The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.12K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

66) หนุ่มหล่อล้างแค้น

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

 

เครดิตภาพจาก  https://www.teahub.io

 

……………………..

       

      ทั้งสามเดินเข้ามาในตึก สิ่งแรกที่ได้เห็นคือห้องโถงขนาดใหญ่ พื้นปูพรมแดง ด้านหน้ามีเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่ทำจากไม้ขัดมันชั้นดี ภายในนั้นมีชายวัยกลางคนร่างสันทัดที่ไว้หนวดเรียวเล็ก เขายืนต้อนรับ พร้อมรอยยิ้ม

 

“ ว้าว….อย่างกะอยู่ในโรงแรมห้าดาวเลย ทั้งกว้างขวาง ทั้งหรูหรา ” เด็กหนุ่มเฮดัง ใบหน้าเรียวเล็กหมุนซ้ายแลขวาจนดูเลิ่กลั่ก 

          

 

       เหมยลี่รู้สึกระอาพฤติกรรมของมาวิน แต่ก่อนจะหันไปกำราบ บริกรวัยกลางคนก็เอ่ยถามอย่างนิ่มนวล 

 

“ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ ” 

          

 

        ทั้งสามนิ่งไปอึดใจ สุดท้ายก็เป็นฝ่ายมาวินที่ตอบกลับแบบกวนๆ 

 

“ ว้าว……ลุงนี่ช่างสุภาพอย่างกะคนโบราณเลย พูดธรรมดาก็ได้ อุ้บ อู้….. ” 

          

 

       มาวินพูดไม่ทันไม่จบประโยค เหมยลี่ก็ตรงเข้ามาปิดปาก อันเป็นการสกัด ไม่ให้เจ้าลิงหัวเขียวซุกซนเป็นครั้งที่สอง 

           

 

       พอเหตุการณ์สงบ โจจี้ก็เข้าไปแจ้งความจำนง ทันทีที่บริกรหนุ่มรับฟังความต้องการ เขาก็ยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนชี้ไปที่ประตูทางด้านขวามือ           

       

 

       โจจี้เดินกลับมาหาเพื่อนร่วมทาง จากนั้นก็กล่าวเบาๆ 

 

“ คุณบริกรบอกให้เราไปที่ชั้นสี่ ศาสตราจารย์อ็อคซี่กำลังว่างอยู่ ” 

            

 

        เหมยลี่พยักหน้ารับคำ แต่มาวินไม่เข้าใจ เขาร้องถามรัวเร็ว

 

“ เดี๋ยวซิ ตกลงพวกนายจะเข้าใจกันแค่สองคนใช่มั้ย ไม่คิดเล่ารายละเอียดให้ชั้นฟังเลยเหรอ นี่ชักงอนแล้วนะ ” เด็กหนุ่มพูดจบ ก็แกล้งทำแก้มป่องเหมือนเด็กๆ 

 

“ ฮ่าๆ โอเค เล่าก็ได้ คืองี้….” โจจี้หัวเราะเบาๆ จากนั้นก็เตรียมอธิบาย แต่ก่อนจะเอ่ยปาก เขากลับหยุดชะงักอย่างฉับพลัน 

 

“ อ้าว…..ตกลง จะเล่าหรือไม่เล่าล่ะ พ่อคุณ ” พอมาวินเห็นโจจี้หยุด เขาก็ทวงถามถึงคำตอบ 

 

“ อ้อ คืองี้…..ก่อนลงดันเจี้ยน เขาจะจับนายไปทดลองทางวิทยาศาสตร์ก่อน อย่างเช่นนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า ผ่าสมอง เลื่อยไต ตัดม้าม และอื่นๆอีกมากมาย เพื่อพิสูจน์ว่าเหมาะสมจะลงดันเจี้ยนหรือไม่ ” โจจี้สาธยายถึงขั้นตอนการทดลองที่น่ากลัว สีหน้าเคร่งขรึม พอเล่าจบ เด็กหนุ่มหัวเขียวก็ยิ้มร่า พร้อมหัวเราะออกมาดังๆ

 

“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า…….. ” 

 

“ ฮ่าๆ เป็นไง สนุกมั้ย ” โจจี้ยิ้มยียวน แต่เมื่อเสียงหัวเราะสงบลง เด็กหนุ่มก็หันมาตอบนิ่มๆว่า….. 

 

“ ไม่สนุกเลย ชั้นจะกลับแล้ว ” 

           

 

        มาวินรีบจ้ำอ้าว เพื่อออกจากสถานที่นี้ ทว่าเหมยลี่คาดไว้แล้วว่าเหตุการณ์ต้องเป็นเช่นนี้ จึงตรงเข้ามาล็อกคอเด็กหนุ่มเป็นครั้งที่สาม 

 

“ ปล่อย.... ไม่เอา ชั้นไม่อยากเป็นหนูทดลองยา ปล่อยช้าน….. ม่าย….. ” มาวินร้องขอชีวิต พร้อมดิ้นหนีสุดกำลัง แต่ดูเหมือนจะไร้ผล ส่วนโจจี้ เขาหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ ครู่หนึ่ง เหมยลี่เริ่มทนความบ้าบอของเด็กหนุ่มไม่ไหว จึงตวาดใส่อย่างรุนแรง 

 

“ เงียบ ” 

          

 

        ด้วยเสียงอันดังของแม่เสือสาว ทำให้สองหนุ่มหยุดนิ่ง แม้กระทั่งบริกรก็หุบยิ้ม พร้อมแสร้งก้มลงไปหาของที่ใต้เคาน์เตอร์ 

           

 

        เด็กสาวหันไปมองสองหนุ่มเป็นเชิงดุ จากนั้นก็กล่าวกับมาวิน 

 

“ ไม่ต้องกลัวจนเกินเหตุ เราแค่พานายไปทดสอบค่าพลัง จะได้ตัดสินใจว่าจะให้ลงดันเจี้ยนระดับไหน ” 

 

“ หา….. แค่นี้เองเร้อ….. ชั้นไม่ต้องไปทดลองบ้าๆบอๆแบบที่พี่ชายผมทองเล่าให้ฟัง ใช่มั้ย ” มาวินถามย้ำอีกครั้ง เพื่อความชัวร์

 

“ ใช่ ” เด็กสาวตอบสั้นๆ 

 

“ งั้นแบบนี้แปลว่า….เหอๆ ” มาวินเหล่มองโจจี้ แววตาประสงค์ร้าย 

 

“ ถูกต้องนะคร้าบ……นายโดนชั้นอำ ฮ่าๆ ” คราวนี้หนุ่มผมทองถึงกับเลิกเก๊กและชี้หน้าเด็กหนุ่ม ปากก็หัวเราะใส่ ท่าทางสะใจเป็นที่สุด 

 

“ หน็อย.... ไอ้พี่ชายหัวทอง ทีใครทีมันเฟ้ย ฝากไว้ก่อนเถอะ ” มาวินขมวดคิ้วนิ่วหน้า พร้อมขู่อาฆาต 

 

“ ฮ่าๆ ถ้าฝาก ก็รีบมาถอนนา ดอกแพงเด้อ ” โจจี้กระเซ้าเย้าแหย่ เขารู้สึกสาแก่ใจเป็นที่สุด เพราะที่ผ่านมา หนุ่มหล่อมักจะถูกลิงหัวเขียวแกล้งโดยตลอด คราวนี้จึงถือว่าเป็นการเอาคืน แต่เชื่อเถอะว่านี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แน่นอนว่าบุคลที่น่าจะเอือมระอาที่สุดหนีไม่พ้น....…เหมยลี่ เด็กสาวผู้เงียบขรึม 

 

…………………….

          

        ทั้งสามเปิดประตูที่บริกรชี้บอก เผยให้เห็นห้องเล็กขนาด 4 คูณ 4เมตร พวกเขาก้าวเข้าไปในนั้น 

      

 

        มาวินรู้สึกว่าพื้นที่ในห้องนี้ทั้งแคบและเล็ก ริมผนังฝั่งซ้ายปรากฏแผงบังคับที่มีปุ่มสีเขียวประดับอยู่ แน่นอนว่าโจจี้ไม่รอช้า เขากดมันโดยพลัน ทันทีที่กดปุ่ม ภาพใบหน้าของหญิงสาวไว้ผมเปียก็ปรากฏที่กลางอากาศ รอยยิ้มของเธอดูสดใส สวยงาม 

 

“ อะจึ้ย ผีหลอก เหวอ…..” มาวินกระโดดตัวลอยด้วยความตกใจ พร้อมเตรียมเผ่นหนีออกนอกห้อง ทว่าเขาทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะประตูถูกปิดไปแล้ว จึงได้แต่ลุกลี้ลุกลนและหมุนกายไปมา

 

“ เจ้าบ้า นั่นไม่ใช่ผี แต่เป็นภาพจำลองที่สมองกลสร้างขึ้นมา นายนี่มันบ้านนอกขนานแท้ ” โจจี้หันมาตวาด ส่วนเหมยลี่ไม่ได้พูดอะไร เธอส่ายหัวไปมา ท่าทางละเหี่ยใจ 

 

“ อ้าว……เหรอ เอ ว่าแต่สมองกลที่ว่า มันคือ…..คอมพิวเตอร์ ใช่มั้ย ” พอมาวินสงบจิตใจ เขาจึงเริ่มเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัย

 

“ สมองกลก็คือสมองกล ว่าแต่คอมพิวเตอร์แปลว่าอะไรฟะ งงแฮะ ” โจจี้ขมวดคิ้ว ส่วนเหมยลี่ แม้จะดูเฉยชา แต่ถ้าพิจารณาให้ดี ก็จะพบว่าร่องรอยแห่งความสงสัยอยู่บนใบหน้า 

 

“ เอ่อ…..มันคือ เอ่อ อ่า อ้อ คอมพิวเตอร์ก็แปลว่าสมองกลนั่นแหละ ที่บ้านชั้นเขาเรียกสมองกลว่าคอมพิวเตอร์น่ะ เหอ เหอ เหอ ” มาวินติดอ่างอยู่นาน ในที่สุด เขาก็หาทางออกได้สำเร็จ 

 

“ อ้อ เข้าใจแล้ว ” โจจี้และเหมยลี่พยักหน้ารับคำ ระหว่างนั้นเอง โฮโลแกรมสาวสวยก็เอ่ยถาม น้ำเสียงหวานใส 

 

“ ยินดีต้อนรับสู่ตึกอัพเลเวลประจำเมืองแกรนด์ยารด์ค่ะ มีอะไรให้รับใช้คะ ” 

 

“ ว้าว…..พูดได้ด้วย โคตรไฮเทคเลย ” เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง แต่คราวนี้ทั้งเหมยลี่และโจจี้เลิกสนใจ แม้ว่าส่วนหนึ่งยังแอบสงสัยคำว่า…..ไฮเทคอยู่นิดๆ

 

“ ไปชั้นสี่ จุดหมายคือห้องของศาสตราจารย์อ็อคซี่ครับ ” โจจี้แจ้งเจตจำนง ภาพจำลองของหญิงสาวจึงยิ้มหวานและตอบกลับมาสั้นๆว่า…… 

 

“ รับทราบค่ะ ” 

            

 

        สิ้นคำของสมองกล ภาพห้องแคบๆก็หายไป กลายเป็นห้องขนาดใหญ่ มีโต๊ะไม้มะกอกขัดมันตั้งอยู่ แถมยังมีเคาน์เตอร์บาร์ทำอาหาร ตู้เก็บเอกสารและตู้หนังสือที่ทำจากไม้สัก พื้นปูพรมขาวที่เหยียบแล้วให้ความรู้สึกสบายเท้า คล้ายยืนบนปุยเมฆ แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ.....แผงเหล็กซึ่งตั้งอยู่ตรงมุมห้อง  

            

 

        แผงเหล็กนั้นยาวราวๆ 10 เมตร มีปุ่มเล็กๆประดับอยู่หลายสิบ เหนือขึ้นไปปรากฏจอทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 300 นิ้ว 

 

“ ว้าว.... นี่ เราหายตัวมาอยู่ที่ไหนกัน แถมบนผนังก็มีจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่เวอร์นั่นอีก สุดยอดไปเลย ” มาวินอุทานดัง ส่วนโจจี้ได้แต่เกาหัวแกรกๆ เพราะเซ็งต่อความไม่รู้อะไรของเด็กหนุ่ม

 

“ ฮะๆ คืองี้…..เราไม่ได้หายตัวไปไหนหรอก แค่ถูกสมองกลวาร์ปส่งมาที่ห้องศาสตราจารย์เท่านั้นเอง ส่วนจอใหญ่นั่น เขาไม่ได้เรียกว่าโทรทัศน์ แต่เรียกว่าจอภาพ นายเข้าใจมั้ย ” โจจี้หัวเราะแห้งๆ พร้อมอธิบายให้เด็กหนุ่มฟังอย่างใจเย็น

 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา