MAYA มายา

7.3

เขียนโดย โชฒิกากราณ์

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 16.50 น.

  23 chapter
  0 วิจารณ์
  5,453 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 18.02 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

19) ปมเชือกที่ยุ่งเหยิง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

               

               รันลณีอยากจะหนีหายไปที่ไหนก็ตามที่ไม่มีใครตามหาได้เมื่อถูกรสจูบอันหวานปนขมปร่านั้นปฏิเสธ แต่ก็ไม่มีที่ให้ไปสำหรับเธอ เมื่อเจ้าของบ้านไม่อนุญาตให้เธอไปไหน ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ เวลาก็ล่วงผ่านมาเกือบสี่สิบแปดชั่วโมงแล้วในการอาศัยอยู่ร่วมชายคากับคนที่เพิ่งปฏิเสธเธอไป

              แทนคุณยังคงออกไปทำงานอย่างปรกติ เขามักจะกลับดึกทุกครั้งหรือไม่กลับบ้านเลยในบางวัน ซึ่งเธอเข้าใจเพราะงานต่างๆ ที่ต้องรับผิดชอบเพียงคนเดียว และต้องคอยดูแลผู้เป็นที่รักของเขาที่ติดอยู่ในโลกนั้นทั้งร่างกายและวิญญาณ หากมีคำถามเกิดขึ้นว่าเธอทำใจได้หรือกับสิ่งที่เกิดขึ้น รันลณีก็จะตอบว่าได้ เธอทำใจได้และรู้คำตอบนั้นตั้งแต่จบประโยคแรก

              ตอนนี้มีสิ่งที่กวนใจเธอมากกว่า…

              เรื่องดูเหมือนจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ เมื่อใกล้ถึงตอนจบ เสียงกรีดร้องอย่างโกรธแค้นและเจ็บปวดดังก้องขึ้นมาในหัว จนต้องใช้มือปิดหูโดยอัตโนมัติอยู่บ่อยครั้ง ไม่ได้บอกเวลาที่จะเกิดขึ้น ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าใดๆ เสียงที่เธอรู้ดีว่าเป็นของใคร  มันน่าปวดหัวและปั่นประสาทมากขึ้นเมื่อภาพหลอนตามมา ภาพปัจจุบันถูกซ้อนทับกับโลกอีกใบ มันน่ารำคาญจนเริ่มสงสัยว่าเธอไม่ได้นั่งอยู่ในไทม์แมชชีน!

              พลัก!!

              เสียงประตูเปิดออกก่อนคนที่อยู่ในชุดนอนเกือบล้มหัวคะมำ  รันลณีถอนหายใจหนัก เมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องน้ำ ใช่แล้วเธอจำได้แม่น ว่ากำลังจะเข้าห้องน้ำหลังจากเพิ่งตื่นนอนเสร็จ ผมที่เกล้าเอาไว้ลวกๆ กับแว่นสายตาที่ใส่ไว้นั้น มันทำให้เธอเหมือนอยู่ที่บ้านไม่ใช่โรงพยาบาลแห่งนี้

              ความเหลื่อมล้ำของเวลาและความทับซ้อนของโลกใบนั้นเล่นงานเธอเข้าอีกแล้ว

              “รันหรอ” เสียงหนึ่งทักขึ้นด้านหลังของคนที่กำลังดูหมายเลขห้องที่เพิ่งออกมา

VIPC998 อีกแล้ว

              “พิชญ์” รันลณีหัวเราะแห้งๆ พลางเรียกเพื่อนร่วมงานที่บังเอิญผ่านมาได้จังหวะพอดี

              “รัน มา ทำอะไรเนี่ย” พิชชัช นักกายภาพโซนเอที่ดูแลคนไข้ฝั่งตรงข้ามกับรันลณีทักขึ้นพลางกวาดสายตามองสภาพร่างของหญิงสาว ทั้งสองรู้จักกันเป็นอย่างดีเพราะเข้าเวรร่วมกันบ่อยๆ ครั้งสุดท้ายที่พบเธอคือวันที่ร่างเกือบไร้ลมหายใจในวันนั้น พิชชัชก็อยู่ในเห็นการณ์ด้วย

              “คือรัน รัน…” รันลณีพูดเหมือนคนติดอ่างเมื่อนึกไม่ออกถึงคำโกหกใดใด เธอหันมองห้องเจ้าปัญหากับคนตรงหน้าสลับไปมา พิชชัชยิ้มขำเมื่อเห็นเป็นเรื่องน่ารัก

              “นี่หายดีแล้วหรือไงเนี้ย กลับมาทำงานได้แล้วหรอ หรือเป็นหนักกว่าเดิมถึงได้มาทำงานในสภาพนี้”

              “ก็ หายแล้วนะ เอ่อ…ก็ดีขึ้นแหละ แต่รันขอลาหยุดยาว…”

              “เอ่อพิชญ์ ห้องนี้ไม่มีคนไข้หรอ” รันลณีถามออกไป เมื่อนึกสงสัยเพราะปรกติโซนวีไอพีไม่เคยว่างเลยสักห้อง

              “อ๋อ ห้องนี้ว่างหลายเดือนแล้วล่ะ หลังจากที่เจ้านายเธอย้ายคนไข้เข้ามา และดูเหมือนจะคัมแบ็คโฮมไปแล้วด้วย”

              “เจ้านายรันหรอ”

              “ใช่สิ หมอโฉมฉายไง รันไม่รู้หรอ”

              “ระ… รู้ว่า”

              “ก็หมอโฉมนี่แหละที่เป็นคนรับคนไข้ในโซน ที่เป็นเคสใหม่ๆมาฝั่งเรา จริงๆ มันก็ถูกแหละเพราะห้องมันเหลือห้องเดียวจากทั้งโซน แต่หมอแป้งก็ชอบบ่นๆ ว่าหมอโฉมชอบเอางานมาให้เธอเหนื่อยอยู่เรื่อย”

              “หมอโฉมหรอ”

              “อื้อ อ่า รันไม่รู้หรอ นึกว่าหมอโฉมจะบอกรันให้รู้แล้ว”

              “รัน” แทนคุณเรียกรันลณีเมื่อพบกับเธอเดินลิ่วอยู่บริเวณโถงเชื่องของโซน พิชชัชก้มหัวน้อยๆ เป็นการทักทายก่อนจะขอตัวไปทำหน้าที่ที่ค้างไว้อย่างไม่ได้ติดใจอะไรกับท่าทางที่งุนงงของหญิงสาวตรงหน้า

              “มาโผล่นี่ได้ไง แล้วมีใครเห็นหรือเปล่า”

              “รันไม่ทราบ” แทนคุณเดินไปตามแรงลากของคนตรงหน้า รันลณีเข้ามาในห้องที่เพิ่งออกมาอีกครั้งก่อนจะล็อคห้องและเปิดไฟจนสว่าง

              “ห้องนี้ รันอยู่ในห้องน้ำบ้านคุณแต่มันโผล่มาที่นี่ ห้องนี้เป็นห้องที่เรากลับมาในวันนั้น เป็นห้องที่คุณโฉมรับผิดชอบในการรับคนไข้เข้าโซน”

              “อะไรนะ”

              “ห้องนี้ ห้องนี้ต้องเป็นประตูที่พาใครต่อใครไปที่นั่น และเป็นคุณโฉมเองที่จัดการทั้งหมด เธอรับคำสั่งจากน้องสาว และพาเหยื่อมาที่นี่!”

              “รันใจเย็นๆก่อน” แทนคุณพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีที่ลนลานและพูดไม่เป็นประโยคของคนตรงหน้า

              “จริงอยู่ที่เรากลับมาที่นี่ แต่เรื่องโฉมคุณรู้ได้ยังไง”

“พิชชัชบอกรัน เมื่อกี้นี้เอง”

“เธอไม่เคยบอกผมเลย ทำไมเธอถึงไม่บอกผม”

              “รันไม่รู้ เธอก็ไม่ยอมบอกรันเหมือนกัน” รันลณีกอดอกท่าทางครุ่นคิด

              “เธออาจจะมีเหตุผลที่ไม่บอกเรา เธออาจจะโดนขู่” ริมฝีปากบางถูกคบด้วยฟันเบาๆ นึกถึงหญิงสาวที่สละตัวเองเพื่อคนอื่น

ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง…

               “แต่รันก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่รันคิดมันถูกรึเปล่า บางทีห้องนี้มันอาจจะไม่เกี่ยวอะไรเลยก็ได้”

               “อย่างน้อยก็ได้รู้ ผมมีอะไรให้คุณดู” แทนคุณพูดตัดบท ก่อนจะคว้าแขนบางลิ่วออกไปจากห้องที่เต็มไปด้วยอดีตที่โหดร้าย ลิฟต์เปิดออกยังชั้นที่ถูกกด แทนคุณเดินผ่านห้องโถงมายังห้องพักของตนอย่างไม่ได้แคร์สายตาของใครต่อใครที่จ้องเขากับร่างบางที่ถูกจับแขนอย่างคนสนิทนั้น จนกระทั่งประตูห้องถูกปิดลง

               “เพื่อนของผมส่งมาให้เมื่อวันก่อน ผมไม่ได้บอกคุณเพราะอยากให้แน่ใจก่อน”MacBook Pro ถูกเปิดออกหน้าจอปรากฏอีเมลที่เปิดค้างไว้

               “ผมติดต่อคนที่ชื่อ ณฤดีไปและเธอตอบกลับมาเมื่อเช้านี่เอง” รันลณีอ่านข้อความที่ถูกส่งมานั้นอย่างดีใจ มันเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นแต่ในตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว

               “G กิ๊ฟ”

               “ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า ผมนัดสถานที่และวันเวลาไปตามที่เห็น เราจะได้รู้เร็วๆ นี้ อ้อ… ผมมีอีกเรื่อง”

แทนคุณไม่รอให้เวลาผ่านไปยืดยาว เขาเปิดแฟ้มเอกสารที่อยู่ในลิ้นชักเดินมาหาบุคคลที่นั่งรออยู่

               “ผมรวบรวมข้อมูลเหยื่อที่ถูกดึงวิญญาณไป ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งโฉมและอัปสร ผมและคุณ ดูสิ มีแค่สิบสองคนที่เกิดเดือนกันยายน ทุกคนเป็นผู้หญิง และยังไม่แต่งงาน” รันลณีไล่สายตาไปตามรายชื่อที่ถูกไฮไลท์ด้วยสีเขียว ทุกคนเกิดเดือนเดียวกันยกเว้นเธอและแทนคุณ หล่อนหยิบปากกาที่ใกล้ตัวมาขีดฆ่ารายชื่อพวกนั้น

               “คุณ คุณโฉม และคุณอัปสร คือคนที่อยู่ในถูกพันธะสัญญาไว้ พวกคุณไม่ใช่เป้าหมาย ถ้าตัดออกไปก็เหลือยู่สิบคน”

               “แต่คุณคือคนสุดท้าย ผมขอโทษที่ต้องพูด แต่มันออกจากปากของเธอเอง”

               “แต่รันไม่ได้เกิดเดือนกันยายน รันเกิดเดือนกุมภาพันธ์” ห้องเงียบลงเมื่อทั้งสองตกอยู่ในห้วงความคิด

               “มันอาจจะไม่ได้ช่วยอะไร”

               “คุณรู้ได้ยังไงคะว่านี่คือทั้งหมด คุณไม่ได้อยู่ด้วยตั้งแต่แรก” รันลณีถามขึ้นอย่างสงสัย เล่นเอาแทนคุณถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

            อย่าโกหกกัน ได้โปรด

 

              “ผมกับโฉมเราพยายามเก็บข้อมูลไว้ เพราะไม่รู้ว่าต้องทำแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ อีกกี่คนที่ต้องตาย อีกกี่คนที่ต้องเป็นเหยื่อ”

              “คุณไม่เคยบอกรันเลย”

              “ผมไม่ได้นึกถึงประโยชน์หลังจากที่เธอเอ่ยปากว่าคุณเป็นคนสุดท้าย จนกระทั่งวันนี้”

              “….”

              “ผมไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่รู้เรื่องที่โฉมเป็นคนจัดการพาเหยื่อไปที่ประตู ผมไม่เคยรู้เลย” แทนคุณถอนหายใจออกมาอีกเฮือกใหญ่เมื่อถูกมองด้วยสายตาที่รู้สึกไม่ไว้ใจ

              “คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม มันเรื่องของคุณ” เขาทิ้งตัวลงกับโซฟาตัวใหญ่ที่ห่างออกไปไม่มากนัก มือหนายกขึ้นข้างตัวอย่างยอมแพ้ รันลณีละสายตาจากคนตรงหน้า พิจารณารายชื่อพวกนั้นก่อนสะดุดตรงชื่อหนึ่งที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี เครื่องย้อนความทรงจำในหัวทำงานอีกครั้ง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ครั้งแรกที่เธอรู้จักกับปีศาจ ครั้งแรกที่ใจกล้าวิ่งเข้าหามันอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนที่จะช่วยชีวิตของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ หมึกจางๆ ที่เหมือนกับรอยสักรูปดวงดาวปรากฏอยู่ตรงหลังข้อมือของคุณนภา เธอจำมันได้ตอนที่พลิกร่างไร้วิญญาณนั้น ภาพถูกฉายเมื่อครั้งที่เธอคนนี้มีชีวิต ข้อมือสวยไม่เคยมีรูปใดใดติดอยู่ เธอจำมันได้ดี เธอทุกอย่างที่เกี่ยวกับนภาได้ดี

              “กันยายน ราศีกันย์ กลุ่มดาวหญิงสาว Virgo the Virginหญิงพรหมจารี ดวงดาว…” รันลณีพึมออกมามือเช็ครายชื่อที่เกิดเดือนกันยายนอีกครั้งอย่างรอบคอบ สมาร์ตโฟนถูกเปิดออก ปู่กูเริ่มทำงานอีกครั้งหลังจากที่ถูกกรอกข้อมูลบางอย่างลงไป รันลณีวาดภาพกลุ่มดาวตามที่เห็น มันคือกลุ่มดาวหญิงสาวทั้งสิบเอ็ดดวง ตัวเลขถูกเขียนลงบนดวงดาวแต่ละดวงตามด้วยชื่อที่ถูกระบุไว้ รันลณีลังเลอยู่นิดหน่อยก่อนจะเอ่ยปากถามชายหนุ่มที่จ้องมองเธออยู่  

              “คุณได้เธอหรือยัง”

               “…”

               “คือ รันหมายถึง คุณอัปสร เธอยังเวอร์จิ้นอยู่หรือเปล่า” รันลณีอยากจะกัดปากของตัวเองให้ขาดเสียตรงนี้

               “ผมได้เธอแล้ว” คำตอบที่พูดออกมาอย่างหน้าตาเฉยทำเอาเธอหน้าชานิดๆ ก่อนจะขีดฆ่าชื่อของอัปสรออกไป จะใช่อย่างที่เธอคิดไว้หรือไม่ เดาได้ว่าว่าสิบคนที่เป็นเหยื่อพวกเขาต่างมีสถานะโสด อายุไม่เกินยี่สิบหกปีกันทุกคน และถ้าไม่ผิดพวกเธอทุกคนยังคงพรหมจรรย์ เมื่อตัดอัปสรออกไปอย่างแน่ใจแล้วว่าผู้ติดพันธะไม่ใช่จุดหมาย และคนสุดท้ายจะเป็นใคร ผู้ที่ครองดาวดวงสุดท้ายเอาไว้

               “ห้องนั้น” เสียงใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่กำลังใช้ความคิด

               “VIPC998 เป็นห้องที่สุดฝันเคยอยู่ เธออยู่ที่นั่น คุณอาจคิดถูกจริงๆถ้าห้องนั้นคือกุญแจที่พาเรากลับมา” แทนคุณโชว์สมาทร์โฟนของตัวเองให้คนตรงหน้าดูหลังจากที่ค้นหาประวัติผู้ป่วยในโรงพยาบาลและพบเจอสิ่งที่ไขข้อข้องใจได้

               “แต่กับคุณรัน ก่อนหน้านั้น เมื่อตอนที่คุณเจอกับเธอ คุณกลับมาได้ยังไง” แทนคุณทิ้งตัวลงอีกครั้งเมื่อรันลณีส่ายหัวอย่างไม่รู้ ใช่ เธอไม่มีคำตอบให้กับคำถามนี้เช่นกัน มันเป็นคำถามที่ถามตัวเองมาตลอดว่าอะไรที่เป็นสิ่งนำพาเธอกลับมายังปัจจุบันได้ทุกครั้ง ซึ่งนั่นก็ไม่มีคำตอบให้กับตัวเองเช่นกัน รันลณีหลับตาลงสลัดความคิดที่กำลังตีอยู่ในหัวให้ออกไป ก่อนจะโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

               “หญิงสาวที่เกิดเดือนกันยายน ราศีกันย์ มีดวงดาวหญิงสาวประจำอยู่ สิบเอ็ดดวงที่ถูกเขียนเป็นฐาน และทุกคนเป็นหญิงพรหมจารี” รันลณีพูดออกเสียง พลางยื่นกระดาษที่ตัวเองขีดเขียนเอาไว้ให้อีกคนดู

               “มันเกี่ยวข้องกับดวงดาวได้ยังไง” แทนคุณถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ

               “รันไม่แน่ใจว่าคนอื่นๆ จะมีบ้างไหม สัญลักษณ์รูปดวงดาวบนข้อมือ รันจำได้ว่าคุณนภาเธอมีหลังจากที่เธอเสียชีวิต และรันก็มั่นใจว่าเธอไม่มีมีก่อนหน้านั้นแน่นอน”

               “ถ้าผมจะบอกว่า โฉมมีหละ” แทนคุณพูดอย่างขบคิด

               “รันไม่เห็น บนข้อมือของเธอไม่ได้…”

               “มันอยู่ตรงหน้าอกของเธอ ทั้งสิบดวง แต่มันเล็กเกือบเท่าขี้แมลงวัน เป็นจุดๆ สีแดง” คำพูดที่แสดงถึงรายละเอียดของความทรงจำ ส่งผลให้อีกคนในห้องรู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังออกจากร่าง

               “คุณ… กับคุณโฉม…” เสียงแผ่วเบาที่ปลิวไปตามสายลม ผ่านหูคนตรงหน้าไป

               “โฉมเข้าออกห้องนี้เป็นประจำคุณรู้ไหม เธออยู่ทุกที่ในห้องนี้ เธอเป็นคนช่วยให้อัปสรมาซ่อนอยู่ที่นี่ เธอทำทุกอย่างเพื่อช่วยผม และผมช่วยเธอ ทุกอย่างเธอต้องการ”

 

รันลณีตัวสั่นเหมือนอุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว แผลที่เริ่มหายกลับปวดขึ้นมาในทันที ค่อยๆลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างหมดแรง เลื่อนลอยคล้ายทุกอย่างถูกทลายลง มันแหลกสลาย

 

คุณเป็นคนดึงฉันขึ้นจากความมืด ก่อนจะผลักฉันลง ให้จมกับความเจ็บปวด

 

               “รัน”

               “ทำไม… ทั้งๆ ที่… คุณอัปสร…เธออยู่ในห้องนี้” รันลณีหันหลังให้กับคนที่ไม่อยากมองหน้า จุกไปหมดทั้งอก ในหัวขาวโพลนเหมือนกับถูกล้าง

               “ผมรู้”

 

               “คุณรักเธอหรอ”

 

               “คุณจะเกลียดผมใช่ไหม…”

 

               “ใช่”

 

               “คุณจะโกรธผม”

 

               “ใช่”

 

               “มันดีแล้ว ทำดีแล้ว… คุณจะได้ไม่มารู้สึกอะไรกับผมอีก”

               “ขอโทษนะ… ผมมันไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้น”

 

               “ไม่หรอก…”

               “ยังไงฉันก็รักคุณ”

 

ใครที่ตกอยู่ในห้วงขอรัก ก็เหมือนพบกับคำสาปที่ไม่มีวันหลุดพ้น บางทีมันอาจจะสุขจนล้นปรี่ บางทีอาจจะทุกข์เจียนตาย วนเวียนกันไปอย่างนั้น

               เพราะพบกับความรู้สึกรัก จึงไม่สามารถเลิกที่จะรักได้…

               แม้จะรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง… แม้จะเป็นรักที่ผิดเพี้ยน…

 

 

-Back than-

“เธอสวยมากเลยนะ เหมือนเจ้าหญิงที่กำลังนิทราอยู่” หญิงสาวไล่สายตามองร่างบางในชุดสีขาวที่อยู่บนเตียงนุ่ม เธองดงามและเลอค่า

“เธอสวยมากกว่านี้เวลาที่เคลื่อนไหว เวลาที่เธอยิ้ม เวลาที่กอดผม เวลาที่เธอจูบผม” ชายหนุ่มนึกถึงสัมผัสรักเมื่อในอดีต อดีตที่ไม่มีวันหวนคืน

“เธอจะกลับมา โฉมสัญญา” แทนคุณหันกลับมองร่างบางที่ยืนอยู่ โฉมฉายยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่แต้มอยู่บนใบหน้าสวยนั้นมีอยู่เสมอเพื่อปกปิดความทุกข์ เพื่อไม่ให้ใครต่อใครต้องกังวล

แทนคุณทรุดเข่าลงตรงหน้าผู้ที่ถือว่ามีพระคุณต่อเขา โฉมฉายย่อตัวลงตามด้วยความตกใจ

“ขอบคุณที่ช่วยพาร่างของเธอกลับมา ผมขอบคุณจริงๆ”

“แทน ลุกขึ้นเถอะ”

“ผมขอโทษ ที่ไม่ได้ช่วยเหลือ หรือทำตัวให้มีประโยชน์กับคุณเลย” มุมปากสวยมีบาดแผลอย่างไม่น่าให้อภัย เธอช่วยเขาในหลายๆ เรื่อง แม้ต้องแลกกับความเจ็บปวดที่ตัวเองได้รับ แม้ว่าเขาออกปากว่าจะช่วย แต่ก็ถูกปฏิเสธเสมอเพียงเพราะกลัวว่าเขาจะเป็นอันตราย

เป็นห่วงคนอื่น มากกว่าตัวเธอเองเสมอ นี่คือสิ่งที่โฉมฉายเป็น และเป็นมาตลอดตั้งแต่เขาได้รู้จัก

ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศที่ค่อนข้างเย็นภายในห้อง ปล่อยในความรู้สึกบางอย่างควบคุมอย่างไม่รู้ตัว

“โฉมเจ็บ” มือบางจับมือของคนตัวใหญ่ให้สัมผัสแก้มเนียนที่มีรอยซ้ำนั้น ดวงตาที่ใสดั่งกวางสั่นระริกอย่างน่าสงสาร และในความน่าสงสารนั้น มันมีน่าหลงใหลและเชื้อเชิญให้สัมผัส

“ช่วยปัดเป่าความเจ็บปวดนี้ออกไปทีแทน คุณทำมันได้ คุณช่วยโฉมได้” ริมฝีปากร้อนสัมผัสกับแก้มนุ่มนั้นอย่างเบาหลังจบประโยคร้องขอที่เว้าวอน

ทำไมเขาจะไม่รู้ถึงความต้องการของคนตรงหน้า ในเมื่อท่าทางที่อ้อนแอ้นมันค่อยๆ เข้าใกล้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ และเขารู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเหตุการณ์ใดที่จะตามมา เขาจะทำผิดต่อผู้เป็นที่รัก ต่อหน้าเธอ

 

               เมื่อเขาก็เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งรู้จักผิดถูก และนี่มันเหนือกฎทุกกฎบนโลกใบนี้

               เมื่อเขาคุกเข่ารับใช้เธอ… อย่างยินยอม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
8 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
7 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
7 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา