The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.24K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

155) อาหารจานเด็ด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เครดิตภาพจาก  https://www.wallpaperflare.com

 

      มาวินนั่งเล่นด้วยความตั้งใจอยู่ครึ่งชั่วโมง ด้วยทักษะที่เป็นเลิศ จึงทำให้เคลียร์ฉากนอร์มังดีได้อย่างง่ายดาย หาดกว้างใหญ่ตกเป็นของพันธมิตรโดยสมบูรณ์ เขาจึงวางมือจากเกม แล้วหันมาถามเด็กสาว

 

“ ว่าไง ลองเล่นหน่อยมั้ย บางที เธออาจติดใจ ”

 

“ ไม่เอา มันดูโหดร้ายเกินไป ไม่เข้าใจเลยว่าเธอชอบมันได้ยังไง ” อากิเนะรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วถอยกรูดติดผนัง มาวินจึงขบขันเล็กน้อย พร้อมตอบกลับด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ

 

“ ฮะๆ นั่นก็เพราะพวกเราล้วนมีด้านมืดในตัวเอง การเก็บกดเอาไว้นานๆ ไม่เป็นผลดี ด้วยเหตุนี้ มนุษย์จึงสร้างเกมจำลองขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนได้ปลดปล่อย ”

 

“ อืม……งั้นก็หมายความว่าคนที่นี่สร้างเจ้าสิ่งนี้ เพื่อให้ทุกคนได้ปล่อยสันดานดิบ จะได้เกิดความสมดุลทางจิตใจ โดยที่สังคมไม่เกิดความเสียหาย เพราะมันเป็นแค่โลกจำลอง เราเข้าใจถูกต้องมั้ย ” อากิเนะขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงถามกลับ

 

“ แม่นแล้ว แต่ถึงกระนั้น ก็จำเป็นต้องกำหนดเรตของเกมให้ดีๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆได้เสพความรุนแรงก่อนวัยอันสมควร เพราะพวกเขายังไม่มีวิจารณญาณที่จะแยกแยะดีชั่ว ” มาวินอธิบายยืดยาว ราวกับเป็นผู้เชี่ยวชาญ นานทีปีหน เขาก็มีสาระเหมือนกัน

 

“ อืม…..เป็นอย่างนี้นี่เอง ” แม้อากิเนะจะไม่รู้ว่าคำว่าเรตคืออะไร แต่ก็พอคาดเดาได้ว่ามันน่าจะเป็นการกำหนดอายุของผู้เล่น

       

 

       หลังจากนั้น ก็เกิดเดดแอร์ชั่วขณะ เพราะทั้งสองฝ่ายไม่มีอะไรจะพูดคุย โอกาสทองจึงตกเป็นของอากิเนะ เธอเตรียมเปิดประเด็นที่เฝ้ารอมาอย่างยาวนาน

 

“ ดีล่ะ เรารีบบอกความจริงกับนายหน้าลิงดีกว่า จะได้ออกจากโลกแห่งจิตใจซักที ” (น่าจะคิดได้ตั้งนานแล้ว)

        

 

       ขณะที่อากิเนะกำลังอ้าปาก จันก็เดินเข้ามา พร้อมเสียงร้องเรียกที่ดูสดใส

 

" ไง รอนานมั้ย ชั้นทำอาหารเสร็จแล้ว มากินข้าวกันเถอะ "

        

 

       สองหนุ่มสาวต่างวัยหันมามองเป็นตาเดียว จึงพบกับจัน ซึ่งบัดนี้ ได้ถือถาดใหญ่ที่บรรจุถ้วยชามหลายใบ เธอวางมันลงบนโต๊ะ เลยรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในนั้นคืออาหารหลากหลายประเภท

 

" เอ๊ะ นี่มันคืออะไร เราไม่เคยเห็นอาหารแบบนี้มาก่อน สีสันดูฉูดฉาดมาก " อากิเนะตะลึงไปหลายอึดใจ เพราะสถานที่ๆจากมา ไม่มีลาบ กะเพราหมูสับหรือต้มยำกุ้งให้ลิ้มลอง

      

 

       แม้ท่าทางของอากิเนะจะดูประหลาด แต่มาวินไม่สนใจ เขาตรงเข้าไปสวาปามโดยพลัน ด้วยทุกสิ่งที่อยู่บนโต๊ะเป็นอาหารที่แสนโปรดปราน

 

" ว้าว.....มีแต่ของชอบทั้งนั้นเลย ช่างรู้ใจซะจริงๆ เมียใครนา....."

 

" พูดมากเกินไปแล้ว ตานี่ " จันหันมาเขกหัวของมาวินเบาๆ แต่ใบหน้าเรียวแอบแดงเล็กน้อย ไม่นาน เธอก็สังเกตเห็นท่าทางที่ดูผิดปกติของอากิเนะ จึงถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

 

" หนูเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมถึงดูตื่นแบบนั้น กินซะสิ พี่ทำมาเผื่อเธอด้วยนะ "

      

 

        น้ำเสียงอ่อนโยนของจันช่วยทำให้อากิเนะตื่นจากภวังค์ เธอจึงพยายามยามปรับท่าทีให้สงบ ก่อนตอบกลับอย่างสุภาพ

 

" เอ่อ ค่ะ ได้ค่ะ จะรับประทานแล้วนะคะ "

      

 

         แม้จะรำคาญในความสุภาพที่เวอร์เกินเหตุ แต่มาวินก็ยังมีน้ำใจที่จะยื่นจากข้าวให้อากิเนะ พร้อมร้องบอกเสียงขุ่น

 

" เอ้า นี่ ยัยกระต่ายน้อย ขืนชักช้า ชั้นแย่งกินหมดไม่รู้ด้วยนะ "

 

" อะ.....อื้อ " อากิเนะรับมาแบบงงๆ ดูเหมือนเธอจะเข้าสู่ภาวะตกกระไดพลอยโจน

       

 

        พออากิเนะรับจานข้าวและอุปกรณ์ตักอาหารมา เธอก็ถือมันแบบมึนๆ เพราะตั้งแต่เกิดมา เด็กสาวไม่เคยเห็นช้อนมาก่อน จึงจับไม่ถูกด้าน ทำให้จันรู้สึกขบขัน เพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นตลก

 

" ฮะ ฮะ ฮะ เธอนี่ตลกจัง มิน่าถึงเข้ากับนายวินได้ "

 

" เฮ้ๆ เธอพูดแบบนี้ได้ไง ชั้นไม่ใช่จำอวดนะ " มาวินเริ่มเถียง แต่พอเห็นภรรยาจอมโหดทำตาเขียวใส่ เขาก็หันไปกินข้าวต่อ

 

" จ้าๆ จะพูดยังไงก็ได้ ชั้นไม่กล้าหือหรอก "

 

" ดีมาก อย่าให้พูดเยอะ เดี๋ยวมือมันจะกระตุกไปฟาดหน้าของนายอีก " จันข่มคู่ชีวิตจอมทะเล้นอีกหนึ่งดอก ก่อนหันไปสอนอากินะให้จับช้อน

 

" นี่น้องกระต่ายน้อย คนไทยถือช้อนกันแบบนี้ พวกเราใช้มันตักอาหาร เข้าใจมั้ย "

 

" อ่า ค่ะๆ " อากิเนะรับคำรัวเร็ว เธอดูเคาะเขินพอสมควร เพราะนอกจากอายเหลือประมาณ ยังประหม่าต่อท่าทีที่ดูอบอุ่นของจัน จึงแอบขบคิดอยู่ในใจ

 

" เพราะคุณจันอ่อนโยนแบบนี้นี่เอง นายลิงถึงรักเธอจนหมดใจ "

        

 

       อากิเนะเริ่มสับสน แม้จะรู้สึกดีกับจัน แต่อีกใจก็แอบเร่าร้อน มันเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก พร้อมความคิดด้านลบที่ไม่เคยปรากฏกับเธอมาก่อน

 

" แต่เราเองก็ดีได้เท่าๆกับจัน ไม่สิ เราต้องดีกว่านั้น เพื่อจะได้..... "

       

 

        ขณะที่หัวใจของเด็กสาวกำลังหลงเข้าไปในห้วงเหวแห่งความอิจฉา เธอก็ต้องตื่นจากภวังค์ เมื่อสัมผัสกับรสชาติของอาหาร

 

" ว้าย......ทำไมแสบลิ้นแบบนี้ " อากิเนะทิ้งช้อนลงบนจาน พร้อมอ้าปากกว้าง เพื่อปล่อยให้ลมเย็นปะทะลิ้นบางที่ยื่นออกมา หวังให้บรรเทาอาการทรมานที่บังเกิด

       

 

        ทั้งมาวินและจันหันมามองเป็นตาเดียว พวกเขารู้ทันทีว่าเด็กสาวตรงหน้า กินเผ็ดไม่ได้ ภรรยาสาวหน้าคมจึงเข้ามาขอโทษ

 

" ขอโทษนะ สาวน้อย ชั้นไม่รู้จริงๆว่าเธอกินเผ็ดไม่ได้ รู้งี้ น่าจะถามก่อนทำอาหาร " จันพูดจบ เธอก็ยื่นแก้วน้ำใส่น้ำแข็งให้

 

" ขอบคุณค่ะ " อากิเนะรับแก้วน้ำมาโดยเร็ว แล้วยกขึ้นดื่ม เพื่อสลายความเผ็ดที่เกาะกุมปลายลิ้น

 

" อ่า...ไม่เป็นไร ค่อยๆดื่มนะ เดี๋ยวจะสำลักน้ำ " จันปลอบประโลม สีหน้าดูเป็นห่วงและสำนึกผิด ส่วนมาวินได้แต่ส่ายหัวไปมา แต่ไม่ได้หัวเราะเยาะอย่างที่เคย เพราะรู้สึกว่าอากิเนะน่าจะทุกข์ทรมานจริงๆ กระนั้นก็ยังแอบบ่นนิดๆ

 

" เฮ้อ......ถ้ารู้ว่ากินเผ็ดไม่ได้ ก็น่าจะบอกกันก่อน นี่คงไปสวาปามพริกสดในต้มยำกุ้งเข้าไปเต็มๆเลยล่ะสิ ถึงได้กระอักแบบนี้ "

 

" นายอย่าพูดมากน่า เงียบปาก แล้วก้มหน้าก้มตากินไปซะ " จันหันไปเอ็ดสามีในไส้ จากนั้นก็ปลอบเด็กสาวผู้เคราะห์ร้าย

 

" เอาล่ะ ในเมื่อเธอกินเผ็ดไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวชั้นจะทำข้าวผัดให้กินเอง รอซักครู่นะ "

         

 

        แต่ก่อนที่จันจะลุกไปที่ห้องครัว อากิเนะก็รีบร้องห้าม

 

" ไม่เป็นไรค่ะ เอ่อ....อันที่จริง หนูจะบอกว่า......หนูไม่ชอบกินข้าวเย็น ดังนั้น พี่จันไปต้องทำอาหารก็ได้ " เด็กสาวพูดจบ ก็โค้งคำนับอีกหลายตลบ ทำให้สองผัวเมียนึกเอ็นดู

 

" เอ่อ....เรียกพี่น่ะ โอเคแล้ว แต่หนูไม่ต้องโค้งคำนับขนาดนั้นก็ได้ ที่นี่คือเมืองไทย พวกเราไม่ได้นิยมแบบนั้น " จันตักเตือน เธอโคลงศีรษะไปมา

 

" ปัทโธ่ ยัยจัน เธอจะไปต่อว่ายัยกระต่ายน้อยทำไม บางที เด็กนี่อาจชอบดูหนังพีเรียดญี่ปุ่นก็ได้ เพราะก็อปท่ามาซะเหมือนเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า " มาวินเริ่มหัวเราะร่า เขาช่างเป็นคนที่ร่าเริงเสียเหลือเกิน

 

" ฮะ ฮะ ฮะ นายก็พูดเกินไป " แม้จันจะต่อว่า แต่เธอก็หัวเราะเบาๆ ทำให้ใบหน้าคมดูสวยขึ้นเป็นกอง

      

 

        อากิเนะรู้สึกถึงบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ทำให้รู้ว่าความฝันของมาวินนั้นวิเศษขนาดไหน นายลิงตัวดีไม่ได้ต้องการเงินทองหรือชื่อเสียง เพราะแค่ใช้ชีวิตติดดินและได้อยู่กับคนที่รัก มันก็เป็นความสุขที่ไม่มีอะไรมาแลกได้ ถึงอย่างนั้น เธอก็จำใจต้องบอกความจริง

 

" แม้จะดูโหดร้าย แต่เราต้องหาทางดึงนายลิงกลับสู่โลกจริงให้ได้ "

       

 

       วงกับข้าวที่แสนสุขดำเนินไปอีกชั่วโมงเศษ แม้จันและมาวินจะดูเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน แต่อากิเนะก็สัมผัสได้ถึงความรักบริสุทธิ์ที่ต่างฝ่ายมีให้กันอย่างชัดเจน ใบหน้าจึงเริ่มร้อนผ่าว เพราะความริษยา แต่พอสำนึกดีๆกลับคืน ก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกผิด

 

"  อืม....รักกันเสียจริงๆ แยกกันบ้างก็ได้ เอ๊ะ ไม่สิ นายลิงกำลังมีความสุข เราคิดแบบนั้นได้ยังไง "

       

 

       ยิ่งคิด อากิเนะก็ยิ่งสับสน เพราะเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ด้วยอยู่ในดินแดนที่ผู้คนล้วนดีงามและซื่อตรง แต่ไม่ทันได้ข้อสรุป นายลิงตัวดีก็ลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวขอตัว

 

" ฮ้า.....อิ่มจังเลย ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ ยัยกระต่ายคุยกับจันไปก่อน จะได้ไม่เหงา ส่วนเธอ อย่าดุเด็กนักล่ะ เดี๋ยวจะกลัวจนหัวหดไปซะเปล่าๆ " มาวินพูดจบ ก็หันไปจิกกัดเมียรักซะหนึ่งดอก ซึ่งเธอก็ตอบกลับอย่างเผ็ดมันไม่แพ้กัน

 

" ไม่ต้องพูดมาก รีบไปอาบน้ำซะ เหม็นกลิ่นตัวจะแย่แล้ว สกั๊งค์เน่ายังหอมกว่านายเลย " จันพูดจบ เธอก็แสร้งทำจมูกย่น ทำให้สาวสวยคมดูน่ารักขึ้นเป็นกอง

 

" ฮะ ฮะ ฮะ โอเค ไปแล้ว เถียงไม่เคยชนะซักที " มาวินพูดจบ ก็เดินจากไป พร้อมเสียงหัวเราะ

 

 

สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา