The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.09K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

58) เสือสาวออกศึก

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 เครดิตภาพจาก  https://wall.alphacoders.com

 

“ โอ๊ย..... ยัยโย่ง เธอทำบ้าอะไร ” มาวินโวยวายด้วยความโมโห จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก่อนจะได้คุกคาม เขาก็ฉุกคิดบางอย่าง

 

“ อ้าว.....เราขยับตัวได้แล้วนี่ เป็นไปได้ไง ” 

 

“ ที่เป็นแบบนั้น เพราะนายถูกตังลู่สกัดจุด ชั้นจึงแก้ไขด้วยการคลายจุด นายถึงขยับตัวได้ ” เหมยลี่เฉลยในสิ่งที่มาวินสงสัย

 

“ โห…. จริงดิ เมื่อกี้ชั้นโดนสกัดจุดเหรอ อย่างกะหนังจีนกำลังภายในเลย ” มาวินถึงกับอ้าปากค้าง ทว่าเหมยลี่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ นอกจากหรี่ตาลงต่ำ แล้วตอบกลับแบบเซ็งๆ

 

“ ถ้านายจะเพี้ยน ก็ไปเพี้ยนที่อื่น ” 

 

“ ฮะๆ โทษที ไม่เพี้ยนแล้ว เอ่อ...ชั้นขอสู้ต่อแล้วกัน ยังไหวอยู่ ” มาวินรีบร้องบอก เขาหวังแก้มืออีกรอบ 

 

“ ไหวจริงเหรอ ” เหมยลี่เลิกคิ้วขึ้นสูง ดวงตาคมเข้มเหล่มองด้วยแววสงสัย 

 

“ ก็ไหวน่ะสิ ชั้นจะโชว์ให้ดูเอง ” มาวินตบหน้าอก ท่าทางมั่นใจ ทันใดนั้นเอง เขาก็เกิดอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วจนแทบทรุดกายลงไปนั่งกับพื้น 

 

“ เอ๋…..นี่มัน ” มาวินขมวดคิ้วนิ่วหน้า สีหน้าดูสงสัยและสับสน 

 

“ นั่นเป็นเพราะ…..กำลังภายในที่แฝงมากับฝ่ามือได้พุ่งใส่จุดสำคัญบนร่างกาย จึงทำให้หมดกำลังชั่วคราว ดูจากฝีมือของตังลู่ คาดว่านายน่าจะหมดเรี่ยวแรงซักยี่สิบนาที ” เด็กสาวตอบกลับ โดยไม่รอให้มาวินเอ่ยปาก

 

“ อ้าว อย่างงี้ ชั้นก็สู้ต่อไม่ได้แล้วสิ ” ท่าทางของมาวินดูร้อนรน 

 

“ ใช่แล้ว ในเมื่อน้องชายสู้ต่อไม่ได้ ก็จงส่งตัวเด็กนั่นมาให้เรา ” ตังลู่กล่าวแทรก เพื่อเปิดทางถอยให้วัยรุ่น

        

 

       มาวินได้แต่กัดฟันด้วยความเจ็บใจ ส่วนเหมยลี่ เธอเริ่มถอนหายใจเบาๆ จากนั้นก็ย่อตัวลงเล็กน้อย เพื่อตั้งกระบวนท่า อันเป็นการแสดงเจตนาว่าจะสู้

 

“ หือ….. ต่อไปคือเธอเหรอ แม่สาวน้อย ” ตังลู่นึกสงสัย 

 

“ ใช่ จะเอาเด็กไป ผ่านชั้นให้ได้ก่อน ” เหมยลี่ตอบกลับเสียงเข้ม 

 

“ โห….. ลูกพี่นี่โชคดีชะมัด ได้สู้กับน้องสาวคนสวย เปลี่ยนให้ผมสู้แทนได้มั้ย ฮ่าๆ ” เหล่าลิ่วล้อพากันส่งเสียงแซว ทว่ามีเพียงตังลู่เท่านั้นที่ยังสงบนิ่ง ด้วยสัมผัสถึงกลิ่นอายบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากเด็กสาว

          

 

       ตังลู่ไม่ติดประมาทเหมือนตอนสู้กับมาวิน เขาตั้งกระบวนท่ารัดกุม สีหน้าจริงจัง ท่าทีของลูกพี่ใหญ่ ทำให้ชาวแก๊งเริ่มเงียบปาก 

 

“ ทำไมลูกพี่ถึงดูจริงจังนัก ” ลิ่วล้อร่างสูงเอ่ยถามเพื่อนในกลุ่ม  

 

“ อืม…..ไม่รู้สิ มีไม่กี่ครั้งหรอกที่ลูกพี่จะเอาจริง แบบนี้ก็หมายความว่า…..” ชายวัยกลางคนตอบ ท่าทีสุขุม 

 

“ หมายความว่าไง ต่อให้จบดิ ” ลิ่วล้อร่างสูงเร่งรัด แต่ชาวแก๊งรุ่นพี่ไม่ตอบทันที สีหน้าดูยุ่งยาก จากนั้นก็ไขความสงสัยด้วยเสียงที่สั่นเทา 

 

“ หมายความว่า….แม่หนูคนนั้นเป็นยอดฝีมือที่ไม่ด้อยไปกว่าลูกพี่เลยยังไงล่ะ ” 

         

 

        สิ้นคำกล่าว สมาชิกทุกคนล้วนเงียบกริบ ใบหน้าถอดสีไปตามๆกัน 

      

 

       ตังลู่ตั้งรับอย่างใจเย็น สายตาเรียวเล็กจับจ้องไปที่คู่ต่อสู้ ทางด้านเหมยลี่เองก็ตั้งกระบวนท่ารัดกุมเช่นกัน ใบหน้าสงบนิ่งจนยากจะสื่อถึงอารมณ์ 

        

 

       ทั้งสองฝ่ายจับจ้องกันอยู่นานจนฝ่ายลิ่วล้อและมาวินเริ่มอึดอัด โดยเฉพาะเจ้าลิงหัวเขียวนั้นถึงกลับทนไม่ไหว เลยตะโกนออกมาดังๆ เพื่อระบายความอัดอั้นที่อยู่ในใจ 

 

“ เฮ้ จะจ้องกันให้แก่ตายรึไง ” 

        

 

       สิ้นคำพูดพล่อยๆ ตังลู่ก็เข้าจู่โจม ฝ่ามือนับสิบพุ่งใส่เหมยลี่ทุกทิศทาง แต่เด็กสาวร่างสูงใช้สองมือปัดป้องอย่างใจเย็น ทำให้ทุกกระบวนท่าบอดสนิทในบัดดล     

       

 

       เหมยลี่ป้องกันฝ่ามืออสรพิษได้ทุกกระบวน บางจังหวะเธอก็สวนกลับด้วยการต่อย ทำให้ตังลู่โดนกระแทกหน้าไปหลายดอก หลังจากประหมัดอยู่ครู่หนึ่ง สองยอดยุทธ์ก็พร้อมใจกันถอย 

 

“ บ้าน่า นังหนูคนนี้ปัดป้องเพลงหมัดอสรพิษที่ไม่มีใครจับทางได้  มิหนำซ้ำ ยังสวนกลับตั้งหลายครั้ง ” ตังลู่หอบเหนื่อย ในใจนึกครั่นคร้าม

        

 

       เหมยลี่ยิ้มเล็กน้อย ท่าทางสบายใจ ไร้กังวล ผิดกับตังลู่ที่ตอนนี้ตีหน้าเครียด เด็กสาวจึงเปิดทางถอยให้มาเฟียร่างสูง

 

“ เลิกแล้วต่อกันเถอะ เพราะดูท่าทาง พวกนายน่าจะมาได้แค่นี้ ” 

        

 

        แม้ตังลู่จะรู้ว่าไม่อาจชิงชัยในเกมนี้ แต่ด้วยศักดิ์ศรีนักเลงโตประจำเมือง จึงต้องตอบกลับแบบไว้เชิง 

 

“ จะว่าไป เราเองก็อยากเลิกรา เพราะไม่มีความแค้นต่อกัน แต่ถึงยังไง ก็ยังต้องการตัวเด็กนั่นอยู่ดี ” 

        

 

        เหมยลี่ยังคงยืนนิ่ง ส่วนมาวินเริ่มแยกเขี้ยวเป็นเชิงขู่ 

       

 

       ตังลู่พยายามฝืนยิ้ม เพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น ปากก็เอื้อนเอ่ยวาจา เพื่อเกลี้ยกล่อมต่อไป 

 

“ ว่ายังไง ถ้าตกลงกันได้ พวกเราก็จะกลายเป็นมิตรกัน จะมาทะเลาะ เพราะเด็กแปลกหน้าเพียงคนเดียวทำไม ” 

        

 

       เหมยลี่ยืนเงียบ แม้เธอไม่ค้าน แต่ก็ไม่ได้ตอบรับ ใบหน้านิ่งๆ ทำให้ดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ ตังลู่จึงฉวยโอกาสสั่งลูกน้องที่ยืนไม่ห่าง

 

“ ไปเอาตัวเด็กมา ” 

 

“ จะดีเหรอ ลูกพี่ ” สมุนรายนั้นเอ่ยถาม ท่าทางสงสัย 

 

“ ไปเอามาเถอะน่า นังหนูผมสั้นน่าจะเข้าใจเหตุผลแล้ว ” ตังลู่ยืนยันคำสั่งเดิมอย่างหนักแน่น 

 

“ เฮือก....เอาก็เอา ” ลูกน้องคนนั้นกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ ก่อนก้าวช้าๆจนคล้ายย่อง โดยเฉพาะจังหวะที่เดินผ่านเหมยลี่ ดูเหมือนเขาจะระวังตัวเป็นพิเศษ พอผ่านไปได้ ก็เริ่มคลายกังวล

        

 

        สมุนนายนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กน้อย มาวินจึงค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืนประจัน ท่าทางที่อ่อนเปลี้ย ทำให้ลิ่วล้อไร้ชื่อหัวเราะเยาะเสียงดัง 

 

“ ฮ่าๆ ไอ้หนู ตัวแกเองก็แทบยืนไม่ไหวอยู่แล้ว จะมาขัดขวางข้าทำไม ถ้าไม่อยากเจ็บตัว ก็ถอยไป ” 

        

 

       มาวินกัดฟันกรอดๆ แม้ร่างกายจะไร้กำลัง แต่แววตากลับเปล่งประกายคมวาว อึดใจต่อมา เด็กหนุ่มก็ตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว 

 

“ อยากได้เด็กนี่ ก็ผ่านชั้นไปก่อน ” 

 

“ โห….ไอ้หนูนี่มันใจถึงแฮะ ฮ่าๆ….. ” สมุนนายนั้นหันไปหัวเราะกับพรรคพวกที่ช่วยกันฮา แม้กระทั่งเหมยลี่ก็ยังแอบอมยิ้ม คล้ายว่าเธอจะนึกขบขันตามเหล่าลิ่วล้อพวกนี้

        

 

        ระหว่างเจรจา ก็เกิดเหตุไม่คาดฝัน เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มเป็นฝ่ายจับมือของมาวิน พร้อมกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เศร้าสร้อย

 

“ พอเถอะ เพียงเท่านี้ ผมก็ซึ้งใจแล้ว ปล่อยให้ผมไปกับพวกเขา พี่ชายจะได้ไม่เป็นอะไร ” 

        

 

       มาวินก้มลงมองเด็กน้อย เขาพบกับดวงตากลมโตที่สดใส ประกายข้างในฉายแววจริงใจอย่างชัดเจน อันบ่งบอกว่าสิ่งที่พูด เป็นความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์

        

 

      มาวินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นใบหน้าที่เคร่งเครียดก็คลายตัวลง กลับกลายเป็นอ่อนโยนจนดูคล้ายเด็กน้อยคนหนึ่ง ปากเล็กบางแย้มยิ้มออกมาจนสุด ทำให้เห็นฟันขาวครบทุกซี่  

 

“ ไม่ต้องกลัว เจ้าหนู ไม่มีใครทำอะไรนายได้ ขอสัญญา ชั้นจะปกป้องนายเอง ” มาวินกล่าว น้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูอบอุ่น ทำให้หนูน้อยถึงกับหน้าแดงและหลบสายตา 

        

 

        มาวินเห็นเด็กน้อยหลบหน้า แล้วเงียบไป จึงเข้าใจว่าอีกฝ่ายน่าจะกลัว เด็กหนุ่มหัวเขียวจึงเลิกสนใจ แล้วหันกลับมาประจันกับสมุนร่างสูง เขาตั้งท่าต่อสู้ด้วยกำลังที่เหลืออยู่น้อยนิด

 

“ ฮ่าๆ จะล้มไม่ล้มแหล่อยู่แล้ว ยังไม่เจียมตัว แกต้องโดนนี่ ” สมุนผู้นั้นคำรามดัง พร้อมพุ่งทะยานใส่มาวิน ใจหมายขยี้เด็กหนุ่มสุดกำลัง

 

“ เปรี้ยง ” 

       

 

      เสียงปะทะดังสนั่น ปรากฏว่าผู้ที่ล้มลงไปนอนก็คือ……สมุนไร้ชื่อ แน่นอนว่าผู้กระทำก็คือเหมยลี่ เธอก้าวเข้ามาเตะก้านคอลิ่วล้อจากทางด้านหลัง ทำให้อริร้ายสลบในทีเดียว 

 

“ เฮ้ย แกขี้โกงนี่หว่า ไหนบอกว่ายอมแล้วไง ” เหล่าลิ่วล้อที่เหลือตะโกนถาม แม้แต่ตังลู่ผู้เยือกเย็นยังนิ่วหน้าเป็นเชิงสงสัย

         

 

        เหมยลี่หันหน้ากลับมาทางเหล่าศัตรู จากนั้นก็เอื้อนเอ่ยวาจาออกมาเบาๆ

 

“ ชั้นบอกพวกนายตอนไหนว่ายอมแพ้ ”

 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา