The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.24K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

79) ท่าไม้ตายในตำนาน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เครดิตภาพจาก  https://www.istockphoto.com

 

      มาวินค่อยๆหันกลับมาประจันกับคู่กรณี แน่นอนว่าเจ้าตัวที่กำลังส่งเสียงขู่ย่อมต้องเป็น….หมาป่าอย่างไม่ต้องสงสัย พวกมันทั้งสามตัวล้วนมีท่าทางที่ดุร้ายไม่แพ้กัน

 

“ แฮ่……โฮ่ง…… ” เสียงขู่คำรามและเห่ากรรโชกดังออกมาจากหมาป่าที่อยู่ตรงกลาง ท่าทางจะเป็นจ่าฝูง เพราะมีรูปร่างที่เขื่องกว่าตัวอื่น 

 

“ ฮะๆ นายน่าจะเป็นพี่ใหญ่ ขอโทษด้วยนะที่เมื่อกี้เตะลูกน้องของนาย พอดีเท้ามันลื่นไปโดนเองน่ะ ” มาวินยิ้มแห้งๆ พลางกล่าวขอโทษ 

 

“ แฮ่……. ” 

        

 

       หมาป่าจ่าฝูงคำรามด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่าเดิม น้ำลายขาวขุ่นเริ่มหลั่งไหลออกมา ท่าทางเหมือนอยากจะเข้ามาขย้ำให้เต็มเขี้ยว

 

“ ฮะๆ อาการแบบนี้คงไม่ใช่ยกโทษแน่ๆ แล้วพวกนายอีกสองตัวล่ะ คิดยังไง ” เด็กหนุ่มหัวเราะแห้งๆ พลางหันไปถามความเห็นของหมาป่าที่เหลือ แน่นอนว่าคำตอบของพวกมันก็คือ…..การขู่คำราม 

 

“ แฮ่…… ” 

 

“ เหอๆ พวกแกคงคิดไม่ต่างจากลูกพี่ใหญ่ซินะ สามัคคีกันเหลือเกิน ” มาวินเริ่มใจเสีย 

          

 

       ขณะที่มาวินหาทางหนีทีไล่ให้กับตนเอง เจ้าหมาป่าจ่าฝูงก็กระโดดเข้าใส่

 

“ เฮ้ย ” มาวินร้องได้คำเดียว ก่อนหลบการจู่โจมได้อย่างหวุดหวิด ชนิดที่คมเขี้ยวห่างผิวกายไปแค่นิ้วเดียว 

          

 

       เด็กหนุ่มหัวเขียวถึงกับหน้าคะมำ เพราะพุ่งหลบสุดกำลัง แต่เขาก็ต้องรีบลุกขึ้นมา เพื่อรับการโจมตีครั้งต่อไป ซึ่งก็มีมาจริงๆ หมาป่าลูกฝูงทางซ้ายกระโจนเข้าใส่อีกครั้ง 

 

“ อึ้บ ” มาวินพลิกหลบคมเขี้ยวได้อย่างเฉียดฉิว แต่หมาป่าทางขวา ก็กระโจนสูง หวังขย้ำต้นแขน 

            

 

       นับว่าเด็กหนุ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่ว่องไว เขาเลยกระโดดถอยหลัง เพื่อหลบการกระโจนเข้าใส่ของหมาป่าตัวที่สาม

           

 

       การโจมตีชุดแรกของฝูงหมาป่าจบลงแต่เพียงเท่านี้ พวกมันวิ่งมารวมตัวกันอีกครั้ง พร้อมแหงนหน้าสูง ปากก็คำรามใส่อริอย่างพร้อมเพรียง 

 

“ แฮ่…… ” 

           

 

       มาวินเริ่มปาดเหงื่อ สีหน้าเต็มไปด้วยความวิตก ในใจแอบขบคิด......

 

“ เฮ้อ……ถ้าแค่ตัวเดียว ก็ไม่เท่าไหร่ เพราะมีรูปแบบการจู่โจมที่จำกัด อ่านทางได้ง่าย แต่พอรวมกันแบบนี้ ทำให้รับมือยากกว่าเดิม เคลื่อนไหวของพวกมันสอดประสานกัน แถมเจ้าหัวหน้าใหญ่ยังรวดเร็วกว่าตัวอื่น แล้วเราจะทำยังไง " 

            

 

       ระหว่างที่มาวินนิ่งคิดอยู่นั้น สามหมาป่าก็เริ่มล้อมเหยื่อเป็นวงกลม จากนั้นก็ค่อยๆบีบวงเข้ามา ทุกการเคลื่อนไหวของแก๊งเขี้ยวยาว ส่งผลให้เด็กหนุ่มหันรีหันขวางด้วยความหวาดระแวง 

 

“ มันจะมาไม้ไหน ” 

            

 

       เหล่าพลพรรคสี่ขาเข้าใกล้มาวินขึ้นเรื่อยๆ จนทิ้งระยะห่างเพียงห้าก้าว พวกมันก็หยุดนิ่ง พร้อมย่อตัวลงต่ำ ดวงตาเปล่งประกายมุ่งร้ายอย่างชัดเจน 

 

“ แย่แล้ว อย่าบอกนะว่าพวกมันจะกระโจนพร้อมกัน ” มาวินตกใจ สีหน้าขาวซีดเป็นไข่ต้ม 

           

 

       วินาทีต่อมา สิ่งที่คิดก็เป็นจริง เขี้ยวยาวทั้งสามได้กระโจนเข้าใส่มาวินพร้อมกัน พวกมันพุ่งเข้ามาในทุกทิศทุกทางจนเด็กหนุ่มหมดทางหนี แต่ด้วยปฏิภาณที่ว่องไว ทำให้เด็กหนุ่มตัดสินใจ…….กระโดดสูง 

 

“ ย่า ” 

      

 

       มาวินกระโจนขึ้นกลางอากาศ นับว่าตัดสินใจไม่ผิด เพราะเด็กหนุ่มสามารถหลบการจู่โจมของฝูงหมาป่าได้อย่างหวุดหวิด ด้วยความที่ไม่คิดว่าเหยื่อจะเลี่ยงได้ จึงทำให้พวกมันพุ่งชนกันเอง

 

“ ผลั้ก ” 

 

“ เอ๋ง….. ” เสียงปะทะดังสนั่น พร้อมเสียงครวญด้วยความเจ็บปวด กระแสเหล่านั้นมาจากพลพรรคสี่ขา 

           

 

       มาวินกระโดดขึ้นไปในจังหวะที่ไม่พร้อม พอเท้าสัมผัสพื้น เขาก็เสียหลักจนล้มลงไปนอน ถึงกระนั้น ความรักตัวกลัวตายก็บงการให้เด็กหนุ่มรีบยันกายลุกขึ้นยืน เพื่อเตรียมรับศึกต่อไป 

 

“ โว้ๆ อย่าเข้ามานะ คราวนี้พ่อเอาจริงแล้ว ไอ้เขี้ยวยาวทั้งหลาย ” มาวินร้องขู่ด้วยท่าทางที่ชวนขบขัน ทว่าศัตรูที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับมีเพียงหมาป่าจ่าฝูง ส่วนลูกฝูงอีกสองตัวยังคงโซซัดโซเซ เพราะมึนงงจากการกระแทกกันเอง 

 

“ เอ๊ะ มันเหลือตัวเดียวแล้วนี่หว่า โอกาสดีของเรา ขอเถอะพวก ” มาวินย่ามใจและพุ่งเข้าใส่หมาป่าจ่าฝูงสุดกำลัง หวังเตะให้สลบในทีเดียว 

 

“ ย่ะ ” 

        

 

       มาวินเตะขวาใส่หมาป่าจ่าฝูง จังหวะที่ฝ่าเท้าเกือบจะกระทบเป้าหมาย ร่างของมันก็หาบวับไปจากสายตา ราวกับเงาที่ไร้ตัวตน 

 

“ เฮ้ย มันหายไปไหน ” มาวินตกตะลึง ดวงตาเล็กเรียวเบิกโพลง ทว่าในวินาทีต่อมา เขาก็รู้แล้วว่าหมาป่าจ่าฝูงอยู่ที่ไหน เพราะได้ยินเสียงขู่ทางด้านหลัง

 

“ แฮ่…… ” 

           

 

        มาวินคาดว่าเจ้าจ่าฝูงน่าจะหลบฝ่าเท้าด้วยความเร็วที่สูงจนมองไม่เห็น จากนั้นก็วิ่งอ้อมมาที่ด้านหลัง เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจ กระโจนไปทางขวา โดยไม่หันกลับมามอง 

 

“ แคว๊ก ” 

       

 

       เขี้ยวหมาป่าฉีกเสื้อของมาวิน ส่งผลให้เนื้อผ้าบริเวณไหล่ขวาขาดกระจุย นับว่าเป็นโชคดีของเด็กหนุ่มที่ตัดสินใจหลบ ไม่เช่นนั้น สิ่งที่ต้องคมเขี้ยวคงจะเป็นลำคออย่างแน่นอน

          

 

       มาวินกลิ้งบนพื้นหญ้าอยู่หลายตลบ ก่อนจะลุกขึ้นยืน สายตาจับจ้องไปที่หมาป่าจ่าฝูงที่ยืนแยกเขี้ยว ภายในใจแอบขบคิด

 

“ รู้สึกว่าเจ้าจ่าฝูงจะต่างจากตัวอื่น มีท่าวาร์ปด้วย ดีนะที่หลบทัน ไม่งั้นได้เน่าคาดันเจี้ยนแน่ ว่าแต่เราจะสู้ต่อยังไง ”  

            

 

        มาวินคิดมากจนคิ้วขมวด แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวยให้ตรึกตรอง เพราะหมาป่าจ่าฝูงเริ่มเยื้องย่างเข้ามา ที่ร้ายกว่านั้นคือลูกฝูงทั้งสองเริ่มฟื้นตัวและหันกลับมาส่งสายตาอาฆาตให้เด็กหนุ่ม

 

“ จะมีอะไรซวยไปกว่านี้อีกมั้ย แค่เจ้าจ่าฝูงตัวเดียว ก็รับมือยากอยู่แล้ว นี่เพิ่มไอ้ลูกฝูงมาอีกสองตัว เหอๆ ” มาวินหัวเราะแหยๆ เพื่อหวังปลอบใจตนเอง 

          

 

        ช่วงเวลานั้นเอง มาวินก็ถลึงตา ทำให้หมาป่าทั้งสามตกใจไปตามๆกัน ไม่นาน ใบหน้าของเด็กหนุ่มก็กลับมาสงบและแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างที่ดูกวนๆ

 

“ ฮ่าๆ เยี่ยมไปเลย เอิ้กๆ…… ” เสียงหัวเราะแนวสติแตกเริ่มหลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่ม พร้อมกับใบหน้าที่บิดเบี้ยว คล้ายคนวิกลจริต ทุกอย่างดูวิปลาสจนสามหมาป่าถึงกับถอยหลังไปตัวละก้าวสองก้าว

 

“ ชั้นจะถามพวกนายอีกครั้ง จะยอมแพ้มั้ย ” มาวินหยุดหัวเราะ แล้วยืดอกถามด้วยท่าทางที่ดูภูมิใจแบบแปลกๆ เพราะไม่ว่ามองมุมไหน  ก็ไม่เห็นทางที่เด็กหนุ่มจะคว้าชัย

 

“ แฮ่…… โฮ่ง…… ” หมาป่าทั้งสามขู่คำรามอย่างดุดัน นับเป็นคำตอบที่ชัดเจน โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญภาษาสัตว์แต่อย่างใด 

 

“ ฮ่าๆ จะสู้ต่อเรอะ งั้นคราวนี้ เห็นทีต้องทำให้พวกนายแพ้ราบคาบซะแล้ว ” เด็กหนุ่มยังคงหัวเราะร่วนพร้อมโม้โลกแตกต่อไป 

          

 

        เหมือนหมาป่าทั้งสามจะเริ่มเบื่อหน่ายกับการฟังคนบ้าพล่าม พวกมันจึงเลิกสนใจและย่างเท้าเข้าหาเด็กหนุ่ม

 

“ ฮะๆ แล้วพวกนายจะเสียใจ ระวังให้ดี ” มาวินย่อตัวลงต่ำ พร้อมตั้งท่าสู้ อึดใจต่อมา เขาก็ตะโกนดังจนหมาป่าทั้งสามสะดุ้งสุดตัว 

 

“ ท่าไม้ตาย……อา……. ” 

       

 

        มาวินตีหน้าเครียด พร้อมลากเสียงยาวจนเหมือนการรวบรวมพลัง ก่อนปล่อยท่าเด็ดของพระเอกในหนังการ์ตูนชื่อดัง วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็กู่ร้องจนสุดเสียง เพื่อประกาศชื่อกระบวนท่าในตำนาน 

 

“ ฝ่าเท้าพายุ ” 

           

 

        สิ้นเสียงตะโกน มาวินก็วิ่งห้อไปทางขวาสุดกำลัง ด้วยความเร็วที่จัดจ้าน ทำให้เด็กหนุ่มหายลับไปจากสายตาของหมาป่าทั้งสามโดยพลัน

            

 

        หมาป่าทั้งสามยืนเอ๋ออยู่พักหนึ่ง เพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทัน พวกมันหันมามองกันเองอยู่สองสามที จึงรู้ตัวว่าควรวิ่งไล่เจ้าจอมกะล่อนต่อไป

 

 

สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา