โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  78 บท
  14 วิจารณ์
  5,242 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

33) ข้อเสนอที่แสนหวาน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 33 ข้อเสนอที่แสนหวาน

 

 

………………………

         

       สองตำรวจต่างวัยเดินตามกันไปตามทางเดินที่เงียบและเปล่าเปลี่ยวอยู่อีกหลายอึดใจ ทันใดนั้นเองก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นเสียงกริ่งแบบเรียบง่าย 

 

“ กริ้งๆ..... ”  

         

 

      สองตำรวจต่างวัยมองหน้ากันเอง ในที่สุดก็เป็นฝ่ายสารวัตรสิงห์ที่เป็นฝ่ายออกปากขอโทษ 

 

“ ขอโทษทีครับพี่ ผมขอรับสายก่อนนะครับ ” 

 

“ ตามสบายเลย สิงห์ ” นายตำรวจวัยกลางคนเปิดไฟเขียว 

         

 

        สารวัตรสิงห์ยิ้มน้อยๆเป็นเชิงขออภัย หลังจากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายในทันที 

 

“ เออ ว่าไง โอม จอดรถเรียบร้อยหรือยัง อ้อ เรียบร้อย อะไรนะ เอ็งกลัวผี ปอดแหกแบบนี้เอ็งจะเป็นตำรวจได้หรือวะ ใช้ไม่ได้เลยว่ะ ” 

         

 

       สารวัตรสิงห์สนทนากับคู่สายที่โทรมาด้วยเสียงเอ็ดตะโรที่ส่อแววเอือมระอา บ่งบอกให้รู้ว่าคู่สนทนาของสารวัตรสิงห์น่าจะเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องอยู่พอสมควร แน่นอนว่าหมวดแจ้ที่ยืนอยู่ข้างๆได้รับฟังบทสนทนาดังกล่าวโดยตลอด 

 

“ เออๆ เอ็งนี่ล่ะนา ถ้าไม่ติดว่าเอ็งเป็นหลานข้าล่ะก็ ฮึ่ม แค่นี้แหละ รีบตามมา ” สารวัตรสิงห์บ่นพึมพำ คำสุดท้ายที่พูดดูจะออกแนวหงุดหงิด หลังจากนั้นสารวัตรหนุ่มก็วางสายไปในทันที 

         

 

      ทันทีที่วางสายลงไป หมวดแจ้ที่ยืนอยู่ข้างๆเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วยอาการยิ้มๆ 

 

“ เอ้า ไปกันรึยัง สิงห์ พี่จะได้ไปเฝ้าเวรที่หน้าโรงพักต่อ ” 

         

 

       สารวัตรหนุ่มมีท่าทีกระอักกระอ่วนนิดหนึ่ง ก่อนที่จะค่อยๆตอบนายตำรวจรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ

 

“ เอ่อ…พี่ ผมขอโทษอีกทีนะพี่ พอดีผมมีเรื่องรบกวนพี่อีกอย่างหนึ่งน่ะ ” 

 

“ หือๆ อะไรวะ สิงห์ ” หมวดแจ้เลิกคิ้วสูงพลางเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย 

 

“ เอ่อ.....พอดีไอ้เด็กที่โทรมาเมื่อครู่นี้ มันเป็นหลานของผม ผมใช้ให้มันขับรถไปจอดแล้วบังเอิญว่ามันดันกลัวผีขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันเลยโทรมาเพื่อขอตามผมมาด้วย ไอ้เด็กบ้านี่มันไม่เอาไหนซะที นี่ขนาดมันเข้าเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจปีหนึ่งแล้วยังไม่วายกลัวผี เอ่อ......ไม่ทราบว่าพี่พอจะอนุญาตให้มันตามผมไปได้มั้ย ” สารวัตรหนุ่มชี้แจงด้วยทีท่าเกรงใจ แต่สิ่งที่สารวัตรหนุ่มร้องขอมันค่อนข้างที่จะขัดต่อระเบียบของทางการอยู่พอสมควร มันจึงทำให้หมวดแจ้ถึงกลับหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยอาการคิดหนัก 

         

 

        เมื่อเห็นว่าหมวดแจ้น่าจะมีทีท่าไม่ยินยอม นายตำรวจหนุ่มก็เริ่มเอ่ยปากขอร้องต่อไปอีก 

 

“ ผมต้องขอรบกวนพี่มากๆเลย เพราะไอ้เด็กคนนี้มันเป็นลูกคนโปรดของพี่สาวคนโตของผม ถ้ามันเกิดช็อกหรือเป็นลมเป็นแล้งด้วยความกลัวในระหว่างที่อยู่ในการดูแลของผม มีหวังพี่สาวเอาผมตายแน่ ขอเถอะครับ พี่แจ้ ” 

 

“ เอ่อ.....พี่ก็อยากช่วยเอ็งนะ แต่…แค่พี่ให้เอ็งซึ่งเป็นตำรวจนอกพื้นที่มาดูพยานหลักฐานของ ส.น. มันถือว่าผิดพอตัวอยู่แล้ว นี่ยิ่งมีคนนอกตามมาด้วยแบบนี้ยิ่งผิดหนักกว่าเดิมอีกนะ ” หมวดแจ้ชี้แจงด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เพราะเขารู้สึกลำบากใจในคำร้องขอครั้งนี้มาก 

 

“ โห......พี่ ไอ้เด็กคนนี้มันเป็นนายร้อยตำรวจปีหนึ่ง ผมว่ามันไม่น่าจะถือว่าเป็นคนนอกนักหรอก ” นายตำรวจหนุ่มเจรจาต่อรอง 

        

 

       หมวดแจ้มีทีท่าครุ่นคิดอย่างหนัก จนทำให้สารวัตรหนุ่มตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดยอดที่หมกเม็ดเอาไว้  

 

“ ถ้าพี่อนุญาตให้ผมพาหลานมาด้วย ผมจะให้ไอ้นี่กับพี่เดี๋ยวนี้เลย ” สารวัตรหนุ่มพูดจบก็ควักกระดาษสีขาวชิ้นเล็กๆขนาดประมาณฝ่ามือให้กับผู้หมวดวัยกลางคน 

 

“ อะไรของเอ็งวะ สิงห์ ” หมวดแจ้ถามไถ่ด้วยความงุนงง 

 

“ เบอร์น้องจ๋า ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ผมไปทำคดี คนนี้สวยอย่างงี้เลยพี่ แถมยังโสดด้วย อายุก็รุ่นราวคราวเดียวกับผมนี่แหละ ถ้าพี่เปิดทางให้ผม พี่ก็รับเบอร์ไปคุยแก้เหงาได้เลยครับผม ” สารวัตรสิงห์แอบไปกะลิ้มกะเหลี่ยนายตำรวจวัยกลางคนพร้อมยักคิ้วหลิ่วตาให้อย่างมีความหมาย 

        

 

       แรกเริ่มหมวดแจ้ก็ดูอึ้งไปถนัดตา แต่ในที่สุดเขาก็เริ่มกระแอมเบาๆสองสามครั้งก่อนเอ่ยปากตอบกลับมาแบบเสียไม่ได้ 

 

“ เอ้า เอาก็เอา แต่พี่ให้เวลาเอ็งแค่ครึ่งชั่วโมงนะ นี่เห็นแก่เอ็งล้วนๆเลยนะเนี่ย ไม่มีสิ่งใดเจือปน ” พูดจบตาผู้หมวดหัวงูก็รีบคว้าเบอร์โทรน้องจ๋าเก็บใส่กระเป๋ากางเกงของตัวเองอย่างรวดเร็ว 

 

“ ฮ่าๆ ขอบคุณมากครับพี่ ยังไงก็อย่าให้เมียพี่จับได้นะ หึๆ ” สารวัตรสิงห์รีบร้องบอกรัวเร็วเป็นเชิงตักเตือน 

 

“ ชะ ไอ้หมอนี่ ริอ่านสอนจระเข้ว่ายน้ำ อีแก่ที่บ้านของข้าตามข้าไม่ทันหรอกโว้ย ว่าแต่ที่เอ็งพูดมา จริงรึเปล่าวะ ” หมวดวัยกลางคนผู้นิยมเลี้ยงอสรพิษบนหัวเอ่ยปากถามด้วยท่าทีตื่นเต้น ดีใจ 

 

“ จริงทุกอย่างเลยพี่ โสด สวย อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม ” สารวัตรสิงห์ยิ้มให้พลางเอ่ยกล่าวตอบ 

 

“ เหอๆ โอเค ตกลงตามนั้น คิกๆ ข้าอนุญาต ตามใจเอ็งเลย ” ผู้หมวดหัวงูพูดจบก็รีบเร่เดินจากไปด้วยท่าทางระริกระรี้ไปยังหน้าโรงพัก โดยมีนายตำรวจหนุ่มตามไปติดๆ 

          

 

       เมื่อนายตำรวจทั้งคู่เดินทางมาถึงหน้า ส.น. สิ่งแรกที่ทั้งสองเห็นก็คือ……เด็กหนุ่มท่าทางเซอร์ๆ ผิวสองสีกระเดียดไปทางคล้ำ ดวงตากลมโต จมูกโด่งเป็นสัน รูปร่างสันทัดค่อนไปในทางผอมยืนห่อตัวแบบคนไม่มั่นใจในตัวเองอยู่เดียวดายที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ 

 

“ เอ่อ.....นี่คือ พ่อหนุ่มโอม หลานชายของนายใช่มั้ย สิงห์ ” นายตำรวจวัยกลางคนหันไปเอ่ยปากถามสารวัตรหนุ่มด้วยท่าทีลังเลสงสัย 

 

“ อ้อ ใช่ๆ ใช่ครับ เอ้า ยังไม่รีบยกมือไหว้พี่หมวดเขาอีก ไอ้เด็กบ้านี่ ” สารวัตรสิงห์รับคำพร้อมเอ่ยปากจี้เด็กหนุ่มมาดเซอร์ท่าทางจ๋องกรอดให้ทำการคารวะนายตำรวจวัยกลางคนเบื้องหน้า 

         

 

      โอมในมาดคนจ๋องกรอดค่อยๆขยับกายขนาดสันทัดแบบเงอะงะอยู่หลายจังหวะ หลังจากนั้นเขาถึงค่อยๆยกมือขึ้นคารวะอย่างเชื่องช้าได้สำเร็จ 

 

“ สา.....หวาด.....ดี คับ ” โอมแถมให้อีกนิดด้วยการแกล้งพูดยานคางผสมติดอ่างอย่างแนบเนียนจนทำให้เขามองดูเหมือนเด็กออทิสติกแบบไม่มีผิดเพี้ยน 

 

“ เหอๆ หวัดดี หลานชาย ” ผู้หมวดวัยกลางคนยกมือขึ้นรับไหว้พลางหัวเราะแห้งๆ สายตาของเขาเหล่มองเด็กหนุ่มมาดเซอร์ตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ไม่ว่ามองมุมไหนก็ไม่เห็นแววของคนที่จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตำรวจได้เลย เพราะด้วยท่าทางของเด็กหนุ่มดูเอ๋อๆและไม่มั่นใจในตัวเอง ประกอบกับร่างที่ค่อนข้างผอมบางในชุดเสื้อเชิ้ต กางเกงยีนส์เก่าๆ ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มมาดเซอร์ผู้นี้ดูแย่กว่าที่เคยเป็นอีกเท่าทวีคูณ 

 

“ เอาล่ะ ตกลงพี่จะให้เอ็งกะหลานชายคนนี้เข้าไปดูพยานหลักฐานนั่นตามใจชอบเลย ให้เวลาซักครึ่งชั่วโมงแล้วกัน เดี๋ยวพี่ขอโทรไปบอกจ่าเย็นที่ห้องเอกสารก่อนนะ ” หมวดแจ้นึกสังเวชสารรูปของโอมอยู่ภายในใจ แต่เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาอีกเปลาะใหญ่ เพราะถึงแม้ว่าหนุ่มโอมจะมีโอกาสได้เห็นแฟ้มคดีอันเป็นเอกสารลับจากทางราชการแต่ด้วยท่าทีเอ๋อรับประทานของเด็กหนุ่ม ก็น่าจะไม่มีพิษมีภัยอะไรในภายหลังอย่างแน่นอน 

        

 

      หลังจากที่หมวดแจ้โทรบอกจ่าเย็นที่ประจำอยู่ห้องเก็บเอกสารเสร็จแล้ว สารวัตรสิงห์และหนุ่มโอมก็เดินออกจากบริเวณหน้าโรงพักเพื่อมุ่งตรงไปยังห้องเอกสารในทันที โดยปล่อยให้หมวดแจ้นั่งเอกเขนกอยู่หน้าทีวีตามลำพังต่อไป 

         

 

      ระหว่างทางที่เดินค่อนข้างใช้เวลาในการเดินทางนานกว่าปกติเพราะโอมนั้นเดินได้ค่อนข้างช้าและยังห่อไหล่ลง หลังค่อมน้อยๆจนทำให้เขาดูเงอะงะและงี่เง่าหนักกว่าเดิม ผิดกับสิงห์ที่เดินสง่าผ่าเผย อกผายไหล่ผึ่งสมชายชาตรี ทว่าระยะทางจากหน้าโรงพักจนถึงห้องเก็บเอกสารมันอยู่ไม่ไกลมากนัก จึงทำให้ทั้งสองถึงจุดหมายได้ในเวลาไม่นาน 

         

 

      เมื่อมาถึงจุดมุ่งหมาย ทั้งสองก็พบกับจ่าหนุ่มวัยเบญจเพสคนหนึ่งที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวดำแดง ท่าทางขี้เล่นแกมทะเล้น ทันทีที่สารวัตรหนุ่มได้เจอจ่าหนุ่มนายนี้ ทั้งคู่ก็เข้าทักทายโอภาปราศรัยกันอย่างออกรสออกชาติบ่งบอกถึงความสนิทสนมของคนทั้งคู่ และเมื่อหลังจากพูดคุยกันได้พักใหญ่ จ่าเย็นก็เปิดทางให้สารวัตรสิงห์ด้วยการไขกุญแจห้องเก็บเอกสารแล้วเปิดประตูให้สารวัตรหนุ่มและเด็กหนุ่มมาดเซอร์เข้าไปดูได้ตามสบาย 

 

“ เอ่อ พี่สิงห์ แฟ้มคดีที่พี่ต้องการดูอยู่ชั้น L 360 นะ ยังไงก็อย่านานนักล่ะพี่ ” จ่ารุ่นน้องแจงด้วยท่าทีเกรงใจ 

 

“ ได้เลย เย็น ใช้เวลาไม่นานหรอก ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับพร้อมรอยยิ้มขรึมๆตามบุคลิก 

 

“ เอาล่ะ เชิญตามสบายครับพี่ ผมไม่กวนแล้ว ” จ่าเย็นพูดจบก็กลับไปนั่งประจำที่หน้าทีวีขนาดพกพาตามเดิม

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา