แค่อยากให้รู้ว่ารักเธอ

8.7

เขียนโดย ลันตนา

วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 เวลา 14.02 น.

  33 บท
  10 วิจารณ์
  4,725 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 15 เมษายน พ.ศ. 2562 21.37 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

9) ของที่ไม่ได้สั่ง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

บทที่ 9 ของที่ไม่ได้สั่ง

            ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังของอังกฤษ วันนี้ปีเตอร์ชวนไอรินทร์และญาณิศาออกมาเที่ยว เขาให้เหตุผลว่าอยากเลี้ยงฉลองปิดเทอมแต่นั้นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริง เหตุผลจริงๆของเขาคืออยากอยู่ใกล้ไอรินทร์ต่างหาก

“ดูหนังไหมครับ” เมื่อเดินผ่านหน้าโรงภาพยนตร์ปีเตอร์ก็ชวนทั้งสองสาว ความจริงเขาอยากชวนไอรินทร์คนเดียวมากกว่าแต่เพื่อไม่ให้เกิดความลำเอียงจึงชวนญาณิศาด้วย

“ดูค่ะ” ญาณิศาตอบรับคำชวนแบบไม่ต้องคิด

“แต่ฉันไม่อยากดูค่อยมาวันหลังเถอะ” ไอรินทร์ก็ปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดเหมือนกัน

ปีเตอร์ได้ยินดังนั้นก็คิดว่าไม่เข้าแผนของตนที่จะได้อยู่ใกล้ไอรินทร์ ดังนั้นต้องทำอะไรสักอย่าง

“ตั้งแต่พวกเราเป็นเพื่อนกันก็ไม่เคยดูหนังด้วยกันเลย ดูด้วยกันสักเรื่องนะ” ปีเตอร์พูดและทำหน้าตาท่าทางอ้อนวอน

“จริงด้วย นะรินทร์นะสักเรื่องไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย” ญาณิศาเข้าข้างปีเตอร์สุดๆ

มาถึงตอนนี้ไอรินทร์ก็คร้านที่จะปฏิเสธแล้ว

“ก็ได้” ไอรินทร์ตอบแบบขอไปที แค่นี้ก็เข้าแผนปีเตอร์แล้ว

                ภาพยนตร์ที่พวกเขาเลือกดูคือภาพยนตร์สยองขวัญ ตอนแรกปีเตอร์ให้ทั้งสองคนเลือกเอาเองแต่ไอรินทร์และญาณิศาบอกว่าเอาเรื่องอะไรก็ได้ ปีเตอร์ก็เลือกหนังผี

“รินทร์กลัวไหม” ปีเตอร์หันไปทางขวากระซิบเข้าไปที่ข้างหูของไอรินทร์อย่างตั้งใจพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมสดชื่นจากกายสาวเข้าไปด้วย

“นิดหน่อย” ไอรินทร์ตอบเสียงเบา ส่วยมือของเธอก็กำแน่นอยู่ที่ที่วางแขนเก้าอี้ ฉันเกลียดหนังผีที่สุด

“ญาณิศากลัวไหม” ปีเตอร์หันไปทางซ้ายกระซิบเข้าที่ข้างหูของญาณิศาเช่นกัน

“กลัว” ญาณิศาตอบเสียงสั่นๆ หนังบ้าอะไรเนี่ยน่ากลัวชะมัด

...ที่นี้มีคนเคยเล่าว่าที่นี้เคยเป็นพิพิธภัณฑ์เก่าที่เก็บสะสมข้างของเครื่องใช้โบราณจากทั่วทุกมุมโลกมาจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงดงาม แต่ทว่ามีสิ่งผิดปกติบางอย่างที่มักจะปรากฏให้นักท่องเที่ยวได้พบเจอเกือบทุกราย บางรายเล่าว่าเมื่อเดิน ผ่านห้องที่จัดแสดงชุดนักรบโบราณบางทีจะได้ยินเสียงฟันดาบเสียงของม้าวิ่งไปมาหรือมีเงาลักษณะคล้ายผู้ชายตัวสูงใหญ่เดินวนรอบๆชุด บ้างก็เล่าว่าในห้องที่จัดแสดงแจกันจีนจะมีเงาลักษณะคล้ายผู้หญิงเดินวนอยู่รอบๆแจกัน ราวกับว่าจะปกป้องคุ้มครองสิ่งของ แล้วเรื่องราวต่างๆก็ได้แพร่พรายออกไปทำให้ไม่มีใครกล้ามาเที่ยวที่นี้ แล้วเจ้าของพิพิธภัณฑ์ก็ตัดสินใจปิดและทิ้งสิ่งของทุกอย่างไว้ข้างในพิพิธภัณฑ์ ที่นี้จึงกลายเป็นสถานที่รกร้างไปโดยปริยาย และที่นี้ยังเป็นสถานที่เกิดการฆ่าข่มขืนหลายครั้ง

“เจ๊ฟทางนั้นมีอะไรบ้าง” เสียงของนักโบราณคดีหนุ่มเรียกถามเพื่อนอีกคนที่กำลังสำรวจอยู่ไม่ไกลอยู่ในห้องโถงที่เก่าและทรุดโทรมของพิพิธภัณฑ์ร้าง

“มีของใช้โบราณของอียิปห์อยู่ในตู้โชว์ ทีน่าแล้วโซเฟียอยู่ไหน” เจ๊ฟหันไปถามทีน่าที่กำลังสำรวจอยู่ใกล้ๆ

“โซเฟียบอกว่าจะขึ้นไปดูข้างบน แต่ไปตั้งนานแล้วยังไม่ลงมาเลย” แล้วสตีฟ เจ๊ฟ และทีน่าก็ขึ้นไปที่ชั้นสองของพิพิธภัณฑ์ทันทีเพื่อตามไปดูโซเฟีย...

 “กรี๊ด!” เสียงของไอรินทร์และญาณิศาดังพร้อมกันเมื่อเห็นภาพหญิงสาวที่เป็นศพอยู่เบื้องหน้า ไอรินทร์เอาหน้าไปซุกที่แขนของปีเตอร์อย่างลืมตัวเพื่อไม่อยากเห็นภาพสยดสยองที่อยู่ในจอขอขนาดใหญ่ ชายหนุ่มที่ถูกไอรินทร์ใช้แขนตัวเองเป็นที่กำบังก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีอยู่ในแสงสลัว

 “ขอโทษนะที่เมื่อกี้รินทร์เอาแขนปีเตอร์เป็นที่กำบัง” ไอรินทร์พูดเมื่อลงมาจากรถ

“ไม่เป็นไร” ปีเตอร์ทำหน้าปกติแต่ในใจมันมีความสุขสุดๆ

“โอกาสหน้าไปเที่ยวกันใหม่นะ” ญาณิศาพูดแล้วปีเตอร์ก็ยิ้มรับ

 

                ติ้งๆๆ

“มีพัสดุมาส่งถึงคุณไอรินทร์ครับ” บุรุษไปรษณีย์หนุ่มพูดอย่างนอบน้อม

“ฉันเป็นเพื่อนของรินทร์ค่ะ ฉันรับแทนเธอเอง” ญาณิศาออกรับแทนเพื่อน

“ครับ รบกวนเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยครับ”

                ญาณิศาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องพัสดุสีขาวในมือ

“มีพัสดุส่งมาถึงแกด้วย” ญาณิศาบอกไอรินทร์ขณะที่เจ้าของกล่องพัสดุกำลังออกมาจากห้องน้ำ

“ขอบใจนะ” ไอรินทร์รับกล่องพัสดุมาจากเพื่อน

                พ่อกับแม่ส่งอะไรมาให้นะ ไอรินทร์คิดอย่างตื่นเต้นแล้วแกะกล่องพัสดุทันทีโดยไม่ได้ดูที่อยู่ผู้ส่ง

“กุกกักๆๆ”

                เมื่อได้เห็นสิ่งของที่อยู่ในกล่องไอรินทร์ก็แปลกใจมาก พ่อกับแม่ส่งดีวีดีโฟโต้บุ๊คแบบลิมิเต็ดอิดิชั่นพร้อมลายเซ็นของคังฮยองวามาให้สุดยอดไปเลย แต่ว่าพ่อกับแม่ไม่รู้จักนักร้องคนนี้แล้วส่งมาทำไม

“ใครส่งอะไรมาให้แกเหรอ” ญาณิศาที่ลงไปทำธุระข้างล่างเมื่อครู่ก็กลับขึ้นมา

“ไม่รู้ใครส่งมา” ไอรินทร์ตอบพร้อมยื่นของให้ดู

“โห! ดีวีดีชุดนี้หายากมากเลย ใครเนี่ยใจดีส่งมาให้แก” ญาณิศาก็รับของมาดู

                เมื่อคิดว่าไม่ใช่พ่อกับแม่แน่ๆ ไอรินทร์จึงไปอ่านทีอยู่ผู้ส่งทันที

‘And you’re beside me, Bangkok Thailand’

“ของใครกัน เขียนที่อยู่ผู้ส่งแปลกๆ” ไอรินทร์เปรยขึ้นเมื่ออ่านที่อยู่ผู้ส่งจบหรือว่าจะส่งผิดหญิงสาวจึงอ่านที่อยู่ผู้รับทันที

‘Irin Wattanavet 12/12 Go Away Apartment

Parkinson Rd. London 150012 England’

แสดงว่าส่งไม่ผิดใครอีกแล้วนะเนี่ย ใครเล่นบ้าๆแบบนี้

 

 [อังกฤษ]

                วันนี้ที่มหาวิทยาลัยมิตเดลตั้ลเป็นวันสอบปลายภาคของนักศึกษาปีที่สาม

“สอบเสร็จสักทีเหนื่อยจังเลย” ญาณิศาพูดพร้อมกับปิดขี้เกียจขณะเดินลงมาจากอาคารเรียนพร้อมกับไอรินทร์

“ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณไหม” ไอรินทร์ชวนญาณิศา

“ผมขอไปด้วยคนสิ” เสียงของปีเตอร์ดังอยู่ข้างหลังไอรินทร์และญาณิศา

                เมื่อเดินเล่นที่สวนสาธารณจนสบายใจแล้วปีเตอร์ก็ถือโอกาสเลี้ยงอาหารมื้อเย็นไอรินทร์และญาณิศา

“ถามจริงๆเถอะเลี้ยงข้าวพวกเราบ่อยๆไม่เบื่อบ้างเหรอ” ไอรินทร์ถามชายหนุ่มผู้เลี้ยงข้าว

“ไม่ครับ... ให้เลี้ยงตลอดไปเลยก็ได้” ปีเตอร์ตอบหน้านิ่ง

“หมายความว่ายังไง” ประโยคนี้ทำให้ไอรินทร์ประหลาดใจยิ่งนัก เลี้ยงตลอดไปเขาพยายามจะบอกอะไร

“นั่นสิ หมายความว่าไง” ญาณิศาก็พูดขึ้นบ้าง อะไรของปีเตอร์เนี่ย

“ผมแค่พูดลอยๆ สั่งอาหารดีกว่า” ปีเตอร์รีบเปลี่ยนประเด็นทันที

“เอ่อ..คือ... ฉันขอตัวไปโทรศัพท์ก่อนนะ”  ญาณิศาบอกแล้วทำท่าทางขัดเขิน

“เจมส์โทร.มาเหรอจ๊ะ” ไอรินทร์แซวเพื่อนสาวที่กำลังหน้าแดงเป็นลูกตำลึง

“เกลียดจังคนรู้ทัน” ว่าแล้วก็เดินออกไปนอกร้านทันที

 “ขอถามอะไรหน่อยสิ” ปีเตอร์พูดขึ้นมาหลังจากที่ญาณิศาเดินออกไปไกลพอสมควรแล้ว ไอรินทร์ที่กำลังทานอาหารก็เงยหน้าขึ้นมองหนุ่มผมทองตรงหน้าเพื่อฟังคำถาม “ริทร์มีแฟนแล้วยัง” ปีเตอร์ถามสาวสวยตรงหน้าแล้วรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“ยังไม่มี ทำไมเหรอ” ไอรินทร์ตอบ ปีเตอร์เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจมาก

“ถ้าอย่างนั้น... ผมขอเป็นแฟนรินทร์ได้ไหม”

“...” ไอรินทร์มองหน้าปีเตอร์

“นะครับ ผมตกหลุมรักรินนทร์ตั้งแต่แรกพบอยากจะบอกแต่ไม่รู้จะบอกยังไง” ชายหนุ่มสารภาพออกมาตรงๆ (คนเขียน: อ้าวไม่รู้จะบอกยังไงแล้ว เทเลซ่า ลูซี่ ลีน่า ลิซ่าไปบอกเขาว่ายังไงเหรอ)

                ทำยังไงดีล่ะไอรินทร์ฉันคิดกับปีเตอร์แค่เพื่อนเท่านั้น แล้วอีกอย่างกิตติศัพท์ชื่อเสียงเรียงนามเรื่องผู้หญิงของผู้ชายคนนี้ก็ดังไปทั่วลอนดอน คบผู้หญิงทีละสองบ้าง สามบ้าง เปลี่ยนผู้หญิงทุกวันเหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า

“แต่รินทร์คิดกับปีเตอร์แค่เพื่อน”

“ผมรู้ตัวดีว่าผมเป็นคนเจ้าชู้ แต่ผมสัญญาถ้ารินทร์เป็นแฟนกับผม ผมจะเลิกเจ้าชู้”

“...”

“สัญญา” ชายหนุ่มให้คำมั่น แต่อย่างปีเตอร์ แอนเดอสัน นะเหรอจะเลิกนิสัยเจ้าชู้ได้ง่ายๆ คำพูดแบบนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อต้องการให้เหยื่อที่ตนต้องการติดกับ แต่ดูแล้วสำหรับไอรินทร์คงไม่เป็นเช่นนั้น

“รินทร์คิดกับปีเตอร์แค่เพื่อนจริงๆ” หญิงสาวยังคงยืนยันคำเดิม คนอย่างปีเตอร์นะเหรอจะยอมลดความพยายามลงง่ายๆ เหยื่อยิ่งล่ายาก ยิ่งสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ

“ผมรู้ตัวดีว่าผมมันเป็นผู้ชายที่ไม่ดี คบผู้หญิงครั้งละหลายๆคน แต่ผมขอสัญญาว่าผมจะเลิกนิสัยทุกอย่าง” ไอรินทร์ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกหนักใจจริงๆ ผู้ชายคนนี้ฟังไม่เข้าใจหรือไง ว่าคิดแค่เพื่อน

“คือ...” ไอรินทร์พูดไม่ทันจบปีเตอร์ก็พูดตัดบทเสียก่อน

“รอให้รินทร์เรียนจบก่อนก็ได้ แล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่”  อีกแค่ปีเดียวไอรินทร์ก็เรียนจบแล้วส่วนปีเตอร์ก็เรียนจบปีนี้รอแค่ปีเดียวจะเป็นอะไรไป

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
8.5 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.5 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา