The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.16K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

138) ท่าทีที่เปลี่ยนแปลง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เครดิตภาพจาก http://wallpaperswide.com

 

………………………

 

“ ตาหน้าลิงอย่าเป็นอะไรนะ เพิ่งจะหายบาดเจ็บแท้ๆ ” อากิเนะตรวจดูอาการของมาวินที่นั่งพิงกำแพง ใบหน้าเรียวก้มต่ำ ลำคอล้มพับ กายเพรียวแน่นิ่ง สภาพโดยรวมดูไม่ต่างจากคนตาย 

            

 

       ขณะที่อากิเนะกำลังตรวจสอบ ร่างกายของเด็กหนุ่มหัวเขียวก็กระตุกเบาๆหนึ่งที อาการตอบสนองดังกล่าว ทำให้เด็กสาวรู้สึกดีใจ

 

“ เอ๊ะ….เธอยังมีสติอยู่นี่ ไม่เป็นไร ใช่มั้ย ” 

            

 

      เด็กหนุ่มค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา สิ่งแรกที่อากิเนะเห็นก็คือ……ใบหน้านิ่งที่ตายด้าน โดยเฉพาะประกายตาที่มองมายังเธอ มันดูมืดมน ราวกับท้องฟ้าในคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์ 

 

“ เอ๊ะ! ทำไมนายลิงถึงได้เป็นแบบนี้ ปกติเขาจะชอบทำหน้าทะเล้นที่ดูกวนประสาทนี่นา เกิดอะไรขึ้น ” อากิเนะตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไป แต่ก่อนที่เด็กสาวจะได้พูดอะไร มาวินก็ยันกายลุกขึ้นยืน

            

 

       การที่เด็กหนุ่มหัวเขียวลุกขึ้นมา สร้างความตื่นตะลึงแก่ทุกคนในโรงฝึก โดยเฉพาะโอคุยาสุ เขาถึงกับหน้าซีดเผือด ประมาณว่าได้เห็นฝูงผีทั้งสุสาน

 

“ กะ….แกลุกขึ้นมาได้ยังไง ” โอคุยาสุร้องถามเสียงสั่น 

            

 

        มาวินยืนโงนเงนไปมา ครู่หนึ่ง ก็ก้าวเข้ามาหาโอคุยาสุ ด้วยท่าทางที่ดูมืดมน ทำให้ทุกคนไม่กล้ากล่าวอะไร เพราะรู้ด้วยสัญชาตญาณว่าเด็กหนุ่มเบื้องหน้าได้เปลี่ยนไปแล้ว 

            

 

       มาวินย่างเนิบๆ เมื่อถึงระยะ 5 ก้าวก่อนถึงตัว เด็กหนุ่มก็หยุดเดิน พร้อมจับจ้องมาที่โอคุยาสุ ปากก็ร้องท้าทายด้วยเสียงที่แผ่วเบาและยานคาง 

 

“ มาสู้กัน ” 

             

 

        เหล่าลูกศิษย์หนุ่มนับสิบพากันฮาครืน บางคนถึงกับก่นด่า ด้วยไม่พอใจในความไม่เจียมตัวของมาวิน 

 

“ ไอ้เด็กบ้า ร่อแร่บางตายขนาดนี้ ยังมาท้าอาจารย์โอคุยาสุสู้อีก แกน่ะแพ้ไปแล้ว กลับไปทำไร่ไถนาซะเถอะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” 

             

 

        มาวินไม่ตอบ เขายืนโงนเงนไปมาและโฟกัสไปที่โอคุยาสุเพียงอย่างเดียว 

        

 

       โอคุยาสุมิได้หัวเราะตามศิษย์รุ่นน้อง เขามองท่าทางอันสงบนิ่งของมาวิน พร้อมขบคิดอยู่ในใจ 

 

“ เจ้าเด็กคนนี้เปลี่ยนไปมาก ประกายตาช่างมืดมน ดูไม่เหมือนมนุษย์เลย เกิดอะไรขึ้นกับมัน ” 

              

 

       ขณะที่ทุกคนกำลังสรวลเสเฮฮา บุรุษนายหนึ่งในกลุ่มลูกศิษย์เริ่มรำคาญ จึงก้าวเข้ามาผลักอกของมาวิน ทำให้ร่างบางเซไปตามแรง ปากก็กล่าวขับไล่ 

 

“ เจ้าหนู นายน่ะไม่ไหวแล้ว ไปซะ แล้วไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ” 

           

 

       สิ้นคำของชายผู้นั้น มาวินก็ยกเท้าขวาขึ้นถีบยอดอก

 

“ เปรี้ยง ” 

           

 

       การโจมตีครั้งนี้ทั้งรุนแรงและรวดเร็ว ส่งผลให้ชายผู้นั้นลอยไปไกลถึง 10 เมตร ก่อนจะร่วงล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น

 

" โครม " 

 

“ เฮ้ย! เจ้าหนู แกทำบ้าอะไรฟะ หน็อย....... ” ลูกศิษย์หลายคนคำรามดัง พร้อมเตรียมกรูเข้ามารุมยำเด็กหนุ่มที่ยืนหน้าตาย แต่ก่อนที่พวกเขาจะสมประสงค์ โอคุยาสุก็ร้องห้าม

 

“ พวกนายหยุดก่อน ” 

            

 

       ด้วยบารมีของโอคุยาสุ ทำให้เหล่าลูกศิษย์หนุ่มหยุดยั้งการกระทำและหันกลับมาถามลูกพี่ใหญ่เสียงแข็ง

 

“ ทำไมมาห้ามพวกเราล่ะ ลูกพี่ มันเล่นงานและดูหมิ่นถึงขนาดนี้ จะยอมได้ยังไง ” 

           

 

        โอคุยาสุไม่ตอบคำใด เขามองไปที่ชายผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งบัดนี้ได้นอนหงายสิ้นท่า ดวงตาเหลือกโปนน้ำลายแตกฟอง จากนั้นก็หันไปกล่าวกับศิษย์รุ่นน้อง

 

“ พวกนายไม่ต้องยุ่ง ชั้นจะจัดการเจ้าหนูคนนี้เอง ” 

            

 

        เหล่าศิษย์รุ่นน้องทำตามคำสั่งของโอคุยาสุโดยพลัน เพราะรู้ดีว่าในยามที่อาจารย์หนุ่มตีสีหน้าแบบนี้ ย่อมเป็นเวลาที่เขาเอาจริง ไม่ว่าใครก็ไม่ควรแหย็ม เพราะมันอันตรายมากๆ 

 

“ คะ…..ครับ สั่งสอนไอ้เด็กบ้านี่ด้วยนะครับ ฮึ่ม...... ” ศิษย์บางคนหันมาสั่งเสีย พร้อมส่งสายตาอาฆาตไปยังเด็กหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานประลอง 

            

 

        หลังจากเข้าประจำที่ เทพศาสตราก็เอ่ยถามหลานสาวคนสวย 

 

“ เจ้าหนูนั่นเป็นอะไรรึเปล่า ” 

 

“ อะ….เอ่อ บาดแผลตามตัวก็ไม่สาหัสนะคะ เพราะพี่โอคุยาสุใช้เพียงดาบไม้ ตะ…แต่ว่า….” อากิเนะอ่ำๆอึ้งๆ 

 

“ แต่เจ้าหนูนั่นดูเปลี่ยนไป ” เทพศาสตราต่อคำให้จบ ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่มาวิน 

 

“ อะ…ใช่ค่ะ ท่านปู่รู้หรือคะ ” อากิเนะดูฉงนสงสัย เพราะท่านปู่ล่วงรู้ถึงอาการของมาวิน ทั้งที่นั่งดูอยู่ไกลๆ 

             

 

        เทพศาสตรานิ่งตรึกตรอง ก่อนตอบกลับมาเบาๆ

 

“ สาเหตุที่ปู่รู้ เพราะการถีบสูงเมื่อครู่ เป็นการโจมตีที่ทรงพลังเกินระดับฝีมือของเจ้าหนูนั่นไปหลายขั้น มันรุนแรงถึงขนาดทำให้ "ทาคุโร่" (คนที่โดนถีบ) สลบในทีเดียว ไหนจะบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอีก เหมือนมีความหมองหม่นและมืดมนมารวมตัวอยู่รอบกาย ” 

            

 

        อากิเนะเห็นด้วยทุกคำ เธอรับรู้ถึงความหวาดหวั่นของเทพศาสตรา ด้วยอยู่กับท่านปู่มาตั้งแต่เล็ก 

 

“ อะไรกัน ขนาดคนไร้เทียมทานอย่างท่านปู่ยังรู้สึกหวั่น เจ้าหน้าลิงนี่เป็นใครกันนะ ” 

            

 

       ทว่าคนที่หวาดหวั่นไม่ได้มีเพียงเทพศาสตรากับอากิเนะเท่านั้น โอคุยาสุก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน หนุ่มหน้าขาวไม่มั่นใจเลยซักนิดว่าจะทำให้ทาคุโร่สลบเหมือดในทีเดียวเฉกเช่นที่เด็กหนุ่มกระทำ เขาจึงจับดาบไม้แน่น ดวงตาเรียวจับจ้องมาไปยังศัตรู พร้อมกล่าวหยั่งเชิง 

 

“ เอาล่ะ ข้ารับคำท้า ว่าแต่….เจ้าจะไหวเหรอ ดูร่อแร่ซะขนาดนั้น ” 

            

 

       มาวินไม่ปริปาก เขาเพียงแต่จ้องมองโอคุยาสุด้วยแววตาที่ขุ่นมัว สีหน้ายังคงตายด้าน ทำให้หนุ่มหล่อสับสนยิ่งกว่าเดิม 

 

“ เอ๊ะ แปลกมาก เท่าที่ผ่านมา เจ้าจ๋อจะต้องพูดมากชนิดไม่หลับไม่เลิก แต่คราวนี้ มันกลับนิ่ง ” 

          

 

        ระหว่างที่โอคุยาสุขบคิด มาวินก็ยังหยุดยืนอยู่ในท่าเดิม บรรยากาศรอบตัวดูกดดันมากขึ้นเป็นเท่าทวี ทำให้หนุ่มหน้าขาวทนไม่ไหวและเป็นฝ่ายเข้าโจมตีก่อน

 

“ เอาก็เอา เล่นมันก่อนเลย ” 

          

 

       โอคุยาสุพุ่งเข้าไปฟาดดาบไม้ในมือ มันเป็นการโจมตีที่ว่องไวและรวดเร็ว แถมยังแม่นยำจนเข้าเป้าทุกดอก 

 

“ เปรี้ยง ปัง ปุ้ก เปรี้ยง ” 

          

 

       ดาบไม้ฟาดฟันไปตามตัวของมาวิน ทำให้ร่างเพรียวบางสั่นสะท้านไปตามแรง พอถึงกระบวนท่าสุดท้าย โอคุยาสุก็แทงไปที่หน้าท้องสุดกำลัง ส่งผลให้เด็กหนุ่มลอยถลาไปข้างหลัง 

 

“ โครม ” 

           

 

        มาวินลอยไปกระแทกกำแพง ก่อนจะทรุดลงไปนอนกองกับพื้นเหมือนเมื่อครู่นี้  

            

 

       โอคุยาสุยังจับจ้องร่างเล็กบางซึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ตลอด ด้วยไม่แน่ใจว่าเด็กหนุ่มจะลุกขึ้นมาอีกหรือไม่ ครู่หนึ่ง หนุ่มหน้าขาวก็คลายกังวลและเลิกตั้งท่าต่อสู้ไปโดยปริยาย 

 

“ ฟู่....... เราคงคิดมากไปเอง ” หลังจัดการคู่ต่อสู้ที่หวั่นเกรงได้อย่างง่ายดาย โอคุยาสุก็เป่าปากระบายลม แต่ในขณะที่หันกลับมาหาศิษย์ร่วมสำนัก เขาก็พบกับดวงตาที่แฝงแววตื่นกลัวจากคนพวกนั้น 

 

“ เอ๋...... ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น ชั้นชนะแล้ว พวกนายไม่ดีใจเหรอ! ” 

 

“ อะ…..เอ่อ ไม่ใช่นะ อะ…อาจารย์ลองหันกลับไปดูสิ ” ศิษย์รุ่นน้องคนหนึ่งตอบเสียงสั่น 

           

 

       โอคุยาสุหันกลับไปดูตามคำบอก สิ่งที่ได้เห็นก็คือ……ร่างเล็กบางของมาวินที่ยืนโงนเงนไปมา ทว่าบนใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มบางๆที่มุมปาก อันไม่อาจคาดเดาว่าเด็กหนุ่มนายนี้รู้สึกอย่างไร

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา