The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

9.7

เขียนโดย Jalando

วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 19.53 น.

  171 LV
  22 วิจารณ์
  87.12K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 16.46 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

97) ความลึกลับของโจจี้

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เครดิตภาพจาก  https://wallpapercave.com

 

       เหมยลี่ยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ทรุดกายลงนั่งบนขอนไม้อย่างสงบ และเตรียมรับฟังในสิ่งที่โจจี้กำลังจะเล่า 

           

 

       หนุ่มผมทองยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็เงียบไปหลายอึดใจ คล้ายว่ากำลังนึกทบทวนเรื่องราวของตนเอง 

 

“ ก่อนอื่น ชั้นขอบอกเธอว่า….ทักษะการคาดเดาความคิดไม่ใช่เวทมนตร์หรือพลังพิเศษแต่อย่างใด มันเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่มีหลักมาจากการอ่านอากัปกิริยาของอีกฝ่าย ”   

          

 

        เหมยลี่ดูจะคลายอาการเกร็งลง เพราะทุกสิ่งที่โจจี้อธิบายมาค่อนข้างจะสมเหตุสมผล ถึงกระนั้น เธอก็ไม่วายถาม

 

“ เรื่องนั้นชั้นพอเข้าใจ เพราะนายเป็นฮันเตอร์ซึ่งมีทักษะการสังเกตที่ดีกว่าคนทั่วไป แต่เมื่อครู่ มันเหมือนกับว่านายมองทะลุไปถึงหัวใจ ดังนั้นการที่บอกว่าสามารถล่วงรู้ความคิดจากการอ่านแค่สีหน้า ท่าทางเพียงอย่างเดียว มันออกจะเหลือเชื่อไปหน่อยนะ ” 

 

“ ฮะๆ นั่นเป็นเพราะเธอยังเด็กอยู่ ลองมีอายุมากขึ้น การสังเกตและความแม่นยำในการอ่านคน มันก็จะเพิ่มพูนขึ้นมาเอง แบบนี้เขาเรียกว่าประสบการณ์ยังไงล่ะ ” โจจี้หัวเราะเบาๆ พลางมองใบหน้าขมวดนิ่วของเหมยลี่ แต่ในใจนึกเซ็ง 

 

“ น่าเสียดายชะมัด ทำไมเธอถึงไม่เป็นผู้หญิงนะ ” 

            

 

        เหมยลี่ขบคิดอย่างหนักหน่วง ก่อนจะกลับมาถามในเรื่องที่สงสัย

 

“ ย้อนกลับมาเรื่องอายุ ดูยังไงนายก็เป็นแค่คนหนุ่มที่อายุไม่ห่างจากชั้นมากนัก แล้วที่บอกว่าตัวเองอายุ 50 เศษ มันหมายความว่ายังไง ” 

          

 

        พอเหมยลี่พูดจบ โจจี้ก็หัวเราะลั่นแบบไม่เกรงใจใคร 

 

“ ฮ่าๆ......... ” 

 

“ หัวเราะอะไรของนาย ตกลงจะตอบคำถามนี้ว่ายังไง  ” เหมยลี่ตวาดกลับ ดวงตาคมเข้มเริ่มเปล่งประกายดุดัน

           

 

        โจจี้หยุดหัวเราะ พร้อมยิ้มสดใส ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจท่าทางก้าวร้าวของเหมยลี่เลย ครู่หนึ่ง ก็ตอบเรียบๆว่า......

 

“ ชั้นสัญญากับผู้ใหญ่ท่านหนึ่งว่า.....จะไม่บอกเรื่องที่เธอกำลังถาม แต่ใบ้ให้นิดหนึ่ง ในอดีต ชั้นเคยหลุดเข้าไปในดินแดนลึกลับ ” 

 

“ ดินแดนลึกลับอะไร และมันอยู่ที่ไหน ” เหมยลี่เริ่มเสียงแข็ง ทั่วกายเกร็งในลักษณะที่พร้อมประจัญบาน ทว่าโจจี้ก็ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ

 

“ บอกได้เท่านี้จริงๆ ถึงเธอจะคาดคั้นยังไง ชั้นก็ไม่สามารถบอกได้มากกว่านี้ ” 

            

 

       ดวงตาคมเข้มของเหมยลี่ประสานกับดวงตาโศกซึ้งของโจจี้ พอเวลาผ่านไประยะหนึ่ง เด็กสาวก็เป็นฝ่ายเมินหนีและนิ่งเงียบไปโดยปริยาย 

           

 

       ทั้งสองจ้องมองไปที่กองไฟ รอบกายแวดล้อมไปด้วยความมืดมิดกลางป่าลึก มีเสียงจิ้งหรีดเรไรและเสียงกรนของมาวินดังประสานกัน ราวกับว่ามันคือรีวิวประกอบฉากรักที่แสนโรแมนติก (มั้งนะ) แต่เมื่อเกิดความเงียบอยู่นานเกินควร โจจี้ก็ตัดสินใจทำลายมันด้วยการไถ่ถาม

 

“ เอ่อ......ชั้นขอถามเรื่องส่วนตัวของเธอได้มั้ย ” 

 

“ ว่ามา ” เด็กสาวตอบกลับทันที ดวงตาคมเข้มยังคงจ้องมองไปที่กองไฟ

 

“ เอ่อ.....เธอเป็นผู้ชายใช่มั้ย ” โจจี้กัดฟันแน่น พร้อมตัดสินใจเอ่ยถามถึงสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจ

       

 

       กายเพรียวของเหมยลี่กระตุกเล็กน้อย ดวงตาฉายประกายตกใจออกมาแวบหนึ่ง ก่อนกลับมานิ่งขรึมตามเดิม อึดใจต่อมา เธอก็ตอบเรียบๆด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก 

 

“ เรื่องนั้น.....แล้วแต่นายจะคิด ” 

          

 

      ทันทีที่ได้รับคำตอบ โจจี้ก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เพราะรู้ดีว่าเด็กสาวร่างสูงได้ปิดประเด็นนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหนุ่มผมทองจึงเลือกที่จะเงียบ

          

 

       ทั้งสองนั่งอยู่นานเท่าไหร่ไม่อาจทราบได้ เพราะต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในภวังค์ที่ล้ำลึก สุดท้ายก็เป็นฝ่ายโจจี้ที่ออกปาก 

 

“ เธอคิดว่ามาวินเป็นคนยังไง ” 

            

 

      เหมยลี่ชำเลืองมองโจจี้แวบหนึ่ง แต่เธอไม่ตอบทันที คล้ายว่ากำลังขบคิดถึงเหตุผลที่ถูกเอ่ยถาม ไม่นานนัก เด็กสาวร่างสูงก็ย้อนกลับมาว่า.....

 

“ แล้วนายคิดว่าเจ้าลิงหัวเขียวเป็นคนยังไงล่ะ ” 

           

 

       โจจี้เหลือบมองใบหน้าเรียวเล็กที่ไร้เดียงสาของมาวิน มุมปากแย้มยิ้มนิดๆ พร้อมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ 

 

“ หมอนี่มันบ้าบอขนานแท้ อยู่ไม่สุข เป็นตัวป่วน หลงตัวเอง เพ้อเจ้อ ไร้สาระเป็นที่สุด ” 

        

 

       ทุกคำที่โจจี้กล่าวมา เหมยลี่พยักหน้ารับ ทำนองว่าเห็นด้วยทุกประการ แต่อึดใจต่อมา หนุ่มผมทองก็วิจารณ์ต่อ พร้อมมองมาวินด้วยประกายชื่นชม

 

“ แต่มันก็เป็นคนมุ่งมั่น เข้มแข็ง และไม่เคยยอมแพ้หรือย่อท้อต่อสิ่งใด แถมยังมีน้ำใจ ชอบเสียสละตัวเองเพื่อผู้อื่น อันเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยนี้ ” 

          

 

       เหมยลี่ไม่ได้พยักหน้ารับอีกต่อไป เธอเพียงแต่นิ่งเงียบ ใบหน้าดูเย็นชาและตายด้านจนไม่สามารถคาดเดาถึงอารมณ์ ทว่าโจจี้ก็กล่าวต่อไป โดยไม่สนท่าทีของคู่สนทนา

 

“ ด้วยความที่เป็นแบบนี้ เลยทำให้มีเสน่ห์ต่อผู้คนที่ได้สัมผัส ขนาดชั้นที่เป็นผู้ชายยังอดชอบหมอนี่ไม่ได้เลย แล้วมีหรือที่ผู้หญิงจะไม่ชอบมัน ” 

           

 

        โจจี้พูดจบ ก็แอบเหล่มาที่เหมยลี่ เพื่อดูปฏิกิริยา จึงพบว่ากายของเด็กสาวแอบกระตุกอยู่เล็กน้อย กระนั้น เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา 

            

 

       เวลาผ่านไปนานเกือบสองชั่วโมง มาวินเลิกกรน แล้วลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางที่ดูสะลึมสะลือ สิ่งแรกที่เขากระทำก็คือ.....ถามหาอาหารจากโจจี้

 

“ ข้าวเย็นเสร็จรึยัง พี่ชายผมทอง ชั้นหิวอ่ะ ” 

 

“ ฮะๆ ” โจจี้หัวเราะก๊าก พร้อมตบกระบาลมาวินไปหนึ่งที มันรุนแรงซะจนทำให้เด็กหนุ่มหน้าคะมำ 

 

“ หน็อย ไอ้บ้า เล่นเจ็บๆ ” มาวินลุกขึ้นมาด่า และเตรียมเข้าสู่โหมดวิวาท แต่ไม่ทันได้ลงมือ โจจี้ก็ส่งจานพลาสติกให้ ในนั้นบรรจุเนื้อตากแห้ง เห็ดย่าง และขนมปังสี่ก้อน

 

“ พวกชั้นกินอาหารเย็นไปเรียบร้อยแล้ว กะว่านายน่าจะตื่นมากลางดึก เลยเก็บบางส่วนไว้ให้ ซัดตามใจชอบเลยนะ ไอ้น้องชายหัวเขียว ” โจจี้ตอบยิ้มๆ

 

“ ว้าว...... เยี่ยมไปเลย ไม่เกรงใจล่ะนะ ” มาวินยิ้มร่า เขาลืมความโกรธเมื่อครู่ไปโดยปริยาย จากนั้นก็เริ่มโซ้ยอาหารในจานอย่างเอร็ดอร่อย 

 

“ โห....... ฝีมือการทำเห็ดย่างของนายนี่มันโคตรสุดยอดเลย มีทุกรสชาติในตัวเอง ทำได้ไง ” มาวินกล่าวชม ทั้งที่อาหารยังคาอยู่เต็มปาก ทำให้ดูมูมมามเป็นที่สุด 

 

“ แหงล่ะ เห็ดนั่นผสมเครื่องเทศชั้นยอดตั้งหลายขนาน อยากจะบอกว่าเมนูที่นายกิน ทำมาจากสูตรลับประจำตระกูลของชั้นเลยนะ ” โจจี้ยืดอกรับคำชมด้วยความภาคภูมิ 

 

“ อืม....... ” มาวินรับคำส่งๆ ปากก็สวาปามอาหารที่เหลืออย่างเอาเป็นเอาตาย  

            

 

       เวลาแห่งความสุขสันต์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พอเด็กหนุ่มกระดกน้ำอึกสุดท้ายลงคอได้สำเร็จ เขาก็ทิ้งตัวลงไปนอนแผ่หลาบนพื้นดินกลางป่า

 

“ โว้ อิ่มสุดๆ เป็นงี้ทุกวัน อ้วนเป็นหมูแน่ๆ ” มาวินยิ้มร่า เขาดูมีความสุขที่ได้ซัดของอร่อยมาสองวันติด 

 

“ อืม..... ถ้านายเอาแต่กินกับนอนแบบนี้ ได้อ้วนจริงๆแน่ ดังนั้นเรามาออกกำลังหลังอาหารด้วยการฝึกดาบกันหน่อยมั้ย ” โจจี้ที่นั่งขอนไม้ฝั่งตรงข้ามกล่าวยิ้มๆ 

 

“ เยี่ยม ได้เลยพวก ชั้นอยากจะทบทวนท่าพื้นฐานที่นายสอนให้เมื่อวานนี้อยู่เหมือนกัน ” ดวงตาของมาวินลุกวาว เขารีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อไปหาท่อนไม้ที่เหมาะมือ

           

 

       ท่าทางที่ดูขะมักเขม้นและจริงจังของมาวิน ทำให้เหมยลี่ถึงกับฉงน เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าลิงหัวเขียวพยายามเบี้ยวซ้อมกังฟูทุกครั้งที่มีจังหวะ            

         

 

        โจจี้เห็นท่าทางประหลาดใจของเหมยลี่ เขาก็อมยิ้มนิดๆ พร้อมกล่าวเบาๆ เพื่อไขข้อสงสัย

 

“ ไม่ต้องแปลกใจไป ดูเหมือนน้องชายหัวเขียวจะชอบฝึกเพลงดาบของชั้นมากกว่ากังฟูของเธอนะ ” 

 

 

สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดารค์ไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา