MAYA มายา

7.3

เขียนโดย โชฒิกากราณ์

วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เวลา 16.50 น.

  23 chapter
  0 วิจารณ์
  6,685 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 18.02 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

8) คำพูด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

 

               รันลณีเข้าพบคลินิกจิตเวชในทันทีที่เกิดเรื่อง เรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้เธอแทบบ้า จนคิดว่าตัวเองคงกลายเป็นคนบ้าไปซะเอง แต่ผลตรวจทุกอย่างกลับปรกติ สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเกิดจากความเครียด

              และนั่น มันไม่ได้ทำให้เธอหายกังวลใจ แต่กลับเพิ่มมากขึ้น

 

              ความสับสนก่อตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากที่เธอพยายามติดต่อแทนคุณ แต่ไร้การตอบรับจากเขา…

 

              รันลณีพาตัวเองออกห่างสิ่งเหล่านั้น ด้วยวิธีที่โง่เง่า เธอไม่ไปทำงาน ขังตัวเองอยู่ที่ห้อง เธอไม่รับสายโฉมฉาย หรือใครต่อใครที่กระหน่ำโทรหาเธอ ยานอนหลับหลายขนาดถูกกรอกลงปาก เธอจำเป็นต้องใช้ มันเป็นที่พึ่งสุดท้ายหลังจากที่ไม่สามารถนอนหลับได้ลงในหลายคืนนับตั้งแต่เกิดเรื่อง

ความคิดหลายๆ อย่างในหัวเธอของ ทำให้เธอกำลังจะเป็นบ้า…

 

              เสียงเมสเสจดังขึ้น รันลณีมองหน้าจอที่แสดงข้อความของบุคคลที่ส่งมาให้เธอในวันนี้เป็นรอบที่สิบ หรืออาจจะถึงร้อยถ้าหากรวมกับวันอื่นด้วย

              ‘น้องรัน เป็นอะไรรึเปล่าคะ’

            ‘โฉมเป็นห่วง ช่วยติดต่อกลับหน่อยนะคะ’

              ไม่รู้ว่าทำไม ข้อความพวกนี้มันทำให้เธอ ‘รำคาญ’

 

              รันลณีหยิบมือถือขึ้นมา ต่อสายไปหาคนที่เธออยากเจอหน้า อยากพบเจอและพูดคุยมากที่สุด สองสัปดาห์ที่เธอไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปที่นั่น เพราะกลัว และสับสนในสิ่งที่เกิดขึ้น

              เสียงรอสายดังขึ้น หญิงสาวเดินวนไปมาด้วยความกังวล ลุ้นให้คนปลายสายรับสายเธอสักที มันคงจะเหมือนทุกครั้งที่ปลายสายตัดไปเมื่อไม่มีคนรับ

              แต่ครั้งนี้ไม่ใช่…

 

              แกร๊ก…

               สัญญาณกดรับสาย ทำให้รันลณียิ้มออกมาอย่างดีใจ

 

              “หมอแทน มะ..หมอคะ รันอยาก…”

              “คิดถึงจัง” เสียงที่ผ่านออกมาจากปลายสาย มันทำให้รันลณีขนลุกไปทั่วตัว

              “คิดถึง คิดถึง คิดถึง คิดถึง….”

 

              อีกแล้ว…

 

              แกอีกแล้ว… น่า รำ คาญ!!!

 

              “หยุดนะ!!! หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ!!! นังบ้า!!!” รันลณีตะโกนใส่ปลายสายด้วยความโมโหปะปนไปกับความกลัว เมื่อเสียงแหบแห้งที่เธอเคยได้ยินพูดประโยคเดิมซ้ำๆ

              “แกต้องการอะไรจากฉัน!! บอกมาเซ่!!! นังปีศาจ!!” เสียงอันดังเริ่มแหบพร่า น้ำตาไหลลงอาบแก้ม

 

               ปลายสายเงียบลงสักครู่ ก่อนจะทำให้รันลณีประสาทอีกครั้ง

              “คิดถึงจัง”

              “กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

              ปึก!!!

 

              โทรศัพท์ถูกปาลงกับพื้นก่อนร่างของรันลณีจะทรุดลงอย่างหมดแรง หญิงสาวร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร เสียงกรีดร้องของเธอทำให้ผู้เป็นแม่เปิดประตูห้องเข้ามาหาในทันที เมื่อเห็นลูกสาวของตนก็ถลาเข้ากอดปลอบปะโลมอย่างอ่อนโยน เธอไม่รู้อะไรมากนักว่าทำไมลูกสาวของเธอถึงขอลาพักจากงาน บางทีเธออาจเครียดเกินไปเมื่อเห็นลูกของตัวเองกินข้าวน้อยลง นอนไม่หลับ และไม่ดูสดใสเหมือนเดิม แต่ในบางครั้งที่ทำให้เธอนึกกลัว เมื่อท่าทีของรันลณีเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ นั่นทำให้คนเป็นแม่อย่างเธออดห่วงไม่ได้

 

              ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย และความเสียใจที่เกิดขึ้นในห้อง สมาร์ทโฟนที่อยู่ห่างออกไป เด้งข้อความของใครคนหนึ่ง

 

              ‘มาหาผมตามที่อยู่นี่ เราต้องคุยกัน’

 

 

              หลังจากเรื่องเมื่อคืนรันลณีก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อตื่นมาพบข้อความที่ถูกส่งมา เธอก็ไม่รอช้าที่จะออกไปเผชิญหน้าในทันที

              ที่นัดหมายเป็นบ้านหลังใหญ่ดูหรูหราสมฐานะหมอชั้นพิเศษแห่งเอ็มวายได้เป็นอย่างดี หญิงสาว กดกริ่งที่อยู่ตรงหน้าบ้าน รอไม่นานเจ้าของร่างสูงก็ปรากฏตัวให้เธอเห็น

              แทนคุณมองใบหน้าที่ไม่สดใสของคนตรงหน้าแล้วใจหล่นวูบ มันเพราะเขาเองรึเปล่านะที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

              ใช่เขาผิดเอง ผิดที่ไม่กล้า

              ผิดที่เป็นคนขี้ขลาด…

 

              แทนคุณผายมือเชิญหญิงสาวให้เข้าไปยังตัวบ้าน ความเงียบพูดคุยกับอากาศ ไม่มีแม้แต่เสียงสนทนาจากสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทั้งสอง

              “ผมขอ…” บทสนทนาแรกเป็นของฝ่ายชาย ที่กำลังจะออกปากขอโทษ แต่ก็ถูกขัดด้วยประโยคอันเบาของฝ่ายหญิง

              “เรื่องเมื่อคืน…คุณก็อยู่ด้วยใช่ไหม”

              และนั่นทำให้ความเงียบเข้ามาคั่นบทสนทนาอีกครั้ง

              “เหมือนที่คุณอยู่ด้วยในคุกนั่น เหมือนในห้องของคุณอัปสร” รันลณีพูดออกมาอย่างล่องลอย ไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ

              แทนคุณหลับตาลง หัวใจของเขาเจ็บปวดอีกครั้ง อดสงสารคนตรงหน้าไม่ได้ที่ต้องมาพบเจอ และรับรู้เรื่องบ้าๆ นี้

              “ผมขอโทษ”

              “ได้โปรดเถอะค่ะ บอกฉันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความจริง มันคือความฝัน มันคือเรื่องที่คุณไม่รู้ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ช่วยบอกฉันที ว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร” รันลณีพูดออกมาอย่างเหลืออด ขอบตาร้อนผ่าว

              “ผมขอโทษ รัน”

              “เลิกขอโทษสักทีเถอะ บอกฉันมาสิ บอกความจริง บอกในสิ่งที่คุณรู้ บอกมา” น้ำตาเริ่มไหลลงมาพลางใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบลงบนร่างกายของชายหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า ไม่นานเธอก็หยุดการการะทำ เมื่อเขาดึงเธอเข้ามากอดแน่น เสียงร้องไห้ดังอู้อี้เมื่ออยู่บนอกหนา

 

              ความเงียบเริ่มพูดคุยกันอีกครั้งหลังจากที่รันลณีร้องไห้จนพอใจ ทั้งสองนั่นอยู่บนโซฟาโดยไม่สนใจว่าชาที่วางอยู่บนโต๊ะจะเย็นหมดแล้ว

              “ทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเหมือนกับโลกมายา ที่เราไม่ได้สร้างขึ้นมาเอง” แทนคุณเริ่มพูดขึ้นไม่แม้แต่มองหน้าผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย

              “ทุกอย่าง ถูกสร้างขึ้นเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นทั้งหมด”

              “ปีศาจ เธอน่ะหรอคะ” แทนคุณพยักหน้าเป็นคำตอบ

              “ผมเข้ามาอยู่ในโลกของมันก็เพราะอัปสร” แทนคุณพูดขึ้นสายตาหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด

              “อัปสรเคยเป็นพยาบาลของผม แต่เรื่องก็เกิดกับเธอ เหมือนที่เกิดขึ้นกับคุณ รันลณี จนทำให้เธอต้องเป็นอย่างนั้น” รันลณีเงียบ ตัวเริ่มสั่น  

              “มีคนก่อนหน้านี้อีกมากที่เป็นเหยื่อ ส่วนใหญ่ก็คือคนไข้และคนใกล้ตัว ถ้าจะให้พูดชัดๆ เอ็มวายก็คือรังดีๆ ของมันนี่เอง” รันลณีอ้าปากค้าง รู้สึกหัวเริ่มหนัก นี่เธอกำลังเจอกับอะไรอยู่ ช่วยบอกเธอทีว่านี่ไม่ใช่ความจริง

              “คุณจำเคสคนไข้โซนเอได้ไหม คนไข้ของคุณ” แทนคุณเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง

              “คุณนภา ค่ะ รันจำได้”

              “เขาก็เป็นอีกคนที่เข้าไปอยู่ในโลกนั้น”

              “รันไม่เข้าใจ” รันลณีพูดออกมาอย่างไม่เข้าใจจริงๆ นึกย้อนไปถึงวันแรกที่เปลี่ยนชีวิตของเธอ

              “โลกนั้น รันเจอปีศาจ รัน… เจอมันเป็นครั้งแรก”

              “ได้ยังไง” แทนคุณถามออกมาอย่างสงสัย เขาไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกหรอ

              “วันนั้นคุณนภาเธอหายไปจากห้อง รันตามหาเธอค่ะแต่ไม่พบ จู่ๆ ก็โผล่ไปที่ที่หนึ่ง สถานที่เหมือนกับโถงยาวกับพื้นไม้เก่าๆ มันแบกคุณนภาไว้ด้านหลัง”

              “แล้วคุณกลับมาได้ยังไง”

              “รันไม่รู้ค่ะ รันรู้แต่ว่ารันโกรธมาก รันเลยหยิบเหล็กที่อยู่ข้างๆ แล้วก็วิ่งไปหามัน เหอะนึกแล้วก็ น่าตลกชะมัด”

              “มันไม่ตลกนะรัน” แทนคุณพูดขึ้น มองหน้าเธออย่างจริงจัง รอยยิ้มที่ยกขึ้นของรันลณีหายไป

              “ไม่มีใครที่เจอกับเธอคนนั้นแล้วจะกลับมาในโลกแห่งความเป็นจริงได้รัน ในคุกในตอนนั้น ผมก็ไม่ได้เป็นคนช่วยคุณ” คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวนิ่งไป เช่นเดียวกันกับเขา แทนคุณรู้สึกสับสนและรู้สึกแปลกไป

              “คุณเป็นคนช่วยรัน คุณผลักรันเข้าไปในคุก รันถึงออกมาได้”

              “เปล่า ผมไม่ได้ช่วยคุณในนั้น ผมตกใจและก็ดีใจมากที่ตอนนั้นคุณหายไป รันลณีคุณหายไปกับตาผม ผมคิดว่าผมจะเป็นฆ่าคุณซะแล้ว” หญิงสาวนั่งนิ่งฟังในสิ่งที่เขาพูด

              “ผมช่วยได้คนเดียวคืออัปสร คำสัญญามีผลได้แค่คนเดียว และผมสัญญากับมันไว้ว่าผมจะทำตามสิ่งที่มันขอเพื่อที่ไม่ให้มันทำร้ายอัปสรแค่คนเดียว ผมคิดว่าผมเองเป็นคนดึงที่คุณเข้ามาในเรื่องนี้ และผมก็รู้ว่าถ้าคุณต้องมาเจอกับเรื่องอะไรแบบนี้ ผมจะช่วยคุณไม่ได้” แทนคุณพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอประหลาดใจ หัวใจเต้นถี่ขึ้นอย่างไม่สามารถบังคับได้  

              “ผมถึงพยายามทำตัวไม่ดีกับคุณ ขอโทษนะ”

              เสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำให้รันลณียิ้มออกมาน้อยๆ อย่างน้อยหัวใจของเธอก็ได้แสดงออกมากขึ้นแล้ว ถึงแม้คนตรงหน้าจะมีคนที่รักสุดหัวใจอยู่แล้ว แต่สำหรับเธอ เพียงเท่านี้ ก็คงเพียงพอแล้ว

เพราะสิ่งที่คาดหวังมากที่สุด คือเรื่องที่อยากรู้มากที่สุด

               “คุณโฉมใช่ไหม” รันลณีพูดเสียงแข็ง เป็นผลให้คนตรงหน้านิ่งไป

              “หลายครั้งรันมักจะเห็นภาพซ้อนของโฉมฉายกับปีศาจนั่น วันแรกรันก็เจอคุณโฉมอยู่กับศพของคุณนภา ท่าทางหรือคำพูดมันทำให้รันโยงเข้ากับคุณโฉมไปหมด และหลายๆ ครั้งที่เธอมาปรากฏและหายไปเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นเสมอๆ และคุณ ก็อยู่กับเธอ คุณรู้จักเธอ” รันลณีพูดออกไป ความเงียบเข้ามาอีกครั้งทำให้เธอยิ่งเริ่มแน่ใจ

              “ทำไมคุณคิดแบบนั้น”

              “เพราะรันรู้ไง รันสงสัยในตัวเธอมาตลอด”

              “โฉมน่ะหรอ”

              “คิดผิดแล้วล่ะ…”

 

               คำพูดของชายหนุ่มเล่นเอารันลณีหัวหมุน เธอรู้สึกเหมือนสมองเริ่มสั่งการช้าลงเรื่อยๆ โฉมฉายผู้หญิงที่เธอสงสัยมาตลอดแต่กลับไม่ใช่เธอ

 

              “คุณจะบอกว่า คุณโฉม ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้งั้นเหรอ” เธอถามออกมาอย่างเบา

              “เปล่า โฉมก็เป็นหนึ่งในรายชื่อของมันเหมือนกัน เธอก็อยู่โลกนั้น”

              “แล้วทำไมมันถึงไม่ทำอะไรเธอ ถ้าคุณบอกว่าไม่มีใครกลับมาจากโลกใบนั้นได้ ถ้าคุณบอกว่าโฉมฉายก็เป็นเหยื่อ แล้ว… ทำไม”

              “เพราะเธอเป็นน้องของโฉม”

 

              เสียงที่คุ้นหูของบุคคลที่สามดังขึ้นท่ามกลางบทสนทนาที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ทั้งสองหันมองบุคคลผู้มาใหม่โดยทันที เอกสารในมือถูกวางลงบนโต๊ะใกล้ตัว ถ้าเธอไม่แวะมาเพื่อที่จะฝากงานให้กับเจ้าของบ้านอย่างแทนคุณ เธอคงไม่ได้ยินบทสนทนาเมื่อสักครู่นี้

              “ปีศาจที่คุณพูดถึงก็คือน้องสาวของโฉมเอง” เจ้าของร่างบางที่คุ้นตายืนจ้องสองชายหญิงด้วยสายตาที่เจ็บปวด รันลณีใจหลุดวูบ เกิดความรู้สึกเล็กๆ ขึ้นภายในใจของเธอ

              ความรู้สึกที่ ไม่น่าไว้ใจ

 

              “โฉมจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟังนะคะ มันอาจจะไม่น่าเชื่อสำหรับคุณ แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนมีเหตุผลในตัวของมันเอง” โฉมฉายปรี่เข้ามาหาพลางกุมมือของเธอ สายตาบ่งบอกถึงความจริงใจแต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้รันลณีไว้ใจได้

              ก็ไม่รู้ว่าทำไมที่เธอยังคงติดใจผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า อาจเป็นเพราะส่วนที่ลึกลงไปในตาคู่นั้น เธอสัมผัสได้ว่ามันซ่อนอะไรไว้อยู่

              ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มบ่งบอกถึงเวลาของพระอาทิตย์ใกล้หมดลงแล้ว  หากแต่บทสนทนาที่เหมือนจะกำลังคลายปม ได้ผูกปมใหญ่ขึ้นอีกครั้ง

              “ฝัน เธอเป็นน้องสาวฝาแฝดของโฉม เราสองคนสนิทกันมากแต่ก็ต้องแยกกันเพราะโฉมต้องไปเรียนต่อที่อเมริกา ไม่นานโฉมก็ทราบว่าเธอประสบอุบัติเหตุ ฝันเสียใบหน้าและร่างกายที่เธอรักไป คนที่รักการแต่งตัว รักการแต่งหน้ากลับต้องกลายเป็นคนอัปลักษณ์ มันแน่นอนว่าเธอไม่สามารถรับมันได้ จนเธอต้องเข้ารับการบำบัดทางจิต”

              “แล้วทำไมเธอไม่ได้รับการศัลยกรรมล่ะคะ” รันลณีเอ่ยถามด้วยความสงสัย

              “ร่างกายของเธอถูกสารเคมีกัดจนตายหมด น้องรันลองนึกสภาพของคนที่ตกลงไปในถังกรดสิคะ ในตอนนั้นทุกคนคิดว่าเธอตายไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เธอไม่ เธอยังไม่ตาย เราพยายามให้เธอได้รับการผ่าตัดศัลยกรรมอยู่หลายต่อหลายครั้งแต่ ฝันกลับฟื้นขึ้นมาตอนเข้ารับการผ่าตัดทุกครั้ง หมอพบว่าร่างกายของเธอต่อต้านปฏิกิริยาที่ทำกับตัวยาทุกชนิด อาจเกิดจากสารเคมีในร่างกายที่มากเกินไป” มือสวยป้องปากตัวเองอัตโนมัติเมื่อฟังคนตรงหน้าเล่า นึกถึงเหตุการณ์ที่น่ากลัวแบบนั้น มันคงเป็นเหมือนฝันร้ายของบุคคลที่อยู่ร่วมเหตุการณ์ อย่างเช่นโฉมฉายเอง

              “เธอต้องอยู่กับใบหน้านั้นอย่างทุกข์ทรมานอยู่หลายปี มันเลยทำให้โฉมเลือกที่จะเรียนต่อจิตแพทย์เพื่อกลับมารักษาเธอ เมื่อโฉมสอบติดที่เอ็มวาย โฉมก็ย้ายเธอจากโรงพยาบาลที่เคยรักษามาอยู่ที่เอ็มวาย และมันก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องบ้านี่” โฉมฉายพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ไม่แสดงออกถึงความเสียใจ หรือทุกข์ใจเลย อีกมุมหนึ่งของโฉมฉายมันทำให้รันลณีรู้สึกว่าเธอยังรู้จักผู้หญิงคนนี้น้อยเกินไป

              “หลังจากที่คิดว่าฝันฟื้นขึ้นมาจากความตายมันเป็นปาฏิหาริย์แต่มันกลับไม่ใช่ปาฏิหาริย์อย่างที่ทุกคนคาดคิด ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ โฉมขอให้เธอตายไปซะดีกว่า…”

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
8 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
7 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
7 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา