You And I เพื่อนรักกันตลอดไป

-

เขียนโดย BTS22MRT

วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559 เวลา 09.43 น.

  13 บท
  0 วิจารณ์
  2,643 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2559 13.55 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

1) ความฝันของนายธีรพัฒน์

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 1 ความฝันของนายธีรพัฒน์ The dream of Mr.Teeraphat.

 

                   ณ ทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง ภาพคนๆหนึ่งชื่อนายแดงปรากฏต่อหน้าของนายตี๋ทั้งคู่ใส่ชุดทหาร กำลังออกรบอยู่ที่แห่งใดแห่งหนึ่งก็ไม่ทราบได้ มีการยิงกันหนักมาก หลบกระสุนกันแทบไม่ทัน ตอนนั้น มีข้าศึกแอบซุ่มโจมตีตี๋แต่แดงเห็นจึงเข้าปะทะศัตรู ยิงสวนกันไปกันมา ศัตรูตายคาที่ ส่วนแดงบาดเจ็บสาหัส ตี๋รีบคว้าตัวแดงไปหลบในที่ปลอดภัย

                   จากนั้น แดงก็สั่งเสียตี๋ ว่า"กูรักมึงนะ กูขอโทษที่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้กูได้เจอมึงอีก"

                   ตี๋พูดปัดว่า "มึงไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว เก็บแรงมึงไว้นะ กูจะช่วยมึงเอง" ว่าแล้วตี๋ก็อุ้มแดง พยายามไปถึงค่ายให้เร็วที่สุด ในขณะที่แดงโดนอุ้มอยู่นั้นดวงตาของแดงที่แดงก่ำมองมาที่หน้าของตี๋ตลอด

จากนั้น มือของแดงก็ห้อยดิ่งลงพื้น ซึ่งก็หมายความว่าแดงได้สิ้นใจแล้วในระหว่างที่ตี๋อุ้มอยู่นั่นเอง ตี๋สังเกตเห็นมือแดงห้อยจึงวางแดงลงแล้วพยายามปลุกแดง

                   ตี๋ร้องไห้พยายามปลุกแดง "ไอ้แดงมึงตื่นสิวะ ไอ้แดงมึงตื่นสิ มึงตื่นสิ มึงตื่นสิ ฮือๆๆ"

                    ตี๋ร้องลั่นว่า "ไม่ ไม่ ไม่จริง ไม่จริง ฮือๆๆ" ตี๋ร้องไห้หนักมาก

จนตื่นขึ้นมาจากความฝัน มาอยู่ในโลกปัจจุบัน ตี๋มาเกิดเป็นนายธีรพัฒน์ธนากุล ชื่อเล่นโอ๋มักจะฝันเรื่องนี้บ่อยๆ ครุ่นคิดว่าเราจะหานายแดงได้ที่ไหน? ครูโอ๋เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สอนวิชา Math เป็นที่กรี๊ดกร๊าดของเหล่าสาวๆมหาวิทยาลัย เขาก็ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ใจหนึ่งก็หวนคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับนายแดงตลอดเวลา จนวันหนึ่งโอ๋เหลือบไปเห็นนักศึกษาชายคล้ายๆแดง จากไกลๆจึงรีบเดินเข้าไปทักทันที

                   จากนั้นเรื่องราวก็จะเล่าย้อนกลับไป 80 ปีที่แล้วในบ้านไร่ทุ่งนาแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด เสียงร้องของคนใกล้คลอด ดังออกมาจากบ้านของทั้ง 2 ครอบครัว บ้านหนึ่งเป็นบ้านไม้แบบมีใต้ถุน อีกบ้านหนึ่งเป็นบ้านปูนสไตล์บ้านคนจีน ทั้ง 2 ครอบครัว ได้ให้กำเนิดลูกชายทั้งคู่ ฝั่งบ้านไม้เด็กออกมาตัวแดงแจ๋ จนน่าตกใจ แต่ฝั่งบ้านปูนเด็กออกมาตัวขาวมาก ครอบครัวบ้านไม้จึงตั้งชื่อลูกว่า ไอ้แดง ตามสีของตัวเด็ก ส่วนครอบครัวบ้านปูนตั้งชื่อลูกชายคนแรกว่า อาตี๋ทั้ง 2 ครอบครัว ต่างมีความสุขกับลูกคนแรกมาก ต่างเลี้ยงดูฟูมฟักทะนุถนอม เป็นอย่างดี

                    ฝั่งพ่อแดงว่า "ไอ้เด็กตัวแดงต้องชื่อไอ้แดง ฮ่าๆๆ ไอ้เด็กน่าเกลียดน่าชังของพ่อ"

                   ฝั่งพ่อตี๋ว่า "ลูกชายอั๊วก็ต้องชื่อว่าอาตี๋น้อยสินะ เฮง เฮง เฮง นะอาตี๋น้อยของอั๊ว"

                   3 ปีต่อมา พ่อของแดงอุ้มแดงไปซื้อของร้านพ่อของตี๋ ทั้งคู่ต่างอุ้มลูกในวัยเดียวกัน จึงมีการทักทายกันว่า

                   พ่อแดงว่า"อาแปะ ได้ลูกชายหรือนี่ ชื่ออะไรหล่ะ?"

                   พ่อตี๋ว่า"ชื่อ อาตี๋แล้วลื้อหล่ะ ลูกผู้ชายเหมือนกันนี่?"

                   พ่อแดงว่า "นี่ไอ้แดงตอนคลอดมาตัวมันแดงแจ๋เลย จึงตั้งชื่อว่าไอ้แดง" พ่อตี๋คุยเล่นกับแดงพ่อแดงก็คุยเล่นกับตี๋2 ครอบครัวนี้สนิทกันจริงๆ

                   พ่อตี๋ว่า "ถ้าอาตี๋มันโตขึ้นหน่อย ฝากดูๆมันด้วยนะ ให้ไปเล่นกันที่บ้านลื้อก็ได้ อั๊วมัวแต่ขายของ ถ้าไปเล่นกับลูกลื้อ อั๊วค่อยสบายใจหน่อย" ทั้ง 2 ครอบครัวยิ้มให้กัน หลังจากพ่อแดงซื้อของเสร็จ ก็อุ้มไอ้แดงกลับบ้าน

                   วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เด็กผู้ชาย 2 คนกำลังวิ่งเล่นกัน ในชานบ้านของแดงตี๋กับแดง ขี่ม้าก้านกล้วยกัน เล่นเดินกะลากัน เล่นหมากเก็บกัน พอเล่นจนเหนื่อยเด็กทั้งคู่ก็กระโดดน้ำในคลองด้วยกัน ลงไปเล่นด้วยกันอยู่อย่างนั้น บ้านของตี๋อยู่ถัดไปจากที่นาของครอบครัวแดงตี๋มักเป็นฝ่ายเดินมาเล่นกับแดง ที่บ้านของแดงเสมอแดงเป็นลูกชาวนา ชอบการทำนา ชอบปลูกต้นไม้มาก ตี๋เป็นลูกของทหารที่หนีสงครามโล้สำเภามาจากเมืองจีนแล้วมาก่อร่างสร้างตัวจนมีร้านขายของชำตี๋มักจะซื้อต้นไม้จากในตัวเมืองมาฝากแดงที่บ้านไร่ทุ่งนาเพื่อนำมาปลูกลงดินเสมอ

                   ดึกวันหนึ่งแดงแอบพ่อแม่มานอนดูดาว บนคันนา ตรงกับตี๋ที่นอนไม่หลับเหมือนกันพอเห็นลางๆในความมืดว่าแดงนอนดูดาวอยู่ ที่คันนา

                   ตี๋จึงเดินเข้ามาถามว่า "ไม่นอนหรือ?"

                   แดงไม่ตอบชี้ไปที่ดาวศุกร์ แล้วบอกว่า "นั่นคือดาวที่สว่างที่สุดในโลกนี้แล้ว"

                   ตี๋บอก "ดาวดวงนั้นมันอาจจะอยู่ใกล้โลกมากที่สุดก็เป็นได้"

                   แดงถามตี๋ว่า "วันหนึ่งเราจะขึ้นไปอยู่บนนั้นได้ไหม?"

                   ตี๋บอกว่า "อย่าเลยถึงมันจะใกล้โลกที่สุด แต่มันก็ยังไกลเกินไปที่คนจะขึ้นไปได้อยู่ดี" "เราอยู่ที่นี่เราก็เป็นดาวได้นี่"

                   แดงว่า "จริงหรอทำอย่างไรหล่ะ?"

                   ตี๋รีบตัดบทว่า "เออๆๆ ช่างมันเถอะ ไปนอนได้แล้ว"

                   พูดพร้อมลากแดงกลับบ้าน ทิ้งความสงสัยนี้ไว้ให้แดงคิดเอาเอง

                   วันเวลาผ่านไปทั้งคู่ก็ได้เติบโตเป็นหนุ่ม แดงกำลังช่วยแม่ดำนา ตี๋เดินมาเห็น จึงอยากเข้ามาช่วย

                   แดงถามตี๋ว่า"ดำนาเป็นหรือไง?"

                   ตี๋ว่า "สบายมากเลย เดี๋ยวทำให้ดู"

พอเดินลงไปในนาเท่านั้น ตี๋ถึงกับลื่นหงายหลังตัวเลอะเทอะไปหมด แดงหัวเราะ และช่วยสอนวิธีดำนาให้ จนตี๋เริ่มคล่อง ช่วยกันทำจนถึงตอนค่ำๆ รู้สึกเหนื่อยมาก กลับมาพักผ่อนดื่มน้ำ แดงเริ่มมองที่ท้องฟ้า หาดาวศุกร์ แล้วก็เจอ ตี๋เห็นก็มานั่งดูเป็นเพื่อนด้วยความห่วงใย

                   แดงบอกว่า "ตี๋ มึงยังติดค้างคำตอบที่บอกว่า "เราอยู่ที่นี่เราก็เป็นดาวได้นี่" อยู่นะ"

                   ตี๋เริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าชอบแดงเข้าอย่างจัง ทำหน้าเขินๆ

                   แล้วก็บอกว่า "ตั้งแต่เกิดมามึงคือคนที่ กูรักมากที่สุด ไม่รู้ว่ะ อธิบายไม่ถูกว่ารัก แบบไหนแต่กูห่วงมึงตลอดเลยว่ะ มึงเป็นดาวดวงหนึ่งของกูเลยนะเว้ย"

                   แดงเขินบอกว่า "มึงบ้าไปแล้ว"

แต่ก็มีอาการยิ้มอย่างชัดเจน ช่างเป็นคืนที่มีความสุขมากที่ได้มองดาวศุกร์ด้วยกัน

วันเวลาผ่านไป ญาติๆสังเกตว่า สองคนนี้ไม่เห็นจะสนใจสาวคนไหนในหมู่บ้านเลย ตัวติดกันตลอด ญาติๆเริ่มคุยกันว่าเป็นห่วงว่าอาจจะไม่ได้เลี้ยงหลานเป็นแน่

                   ญาติของแดงจึงเสนอว่า "เดี๋ยวฉันจะส่งไอ้แดงไปเป็นทหารดีกว่า จะได้แยกจากกัน ไปเจอสาวๆที่อื่นๆบ้าง"

พอพ่อแม่แดงกลับถึงบ้านบังคับให้แดงเก็บข้าวของเสื้อผ้า สมัครทหารรับใช้ชาติ โดยกะทันหัน

                   แดงบอกว่า "ผมอยากไปบอกตี๋อ่ะครับ" แต่พ่อแม่ห้ามไว้อ้างว่าทางการต้องการทหารรับใช้ชาติด่วน ในคืนนั้นแดงจึงดูดาวอย่างโดดเดี่ยวมีน้ำตาคลอเบ้า พยายามตัดใจทำเพื่อพ่อแม่ ทำให้ตี๋ไม่รู้เรื่องนี้เลย

แดงเข้าไปสมัครทหาร และฝึกที่ค่ายทหารหนักมากและมักจะโดนเพื่อนทหารกลั่นแกล้งทั้งชกต่อย ทั้งถีบ ทั้งเตะ เพราะว่าแดงแรงน้อยสู้ใครก็ไม่ทันมวยเพื่อนทหาร เหล่าทหารเหล่านั้นจึงต่างได้ใจ กลั่นแกล้งแดง อยู่เรื่อยๆ

วันหนึ่ง แดงเดินถือจานข้าวมาจะมานั่งกิน พวกทหารขี้แกล้งจ้องอยู่กระซิบให้คนข้างๆขัดขาแดงทีแดงเดินไม่ระวังจึงหกล้มข้าวหล่นพื้นหมดเลย

                   ทหารขี้แกล้งว่า "อดกินเลยหรอมึง ฮ่าๆๆ อ่ะไหนๆพื้นก็เลอะแล้วกูช่วยสงเคราะห์ให้" พูดพร้อมทั้งพร้อมใจกันเอาเศษอาหารมาเททิ้งตรงหน้าของแดง พอครูฝึกเดินมา ทหารเหล่านั้นเลี่ยงหนีไปปล่อยให้ครูฝึกเข้าใจผิดที่ทหารแดงทำพื้นเลอะแดงก็ยังยอมรับผิดเองอีก เพราะไม่อยากมีปัญหาไปมากกว่านี้

 

(ติดตามตอนต่อไป)

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา