โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  88 บท
  14 วิจารณ์
  7,448 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

31) แผนของโอม

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 31 แผนของโอม

 

“ อืมๆ….เรื่องราวทั้งหมดเป็นแบบนี้เอง จะว่าไปนายก็คืบหน้าในการสืบคดีไปตั้งเยอะแล้วนะ ” นายตำรวจหนุ่มยกกาแฟที่สั่งมาขึ้นจิบเบาๆด้วยท่าทางเคร่งขรึม ซึ่งก็ควรจะขรึมเมื่อได้รับฟังเรื่องราวที่ชวนสยดสยองอย่างนี้ 

 

“ ใช่ครับ แต่หลายประเด็นในคดีนี้ก็ยังขมวดไม่ลง มีข้อสงสัยอยู่หลายประการที่ยังไม่กระจ่าง ดังนั้นผมจึงต้องมาขอแรงพี่ในการไขคดีนี้ ” หนุ่มมาดเซอร์นามว่า โอม ตอบยิ้มๆ 

 

“ หึๆ ว่าแต่ในครั้งนี้นายจะให้ชั้นช่วยอะไรล่ะ หวังว่าคงจะไม่ต้องเสี่ยงอันตรายเหมือนคราวที่แล้วนะ ” นายตำรวจหนุ่มหัวเราะเบาๆด้วยสำเนียงแปลกๆก่อนเอ่ยปากถามเบาๆแบบไม่ไว้วางใจ  

 

“ คราวนี้พี่ไม่เสี่ยงภัยต่อชีวิตเลยแม้แต่น้อยครับผม ” โอมยิ้มมุมปากด้วยท่าทางมีเลศนัยชอบกล ซึ่งเมื่อนายตำรวจเห็นอาการแบบนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะขนหัวลุกกับคำร้องขอของเด็กหนุ่มที่กำลังจะเสนอต่อเขาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า แต่เขาก็สงบใจแล้วแกล้งตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆคล้ายไม่ใส่ใจเรื่องราวใดๆ 

 

“ อืมๆ……ตกลงนายจะขอให้ชั้นช่วย……” 

 

“ ช่วยเอาของกลางในคดีโดดตึกตายของกุลสตรีให้ผมดูหน่อยครับ ” หนุ่มโอมพูดเรียบๆแบบหน้าตาเฉยคล้ายสิ่งที่กำลังขอเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ 

 

“ หา……นายจะบ้าหรือ ของแบบนี้ประชาชนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องในคดีอย่างนายจะมีสิทธิ์ดูได้ยังไง ” ตำรวจหนุ่มอ้าปากเหวอพลางร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตกใจ 

 

“ ก็เพราะอย่างงี้ผมถึงต้องขอร้องให้พี่ช่วยยังไงล่ะครับ ” หนุ่มโอมกล่าวยิ้มๆด้วยท่าทีขี้เล่นตามปกตินิสัย 

 

“ ช่วย ช่วย ช่วยยังไง ไหนว่ามาสิ เจ้าตัวแสบ ” นายตำรวจหนุ่มเริ่มโวยวายเพราะเริ่มหัวเสียกับสิ่งที่เด็กหนุ่มขอ ทว่าเด็กหนุ่มกลับไม่ใส่ใจท่าทางฉุนเฉียวของนายตำรวจหนุ่มเลยแม้แต่น้อย เขาขยับกายและหันซ้ายแลขวาช้าๆก่อนที่จะค่อยๆชะโงกหน้าไปกระซิบกับนายตำรวจหนุ่มรุ่นพี่ด้วยเสียงที่แผ่วเบา 

          

 

       เด็กหนุ่มกระซิบกับสารวัตรสิงห์อยู่นานสองนาน แรกๆนายตำรวจหนุ่มก็ดูมีท่าทีไม่พอใจ แต่ต่อมาเขาก็เริ่มมีท่าทีผ่อนคลายลงจนเริ่มกลับมาเป็นปกติได้ในที่สุด ถึงกระนั้นสารวัตรสิงห์ก็ยังกล่าวถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ส่อแววหงุดหงิดน้อยๆ 

 

“ นายคิดว่าแผนของนายจะได้ผลหรือ โอม ” 

 

“ ฮะ ฮะ ฮะ คาดว่าน่าจะได้ผลซักแปดส่วนนะพี่ท่าน ” เด็กหนุ่มมาดเซอร์กล่าวตอบด้วยสีหน้าระรื่นพร้อมยกมือคำนับเลียนแบบหนังจีนกำลังภายในอย่างไม่มีผิดเพี้ยน 

 

“ เหอๆ ไอ้เด็กบ้านี่ ขอให้มันไปเป็นตำรวจแล้วโดนคนอื่นมาขอร้องมันแบบนี้มั่งเถอะ ” สารวัตรสิงห์หัวเราะแห้งๆก่อนสบถสาปแช่งเด็กหนุ่มมาดเซอร์เบื้องหน้า โทษฐานที่สร้างความวุ่นวายให้กับตน 

 

…………………………

          

       เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ที่โรงพักแห่งหนึ่งในกรุงเทพยังคงสว่างไสวดุจกลางวัน และมันก็จะเป็นแบบนี้ไปทุกๆวันเพราะที่แห่งนี้ถือได้ว่าเป็นแหล่งพักพิงแก่ประชาชนในยามยากอย่างแท้จริง  

         

 

       ภายใน ส.น.ดูรกร้างว่างเปล่ายังไงชอบกล มีเพียงนายตำรวจวัยกลางคนที่ซ่อนร่างอยู่ในชุดเสื้อคอกลม กางเกงสีกากีอันเป็นการแต่งกายแนวครึ่งท่อน ขณะนี้นายตำรวจผู้นี้ได้นั่งดูทีวีติดผนังอยู่เดียวดาย เขามีท่าทีเฉื่อยชาอย่างชัดเจนเพราะเวลาดังกล่าวมันเป็นเวลาที่ค่อนข้างดึกมากแล้ว และในขณะที่นายตำรวจผู้นั้นกำลังจะสัปหงกคาเก้าอี้ไม้ขนาดยาว เขาก็สะดุ้งตื่นทันทีเมื่อได้ยินเสียงห้าวๆร้องทักมาแต่ไกล 

 

“ ว่าไงครับ…..พี่แจ้ ”  

 

“ เฮ้ย….ใครเรียกข้าวะ ” นายตำรวจวัยกลางคนทำท่าจะร้องด่าโทษฐานที่ทำให้เขาเสียขวัญ แต่เมื่อเขาหันกลับไปมองคนที่มาร้องทัก เขาก็ยิ้มขึ้นมาพร้อมกับร้องทักทายกลับในทันที 

 

“ เอ๊ะ….นั่น สารวัตรสิงห์นี่ ลมอะไรหอบให้น้องกลับมาที่นี่ได้ล่ะ ” 

         

 

       ผู้เดินเข้ามาใหม่ก็คือชายร่างสูงหน้าเข้มในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์นามว่า……สารวัตรสิงห์นั่นเอง นายตำรวจหนุ่มยิ้มกริ่มพลางกล่าวตอบนายตำรวจรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงนอบน้อม 

 

“ บังเอิญผ่านมาแถวนี้น่ะพี่ เออ…ว่าแต่มีใครอยู่บ้างมั้ย พี่แจ้ ” 

 

“ ก็มีจ่าเย็นอยู่ประจำที่ห้องเอกสารอีกคนน่ะ สิงห์ มาๆ มากินน้ำกินท่ากันก่อน น้องรัก ” นายตำรวจวัยกลางคนเข้าไปเกาะกุมแขนของนายตำรวจหนุ่มอย่างสนิทสนม ส่วนสารวัตรสิงห์ก็เดินตามนายตำรวจรุ่นพี่ไปอย่างว่าง่าย 

        

 

       เมื่อเข้ามาในห้องพักของนายตำรวจแล้ว หมวดแจ้หรือพี่แจ้ก็ได้เอาน้ำอัดลมในตู้เย็นให้สารวัตรสิงห์กระป๋องหนึ่ง ปากก็กล่าวสัพยอกนายตำรวจหนุ่มรุ่นน้อง 

 

“ เออ แย่หน่อยนะ ตอนนี้มีแต่น้ำอัดลมว่ะ ไม่มีแอลกฮอล์มาต้อนรับน้องเลย ” 

 

“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า พี่ก็พูดไป ทำเป็นไม่รู้จักผมไปได้ ก็รู้ไม่ใช่หรือว่าผมไม่กินเหล้า ” นายตำรวจหนุ่มหัวเราะร่าพลางยกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นซดเพื่อดับกระหาย 

 

“ ฮ่าๆ นายนี่ยังคงรักษาสุขภาพเหมือนเดิมเลยนะ ไอ้น้อง ” หมวดแจ้พูดจบก็ตบไหล่นายตำรวจหนุ่มรุ่นน้องในทำนองหยอกเย้า 

 

“ อุก พี่เบาๆ เดี๋ยวผมสำลักโค้ก ” สารวัตรสิงห์รีบร้องห้ามเพราะเริ่มออกอาการสำลักน้อยจากการโดนทุบไหล่ 

 

“ ฮะๆ เออ โทษทีว่ะ พี่ค่อนข้างคิดถึงเอ็งว่ะ เชื่อมั้ยวะ ตั้งแต่เอ็งไม่อยู่ อัตราการจับคนร้ายในพื้นที่นี้ลดลงไปเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์เลย เล่นเอาพวกพี่อดขึ้นขั้นกันไปตามๆกัน ฮ่าๆ ” หมวดแจ้หัวเราะพลางบ่นถึงความยากลำบากในการทำคดียามที่ไม่มีสารวัตรสิงห์ 

 

“ ฮะๆ โทษทีนะพี่ ถ้ามีโอกาส ผมจะขอโยกย้ายกลับมาที่พื้นที่นี้แน่ ผมสัญญา ” สารวัตรสิงห์รับคำพร้อมหัวเราะน้อยๆ 

 

“ ได้งั้นก็ดีน่ะสิ ยังไงก็รีบย้ายกลับมาก่อนพี่เกษียณนะโว้ย พี่จะรอ ” หมวดวัยกลางคนจับแขนสารวัตรสิงห์แน่นบ่งบอกถึงความผูกพันฉันมิตรของเพื่อนต่างวัย 

         

 

       หลังจากที่นายตำรวจต่างวัยคุยสัพเพเหระไปได้ครู่ใหญ่ หมวดแจ้ก็เป็นฝ่ายเริ่มเข้าเรื่องก่อน 

 

“ เออ ว่าแต่ว่าที่น้องสิงห์มาที่นี่ในวันนี้ พี่คาดว่าน่าจะไม่ใช่แค่คิดถึงพี่อย่างเดียวล่ะมั้ง หรือน้องจะว่าไง ” 

 

“ อืม…..สมกับเป็นพี่เลย รู้ใจผมจริง เมื่อพี่ตรงมาแบบนี้ ผมก็ขอตรงไปกับพี่บ้าง พอดีตอนนี้ผมสนใจคดีที่สาวออฟฟิศคนหนึ่งโดดตึกตายบนตึกที่ทำงานของตัวเองอยู่น่ะครับ ” 

 

“ อ้อๆ คดีพนักงานของบริษัททนายความชื่อดังนั่นน่ะหรือ ปิดคดีโดยสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายไปแล้วนี่นา ” หมวดแจ้ร้องอุทาน สีหน้าของเขาดูเหวอๆเพราะคิดว่าคดีที่ว่าเป็นคดีที่เล็กเกินกว่านายตำรวจมือดีแบบนี้จะมาสนใจ 

 

“ ไม่มีอะไรมากหรอกพี่ พอดีที่ ส.น.ที่ผมทำงานอยู่ มันมีคดีฆ่าตัวตายแบบเดียวกัน มิหนำซ้ำผู้ตายยังเป็นพนักงานบริษัทเดียวกันด้วย ผมเลยอยากศึกษาคดีนี้เป็นคดีตัวอย่างหน่อยน่ะครับ ” นายตำรวจหนุ่มตอบกลับเรียบๆแบบเรื่อยๆ 

 

“ อืมๆ ” นายตำรวจวัยกลางคนนิ่งคิดไปครู่ใหญ่ ดวงตาแห้งผากของเขาจับจ้องไปที่นายตำรวจรุ่นน้องแน่วนิ่งราวกับว่ากำลังชั่งใจบางอย่าง สุดท้ายนายตำรวจวัยกลางคนก็เอ่ยปากออกมาพร้อมรอยยิ้ม 

 

“ เอ้า ก็ได้ เดี๋ยวพี่จะบอกจ่าเย็นที่ห้องเอกสารให้ เอ็งตามพี่มาได้เลย ” 

 

“ ครับ ขอบคุณมากครับพี่แจ้ ” สารวัตรหนุ่มยกมือไหว้สนองความดีที่หมวดรุ่นพี่มีให้ 

 

“ ไอ้บ้านี่ เอ็งเป็นสารวัตร เสือกมาไหว้พี่ที่เป็นผู้หมวดได้ไงวะ ” หมวดแจ้ร้องเหวอ 

 

“ ฮะๆ ตอนนี้ผมถอดเครื่องแบบอยู่พี่ เลยไม่ถือยศ อีกอย่างถึงผมจะเลื่อนขั้นเป็น ผบ.ตร ผมก็ยังเป็นไอ้สิงห์ของพี่แจ้อยู่เช่นเคย ” นายตำรวจหนุ่มกล่าวเรื่อยๆพลางหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่น้ำคำดังกล่าวเล่นเอาหมวดแจ้ถึงกลับอึ้งไปชั่วขณะเลยทีเดียว 

 

“ อ้าว เป็นไรไป พี่แจ้ ” สารวัตรสิงห์กล่าวถามด้วยสีหน้าเหลอหลา 

 

“ โอ๊ย ซึ้งใจเอ็งวะ ไอ้สิงห์ คนแบบเอ็งหายากชะมัด ไอ้คนที่ได้ดีแล้วไม่ลืมตัวลืมตนน่ะ พี่ขอให้เอ็งเจริญๆไปเรื่อยๆเถอะนะ เอ้าตามพี่มา ขืนให้เอ็งพล่ามต่อ พี่ต้องบ่อน้ำตาแตกคา ส.น.แน่เลย ” หมวดแจ้ตบไหล่พร้อมยิ้มกว้างด้วยความรักใคร่ชอบคออย่างจริงใจ หลังจากนั้นก็เดินนำนายตำรวจรุ่นน้องเพื่อพาไปยังห้องเก็บเอกสาร 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา