The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.21K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

123) รอวันกลับมา

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 เครดิตภาพจาก  https://wallpaperaccess.com

 

…………………….

         

      การเปลี่ยนผ้าพันแผลเป็นไปอย่างราบรื่น เนื่องจากอากิเนะค่อนข้างชำนาญในการรักษา มิหนำซ้ำทุกอณูที่มือบางสัมผัส ล้วนเต็มไปด้วยความนิ่มนวลจนทำให้มาวินไม่รู้สึกเจ็บปวด

 

“ เอ้า เสร็จแล้ว ตาหน้าลิง ตอนนี้เธอรู้สึกยังไงบ้าง ” อากิเนะเอ่ยถาม

 

“ อะ.... เอ่อ รู้สึกเขิน เฮ้ย ไม่ใช่ สบายดี ไม่เจ็บไม่ไข้อะไรเลย ฮะๆ ” มาวินตอบติดๆขัดๆ พลางเกาหัวแกรกๆ สลับกับหัวเราะแก้เขินไปตามเรื่องตามราว 

         

 

      สีหน้าของอากิเนะดูมึนๆกับคำตอบที่ไม่ค่อยชัดเจน ครู่หนึ่ง เธอก็ผ่อนคลายลง แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ 

 

“ เฮ้อ...... ค่อยยังชั่วที่ไม่เป็นอะไรมาก เธอจะต้องหายในเร็ววัน ” 

          

 

       มาวินรู้สึกเหวอกับน้ำคำที่แสนอ่อนโยนของเด็กสาว นั่นทำให้เขาถึงกับหน้าแดงหนักกว่าเดิม ในใจแอบขบคิด

 

“ จะว่าไปแล้ว ยัยกระต่ายน้อยนี่ก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ ” 

        

 

       ทว่าเด็กหนุ่มก็ต้องหยุดความคิดอย่างฉับพลัน เมื่อได้ยินคำพูดในประโยคต่อไป

 

“ ดีเลย ถ้าหายบาดเจ็บ ชั้นจะได้หางานให้ทำ จากนั้นก็เกณฑ์คนไปปลูกบ้านให้เธออยู่ ” 

         

 

        มาวินรู้สึกงงอย่างหนัก จนเขาต้องทวนคำอีกที เพื่อให้แน่ใจ

 

“ เดี๋ยวนะ ที่พูดเมื่อครู่นี้ หมายความว่าเธอจะให้ชั้นทำงานและพักอาศัยอยู่ที่นี่อย่างถาวร ใช่มั้ย ”  

 

“ อ้าว.....ก็ใช่น่ะซิ ไม่ต้องซึ้งใจหรอก สำหรับคนนอกที่หลงเข้ามา พวกเราก็จะร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือทุกราย ไม่เว้นแม้กระทั่งคนกวนประสาทอย่างเธอ ” เด็กสาวตอบเรื่อยเปื่อย โดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของมาวินเลยซักนิดว่ามีแววซึ้งติดอยู่หรือไม่

 

“ เหอๆ เดี๋ยวนะ ยัยกระต่ายน้อย ชั้นว่าพวกเราคงเข้าใจผิดกันนิดหน่อย ไม่สิ เข้าใจผิดอย่างมหันต์เลยดีกว่า ” มาวินเริ่มตั้งต้นทำความเข้าใจกับเด็กสาวอีกครั้ง

 

“ เข้าใจผิด ยังไง ” ดวงหน้าสวยใสและอ่อนเยาว์เริ่มงุ้มเล็กน้อยเป็นเชิงขัดเคือง ซึ่งก็ดูน่ารักชวนมอง ทว่ามาวินกลับไม่อิน เพราะต้องการแก้ไขความเข้าใจผิดของอีกฝ่าย

 

“ คืองี้ ชั้นหลงเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นพอหายดีแล้ว ก็จะไปจากที่นี่ เพื่อเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ ” มาวินอธิบายรัวเร็ว

         

 

       สิ้นคำของเด็กหนุ่มหัวเขียว อากิเนะก็ออกอาการอึ้งเล็กน้อย จากนั้นก็เริ่มหัวเราะ ราวกับเรื่องที่พูด เป็นจำอวดที่แสนตลก

 

“ พูดอะไรออกมา ฝีมืออย่างเธอน่ะเหรอ จะฝ่าด่านจนออกจากดินแดนลี้ลับแห่งนี้ได้ ฮะๆ ” 

          

 

       แม้มาวินจะงงกับคำพูดแปลกๆของเด็กสาวหน้าสวย แต่ก็พอเข้าใจได้เลาๆว่า....นี่น่าจะเป็นการดูถูกกันอย่างรุนแรง ทำให้เขารู้สึกขัดเคือง

 

“ นี่เธอหัวเราะแบบนี้ หมายความว่าไง ” 

 

“ ฮะๆ ขอโทษที่เสียมารยาท คืออย่างงี้........ประตูทางเข้าออกดินแดนของเราตั้งอยู่ทางทิศเหนือ แต่ที่นั่นมีอสูรตนหนึ่งนามว่า “ซวงเย่” เฝ้าอยู่ แม้กระทั่งพี่โอคุยาสุซึ่งเป็นนักดาบมือหนึ่ง ยังไม่กล้าต่อสู้กับอสูรร้ายเลย แล้วอย่างเธอจะไหวเหรอ ฮะๆ ” เด็กสาวพูดจบ ก็หัวเราะต่อ

 

“ เชอะ ซวยเยอะ ซวยน้อยอะไรกัน ตัวกระจอกแบบนั้น ไม่คณามือหรอก แน่จริงพาไปเจอเลยดีกว่า จะเตะให้ร้องเอ๋งเลย คอยดูดิ ” มาวินเริ่มของขึ้น พร้อมลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเอง ก็บังเกิดอาการเจ็บแปล๊บที่ท้องน้อย

 

“ อุ้บ...... ” มาวินทรุดกายลงนั่งคุกเข่า ใบหน้าเรียวเล็กเริ่มบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด มือขวากุมหน้าท้อง

 

“ นั่นไง ไม่ทันไร เธอก็ร่วงซะแล้ว หึๆ ” อากิเนะกล่าวยิ้มๆ แต่เสียงหัวเราะกลับเบาลง เพราะเธอเริ่มสงสารเด็กหนุ่มผู้นี้

 

“ กรอด.....ไม่มีทาง ชั้นจะไปเยอมาเนียและกลับไปหาทุกคนที่บ้านเกิด ดังนั้นจะหยุดอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ต้องคว่ำเจ้าซวยเยอะซวยน้อย เพื่อผ่านออกไป ” แม้ว่ามาวินจะเรียกชื่ออสูรผิด แต่เขาก็เริ่มกัดฟันทนและยันกายลุกขึ้นยืน ในจังหวะนั้นเอง มือน้อยที่บอบบางของอากิเนะก็เอื้อมมาแตะหัวไหล่ พร้อมเสียงปลอบประโลมที่อบอุ่น

 

“ ใจเย็นๆ ชั้นเข้าใจว่าเธอต้องการกลับบ้านไปหาคนรัก แต่ตอนนี้ยังบาดเจ็บอยู่ ดังนั้นควรพักต่ออีกหน่อย รอให้หายดี พวกเราจะหาวิธีช่วยเหลือเอง ” 

            

 

        ทันทีที่เด็กหนุ่มได้รับฟัง เขาก็รู้สึกสงบอย่างประหลาด ราวกับน้ำเสียงของเด็กสาวนั้นแฝงไปด้วยมนตร์สะกดบางอย่าง พอเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าอากิเนะกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ ดวงตาฉายประกายอบอุ่น จริงใจ ประดุจมิตรแท้ในยามยากที่สามารถตายแทนกันได้ นั่นยิ่งทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นตูมตามและซาบซึ้งตรึงใจจนแทบจะทำให้อุทกน้อยๆไหลออกมา 

 

“ เอาล่ะ พักซะ พอหายดี ชั้นจะพาเธอไปหาท่านปู่ แล้วช่วยกันคิดดูอีกทีว่า......จะทำยังไงต่อไป ” อากิเนะปลอบโยน พร้อมดันกายของมาวินให้นอนบนฟูกนิ่ม ซึ่งเด็กหนุ่มก็ปฏิบัติตามอย่างว่าง่าย 

          

 

       พอเสร็จกิจเป็นที่เรียบร้อย อากิเนะก็ลุกขึ้นยืน แต่ก่อนก้าวออกจากห้อง เธอก็หยุดชะงัก แล้วหันกลับมามองเด็กหนุ่มที่นอนตาลอย อึดใจต่อมา ก็เดินจากไป เพื่อปล่อยให้มาวินจมอยู่กับความคิดของตัวเอง 

 

……………………..

           

       มาวินพักรักษาตัวต่อไปอีกสามวัน โดยมีอากิเนะคอยเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ทุกเช้า นอกจากนี้ เธอยังจัดหาอาหารทั้งสามมื้อ เลยทำให้สองหนุ่มสาวได้เจอหน้ากันทุกวัน แน่นอนว่าพวกเขาต้องทะเลาะกันทุกที ทว่ายิ่งกัดกันมากเท่าไหร่ ยิ่งหยั่งซึ้งถึงจิตใจของอีกฝ่ายได้มากเท่านั้น 

           

 

      อาการบาดเจ็บของมาวินทุเลาลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเขาก็รู้สึกแปลกใจ เพราะมันหายเร็วกว่าปกติถึงสิบเท่าตัว แต่ไม่ว่าเป็นด้วยเหตุใด เด็กหนุ่มก็นึกยินดี เนื่องจากมีเป้าหมายที่แน่นอนอยู่ในใจ นั่นก็คือ.....เดินทางไปแคว้นเยอมาเนีย 

           

 

       และนี่ก็เป็นอีกวันที่อากิเนะต้องทำการปลุกมาวินด้วยภูตน้อยแฟรี่ อันชวนให้สงสัยว่า....มันจะทำให้เด็กหนุ่มเป็นโรคมะเร็งทางผิวหนังหรือไม่ แต่วันนี้ผิดไปจากทุกคราวตรงที่แผลของลิงจอมซนหายสนิทเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่นทำให้ทั้งสองหนุ่มสาวดีใจอย่างมากมาย 

 

“ เย้ๆ ดีใจจัง ชั้นหายเจ็บแล้ว เย้ๆ ” มาวินแหกปากโวยวาย พร้อมกระโดดโลดเต้นไปมา 

 

“ ฮะๆ เธอนี่พิลึกชะมัด อย่างกะลิงเลย นี่อย่าโดดแรงสิ เดี๋ยวแผลก็เปิดอีกหรอก ” อากิเนะปิดปากหัวเราะ มือไม้ก็ยกขึ้นสูง เพื่อพยายามห้ามเด็กหนุ่มที่กำลังลิงโลด 

 

“ ฮะๆ ก็จะไม่ให้ดีใจได้ไงเล่า พอหายดี ชั้นจะได้ไปหาปู่โหดมาดขรึมของเธอ จากนั้นก็หาวิธีออกจากดินแดนแห่งนี้ ” สีหน้าท่าทางของมาวินดูร่าเริงสุดๆ แต่ทันทีที่เด็กสาวได้ยิน เธอก็แลขรึมลงไปถนัดตา อึดใจต่อมา ก็ถามไถ่อย่างจริงจัง 

 

“ เธอแน่ใจนะว่า.......จะไปสู้กับ ซวงเย่ เพื่อออกสู่โลกภายนอก ” 

 

“ เอ๋.....เออ......ก็ใช่มั้ง ” ท่าทางของมาวินเริ่มดูไม่มั่นใจ เพราะเมื่อพิจารณาจากสีหน้าและน้ำเสียงที่เครียดขึ้งของเด็กสาว ทำให้รู้เลยว่า……งานนี้ไม่หมูแน่ๆ 

 

“ อืม....... ” เด็กสาวนิ่งพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับ 

 

“ ดีล่ะ งั้นเราไปหาท่านปู่กัน ” 

 

……………………..

           

      ณ.ห้องฝึกศาสตรา สถานที่แห่งนี้มีขนาดใกล้เคียงกับโรงยิมทั่วไป ทั้งพื้นและเพดานล้วนบุด้วยแผ่นไม้สีน้ำตาลอ่อนขัดเงา ด้านในสุดมีแท่นบูชาบรรพบุรุษแขวนติดผนัง ข้างใต้ปรากฏกายของชายชรามาดขรึมที่นั่งคุกเข่าอยู่บนเบาะด้วยอาการสงบ ดวงตาคมเข้มกวาดมองไปรอบห้อง เพื่อดูการฝึกเพลงดาบของเหล่าลูกศิษย์

          

 

      ลูกศิษย์เกือบยี่สิบคนล้วนสวมใส่ชุดซามูไรสีขาว ยกเว้นเพียงหนุ่มผู้หนึ่งที่คุมการฝึกอยู่หน้าแถว ร่างสูงเพรียวได้สัดส่วนถูกซ่อนอยู่ในชุดซามูไรสีม่วง ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพจุติ เขาก็คือ…..โอคุยาสุ นักดาบอันดับหนึ่ง

         

 

      นักดาบรูปงามยืนมองเหล่าศิษย์รุ่นน้องที่กำลังจับดาบไม้ไผ่ในท่าเตรียมพร้อม เพื่อสำรวจว่ามีใครแตกแถวตอนเรียงหนึ่งหรือไม่ หลังจากตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อย เขาก็ออกคำสั่ง

 

“ ฟันหน้าสาม ล่างสี่ พลิกกลับมาฟันเฉียงอีกหก ปฏิบัติ ”

 

“ ไฮ่ ” ทุกคนในแถวตะโกนกลับมาอย่างพร้อมเพรียง 

         

 

       สิ้นเสียงตะโกน ศิษย์รุ่นน้องเกือบยี่สิบชีวิตก็ตวัดดาบไม้ไผ่ ท่วงท่าของพวกเขาดูมั่นคงและเยือกเย็นสมฐานะนักดาบ อันบ่งบอกถึงระดับฝีมือได้เป็นอย่างดี และในขณะที่โอคุยาสุเตรียมออกคำสั่งชุดที่สอง ทุกคนในห้องก็ได้ยินเสียงหวานใส

 

“ ท่านปู่ หนูพาตาหน้าลิง เอ๊ะ มาวิน มาหาค่ะ ”

 

 

​สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดารค์ไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา