โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  88 บท
  14 วิจารณ์
  7,420 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

27) สารวัตรหนุ่ม

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 27 สารวัตรหนุ่ม

 

        หมวดเต๋อส่ายหัวเบาๆด้วยความเหนื่อยใจจากนั้นก็ค่อยๆผ่อนลมหายใจเป็นทำนองว่าโล่งอก ปากก็กล่าวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้า 

 

“ ก็ไอ้เส้งน่ะสิ มันดันอาศัยจังหวะหลบหนีในขณะที่เราปลดกุญแจมือ ไอ้เจ้าหมอนี่มันร้ายมาก พริบตาเดียวเล่นเอาพวกเราถึง 4-5 คนน่วมไปตามๆกัน นี่ถ้าไม่ได้สารวัตรหยุดเอาไว้ พวกเราแย่แน่ๆ เฮ้อๆ ” 

 

“ อ้อๆ อย่างนี้นี่เอง พวกหมวดนี่ก็ไม่ใช่ย่อยนี่ สามารถจับโจรชื่อดังอย่างไอ้เส้งได้ ดีใจด้วยครับ ” สารวัตรหนุ่มมาดเข้มกล่าวตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นกันเอง 

 

“ บังเอิญมากกว่าครับ ฮะๆ ” หมวดเต๋อตอบพร้อมหัวเราะเบาๆแบบเขินๆ 

 

“ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีผมลืมโทรศัพท์ไว้ที่โต๊ะทำงานเลยต้องย้อนกลับมาเอา ไปล่ะครับ ” สารวัตรกล่าวตอบยิ้มๆ มือก็เอื้อมไปตบไหล่ของหมวดรุ่นราวคราวเดียวกันอย่างสนิทสนม 

 

“ ครับผม ” หมวดเต๋อกล่าวตอบ 

        

 

        เมื่อสิ้นสุดการสนทนา สารวัตรหนุ่มก็เดินจากไปเพื่อไปตามหามือถือที่หลงลืมโดยมีสายตาของนายตำรวจอีกหลายนายที่อยู่ในห้องสอบสวนมองตามผ่านบานกระจกใสที่รายล้อมรอบห้อง และเมื่อสารวัตรหนุ่มหายลับไปในห้องทำงานส่วนตัว จ่าศักดิ์ หนึ่งในกลุ่มตำรวจที่ดูอ่อนเยาว์ที่สุดก็เอ่ยปากถามจ่าเทพ ผู้อาวุโสแห่ง ส.น. 

 

“ ใครกันครับ น้าเทพ เก่งชะมัด อัดไอ้เส้งหลับได้ด้วยตัวคนเดียว แถมยังเป็นการอัดแค่สองทีเท่านั้น ” 

         

 

        จ่าเทพยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบเบาๆแค่พอได้ยินด้วยท่าทีชื่นชม 

 

“ เพราะเอ็งเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่วันนี้ เอ็งเลยยังไม่รู้จักเขา คนนี้ก็คือสารวัตรสิงห์ เป็นนายตำรวจที่โคตรจะเก่ง หลังจากเขาจบจากโรงเรียนตำรวจด้วยเกรดนิยมอันดับหนึ่ง เขาก็เข้ารับตำแหน่งมือปราบในกองปราบ เขาสามารถไขคดียากๆ น่ากลัวและอันตรายได้หลายคดี จนผู้ใหญ่เห็นฝีมือจึงเลื่อนขั้นเขามาเรื่อย และย้ายเขาไปพื้นที่ต่างๆเพื่อคลี่คลายคดียากๆ จนสุดท้ายเขากลายมาเป็นสารวัตรอย่างที่เห็นนี่แหละ ” 

 

“ โห ดูแล้วเขายังหนุ่มอยู่เลยนะ อายุอานามน่าจะประมาณ 30 กว่าๆเองมั้ง รุ่นราวคราวเดียวกับผู้หมวดเต๋อแท้ๆแต่ไปไวมาก ” จ่าศักดิ์เอ่ยออกมาเบาๆ น้ำเสียงดูชื่นชมปนทึ่งเล็กน้อย 

 

“ นี่ก็เป็นเพราะฝีมือการทำคดีที่โดดเด่นเกินกว่าใครของสารวัตรนั่นแหละที่ทำให้เขาไปไวขนาดนี้ แต่เอ็งเชื่อมั้ยล่ะ สารวัตรคนนี้มีอะไรพิเศษนอกจากฝีมือการไขคดีด้วยล่ะ ” จ่าเทพกล่าวตอบแต่พอพูดถึงตอนท้าย เขากลับเบาเสียงลงกลายเป็นราบเรียบจนชวนขนหัวลุก  

 

“ ยังไงหรือ น้าเทพ ” จ่าหนุ่มวัยกระเตาะถามต่อ เสียงของจ่าวัยเยาว์สั่นไหวเล็กน้อย 

        

 

       จ่าเทพ ผู้อาวุโสแห่ง ส.น. เหลือบมองรอบกายด้วยความหวาดระแวงราวกับเรื่องที่กำลังพูดนั้นเป็นเรื่องที่อันตรายร้ายแรงถึงชีวิต จากนั้นเขาก็เอ่ยปากตอบกลับมาอย่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน 

 

“ ลือกันว่า……สารวัตรนั้นมีสัมผัสพิเศษ ” 

 

“ หาๆ! น้าโม้หรือเปล่า ” จ่าหนุ่มน้อยอ้าปากค้าง พลางเหลือบมองไปที่จ่ารุ่นพี่รายอื่นๆเพื่อค้นหาร่องรอยแห่งการล้อเล่น แต่สิ่งที่จ่าหนุ่มน้อยนั้นเห็นก็คือสีหน้าที่เคร่งเครียด หวาดกลัว ซึ่งฉายออกมาจากใบหน้าของจ่ารุ่นพี่เหล่านี้เท่านั้น 

 

“ เรื่องแบบนี้ไม่มีใครเอามาพูดเล่นหรอกนะ ไอ้หนู ” จ่าเทพกล่าวตอบเบาๆ 

 

“ ถามอีกครั้ง น้าไม่ได้อำผมแน่นะ ” จ่าศักดิ์ถามย้ำอีกครั้ง สีหน้าเริ่มหวาดหวั่นกับความเร้นลับที่กำลังรับรู้จากจ่าสูงวัย 

 

“ จริง อย่างคดีก่อนหน้าที่เป็นคดีฆ่าผู้หญิงหม้ายลอยตามน้ำที่ว่ากันว่าเป็นคดีที่ไม่น่ามีมนุษย์คนไหนไขได้ เพราะมันขาดทั้งพยานหลักฐาน แถมในวันที่ศพลอยขึ้นมาเกยฝั่ง ศพนั้นก็เหลือแต่เนื้อติดกระดูกไปแล้ว แต่สารวัตรหนุ่มคนนั้นกลับตามสืบจนจับคนร้ายได้ภายในสามอาทิตย์ ” จ่าเทพยืนยันพร้อมเล่าเรื่องลึกลับที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังของกรมตำรวจให้นายตำรวจหนุ่มน้อยรับฟัง 

 

“ เฮือกๆ! ” จ่าศักดิ์กลืนน้ำลายหลายเฮือกระหว่างรับฟัง 

 

“ ส่วนอีกคดี เป็นคดีฆ่าและเผานั่งยาง ศพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายถึงกลับไหม้เกรียมจนไม่อาจจดจำได้ว่าใคร แต่ก็นั่นแหละ เพียงคดีนี้มาอยู่ในมือของสารวัตรได้ไม่ถึงเดือน เขาก็ตามจับคนร้ายได้อีก และทุกการทำงานของเขา ทุกคนที่ร่วมงานพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเหมือนสารวัตรจะรู้อะไรบางอย่างล่วงหน้าหรือเห็นอะไรที่มองไม่เห็นเสมอ ” จ่าเทพเล่าเรื่องยาวเหยียดอันฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องตลกชวนหัวสำหรับคนสมัยใหม่ แต่ไม่มีใครในที่นั้นกล้าหัวเราะแม้แต่คนเดียว

 

“ ถ้าเป็นจริงนี่ สารวัตรสิงห์ก็โคตรจะน่ากลัวเลย ”  จ่าหนุ่มน้อยบ่นพึมพำด้วยอาการหวาดหวั่น 

        

 

       ในระหว่างที่ทุกคนนิ่งอึ้งกันอยู่นั้นเอง จ่าพร นายตำรวจร่างใหญ่ผู้เพิ่งฟื้นจากการถูกทำร้ายก็เข้าร่วมวงด้วยการพูดแทรกออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย 

 

“ ทุกคนลืมอะไรบางอย่าง เรื่องแปลกๆของสารวัตรสิงห์มันยังไม่จบเพียงเท่านี้ จำได้มั้ยทุกๆครั้งที่สารวัตรกำลังไขคดีที่ดูลึกลับและยากเย็นแสนเข็ญ สารวัตรมักจะพาเด็กหนุ่มเซอร์ๆที่ดูแปลกๆมาด้วยเสมอ อืม…..รู้สึกจะชื่อ เอม หรือ เออ อะไรซักอย่างนี่แหละ ” 

 

“ เอ ใช่ ช่วงนั้นเจ้าเด็กนั่นจะมาหาสารวัตรแทบทุกวันเลย บางครั้งพวกเขาก็โทรหากันด้วยเพราะข้าแอบได้ยินในหลายต่อหลายครั้ง ” จ่าเทพกล่าวยืนยันพร้อมทำหน้าเหรอเหมือนคนที่เพิ่งนึกอะไรบางอย่างที่สำคัญขึ้นมาได้ 

 

“ เอ…….แต่ดูเหมือนว่าน่าจะไม่ได้ชื่อ เอมหรือเออ มั้ง ” จ่าร่างสูงผอมนามว่า จ่าหมาน เอ่ยขึ้นมาบ้าง 

 

“ ก็ว่างั้นแหละ แต่ไอ้หนูนั่นมันชื่ออะไรว้า ข้าเองก็ไม่เห็นมันมาตั้งสามเดือนแล้ว ” จ่าเทพกล่าวเครียดๆคล้ายกำลังพยายามทบทวนความหลังอยู่ แต่คำถามนั้นก็ไม่มีใครตอบได้ ในสถานที่แห่งนั้นจึงเต็มไปด้วยความเงียบ 

 

“ นี่คุยอะไรกันอยู่ มาช่วยหมวดลากไอ้ห่าเส้งไปขังไว้ในคุกก่อนดีกว่ามั้ง ” ผู้หมวดหนุ่มนามว่า เต๋อ เดินก้าวเข้ามาในห้องพลางออกปากสั่ง 

 

“ อ้อๆ! ครับ ผู้หมวด ” ทุกคนรับคำโดยพร้อมเพรียง หลังจากนั้นก็กุลีกุจอกันเคลื่อนย้ายเสือในร่างคนเข้าไปสู่คุกของ ส.น. ที่แน่นหนา 

 

…………………………

         

       ภายในห้องทำงานของสารวัตรหนุ่มนั้นค่อนข้างที่กว้างขวาง แม้ว่าภายในนั้นจะเต็มไปด้วยเอกสาร สำนวนคดี แต่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่ถูกจัดเป็นระเบียบเรียบร้อยบ่งบอกถึงความมีวินัยของเจ้าของห้องได้เป็นอย่างดี

       

 

       ตรงบริเวณโต๊ะไม้เนื้อดีอันเป็นโต๊ะทำงานของสารวัตรหนุ่ม ปรากฏร่างหนึ่งกำลังสาละวนค้นหาของบางสิ่งซึ่งอยู่ในลิ้นชักของโต๊ะตัวนั้น เขาคนนั้นไม่ใช่ใครนอกเสียจากสารวัตรสิงห์คนเก่ง เขาค้นลิ้นชักอยู่ครู่ใหญ่ เขาจึงพบกับโทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงรุ่นใหม่ล่าสุด และทันทีที่เขาแตะต้องมัน โทรศัพท์เจ้ากรรมก็ถึงกลับสั่นสะท้านอย่างแรงในทันทีเพราะมีสายเรียกเข้า 

 

“ ฮัลโหล ผมสารวัตรสิงห์ครับ ” สารวัตรสิงห์สะดุ้งเล็กน้อยก่อนกดรับสายและกล่าวตอบสายในทันที 

 

“ เฮๆ ดีใจจริงๆ นี่ผมโทรหาพี่ตั้งสิบกว่าสาย พี่ก็ไม่รับซักที ผมนึกว่าพี่กำลังอยู่กับพวกสาวซะอีกนะเนี่ย ” เสียงตอบกลับมาตามสายเป็นเสียงของเด็กหนุ่มที่ฟังดูร่าเริง สดใส และขี้เล่น ซึ่งมันก็เป็นเสียงที่สารวัตรหนุ่มคุ้นเคย ดังนั้นเขาจึงยิ้มมุมปากน้อยๆก่อนตอบกลับ 

 

“ อ้อ นายนั่นเอง พอนี้ชั้นลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้องทำงานน่ะ เลยรับสายนายไม่ได้ อย่าเข้าใจผิดว่าชั้นกำลังอยู่กับสาวๆซิวะ ชั้นยังโสดอยู่นะโว้ย ” สารวัตรสิงห์ตอบกลับด้วยท่าทางเป็นกันเอง บ่งบอกว่าคู่สายของสารวัตรหนุ่มน่าจะมีความสนิทสนมกับนายตำรวจหนุ่มผู้นี้อยู่พอสมควร 

 

“ ฮ่าๆ โสดอย่างนี้นั่นแหละตัวดี แถมพี่สิงห์โคตรจะหล่อซะขนาดนี้ มีหรือจะขาดสาวๆ ยังไงก็แบ่งน้องชายอย่างผมมั่งนะ ” เสียงปลายสายตอบกลับมาแบบขำๆในทำนองหยอกเย้า 

 

“ หน็อย ไอ้หมอนี่ แซวชั้นทุกครั้งที่มีโอกาสเลยนะ ว่าแต่ว่า…….ที่โทรมานี่คงไม่ใช่เพียงเพราะตั้งใจมาแหย่ชั้นใช่มั้ยวะ ” สารวัตรสิงห์ตอบกลับ ในตอนท้ายของคำตอบ สังเกตได้ว่าน้ำเสียงของสารวัตรหนุ่มค่อนข้างที่จะเข้มขึ้นคล้ายกำลังจะเริ่มสนทนากันแบบเป็นงานเป็นการ 

        

 

       ปลายสายเงียบไปเล็กน้อยคล้ายสายถูกตัดไป แต่อึดใจต่อมาก็มีเสียงของเด็กหนุ่มนายเดิมตอบกลับมาแต่คราวนี้น้ำเสียงของเด็กหนุ่มผู้นี้ดูเครียดและจริงจังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด 

 

“ ใช่ครับ ผมมีเรื่องสำคัญที่จะขอให้พี่ช่วย ” 

 

“ ว่าแล้ว นายโทรมาทีไร มีเรื่องทุกที ว่าแต่……คราวนี้เรื่องอะไรล่ะ ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับ ท่าทางของเขาดูกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดคล้ายกับหมาล่าเนื้อที่กำลังจะถูกส่งลงสนามเพื่อล่าเหยื่อ 

 

“ พี่จำคดีที่สาวออฟฟิศวัยรุ่นโดดตึกฆ่าตัวเมื่อหลายวันก่อนได้มั้ย ” ปลายสายตอบกลับเรียบๆ 

 

“ จำได้สิ ตำรวจเขาสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายไปแล้วนี่ เพราะหลักฐานและพยานต่างๆมันค่อนข้างชัดเจนที่จะเป็นไปแบบนั้น ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับ ท่าทางดูเคร่งขรึมแน่วนิ่ง 

 

“ ใช่ ตำรวจท้องที่รับผิดชอบเขาสรุปแบบนั้น แล้วพี่ได้ข่าวเมื่อวานที่สาวออฟฟิศอีกรายหนึ่งโดดตึกตายที่หอพักของตัวเองมั้ย ” ปลายสายรับคำพร้อมเอ่ยปากถามต่อ 

 

“ จำได้สิ คดีนี้อยู่ในท้องที่ของชั้นนี่นา รู้สึกว่าหมวดเต๋อจะรับไปทำนะ แต่เอ ดูท่าทางคดีนี้น่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเหมือนกันนะ ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับแต่ฉับพลันสารวัตรหนุ่มก็เหมือนฉุกคิดอะไรได้จนต้องเอ่ยปากถามเด็กหนุ่มที่ปลายสายต่ออย่างรวดเร็ว 

 

“ เอ๊ะ นายอย่าบอกนะว่าสองคดีนี้มันเกี่ยวข้องกัน เพราะเท่าที่รู้มารู้สึกว่าผู้ตายทั้งสองทำงานที่เดียวกัน ” 

         

 

       ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งคล้ายว่ากำลังไตร่ตรองอย่างหนักก่อนจะพูดอะไรออกมา ครู่หนึ่งเสียงนุ่มทุ้มลึกของเด็กหนุ่มที่ปลายสายก็ดังขึ้นมาว่า…......... 

 

“ เรื่องนี้ยังไม่แน่ชัดครับ แต่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกัน ” 

 

“ นายช่วยเล่ารายละเอียดให้มากกว่านี้ซิ ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับ เขาพยายามสะกดกั้นจิตใจไม่ให้ตื่นเต้นเกินไปทั้งที่ภายในใจของเขามันเริ่มร้อนระอุจนอยากโดดเข้าสมรภูมินี้ซะในทันที  

 

“ จากการที่ผมวิเคราะห์เบื้องต้น น่าจะสรุปได้ว่าคดีทั้งสองน่าจะเกี่ยวข้องกันในบางมุม และทั้งสองคดีเกี่ยวพันกับชีวิตของคนอีกหลายคน ผมต้องทำคดีนี้ไม่เช่นนั้นจะมีคนตายอีกหลายคน อีกประการก็เพื่อ……” ปลายสายเริ่มเอ่ยตอบสารวัตรหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและเย็นยะเยือกจนสามารถทำให้คนขวัญกำลังใจดีอย่างสารวัตรหนุ่มรู้สึกขนลุกได้ 

      

 

       คู่สนทนานิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง บรรยากาศในเวลานั้นเต็มไปด้วยความขุ่นมัวคล้ายมีม่านหมอกจางๆบดบัง และถ้าหูไม่ฝาดก็เหมือนกับว่าสารวัตรหนุ่มจะได้ยินเสียงผู้หญิงนางหนึ่งลอดโสตประสาทหูของเขาอย่างแผ่วเบา เสียงนั้นเอ่ยว่า…… 

 

“ ช่วยชั้นด้วย ” 

        

 

       สารวัตรหนุ่มตั้งสติของตัวเองให้มั่นคงก่อนที่จะรวบรวมกำลังใจเอ่ยปากถามเด็กหนุ่มปลายสายว่า 

 

“ เมื่อกี้นายยังพูดไม่จบ ตกลงว่าเพื่อ……อะไร ” 

        

 

       ปลายสายเงียบไปอีกระยะหนึ่ง ก่อนตอบกลับมาเบาๆแบบคนละเรื่องว่า….. 

 

“ คดีนี้ผมจำเป็นต้องพึ่งพาคนที่เป็นตำรวจเช่นพี่ ไม่งั้นจะทำไม่สำเร็จ ในตอนนี้พี่พอมีเวลามั้ยจะได้นัดพบเพื่อคุยรายละเอียดแบบลึกๆกันอีกที ” 

 

“ อืม ว่าง ชั้นว่าง ว่าแต่ตอนนี้นายอยู่ไหนแล้ว ” สารวัตรหนุ่มรีบตอบตกลงพร้อมเงยหน้ามองดูนาฬิกาข้อมือของตนเอง ก็พบว่าเข็มสั้นชี้ไปที่เลข 10 อันบ่งบอกว่าเวลานี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว 

 

“ อ้อ ตอนนี้ผมอยู่ใกล้ ส.น.ของพี่ เอาเป็นว่าไปพบกันที่ร้านแมคโดนัลด์ที่เปิด 24 ชั่วโมงตรงปั๊มน้ำมันใกล้ ส.น. ของพี่เป็นไงล่ะครับ ” ปลายสายตอบกลับอย่างรวดเร็วคล้ายนี่เป็นสิ่งที่คิดไว้แล้ว 

 

“ อืมตกลงตามนั้น อีกยี่สิบนาทีเจอกัน ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับอย่างรวดเร็วเช่นกัน 

 

“ ครับผม ” ปลายสายตอบสั้นและเตรียมที่จะวางสาย แต่ก่อนที่จะวางสายสารวัตรหนุ่มเอ่ยปากถามขึ้นมาอย่างฉับพลัน 

 

“ ถามอีกครั้ง คดีนี้สำคัญและเกี่ยวพันกับชีวิตคนอีกหลายชีวิต จริงมั้ย…. ” 

 

“ ใช่ครับ แล้วเจอกันครับพี่ ” ปลายสายก็ตอบกลับทันทีอย่างเด็ดขาดเช่นกัน หลังจากนั้นสายสนทนาก็ตัดไปจนสารวัตรหนุ่มได้ยินแต่ความเงียบในหูโทรศัพท์ 

        

 

      สารวัตรหนุ่มเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆห้องทำงานส่วนตัวที่บัดนี้ปรากฏความมืดมิดเข้าครอบคลุมไปทั่วคล้ายภาพน่าสะพรึงกลัวของฝันร้าย สายตาคมเข้มของสารวัตรหนุ่มเปล่งประกายแวววาวออกมาในความมืดพร้อมคำพูดที่เอ่ยมาลอยๆจากปากของสารวัตรหนุ่มว่า…… 

 

“ แล้วเจอกัน นายโอม ”

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา