The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.11K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

46) อุบัติเหตุ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

เครดิตภาพจาก  https://unsplash.com

 

       ทุกคนนิ่งอึ้ง ไม่มีใครคาดคิดว่าฝีมือของหนุ่มผมทองจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ แต่มาวินไม่นึกแปลกใจ เพราะรับรู้ถึงความเหนือชั้นจากสเต็ปการหลบหลีกที่แสนพริ้วของอีกฝ่าย 

 

“ ว่าไง เหลือแค่นายหน้าแหลมกับนายกอริลลาแล้วนะ ” หนุ่มผมทองเสียบไม้ยาวเข้าซอกเอว ปากก็เอ่ยถาม เพื่อเปิดทางถอย

 

“ เฮ้ย ไอ้หน้าแหลม จัดการมันสิ ” ชายกอริลลากัดฟันกรอดๆ พร้อมตะโกนสั่ง เมื่อชายหน้าแหลมได้ยิน เขาก็ทรุดกายลงกุมท้องและโอดครวญเสียงดัง 

 

“ โอ๊ย….หน้าท้องจะทะลุมั้ยเนี่ย ไม่ไหว จุกเสียดเหลือเกิน ” 

 

“ เฮ้อ….. ลูกน้องแต่ละคนนี่มันใช้ไม่ได้เลยจริงๆ ” ชายกอริลลากุมขมับ แต่ด้วยความที่เป็นคนบ้าดีเดือด จึงตัดสินใจบู๊ต่อ 

 

“ ไอ้หล่อ ถ้าวันนี้ ข้าไม่ได้เอาเลือดหัวของแกออก จะไม่ยอมเลิกรา ” สิ้นเสียงคำราม ชายร่างน้องกอริลลาก็หยิบเก้าอี้ไม้ขึ้นมาสองตัว จากนั้นก็ฟาดใส่หนุ่มผมทอง        

      

 

       ก่อนที่เก้าอี้ไม้ในมือซ้ายจะกระทบศีรษะ หนุ่มผมทองก็หลบได้อีกครั้งด้วยการถอยหลังเพียงหนึ่งก้าว ที่นั่งราคาถูกถึงกับแตกเป็นเสี่ยง กระนั้น การบุกของชายกอริลลาก็ยังไม่จบ เขาสืบเท้าเข้ามา พร้อมเหวี่ยงเก้าอี้ในมือขวา

         

 

       การโจมตีดังกล่าวช่างรวดเร็วและเกินความคาดหมาย ขณะที่เก้าอี้ไม้จะเข้าถึงตัว ดวงตาของหนุ่มผมทองก็วาวโรจน์ขึ้นมา พร้อมชักท่อนไม้ยาว เพื่อป้องกัน

 

“ เปรี้ยง ” 

       

 

       เสียงไม้กระทบไม้ดังสนั่น ผลปรากฏว่าอาวุธจำเป็นของชายกอริลลาแตกกระจายอย่างรุนแรงจนเหลือติดมือแค่ขาเก้าอี้เพียงข้างเดียว

 

“ กะ…..แก ” ชายร่างน้องกอริลลาพูดไม่ออก อึดใจต่อมา เขาก็เงียบในบัดดล เนื่องจากถูกหนุ่มผมทองกระแทกระหว่างคิ้วด้วยท่อนไม้ยาว 

 

“ พลั้ก ” 

      

 

       เสียงท่อนไม้กระทบเนื้ออ่อนดังสนั่น ชายกอริลลาล้มลงไปนอน ดวงตาเหลือกโปนและขาวขุ่นเป็นนัยว่า……..สลบล้านเปอร์เซ็นต์ 

        

 

       หนุ่มผมทองเหน็บท่อนไม้ไว้ที่ซอกเอวตามเดิม พร้อมเหลือบมองกลุ่มชายฉกรรจ์ที่นอนเรียงรายอยู่โดยรอบ จากนั้นก็สำรวจความเสียหายของสถานที่ จึงพบว่าดาษดาไปด้วยซากปรักหักพัง แถมยังมีเศษแก้วและซากจานกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกหดหู่

 

“ เฮ้อ….. ก็บอกแล้วว่าไม่อยากมีเรื่อง ” หนุ่มผมทองพึมพำเบาๆ ก่อนหันไปมองเถ้าแก่ร่างอ้วนที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับ เนื่องจากเกิดความเสียหายไปแล้วครึ่งร้าน 

 

“ เถ้าแก่ รับนี่ไป ” หนุ่มผมทองเอื้อนเอ่ยวาจาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลประดุจหน้าตา จากนั้นก็โยนบางสิ่งให้ พอเจ้าของร้านก้มลงมอง ก็พบว่ามันคือ………เหรียญทองเหลืองอร่ามจำนวน 5 เหรียญ 

 

“ โอ้….. ว้าว นะ…..นี่มัน ” ดวงตาของเถ้าแก่พองโตราวไข่ห่าน เขาตกใจยิ่งนัก เพราะจำนวนเงินขนาดนี้ เพียงพอที่จะทำให้ความเสียหายกลายเป็นเรื่องชิวๆในบัดดล

 

“ นั่นคือค่าเสียหาย เถ้าแก่รับไว้เถอะ ฮะๆ ” หนุ่มผมทองหัวเราะเบาๆ พลางยิ้มมั่นใจ ทั้งบุคลิกและหน้าตาเข้าขั้นเทพจนเรียกเสียงกรี๊ดจากเหล่าหญิงสาวๆได้ไม่ยาก

          

 

        ระหว่างที่หนุ่มผมทองกำลังยืนเก๊ก ชายหน้าแหลมก็แอบจ้องอยู่ตลอด เขารู้สึกโกรธเกรี้ยวและเกลียดชัง ในที่สุด ก็คิดระบายความแค้นด้วยการชักมีดปลายแหลมขึ้นมา มันมีความยาวประมาณสามนิ้วและคมกริบจนสะท้อนแสงไฟเป็นประกายแวววาว

 

“ ถึงข้าจะแพ้ในวันนี้ แต่ยังไง ก็ต้องเอาชีวิตแกให้ได้ ” ชายหน้าแหลมขู่คำรามในลำคอ เขาหมายจะปักมีดคมเข้าไปที่ชายโครง

       

 

       ทว่าทุกการเคลื่อนไหวของชายหน้าแหลมไม่ได้ถูกหนุ่มหล่อผมทองละเลย เขายังเหล่มองด้วยหางตา มือขวาเอื้อมไปจับท่อนไม้ที่ซอกเอว เพื่อเตรียมรับการโจมตี 

 

“ ไอ้หล่อ แกต้องตาย ” ชายหน้าแหลมตะโกน พร้อมพุ่งเข้าใส่หนุ่มผมทองสุดกำลัง แต่ก่อนจะถึงจุดหมาย พวกเขาก็ได้ยินเสียงเล็กๆที่ดูกวนๆของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

 

“ ระวัง พี่ชาย ชั้นมาช่วยแล้ว ” 

        

 

        สิ้นเสียงร้อง ชายหน้าแหลมก็รู้สึกถึงแรงลมที่พัดมาจากด้านหลัง เขาจึงก้มหลบทันที ทำให้การพุ่งเข้ามาถีบสกัดของมาวินวืดอย่างจัง ทว่าเด็กหนุ่มไม่สามารถยั้งเท้าเอาไว้ได้ เพราะโถมใส่จนสุดตัว เลยเกิดเหตุที่ไม่พึงประสงค์

 

“ เหวอ….. ” หนุ่มหล่อผมทองถึงกับตะลึง เพราะได้พบกับเท้าคู่ของมาวินแบบเต็มสองตา มันเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย

 

“ เปรี้ยง ” 

        

 

         ฝ่าเท้าคู่อัดเข้าไปที่ใบหน้าของหนุ่มผมทองเต็มแรง ด้วยความหนักหน่วงในการถีบ ส่งผลให้พ่อรูปหล่อร่วงล้มลงไปนอน

 

“ ไอ่หย๋า ขอโทษ จริงๆแล้วชั้นตั้งใจจะช่วยนายต่างหาก โว้ย.....ซวยแล้ว ทำไงดีฟะ ” หลังผิดพลาดครั้งใหญ่ มาวินก็กระโดดโลดเต้นไปมา ปากร้องเรียกหนุ่มผมทอง ท่าทางร้อนรน 

          

 

        ดูเหมือนมาวินจะตกใจมากเกินไป ถึงได้หลงลืมชายหน้าแหลม คู่อริจึงกระชับมีดในมือ เพื่อเตรียมสังหารอีกครั้ง 

 

“ ฮึ่ม..... อยากแส่ดีนัก งั้นแกก็ตายไปอีกคนแล้วกัน เจ้าหนู ” ชายหน้าแหลมคิดในใจ จากนั้นก็วิ่งเข้าใส่ หวังเสียบคมมีดให้มิดด้าม แต่ก่อนหนุ่มจับกังจะเข้าโจมตี เขาก็โดนลูกถีบของเหมยลี่จนหน้าหงาย และนั่นคือโมเม็นท์สุดท้ายในฉากนี้

 

“ เอ๊ะ…..ยัยโย่ง ” มาวินร้องทัก เขาดูสับสนจนพูดอะไรไม่ออก 

         

 

        เหมยลี่ยกเท้าลงสู่พื้นอย่างช้าๆ แล้วหันไปพูดกับมาวินด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ 

 

“ นายประมาทเกินไป ถ้าชั้นไม่เข้ามาช่วย คงนอนตายเป็นศพไปแล้ว ” 

        

 

       มาวินมองชายหน้าแหลมที่นอนสลบสลับกับเหมยลี่อยู่ประมาณสามรอบ เขาจึงเริ่มเข้าใจเหตุการณ์ เลยกล่าวขอบคุณ

 

“ เอ่อ…..ขอบใจมาก ถ้าไม่ได้เธอช่วย ชั้นคงเน่าแน่ๆ พูดไปก็น่าลากไอ้ล่ำหน้าแหลมนี่มาอัดให้หายแค้นอีกซักดอก สองดอกนะ ” พอพูดจบ มาวินก็แสดงอาการฮึดฮัด 

 

“ เอาน่า หันไปสนใจคู่กรณีของนายดีกว่า หมอนั่นโดนลูกถีบเข้าไปเต็มๆ อาการคงหนักไม่ใช่น้อย ” เหมยลี่กล่าวเตือนสติ

       

 

      มาวินสะดุ้งโหยง เพราะนึกขึ้นมาได้ว่าเพิ่งกระโดดถีบคนจนสลบแบบไม่ตั้งใจ จึงหันไปมองเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและสั่งเจ้าของร้าน

 

“ เออ ใช่ พี่ชายคนนั้นจะเป็นยังบ้าง ก็ไม่รู้ เถ้าแก่ขอน้ำเย็นหนึ่งถัง ”  

       

 

       ไม่นานนัก เจ้าของร้านร่างอ้วนก็กุลีกุจอขนน้ำสะอาดมาหนึ่งถังใหญ่ พร้อมผ้าเช็ดหน้าผืนโต

       

 

       เมื่อได้อุปกรณ์พร้อมสรรพ มาวินก็เอาผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ แล้วเช็ดใบหน้าขาวเนียนที่ฉีกยิ้มกว้างจนผิดรูป หลังพยาบาลได้ครู่หนึ่ง เขาก็เริ่มหัวเราะ 

 

“ กะว่าจะช่วย ดันพลาดซะได้ แต่จะว่าไป ท่าทางของหมอนี่ก็ชวนขำชะมัด ดูดิ แหกยิ้มกว้างอย่างกับโจ๊กเกอร์เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า….. ” 

 

“ นายนี่มันจริงๆเลย ทำคนอื่นแล้ว ยังมีหน้าไปหัวเราะเยาะอีก หุๆ ” แม้เหมยลี่จะห้ามปราม แต่ก็อดขำไม่ได้ เพราะใบหน้าของหนุ่มผมทองในตอนนี้ ดูตลกจนโจ๊กเกอร์ยังนึกอาย 

 

“ ฮะๆ อันที่จริง ผมก็ว่ามันขำดีนะ ลองเอาตะเกียบแยงจมูก แล้วถ่ายรูปเก็บไว้สิ ” เจ้าของร้านร่างอ้วนหัวเราะเบาๆ พลางนำเสนอไอเดียบ้าๆจนเหมยลี่หันมามองค้อน ส่วนมาวิน เขาถึงกับตัวสั่นเทาคล้ายโมโหอย่างรุนแรง ปากก็ตวาดใส่เสียงดัง

 

“ เถ้าแก่ ” 

         

 

         เจ้าของร้านสะดุ้งโหยง ท่าทางตื่นกลัว น้ำน้อยๆเริ่มไหลนองหน้าอันอวบอูม

 

“ เหวอ..... ขอโทษขอรับ ผมแค่พูดเล่นเท่านั้น ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจ…..” 

        

 

          แต่ก่อนที่เจ้าของร้านจะพูดจบ ใบหน้าของมาวินก็แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มสดใส ดวงตาเล็กเรียวที่ซุกซนเปล่งประกายแวววาว คล้ายเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่ วินาทีต่อมา เจ้าลิงหัวเขียวก็ตอบกลับเสียงระรื่น 

 

“ เป็นความคิดที่ดีมาก  ตะเกียบอยู่ไหนล่ะ ” 

 

“ เอ๊ะ…. เอ๋…..อ้อ…… อยู่บนโต๊ะ เดี๋ยวผมไปเอามาให้ ” เจ้าของร้านดูอึ้งไปหนึ่งจังหวะ ด้วยนึกว่าจะโดนด่า โทษฐานที่เล่นอุตริ สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า….ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงยิ้มตอบ แล้วลุกขึ้นไปหยิบตะเกียบ

           

 

         แต่ก่อนที่คู่หูนรกจะดำเนินการจนเสร็จสรรพ เจ้าลิงหัวเขียวก็โดนมะเหงกเข้าไปที่กลางกระบาลเต็มแรง แน่นอนว่าผู้ที่กระทำก็คือ…..เหมยลี่ เด็กสาวยอดกังฟู

 

“ เจี๊ยก…. ” มาวินร้องครวญออกมาเป็นเสียงลิง พร้อมกระโดดโลดเต้นไปมาด้วยความเจ็บปวด มือทั้งสองกุมกระบาลอันเป็นบริเวณที่ถูกมะเหงก

 

“ พอเลย จะไปบ้าที่ไหนก็ไป ชั้นจะดูนายคนนี้เอง ส่วนเถ้าแก่ ไม่ต้องไปเสนอความคิดบ้าๆบอๆให้เจ้าลิงหัวเขียวอีก เดี๋ยวมันจะของขึ้นยิ่งกว่านี้ แค่นี้ก็ไม่ไหวจะดูแล้ว อย่างกับเลี้ยงลิงตัวหนึ่งเลย ถ้าพูดไม่ฟัง เถ้าแก่เจอดีแน่ ” เหมยลี่สั่งความเสียงเข้ม ท่าทางเด็ดขาด 

       

 

        เจ้าของร้านร่างอ้วนรับคำสั้นๆ จากนั้นก็ขอตัวไปดูความเรียบร้อยที่หลังร้าน (หาเรื่องอ้างมากกว่า) ส่วนมาวินมุดหลบอยู่ใต้โต๊ะ

         

 

        หลังจากคู่หูนรกอันตรธานหายไป เหมยลี่ก็ส่ายหัวเบาๆด้วยความระอา ก่อนหันกลับมาสนใจหนุ่มผมทองที่นอนสลบอีกครั้ง 

 

“ อืม…. เส้นของนายคนนี้น่าจะตึง เพราะแรงถีบ แต่การทำให้คนมีสภาพแบบนี้ได้ ต้องแฝงกำลังภายในลงไปในฝ่าเท้า แล้วเจ้าลิงหัวเขียว มันแอบไปฝึกตอนไหน แปลกมาก ” หลังเห็นอาการของหนุ่มผมทอง เด็กสาวก็รู้สึกงุนงง       

      

 

         เมื่อรู้ว่าหนุ่มผมทองบาดเจ็บตรงไหน เหมยลี่ก็คิดวิธีรักษาออก เธอใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่ท้ายทอยสามจุด จากนั้นก็จิ้มไปที่ซอกคอด้านหน้าทั้งซ้ายและขวาอีกสี่หน ไม่นาน ใบหน้าเนียนใสก็กลับมาเป็นปกติ 

 

“ อืม….. เป็นไปตามคาด เส้นเริ่มคลายแล้ว ที่เหลือก็แค่รอให้เขาฟื้นตัว ” เด็กสาวรู้สึกโล่งอกไปหนึ่งเปลาะ เธอเอาผ้าชุบน้ำ แล้วเช็ดไปตามใบหน้าและซอกคอของหนุ่มหล่อ 

        

 

         หลังจากหนุ่มผมทองได้รับการรักษาที่ถูกวิธี เขาก็เริ่มรู้สึกตัว ภาพแรกที่ได้เห็นก็คือ….เด็กสาววัยรุ่น เธอมีใบหน้าที่เรียวยาวได้รูป คิ้วเข้มดกดำรับกับดวงตาคมซึ้งที่ดูจริงจัง เมื่อนำมาประกอบกับจมูกโด่งเป็นสันและปากบางสีชมพู ย่อมทำให้ดวงอาทิตย์อันเจิดจรัสหมองลงในทันที

 

“ ใครน่ะ นางฟ้าเหรอ ” หนุ่มผมทองแอบขบคิดอยู่ในใจ 

       

 

         เส้นผมดำขลับเกือบถึงจมูกของหนุ่มผมทอง เนื่องจากเด็กสาวก้มหน้าลงมาจนเกือบชิด ส่งผลให้นาสิกประสาทสัมผัสถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ 

        

 

         ความหลงใหลของหนุ่มผมทองทวีความรุนแรงจนการควบคุมตัวเองเริ่มถดถอยลง เขาจึงเอื้อมไปกุมมือเล็กยาวที่ดูแกร่งของเด็กสาว 

 

“ เอ๊ะ ” เด็กสาวอุทานเบาๆ แต่ไม่ได้ชักมือกลับมา

        

 

        ระหว่างนั้นเอง ดวงตาหวานซึ้งปานน้ำผึ้งเดือนห้าของหนุ่มผมทองก็ลืมขึ้น ประกายสดใสสีน้ำทะเลจับจ้องไปที่ใบหน้าคมเข้มอย่างมีนัยยะ ในที่สุด เสียงนุ่มทุ้มลึกที่พยายามดัดให้หล่อก็ถูกพ่นออกมา

 

“ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน ผมได้ตกเป็นหนี้บุญคุณ ถ้าไม่ว่าอะไร ก็อยากมอบชีวิตและจิตใจให้แก่คุณตลอดกาล ” 

        

 

        เด็กสาวร่างสูงมองหนุ่มผมทองด้วยแววตาที่เรียบเฉย ใบหน้าคมเข้มดูไร้อารมณ์ แต่พ่อรูปหล่อกลับคิดเข้าข้างตัวเอง

 

“ อั่นแน่ หลงในความหล่อของเราจนตาค้างเลยหรือนี่ หึ หึ หึ ” 

        

 

        เมื่อคิดได้ดังนั้น หนุ่มผมทองก็ลุกขึ้นนั่งด้วยท่วงท่าที่นึกว่าสง่างาม แต่ไม่ว่ามองมุมไหน ก็เหมือนแมวท้องแก่ยันกายมากกว่า เนื่องจากเขาก็ยังมีอาการบอบช้ำเหลืออยู่ 

        

 

       หนุ่มผมทองคุกเข่าตรงหน้าเด็กสาวร่างสูง สองดวงตาประสานกันแน่วนิ่ง วินาทีต่อมา เขาก็เอื้อนเอ่ยวาจาที่ชวนไพเราะเสนาะหู

 

“ เพื่อเป็นการตอบแทน ผมขอติดตามรับใช้ไปทุกชาติ หัวใจดวงนี้จะเป็นของคุณหนูแต่เพียงผู้เดียว ” 

        

 

       เมื่อหนุ่มหล่อเจ้าคารมพูดจบ เขาก็ทำเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด ด้วยการฉวยมือเล็กยาวขึ้นมาบรรจงจูบอย่างแผ่วเบา ดวงตาหวานซึ้งจับจ้องใบหน้าคมเข้มของเด็กสาวไม่วางวาย

         

 

       มาวินที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล ถึงกับหัวร้อนอย่างไร้เหตุผล เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน พร้อมเตรียมเข้าไปวิวาท

 

“ เฮ้ย แกจะทำอะไรน่ะ ไอ้ตัวสูงหน้าขาว ” 

 

“ เปรี้ยง ” 

        

 

       แต่ไม่ทันได้ทำอะไร ฝ่ามือขวาของเหมยลี่ก็พุ่งปะทะใบหน้าเนียนใสอีกคำรบ คราวนี้ดูจะรุนแรงกว่าลูกถีบของมาวินอยู่หลายเท่าตัว       

       

 

        หนุ่มผมทองปลิวไปไกลถึงสามเมตร ก่อนกลิ้งต่ออีกหลายตลบ สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่มุมมืดในร้านเหล้า เขานิ่งไปในทันที ไม่แน่ชัดว่ายังหายใจอยู่ แต่การันตีว่ากินน้ำพริกไม่ได้อีกหลายวัน เพราะฝ่ามือของเด็กสาวทั้งรวดเร็วและหนักหน่วงจนถึงขั้นสลบแบบไร้เสียงร้อง 

 

“ เอ๊ะ เออ เอ๋ เอ๋อ ” มาวินถึงกับเหวอที่ออกตัวล้อฟรี แต่แล้วเด็กหนุ่มก็พลันได้คิด

 

“ โห.....ยัยนี่โคตรโหดเลย ชาตินี้จะหาสามีได้มั้ยเนี่ย ” 

       

 

        ใบหน้าของเด็กสาวยังคงนิ่งเฉย ครู่หนึ่ง เธอก็ลุกขึ้นยืนและพูดกับมาวิน โดยไม่หันกลับมามอง 

 

“ ไปกันเถอะ เจ้าลิงหัวเขียว ” 

 

“ เอ๊ะ เอ๋ แล้วพี่ชายคนนี้ล่ะ จะทำยังไง ” มาวินเหลียวซ้ายแลขวา ท่าทางลังเล

        

 

       เหมยลี่นิ่งไปอึดใจ จากนั้นก็เดินออกนอกร้าน โดยไม่สนมาวินที่ยังละล้าละลัง เด็กหนุ่มมองชายรูปหล่อที่นอนแน่นิ่งอยู่สองสามหน ก่อนเกาหัวแกรกๆ

 

“ ช่วยไม่ได้ นายวอนหาเรื่องเองนะ พี่ชายหน้าขาว ” 

        

 

        พอพูดจบ มาวินก็รีบวิ่งตามเหมยลี่ ผู้เป็นอาจารย์และเพื่อนร่วมทาง

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา