The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.09K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

107) ถึงจุดเกิดเหตุ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 เครดิตภาพจาก  https://www.dreamstime.com

 

      ความเฉียบคมของฮันเตอร์หนุ่มทำให้มาวินไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงด้วย อึดใจต่อมา โจจี้ก็ยกไฟแช็คขึ้นเหนือหัว พร้อมกดปุ่มจุดไฟสามทีติด

 

“ แช็ก แช็ก แช็ก ” 

          

 

       แทนที่เปลวไฟจะพวยพุ่งออกมา กลับเกิดแสงสว่างเปล่งประกาย มันเจิดจ้าจนถึงขั้นที่มาวินต้องยกมือขึ้นปิดตา

 

“ โอ้…….. ” 

           

 

       เมื่อแสงนั้นจางลง ก็มีท่อนใหญ่ยาวพุ่งออกมาจากส่วนบนของไฟแช็ค ส่วนอื่นก็เริ่มผลิแตกจนดูคล้ายหุ่นยนต์ที่กำลังประกอบร่างในหนังการ์ตูนหลอกเด็ก

          

 

      ผ่านไปไม่นาน ส่วนที่คล้ายไกปืนก็เลื่อนลงมาหยุดอยู่ตรงส่วนล่าง ใกล้ๆกันนั้นปรากฏโลหะโค้งงอนที่ดูคล้ายนกสับ 

           

 

       การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้มาวินอึ้งกิมกี่ เขายืนตาค้างและพูดไม่ออก เป็นเรื่องเหลือเชื่อเอามากๆที่ไฟแช็คเล็กๆจะกลายเป็นไรเฟิลสีเงิน          

         

 

       โจจี้ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขายกไรเฟิลขึ้นประทับบ่า พร้อมเล็งไปที่นกประหลาด หลังจากนั้นก็เงียบไปราวๆ 3 วินาที ประกายไฟตรงปากกระบอกจึงแลบออกมา พร้อมเสียงกัมปนาทที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ 

 

“ เปรี้ยง...... ” 

 

“ อะ……จึ้ย ” มาวินสะดุ้งเฮือกเป็นเชิงตกใจ เนื่องจากเสียงดังกล่าว ไม่ต่างจากเสียงปืนในโลกของเขา

          

 

        พอเสร็จสิ้นการลั่นไก โจจี้ก็คลายจากท่าเตรียมยิงมาเป็นถือปืนพาดบ่า พร้อมหันกลับมายิ้มให้มาวิน

 

“ เป็นไง ไฟแช็คของชั้นพอจะใช้ล่าสัตว์ได้มั้ย ” 

            

 

       มาวินนิ่งไปชั่วขณะ แต่ด้วยความดื้อรั้นของเด็กหนุ่ม ทำให้เขาไม่ยอมแพ้          

 

“ เชอะ ก็แค่ปืนยาวที่พ่นไฟและส่งเสียงดังได้เท่านั้น ใช้ล่าอะไรไม่ได้หรอก เพราะนายมันไร้ฝีมือ กะอีแค่นกตัวเดียวในระยะไม่กี่เมตร ยังยิงไม่ถูกเลย ”  

          

 

       โจจี้ส่ายหัวไปมาด้วยความระอา พร้อมบ่นพึมพำเบาๆ ท่าทางจะเซ็งในอารมณ์ 

 

“ เฮ้อ……. นอกจากงี่เง่า บ้าบอ ดันทุรัง นายยังมีสายตาที่แย่เอามากๆ ไหนลองบอกชั้นหน่อยซิว่า……นกตัวนั้นหายไปไหนแล้ว ” 

            

 

       มาวินเพ่งมองไปที่ต้นไม้ใหญ่อีกครั้ง ไม่นาน ก็พบว่านกประหลาดตัวนั้นได้หายไปจากจุดที่มันเคยยืน 

 

“ อีโธ่ ก็แค่นกหาย สุดท้าย มันก็คงบินหนีไปด้วยความตกใจ ไม่ได้หมายความว่านายจะยิงแม่นจนถูกในนัดเดียวซะเมื่อไหร่ ” มาวินยังคงเถียงต่อ แต่ในใจกลับนึกสังหรณ์ว่านกตัวนั้นน่าจะไม่พ้นคมกระสุน

 

“ เฮ้อ…… นายน่ะมันบ้าเกินเยียวยาแล้วจริงๆ ” โจจี้ส่ายหัว พร้อมตอบเรียบๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังต้นไม้ใหญ่ อันเป็นจุดที่นกประหลาดเคยประจำอยู่  

           

 

       เด็กหนุ่มหัวเขียวรู้สึกงง เพราะไม่รู้ว่าโจจี้จะเดินไปทำไม เขาหันหน้ากลับมามองเหมยลี่ เพื่อขอคำตอบ แต่สาวเจ้ากลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บสัมภาระ เพื่อเตรียมออกเดินทาง ทิ้งให้มาวินยืนเอ๋ออยู่เดียวดาย 

 

“ แล้วชั้นจะรู้มั้ยเนี่ยว่าเจ้าโจจี้เดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ทำไม ” มาวินบ่นพึมพำ            

       

 

       โจจี้จากไปแผล็บเดียว เขาก็กลับมาพร้อมกับซากนกที่เพิ่งยิง พอได้เห็นในระยะใกล้ ก็พบว่ามันมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ อันใกล้เคียงกับไก่ป่าตัวเขื่อง

 

“ ว่าไง ไฟแช็กจิ๋วอันนี้ พอจะใช้หากินได้มั้ย ” โจจี้ยักคิ้วหลิ่วตาให้อีกครั้ง ส่วนปืนไรเฟิลสีเงินได้หายไป คาดว่ามันน่าจะถูกทำให้กลายเป็นไฟแช็คดังเดิม

 

“ เหอๆ นายเก่ง ยอมแพ้ก็ได้ แต่ยอมแค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ พร้อมเอ่ยปากยอมแพ้แบบขอไปที จากนั้นก็แยกไปเก็บข้าวของ โดยไม่ได้แสดงอาการชื่นชมโจจี้แต่อย่างใด 

 

“ หึๆ ” โจจี้หัวเราะเบาๆในลำคอ ดูเหมือนว่าเขาจะมองท่าทีอวดดีของมาวินเป็นเรื่องชวนขำ มากกว่าจะยึดถือเป็นจริงเป็นจัง 

 

……………………..

             

       การเดินป่าในช่วงครึ่งวันหลัง ไม่ดุเดือดเหมือนช่วงเช้า เพราะชาวคณะเดินทางกันบนพื้นที่ราบ อุปสรรคมีแค่กิ่งไม้เล็กๆและพงหญ้าสูง แน่นอนว่ามันถูกทำให้หายไปด้วยคมดาบของโจจี้ สุดท้าย พวกเขาก็มาถึงจุดที่เป็นเบาะแส

           

 

       สถานที่ๆโจจี้พามานั้นเป็นลานกว้างที่ไร้ไม้ยืนต้น ด้านหน้าเป็นถ้ำใหญ่ ด้านข้างปรากฏเหวลึกที่พื้นด้านล่างเป็นลำธารยาว 

 

“ ว้าว….. สูงเป็นบ้าเลย น่าจะประมาณตึกเจ็ดชั้นเห็นจะได้ ถ้าตกลงไป กระดูกออกนอกเนื้อแน่ๆ ถึงจะมีธารน้ำอยู่ด้านล่าง ก็ไม่น่ารอด ” มาวินก้มลงไปมองก้นเหว สีหน้าแสดงออกถึงอาการเสียวไส้อย่างชัดเจน 

 

“ เอ้า มัวแต่มองอะไรอยู่ รีบมาตรงนี้ สถานที่แห่งนี้เป็นจุดที่คองโกล่าสังหารเหยื่อรายสุดท้าย ” โจจี้ร้องเรียกพรรคพวก 

            

 

        ไม่นานนัก สามสหายก็ได้มารวมตัวกัน ลิงหัวเขียวประจำคณะอดไม่ได้ที่จะปากปีจอ

 

“ ไหน ตรงไหนที่เจ้าคองอะไรซักอย่างก่ออาชญากรรม ชั้นคิดว่ามันคงฆ่าได้แต่คนแก่ขาพิการ ท่าทางเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้จะไม่ได้เรื่องเอาซะเลย เหอๆ…… ” 

             

 

       ทั้งเหมยลี่และโจจี้ส่ายหัวไปมา พวกเขารู้สึกเซ็งกับความไม่รู้จักกาลเทศะของมาวิน ซึ่งทีแรก หนุ่มผมทองว่าจะไม่โต้ตอบ แต่สุดท้าย ก็ไม่อาจอดกลั้น จึงกล่าวเรียบๆด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและน่ากลัว 

 

“ คนที่คองโกล่าฆ่าไปเป็น…..ฮันเตอร์ระดับสองที่มีอาวุธครบมือ แถมมีด้วยกันถึงสามคน ทั้งหมดตายในอาการเดียวกัน นั่นก็คือ…..หัวขาด ” 

          

 

       ทันทีที่มาวินรับฟัง เขาก็ถึงกับเงียบในบัดดล เพราะเกิดอาการช็อกอย่างรุนแรง แต่พอปรับอารมณ์ให้สงบได้บางส่วน เด็กหนุ่มจึงเอ่ยถามอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มที่ดูเหยๆ

 

“ เดี๋ยวนะพวก เมื่อกี้นายบอกว่าคนที่บาดเจ็บคือฮันเตอร์ที่ไม่มีอาวุธติดมือ และนิ้วหัวแม่เท้าของพวกเขาขาด ใช่มั้ย ” 

           

 

        โจจี้รู้สึกเซ็งในความพยายามหลอกหลอนตัวเองของมาวิน เขาได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมตอกย้ำถึงความจริงที่ชวนผวา

 

“ คนตายทั้งสามคือฮันเตอร์ที่พกอาวุธมาเต็มกระเป๋า แถมทุกคนยังมีฝีมือสูงกว่านาย พวกเขาตายเพราะหัวขาด ” 

            

 

       ทั้งสามนิ่งไปชั่วขณะ อึดใจต่อมา เด็กหนุ่มหัวเขียวก็เริ่มกล่าวตะกุกตะกัก ดวงตาเล็กเรียวสั่นไหวเล็กน้อย อาการคล้ายคนที่ใกล้จะร้องไห้ 

 

“ ฮั่นแน่ นายอำชั้นเล่นอ่ะดิ เจ้าคองอะไรซักอย่างนั่นคงไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอก เจ้าสามคนที่ตายไปน่าจะเป็นแค่ฮันเตอร์ฝึกหัดอายุซักสิบขวบ ใช่ม้า.... ” 

 

“ เฮ้อ…… จะเข้าใจยังไง ก็เรื่องของนายแล้วกัน แต่สุดท้าย นายต้องรับหน้าที่เป็นตัวก่อกวน เพื่อเปิดช่องว่างให้ชั้นกับเหมยลี่เผด็จศึก เข้าใจมั้ย ” แม้โจจี้จะเบื่อหน่ายกับการหลอกตัวเองไม่เลิกราของมาวิน แต่เขาก็ไม่ว่างพอ จึงรีบตัดบท

 

“ เหอๆ ก็แค่ไอ้ตัวที่ทำได้แต่ไล่เตะเด็กสิบขวบ ชั้นคนเดียวก็เอาอยู่ ” มาวินเริ่มคุยโวอีกครั้ง แต่ท่าทางกลับเต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ

 

“ เฮ้อ…… ” ทั้งเหมยลี่และโจจี้มองตากันเป็นเชิงเข้าใจ พวกเขารู้สึกสมเพชเวทนา ระหว่างที่ทั้งสามกำลังปรึกษาหารือ ก็บังเกิดเสียงประหลาด

 

“ คร่อก……. ” 

            

 

        โจจี้ชักดาบคาตานะออกมากระชับไว้ในมือ ส่วนเหมยลี่ตั้งการ์ดต่อสู้ มีเพียงมาวินเท่านั้นที่ยืนเอ๋อ

 

“ เอ๊ะ เสียงอะไร ใครมาทำเสียงแปลกๆแถวนี้ มันดูเหมือนเสียงขึ้นจมูกของคนตัวใหญ่ๆเลย ” มาวินร้องละล่ำละลัก สีหน้าแสดงออกว่าตกใจ 

 

“ เจ้าบ้า นั่นมันไม่ใช่คน เตรียมตั้งกระบวนท่าต่อสู้เดี๋ยวนี้ ” โจจี้ร้องบอกเสียงแข็ง ใบหน้าเหลียวมองไปยังทิศทางที่เกิดเสียง 

 

“ เดี๋ยวนะ ถ้าไม่ใช่คน แล้วมันเป็นตัวอะไร ชั้นงงไปหมดแล้ว ” มาวินร้องถามเสียงสั่น พลางตั้งท่าสู้ เพื่อเตรียมรับมือเจ้าของเสียงประหลาด กระนั้นก็ยังแอบผวาอยู่นิดๆ 

            

 

        คราวนี้โจจี้ไม่กล่าวคำใดออกมา แต่กลับเป็นเด็กสาวมาดขรึมที่ตอบเสียเอง 

 

“ มันคือคองโกล่า มอนสเตอร์ที่นายบอกว่าดีแต่ไล่เตะเด็กสิบขวบยังไงล่ะ ”

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดารค์ไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา