แค่อยากให้รู้ว่ารักเธอ

8.7

เขียนโดย ลันตนา

วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 14.02 น.

  33 บท
  10 วิจารณ์
  4,713 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2562 21.37 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

1) คนที่ไม่อยากเจอ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 1 คนที่ไม่อยากเจอ

“รินทร์! รินทร์! มาหาแม่หน่อยสิลูก” วรรณวิภาเรียกลูกสาวที่กำลังนั่งเล่นอยู่ในไม้ศาลาหลังเล็กในสวนหน้าบ้านให้เข้ามาหาตน

“ค่ะแม่ รินทร์มาแล้วค่ะ” เด็กสาวอายุสิบห้าปีเกือบๆสิบหก รูปร่างอ้วนผิวคล้ำ ผมหยิกวิ่งเข้ามาหามารดาในบ้าน

“รินทร์ เอาแกงเขียวหวานไก่ไปฝากป้าพรหน่อยสิลูก” คุณวรรณวิภายื่นถ้วยแกงเขียวหวานถ้วยใหญ่กลิ่นหอมกรุ่นให้ลูกสาว

“แม่คะ ทำไมไม่ให้พี่อาร์มหรือพี่ลำไยเอาไปให้ล่ะคะ” เด็กสาวทำหน้าเซ็ง นั่นเพราะเธอไม่อยากไปเจอใครบางคนที่นั้น

“พี่อาร์มกำลังอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบเข้ามหา’ลัย ส่วนลำไยกำลังทำงานให้แม่ ลูกนั่นแหละเอาไปให้ป้าพรหน่อยนะ” คุณวรรณวิภาบอกเหตุผลแก่ลูกสาวและพูดในเชิงขอร้อง

‘เฮ้อ…มีแต่คนไม่ว่างวันนี้ ทำเราไม่ว่างบ้างนะ’ คิดหงุดหงดในใจ

“แต่ว่า…” ไอรินทร์แย้งขึ้นมาแต่มารดาพูดตัดเสียก่อน

“ไม่มีแต่” คุณวรรณส่งถ้วยแกงใส่มือลูกสาวคนเล็ก

“ก็ได้ค่ะ” ไอรินทร์รับถ้วยแกงและตอบมารดาอย่างจำใจ

และแล้วร่างอ้วนก้าวเท้าออกมาจากบ้านหลังใหญ่(อย่างจำใจทำ) พร้อมด้วยถ้วยแกงเขียวหวานไก่ในมือ มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของข้าราชการทหารซึ่งใช้รั่วบ้านเดียวกับบ้านของเธอ

“กริ๊งๆๆ” ไอรินทร์กดออดหน้าบ้าน ไม่นานมีสาวใช่วิ่งออกมาเปิดประตูให้เธอ

“สวัสดีค่ะ คุณรินทร์” สาวใช้ทักทายเด็กสาว

“สวัสดีค่ะ ป้าพรอยู่บ้านไหมคะ” เด็กสาวทักทายสาวใช้กลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ‘ขอให้ออกไปข้างเถอะนะ’ แต่ภายในใจภาวานาเช่นนี้

“อยู่ค่ะ เชิญข้างในค่ะ” สาวใช้ตอบแล้วชวนไอรินทร์เข้าบ้าน

‘ทำไมต้องอยู่ตอนนี้คะ’ ไอรินทร์พึมพำในใจ แต่สมองกลับสั่งการว่า“ขอบคุณมากค่ะ”

                 สาวใช้เดินนำเด็กสาวเข้าไปข้างในบ้าน ข้างทางที่ไอรินทร์เดินไปจะเข้าบ้านมีสวนเล็กๆหน้าบ้าน ที่จัดตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับหลายชนิดทำให้ในสวนดูร่มรื่นมากๆ และมีบ่อเลี้ยงปลาสวยงามอยู่ในสวนด้วย เมื่อเดินเข้าไปถึงในตัวบ้านเห็นสาวอายุห้าสิบห้ากำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนโซฟาตัวใหญ่

“สวัสดีค่ะ ป้าพร” ไอรินทร์พูดและยกมือไหว้คุณสุภาพรด้วยความสุภาพนอมน้อม

คุณสุภาพรที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่นั้นได้ยินเสียงของเด็กสาวก็เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์แล้วพูดทักบ้าง

“สวัสดีจ้ะ หนูรินทร์นั่งก่อนสิลูก” สุภาพรชวนไอรินทร์อย่างใจดี สุภาพรไม่มีลูกสาวจึงรักและเอ็นดูไอรินทร์เหมือนลูกคนหนึ่ง

“ขอบคุณค่ะ” แล้วร่างอ้วนก็หย่อนสะโพกลงบนโซฟาตัวเล็กที่อยู่ใกล้ๆกับโซฟาตัวใหญ่ที่สุภาพรนั่ง

“วันนี้แม่ทำแกงเขียวหวานไก่ค่ะจึงเอามาฝากป้าพรด้วย” ไอรินทร์ยื่นถ้วยแกงให้สุภาพร

“หน้ากินจัง ฝากขอบคุณแม่หนูด้วยนะ สำลีเอาแกงไปเก็บไว้ในครัวด้วย” สุถาพรรับถ้วยแกงมา แล้วหันไปสั่งสาวใช้

สมองน้อยๆสั่งการให้รับรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีบางอย่างตั้งแต่เดินเข้ามาในบ้าน ตาขวากระตุกถี่ยิบ อยากกลับบ้านในวินาทีนี้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงต้องนั่งคุยกับคุณสุภาพรไปก่อน ‘สาธุ...ขออย่าให้ได้เจอเลยนะเจ้าคะ เพี้ยงๆๆ! ’ เด็กสาวภาวนาต่อเจ้าที่เจ้าทางในใจ แต่ใครเล่าจะรู้บ้างว่าอนาตคเป็นเช่นไร

“แหม หนูไม่เห็นต้องลำบากเอามาให้ป้าเลยลูก” สุภาพรพูดอย่างเอ็นดูเด็กสาว

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าพร หนูยินดี” เด็กสาวตอบป้าอย่างยินดี

“แล้วปีนี้รินทร์เรียน ม.ไหนแล้วละลูก”

“ปีนี้รินทร์จบ ม.3แล้วค่ะ เปิดเทอมใหม้ขึ้น ม.4”

“ปีนี้ก้องก็จบ ม.6 แล้วก็เตรียมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร สงสัยอยากจะทำตามพ่อ” สุภาพรพูดถึงลูกชายอย่างอารมณ์ดี

“แม่คุยกับใครอยู่เหรอครับอารมณ์ดีเชียว เสียงดังไปถึงข้างบนเลย” เสียงนุ่มและทุ่มต่ำ น้ำเสียงของเจ้าของเสียงแสดงอาการเหนื่อยล้าของใครคนหนึ่งดังมาจากบันไดขึ้นชั้นสองของบ้าน

“อ้าว ก้องอ่านหนังสือเสร็จแล้วเหรอลูก ดูซิว่าใครมา” สุภาพรเรียกลูกชาย เจ้าของเสียงทุ่มต่ำเดินลงมาจากบันไดเพื่อมาดูผู้มาเยือนตามที่มารดาชักชวนแล้วมาหยุดอยู่ที่ที่ทั้งสองนั่ง

“แหมนึกว่าใคร ที่แท้ก็น้องไอรินทร์ว่าที่ธิดาช้างคนต่อไปนี่เอง” นี้คือคำทักทายแรกที่ก้องภพใช้ทักทายไอรินทร์

คนถูกทักแบบนั้นได้แต่กรี๊ดในใจแล้วทำหน้าบึ้งทันทีที่เห็นหน้าก้องภพ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ต่อหน้าคุณสุภาพรที่เป็นผู้ใหญ่ละก็สวนกลับไปนานแล้ว คุณสุภาพรที่นั่งดูทั้งคู่กัดกันก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆเห็นสองคนนี้กัดมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะจนตอนนี้ชินเสียแล้ว

“พี่ก้องอ่านหนังสือ(โป๊)หลายชั่วโมงเหนื่อยไหมคะ” ( ในวงเล็บของไอรินทร์นะคะ หนูไมรู้เรื่อง!!(ร้อนตัว ร้อนตัว))เธอพูดคำว่าโป๊แต่ไม่ออกเสียง ถึงคำพูดจะห่วงใยแต่สีหน้าของเธอไม่ได้แสดงความห่วงใยอย่างที่พูด เพราะต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่ไห้ระเบิดออกมา

‘เก็บอาการไว้ไอรินทร์ ใจเย็นๆไว้’ สูดลมหายใจเข้าบอดลึๆ ไอรินทร์โดนก้องภพล้อแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วจนมาตอนนี้ก็ยังไม่ชินเสียที ถ้าบางครั้งกัดกันสองคนไม่มีคนอื่นอยู่ใกล้ๆเธอจะสวนกลับไปว่า ‘ไม้เสียบผีเดินได้มาทำอะไรแถวมิทราบ/ ไอพี่ปากเน่า/ เต้าหู้ยี้จ๋าเดินกลับบ้านระวังรถเหยียบนะ และอีกมากมาย’

“เหนื่อยนะครับแต่แค่ได้รู้ว่าธิดาช้างคนสวยเป็นห่วงพี่ แค่นี้พี่ก็หายเหนื่อยแล้วครับ ^^” คำพูดเมื่อกี้หวานจังเลย ถ้าไม่ติดอยู่ที่คำว่า ‘ธิดาช้าง’ จะน่ารักน่าฟังมากเลยค่ะคุณพี่ขา

‘บางทีถ้าไม่ใช่ธิดาช้างก็ ยายตุ่ม ยายโอ่งบ้างแหละ เชอะ! อย่าให้ฉันผอมนะ’ คิดในใจอย่างเจ็บแสบ

ไอรินทร์ทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้วจึงขอตัวกลับบ้าน “ป้าพรคะ รินทร์ขอตัวกลับบ้านก่อนะคะ พอดีรินทร์นึกขึ้นได้ค่ะว่าแม่บอกว่าให้รีบกลับอย่ารบกวนป้านานค่ะ” แม่ไม่ได้สั่งแบบนี้หรอกเพียงแค่เธอไม่ต้องการอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ขืนอยู่ต่อคงได้กระโดดข่วนหน้าและงับคอผู้ชายหน้าหล่อที่อยู่ตรงหน้าแน่นอนต้องได้เรียกรถใต้เต็กตึ๊งแทนรถพยาบาลแน่เพราะมีคนตาย

“ไม่เห็นจะรบกวนเลยลูก ถ้าอย่างนั้นเอาไว้โอกาสหน้ามาใหม่นะจ้ะ”

“ขอบคุณนะคะป้าพร” …แต่มันคงไม่มีโอกาสหน้าอีกแล้วละค่ะ… ประโยคหลังอยากพูดแต่ไม่พูด บอกจบร่างอ้วนยกมือไหว้คุณสุภาพรแล้วลุกขึ้นเดินออกไปโดยไม่ล่ำลาหนุ่มอีกคน

“รินทร์จ๋า! ให้พี่ไปส่งไหมจ๊ะ?” ก้องภพตะโกนตามหลังไอรินทร์

“ไม่ต้อง!เดี๋ยวคนอื่นตกใจหมดนึกว่าพาไม้เสียบผีเดินได้เข้าบ้าน” ไอรินทร์หันหลังตะโกนกลับมาแล้วแลบลิ้นใส่ วิ่งกลับบ้านโดยเร็ว

คนตัวสูงก็ได้แต่ยิ้มแล้วก็หัวเราะเบาๆกับอาการของไอรินทร์ ทำไมกันนะเวลาที่เขาอยู่ใกล้แม่ตัวดีทีไร ได้ล้อเธอแต่ไม่รู้สึกสะใจอะไรกลับรู้สึกชอบกับอาการของหน้าบูดมากขึ้นทุกวัน ยิ่งวันไหนไม่ได้ล้อเธอเหมือนนอนไม่หลับเหมือนกับว่าเป็นสิ่งที่เขาขาดไม่ได้ ราวกับว่าสิ่งนี้คือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ต้องทำ

“ทำไมไปว่าน้องอย่างนั้นละ” ตีไหล่ลูกชาย

“แม่ครับ แม่ไม่เห็นเหรอเวลาที่รินทร์โกรธน่ารักจะตาย ยิ่งน่าแกล้งสุดๆ” ยิ่งได้อยู่ใกล้เธอ เขาจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ

“หรือว่าลูก…” สุภาพรพูดค้างไว้แล้วมองหน้าลูกชายอย่างสงสัยอะไรบางอย่าง “ลูกชอบน้องเหรอ” ผู้เป็นแม่ถามลูกชาย ทำเอาคนตัวสูงนิ่งไปครู่ใหญ่ก่อนจะตอบว่า

“แม่ครับใครจะไปชอบลงละครับดูสิตัวก็เตี้ย อ้วน แล้วผมก็หยิกอีก” พูดอย่างเหยียดแต่ทุกคำที่หายไปในอากาศไม่ใช่ความจริง

 “จ้าจ๊ะ” ณสุภาพรพูดยิ้มน้อยๆแล้วก็สายหัวเบาๆ เพราะว่าเธอไม่เชื่อในสิ่งที่ลูกชายพูดนะสิ

 

เด็กสาวที่ถูกพูดถึงเมื่อครู่ตอนนี้เดินอารมณ์เสียเข้าห้องนอนส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ร่างอ้วนนั่งอยู่บนเตียงนอนกว้างสีฟ้าสดใสนุ่มนิ่ม แต่อารมณ์ของเธอไม่สดใสเหมือนสีผ้าปูที่นอนเลย เอาแต่ทุบที่นอนตีหมอนเพื่อระบายอารมณ์ที่เมื่อครู่ทำอะไรไม่ได้เลย พอระบายจนพอใจจึงเดินมาหยุดที่หน้ากระจกเงาของโต๊ะเครื่องแป้ง

“คอยดูนะไอ้พี่ก้องโตขึ้นรินทร์จะสวยให้ดู ถึงเวลานั้นอย่ามาจีบแล้วกัน” ไอรินทร์ตะโกนอยู่หน้ากระจกราวกับว่าคนในกระจกคือก้องภพ เธอต้องทำอย่างที่พูดให้ได้ แล้วเดินกลับมาล้มตัวลงนอนบนเตียง นอนเล่นไปได้สักพักก่อนจะเผลอหลับไป

“ฮัดเช้ย!” คนที่ถูกนินทาเมื่อครู่จามออกมาขณะที่กำลังดูทีวีอยู่ในห้องนอนของตัวเอง “สงสัยจะมีคนคิดถึงมาก จามซะแรงเลย” พูดจบก็ลุกขึ้นไปหยิบทิชชู่มาเช็ดปากเช็ดฝ่ามือแล้วมานั่งดูทีวี ในสมองไม่มีภาพในจอสี่เหลี่ยมแม้แต่น้อยมีเพียงภาพเด็กสาวร่างอ้วน แค่คิดเรียวปากได้รูปกดขึ้นอย่างไม่เข้าใจตัวเองในสิ่งที่คิด

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
8.5 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.5 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา