่หนูทะเลาะกับไมค์กี้แต่พวกเราไม่ต้องการให้เขาตายจริงๆ นะคะ แค่อยากให้เขาฟังหนูบ้างว่าสิ่งที่เขาคิดมันไม่ตรงกันกับพวกหนู ”

                “ ไม่เป็นไรจะ  แม่เข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ”  แม่ของไมค์กี้ปาดน้ำตา  ก่อนจะพูดกับทุกคนก่อนจะเดินออกไปจากห้องปกครองเพราะทำใจไม่ได้  ตอนนี้เธอต้องไปทำงานศพให้ลูกของเธออีก งานศพที่เกิดจากการฆาตกรรมไม่ใช่อุบัติเหตุ

                เจน  บาส  มิร่า  และเอ็มหันไปมองกันด้วยความโล่งใจ  แต่คนที่โล่งใจกว่าคงหนีไม่พ้นคนใส่แว่นที่นั่งอยู่เหยียดยิ้มออกมาอีกครั้ง  เพียงแค่นี้มันก็คงจะเป็นความลับตลอดกาล

...................................................................................................................................

               

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา