โอม ตอนที่ 1 แรงอาฆาต

9.3

เขียนโดย Jalando

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561 เวลา 10.48 น.

  78 บท
  14 วิจารณ์
  5,228 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561 19.32 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

37) เข้าถ้ำเสือ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

บทที่ 37 เข้าถ้ำเสือ

 

       สารวัตรหนุ่มบังคับพวงมาลัยหน้าคอนโซลรถอย่างตั้งใจ สายตาคมเข้มภายใต้คิ้วดกดำสอดส่ายไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่เพื่อบังคับรถกระบะสีดำแบบสี่ประตูให้พุ่งทะยานไปตามท้องถนนของเมืองกรุงยามราตรี โดยมีเด็กหนุ่มร่างสันทัดนั่งเงียบขรึมอยู่เคียงข้าง 

        

 

       อากาศในเมืองกรุงตอนนี้ดูขมุกขมัวและเริ่มมีหมอกจางๆลงปกคลุม แต่ทว่ากลับมีแสงสว่างส่องไสวราวกับเป็นตอนกลางวันเนื่องจากสองข้างทางมีเสาไฟแรงสูงที่คอยส่องแสงเพื่อขับไล่ความมืดยามราตรีให้จางหาย 

         

 

       บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความเงียบและหนักหน่วงราวกับว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ตามลำพังเพียงสองคน และถ้าทั้งสองพยายามเงี่ยหูฟังก็อาจจะได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังแว่วมาแต่ไกลๆอย่างเยือกเย็นอันจับใจความได้ว่า….. 

 

“ อย่ายุ่งเรื่องของกู ” 

          

 

       ทั้งสองหนุ่มต่างวัยนั่งเคียงคู่กันโดยไม่พูดอะไรกันเลยอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายก็เป็นฝ่ายสารวัตรหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่เริ่มเอ่ยปากพูดก่อน 

 

“ ใกล้ถึงอพาร์ทเม้นท์ของกุลสตรีแล้ว ” 

           

 

      เด็กหนุ่มพยักหน้ารับคำแทนคำตอบพลางยกมือขวาขึ้นดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล ตัวเลขตรงหน้าปัดบ่งบอกว่าใกล้ถึงเวลาเที่ยงคืนเต็มทีแล้ว 

         

 

      รถกระบะคันโตวิ่งแล่นไปอย่างรวดเร็วอยู่ครู่ใหญ่ มันก็เริ่มชะลอความเร็วลงเรื่อยๆจนค่อยๆเคลื่อนไปจอดเทียบท้องถนนที่มีตึกที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และเมื่อรถกระบะจอดสนิท สารวัตรหนุ่มก็เอ่ยปากพูดกับเด็กหนุ่มผู้โดยสารแบบสั้นๆ 

 

“ ถึงแล้ว”   

          

 

       เหมือนเด็กหนุ่มจะรับทราบอยู่ก่อนแล้วว่าตอนนี้ถึงจุดหมายแล้ว เขาจึงเริ่มก้าวลงจากรถในทันทีที่สิ้นคำกล่าวของสารวัตรหนุ่ม และเมื่อสองเท้าของเขาเหยียบพื้นทางเท้าตรงริมฟุตบาทแล้ว เขาก็เงยหน้าขึ้นส่องสำรวจตึกใหญ่ที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า       

          

 

       ตึกนั้นเป็นอาคารกว้างขนาดหกคูหาที่สูงราว 10 ชั้น ทั่วทั้งตึกทาสีขาวสะอาดตาแต่ในยามที่ความมืดมิดของกลางค่ำคืนปกคลุมอยู่เช่นนี้กลับทำให้ตึกหลังดังกล่าวดูอึมครึมจนชวนน่าสยดสยองอย่างที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้  

           

 

       เด็กหนุ่มเงยหน้ามองตึกใหญ่อยู่นิ่งๆราวว่าเขากำลังถูกมนต์บางอย่างสะกดอยู่ ดวงตากลมโตภายใต้แว่นตาทรงกลมดูแน่วนิ่งไม่ไหวติง ใบหน้าคมเข้มที่ซีดผอมดูเคร่งเครียดราวกับว่าเจ้าของใบหน้านี้กำลังขบคิดอะไรอย่างหนักอยู่ภายใน แต่เด็กหนุ่มก็มีเวลาครุ่นคิดบางสิ่งได้ไม่นานเนื่องจากมีเสียงห้าวใหญ่ร้องทักมาจากทางด้านหลัง 

 

“ ถึงอพาร์ทเม้นท์ของกุลสตรีแล้ว นายจะทำยังไงต่อไป…..โอม ” 

           

 

      เด็กหนุ่มผู้มีนามว่า…โอม ค่อยกลับหันหลังกลับไปประจันหน้าต่อเจ้าของเสียงที่ร้องทักซึ่งก็คือสารวัตรหนุ่มที่เพิ่งทำหน้าที่สารถีนำพาเขามายังจุดหมายปลายทาง 

          

 

       โอมเริ่มยิ้มน้อยๆทำให้ใบหน้าที่ดูเคร่งขรึมของเด็กหนุ่มดูคลายความตึงเครียดไปได้นิดหน่อย ดวงตากลมโตจับจ้องมาที่สารวัตรหนุ่มด้วยประกายสดใสราวกับดวงตาของเด็กน้อยก่อนที่จะเริ่มเอ่ยปากตอบกลับมาด้วยเสียงที่นุ่มทุ้มลึกราวกับระฆังสวรรค์ว่า…… 

 

“ พี่สิงห์กลับไปก่อนเถอะครับ ตั้งแต่ตรงนี้เป็นต้นไปจะเป็นจุดที่อันตรายมาก พลาดพลั้งเพียงนิดเดียวอาจถึงแก่ความตาย ขอบคุณมากครับที่ให้ความช่วยเหลือผมอย่างเต็มที่ ” เด็กหนุ่มพูดจบก็หันหลังกลับแล้วก้าวตรงไปยังตึกใหญ่ในทันทีแบบที่ไม่จำเป็นต้องรอคำตอบจากคู่สนทนา 

          

 

       สารวัตรสิงห์มองตามแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่กำลังก้าวเดินไปยังตึกใหญ่เบื้องหน้า แม้ว่าสารวัตรหนุ่มจะยังไม่เข้าใจได้อย่างแน่ชัดว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดนั้นหมายถึงอะไร แต่เขาก็รู้สึกถึงกลิ่นไอแห่งอันตรายที่กำลังแผ่ล้อมรอบตัวเขาและเด็กหนุ่ม ถึงกระนั้นการที่จะให้คนใจเด็ดอย่างเขาต้องถอยหนีเพราะความรู้สึกหวาดระแวงเช่นนี้ มันก็เป็นสิ่งที่เกินวิสัยที่คนอย่างเขาจะทำได้ สารวัตรหนุ่มจึงขบกรามแน่นพร้อมก้าวเดินตามเด็กหนุ่มไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานสารวัตรหนุ่มก็พุ่งกายขึ้นมาตีคู่กับเด็กหนุ่มได้สำเร็จ 

 

“ เอ๊ะ พี่สิงห์ พี่จะทำอะไร ” โอมหันกลับมาถามสารวัตรหนุ่มรุ่นพี่ด้วยอาการฉงนสงสัย 

 

“ ก็ไปกับนายไงเล่า ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับอย่างหนักแน่นโดยไม่มองหน้าของเด็กหนุ่ม 

 

“ แต่ว่ามันอันตรายมากนะ ผมว่าพี่ถอยไปดีกว่า….…” เด็กหนุ่มพยายามอธิบายให้สารวัตรหนุ่มรับทราบถึงอันตรายร้ายแรงที่กำลังจะเข้าไปเผชิญ แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะพูดจบประโยค สารวัตรหนุ่มก็หันกลับมามองหน้าเด็กหนุ่มด้วยแววตามุ่งมั่นพร้อมเอ่ยปากพูดด้วยเสียงที่ฟังดูเด็ดขาด 

 

“ รู้แล้ว แต่นายคิดว่าชั้นเป็นใครกันฟะ ไอ้หนู ชั้นคือตำรวจมือปราบอันดับหนึ่งของกรมตำรวจนะเฟ้ย เรื่องจะให้ถอยหลังหนีแล้วปล่อยให้เด็กอย่างนายออกหน้ารับอันตรายคนเดียว มันไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว ” 

         

 

       หนุ่มโอมนิ่งอึ้งไปหลายวินาที ครู่หนึ่งเขาก็ค่อยคลายความอึ้งแล้วเริ่มอมยิ้มน้อยๆก่อนเอ่ยปากถามสารวัตรหนุ่มที่ยืนเบื้องหน้าด้วยอาการหยอกเย้าตามสไตค์คนขี้เล่นว่า……. 

 

“ ฮะๆ ผมรับทราบแล้วครับว่าพี่เก่ง แต่ว่างานนี้มันอันตรายเกินกว่าที่ลุยเข้าไปด้วยมือเปล่า คงต้องมีเครื่องป้องกันตัวเพื่อคุ้มกันภัยบ้าง พี่มีอะไรป้องกันมั้ยล่ะ ” 

 

“ หึๆ นึกว่าเรื่องอะไร ของแบบนั้นชั้นมีอยู่แล้ว นี่ไงล่ะ ” สารวัตรหนุ่มพูดจบก็เลื่อนเสื้อคลุมแบบยีนส์ที่สวมใส่ให้แบะออกจนเผยให้เห็นปืนพกขนาด 9 ม.ม.ซึ่งเสียบอยู่กับซองหนังที่ซอกเอว 

 

“ อุ้บๆ……ฮะๆ….. ฮ่าๆ….. ” เด็กหนุ่มพยายามกัดฟันกลั้นหัวเราะ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็กลั้นไม่อยู่จนทำให้ต้องปล่อยก๊ากออกมาแบบเต็มที่ ทำเอาสารวัตรหนุ่มถึงกลับหน้าชาจนต้องร้องถามเสียงขุ่นๆ 

 

“ เจ้าเด็กบ้า นายขำอะไรของนายฟะ ” 

 

“ ฮะๆ ก็ขำพี่น่ะซิ พี่นึกยังไงถึงคิดจะเอาปืนไปยิงผี ต่อให้พี่ยิงซักร้อยนัดพันนัด มันจะโดนซักนัดมั้ยเล่า ” โอมพูดไปก็ขำไปในความไม่เดียงสาของสารวัตรหนุ่ม 

 

“ อืมๆ……ก็จริงของนายล่ะมั้ง เหอๆ งั้นอย่างงี้ชั้นก็ขอบอกกับนายตรงๆว่าชั้นไม่มีอะไรป้องกันตัวหรอก ” สารวัตรหนุ่มตอบกลับพร้อมยิ้มแห้งๆ 

 

“ งั้นก็กลับไปเถอะพี่ ลองถ้าพี่ไม่มีอะไรป้องกันตัวในสถานที่ๆเราจะไปกัน มันก็มีสภาพคล้ายกับวิ่งตัวเปล่าเข้าไปในกองไฟนั่นเอง เท่าที่พี่ช่วยเหลือผมมาจนถึงบัดนี้ พี่ก็เสี่ยงมากพอแล้ว ” โอมเลิกคิ้วสูงพร้อมร้องบอกสารวัตรหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่ดูสดใส 

          

 

       สารวัตรหนุ่มนิ่งคิดไปหลายอึดใจก่อนตัดสินใจตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าเดิม 

 

“ ไม่ ถึงยังไงชั้นก็จะไปกับนาย เพราะชั้นไม่สามารถปล่อยเด็กหนุ่มคนหนึ่งไปเสี่ยงอันตรายโดยลำพังได้อย่างแน่นอน ” 

          

 

      เด็กหนุ่มจ้องหน้าสารวัตรหนุ่มนิ่งๆอยู่หลายอึดใจ แววตากลมโตของเด็กหนุ่มส่องประกายคารวะเลื่อมใสในความกล้าหาญของชายฉกรรจ์เบื้องหน้าเป็นอย่างยิ่ง ครู่หนึ่งเด็กหนุ่มจึงค่อยๆล้วงมือเข้าไปควักของบางสิ่งในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตของตนเอง จากนั้นก็คว้าบางสิ่งออกมายื่นให้สารวัตรหนุ่มพร้อมร้องบอกเสียงสดใส 

 

“ รับสิ่งนี้ไปครับ พี่สิงห์ ” 

         

 

      สารวัตรสิงห์เอื้อมมือไปรับสิ่งนั้นจากมือของโอม จากนั้นสารวัตรหนุ่มก็หยิบสิ่งนั้นขึ้นมองดู เขาก็พบว่าสิ่งนั้นก็คือเหรียญเงินเก่าแก่ขนาดเล็กที่สลักลายด้านหน้าเป็นครุฑใหญ่ที่มีหน้าตาดุดัน และเมื่อพลิกกลับไปดูอีกด้านก็ปรากฏว่ามันสลักออกมาเป็นลายเทพพนมที่ดูอ่อนช้อยและสวยงาม 

 

“ นี่คืออะไร ” สารวัตรหนุ่มร้องถาม 

 

“ สิ่งนั้นคือเหรียญครุฑดำที่ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว สามารถป้องกันภยันตรายที่มาจากสิ่งชั่วร้ายซึ่งมองไม่เห็นได้ทุกชนิด พี่ควรจะเก็บสิ่งนี้ไว้กับตัวตลอดเวลาไว้ อย่าให้ห่างจากกายอย่างเด็ดขาด ” เด็กหนุ่มอธิบายด้วยท่าทางจริงจังผิดกับบุคลิกแบบเดิมที่เคยเป็น เหมือนกับว่าเรื่องที่กำลังพูดเป็นเรื่องคอขาดบาดตายที่เกี่ยวพันกับชีวิต 

 

“ เฮือกๆ….. ” สารวัตรหนุ่มกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่พร้อมค่อยๆหย่อนเหรียญเงินเก่าๆลงไปที่กระเป๋าเสื้อยีนส์ที่สวมใส่อย่างว่าง่าย 

        

 

      เด็กหนุ่มยิ้มให้สารวัตรหนุ่มอีกครั้งก่อนค่อยๆก้าวเดินไปยังประตูทางเข้าอพาร์ทเม้นท์เบื้องหน้า แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเปิดประตูทางเข้า สารวัตรหนุ่มก็ตัดสินใจถามในสิ่งที่เขาสงสัยมาอย่างยาวนานว่า….. 

 

“ ก่อนที่เราจะเข้าไปลุยกัน นายพอจะบอกชั้นได้มั้ยว่าอันตรายร้ายแรงที่เรากำลังจะเผชิญ มันคืออะไรกันแน่ ” 

         

 

       ทันทีที่เด็กหนุ่มสดับรับฟังคำถามแบบตรงไปตรงมาของสารวัตรหนุ่ม เขาก็ถึงกลับหยุดชะงักลงอย่างฉับพลัน ครู่หนึ่งเด็กหนุ่มก็ค่อยๆตอบกลับมาด้วยเสียงแผ่วเบาที่สั่นเครือนิดๆคล้ายว่าเขาเองก็กำลังนึกหวาดกลัวในสิ่งที่เขากำลังจะพูดอยู่เหมือนกัน 

 

“ สถานที่ๆเรากำลังจะเข้าไปเป็นสถานที่พักของผู้ตายที่น่าจะมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับผู้ตาย และในตอนนี้ผู้ตายได้กลายเป็นวิญญาณอาฆาตพยาบาทที่มีพลังด้านมืดอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เราจึงจำเป็นต้องระวังตัวกันเป็นพิเศษ ”

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณอ่านเรื่องนี้แล้วฟินมากแค่ไหน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา