MAYA มายา

7.3

เขียนโดย โชฒิกากราณ์

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 16.50 น.

  23 chapter
  0 วิจารณ์
  6,353 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 18.02 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

6) ความรู้สึกเหนือการควบคุม

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

 

               แสงไฟกระทบเข้ากับสายตา รันลณีกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับแสง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของห้องช่วยให้ผ่อนคลาย เธอฉุดตัวเองขึ้นเมื่อพบใครบางคนกำลังนั่งอยู่ตรงโซฟา

              “ค่อยๆ ลุก” แทนคุณผละจากงานของตนเมื่อเห็นว่าพยาบาลคนสวยของเขาฟื้นจากไข้แล้ว ทุกครั้งที่สบตากัน รันลณีจะเป็นฝ่ายหลบตาก่อนเสมอ แต่ครั้งนี้เป็นเขาเองที่หลบตาเธอก่อน รันลณีมองอย่างสงสัยภายในใจรู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึกๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นความจริง หรือความฝัน หรืออะไรก็ตาม ภาพทุกภาพมันยังคงหลอกหลอนเธอไม่จางหาย

              “ทำงานยังไม่เดือนถึงกับป่วย หึ! อ่อนแอไปหน่อยไหมคุณ” แทนคุณพูดขณะรินน้ำให้คนป่วยที่จ้องมองเขาอย่างไม่วางตา

              “เกิดอะไรขึ้นกับรัน” ขอบตาร้อนผ่าว น้ำเสียงที่เหนื่อยล้าพยายามสื่อบางอย่างจนคนที่อยู่ข้างๆ รู้สึกได้

              “กินน้ำซะ ผมโดนโฉมด่าซะเละเมื่อรู้ว่าคุณสลบไป เขาบอกว่าผมใช้งานคุณหนักไปจนคุณล้มป่วย” แทนคุณพูดขึ้นพลางวางน้ำไว้ข้างตัวคนป่วย

              “ผมบอกคุณแล้วไง คุณไม่ควรมาที่นี่ตั้งแต่แรก คุณควรจะลาออกไปจากโรงพยาบาลบ้าๆ นี่ตั้งแต่ทีแรก ถ้าคุณเชื่อตัวเอง… คุณก็ไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ลึกๆ มันมีความห่วงใยซ่อนอยู่

              “มันคือความจริง ฉันไม่ได้ฝันไปหรือหลอกตัวเอง มันคือความจริง!”

              “ไม่มีอะไรที่เป็นความจริงทั้งนั้นรันลณี ความจริงคือคุณกำลังป่วย คุณแค่เหนื่อย…”

              “คุณรู้เรื่องทั้งหมด หมอก็อยู่ด้วย…คุณขังฉัน” รันลณีพูดพลางสะอึกน้ำตาไหลลงมาอย่างช่วยไม่ได้ แทนคุณเช็ดน้ำตาของเธอเบาๆ ยื่นหน้าเข้าใกล้เธอ

              “ผมช่วยคุณไว้ต่างหาก…” แทนคุณกระซิบข้างหูของเธอ สายตาที่เขามองมามันทำให้เธอรู้สึกเชื่อใจ  

              “ผมคือคนที่เจอคุณหน้าลิฟต์” เขาผละออกไปก่อนจะวางแก้วน้ำที่ยังคงมีน้ำอยู่เต็มแก้ว

              “คุณรันตื่นแล้ว อ้า!!” โฉมฉายเข้ามากอดคนป่วยอย่างดีใจ เธอยิ้มจนตาสวยคู่นั้นเป็นสระอิดูน่ารัก

              “ดีจัง”

วูบหนึ่งที่เธอมองมา มันทำให้รันลณีขนลุก รอยยิ้มของเธอหายไปเมื่อนึกถึงเสียงของบางสิ่ง ใบหน้าปีศาจก็ผุดขึ้นจากหัวเธอ!

              “ร้องไห้ด้วยหรอ แทน! ว่าอะไรคุณรันเค้าอีกล่ะคะ” โฉมฉายพูดพลางทำสีหน้างอน เมื่อก่อนรันลณีคงมองมันอย่างน่ารักหากแต่ตอนนี้ ความน่ารักมันเริ่มกลายเป็นการ เสแสร้ง!

              “รันฝันร้ายน่ะค่ะ”

              “โธ่ ก็นึกว่าแทนว่าอะไรคุณซะอีก ไม่เป็นไรนะคะมันก็แค่ฝัน”

              “ค่ะ”

รันลณียกยิ้มให้กับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า โดยไม่ทันสังเกตว่าถูกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในห้องมองเธออยู่

 

 

 

              “เฮ้อ… เสร็จงานซะที” โฉมฉายบิดตัวไปมาอย่างน่ารัก ก่อนจะถอดเสื้อกาวน์ออกคล้องเอาไว้กับมือ

              “หมอโฉมอยากไปไหนเป็นพิเศษไหมคะ ทำงานทุกวันวันนี้ได้พักแล้ว รันอยากให้เจ้านายคนสวยของรันได้พักผ่อนบ้าง” รันลณีเอ่ยปากถามคนข้างหน้าขณะที่เดินมาถึงแยกห้องพักด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม หลังจากหายป่วยอย่างที่แทนคุณได้พูดไป วันนี้ลูกชายของคุณพิชิตมารับคุณพ่อของเขาไปเที่ยวเพื่อพักผ่อนและเปลี่ยนบรรยากาศ ทำให้จิตแพทย์และพยาบาลผู้ดูแลได้มีเวลาพัก

              “คุณรันนี่น่ารักจังเลยนะคะ” โฉมฉายหันมาพลางทำหน้าครุ่นคิด

              “อืม… โฉม อยากกลับบ้าน” ใบหน้าสดใสที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเริ่มหม่นลง

              “อ่อ…ไม่แปลกหรอกค่ะ คุณหมอทำงานทุกวัน บางวันก็เข้าเวรบ้าง บางวันก็ประชุมบ้าง ไม่มีเวลากลับบ้าน ก็ต้องคิดถึงบ้านเป็นธรรมดานั่นแหละค่ะ”

              “โฉมน่ะ… ไม่มีบ้านให้กลับหรอกค่ะ” รอยยิ้มของรันลณีที่มอบให้โฉมฉายนั้นหุบลง หญิงสาวเริ่มโทษตัวเองที่ทำให้สถานการณ์เป็นแบบนี้

              “ขอโทษนะคะ”

              “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” โฉมฉายหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาคล้ายกับว่าอยากจะให้ความคิดนั้นหายไป รอยยิ้มที่สดใสปรากฏขึ้นอีกครั้ง

              “ที่นี่เป็นบ้านของโฉมไปแล้ว และตอนนี้โฉมก็มีทั้งเพื่อนและน้องสาว อย่างคุณรัน แค่นี้โฉมก็ดีใจสุดๆ แล้ว” รันลณียิ้มรับพลางมองใบหน้าสวยที่สายตาหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด รอยยิ้มและท่าทางที่สดใสของเธอมันคือฉากกั้นความรู้สึกเหงาและโดดเดียวที่ซ่อนมันเอาไว้ไม่ให้ใครได้เห็นมัน คนที่ได้รับความรักจากครอบครัวและคนรอบข้างอย่างรันลณีคงไม่มีวันเข้าใจ…

               “ถ้ามีปัญหาอะไรพูดให้รันฟังได้นะคะ…พี่โฉม” รันลณีพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแห่งความจริงใจ รู้สึกผิดที่ในบางครั้งรู้สึกไม่ไว้ใจคนที่อยู่ตรงหน้า ทั้งๆ ที่โฉมฉายเองก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น

              “ถึงอายุเราจะเท่ากัน แต่รันยกให้คุณเป็นพี่ก็ได้ค่ะ เพราะยังไงรันก็ถือว่าเป็นรุ่นน้องคุณ”

              “ฮิๆ ขอบคุณนะคะน้องรัน” โฉมฉายพูดพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนเอ่ยบอกชวนน้องสาวคนใหม่ไปทานข้าวในตัวเมือง รันลณีตอบตกลงด้วยความยินดีโดยที่เธอไม่คำนึงเลยว่า รอยยิ้มของคนที่ไม่มีใคร

              มันน่ากลัวมากแค่ไหน!

 

              ’20.20 น’

              รันลณีออกมาจากห้องของคุณพิชิตหลังรอให้คนไข้หลับไป ในมือของเธอถือถาดยาออกมาด้วย เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของคนไข้ทำให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านนอกทำงานอย่างเงียบๆ โถงทางเดินมีเพียงเธอคนเดียวเสียงรองเท้าส้นเข็มของเธอทำให้คิดถึงเหตุการณ์ที่น่ากลัว…

 

              กึก… กึก…

 

               รันลณีหยุดเดินเมื่อความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว

 

               ทุกอย่างเงียบจนได้ยินเสียงของเข็มนาฬิกาหรือแม้แต่ เสียงลมหายใจของตัวเอง…

 

               หลายครั้งที่เธอไปยังสถานที่ที่เธอไม่ได้ต้องการที่จะไป สถานที่ที่แตกต่างจากที่เธออยู่ ณ ปัจจุบัน

 

               ดาดฟ้าสวนสาธารณะของโซนชั้นเอ เกี่ยวข้องยังไงกับสถานที่ที่เธอไปครั้งแรก และครั้งที่สองคือตรงนี้… โถงทางเดินแห่งนี้ เกี่ยวข้องอะไรกับคุกแห่งนั้น

               ไม่สิ!

 

               ทั้งสองครั้งเป็นสถานที่ที่แตกต่างกันแต่ สิ่งที่เธอพบอยู่เสมอคือ ปีศาจ!!

 

               ปีศาจตนนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ หรือ มันต้องการอะไรจากเธอ!

 

               ต้องเป็นเพราะมันที่เชื่อมโยงสถานที่ปัจจุบันให้ไปหามันเพราะ…

 

               เพราะมันต้องการที่จะเจอเธอ!

 

              “คุณเป็นใคร” รันลณีพูดออกมาอย่างล่องลอย ความสงสัยเกิดขึ้นในหัวมากกว่าความกลัวเสียอีก หลังจากเหตุการณ์ครั้งล่าสุดเธอก็ไม่พบเจออะไรที่แปลกประหลาดแบบนั้นอีกเลยเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน แต่ถึงกระนั้นความกลัวก็ยังคงเกาะกุมหัวใจของเธออยู่เสมอ ความสงสัยยังคงอยู่ในหัวของเธอเพราะแม้กระทั่งแทนคุณก็ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ ความสงสัยเพิ่มพูนขึ้นอีกครั้งเมื่อเขาพยายามหลบหน้าเธอ พยายามเจอเธอน้อยที่สุดและเธอได้คุยกับเขาเพียงในเวลางานเท่านั้น

               และในทุกครั้งการกลับมายังปัจจุบันของเธอยังคงเป็นปริศนา…

 

               ไม่ว่ามันจะเป็นโชคชะตาหรืออะไรก็ตามแต่ถ้าหากว่า…

 

               ถ้าหากว่ามันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สามและเธอไม่สามารถกลับมาได้อีกล่ะ!!

 

               เธอต้องตายและจมอยู่กับความกลัว ความไม่รู้อะไรเลย อย่างนั้นหรอ…

 

               เธอจะปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆ อย่างนั้นหรอ…

 

              “โง่”

 

               คำสั้นๆ ออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ พร้อมกับในหัวที่นึกถึงคำพูดของปีศาจที่เคยพูดเอาไว้

               เธอยกยิ้มขึ้น พูดในสิ่งที่ออกมาจากจิตใต้สำนึกอย่างไม่รู้ตัว

 

               “อย่าตายเพราะความโง่ของตัวเอง รันลณี ถ้าฉลาดพอก็หัดใช้สมองให้เป็น อย่าให้เราต้องออกโรงเพราะถ้ามีใครตาย เราก็จะไม่สน!!”

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
8 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
7 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
7 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา