Stumble in love สะดุดรัก หอพักอลเวง

3.0

เขียนโดย Tiamopu

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2562 เวลา 16.21 น.

  12 ตอน
  0 วิจารณ์
  711 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 18.36 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

1) พวกธรรมชาติเหมือนกัน

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

"เชื่อเถอะ  เค้าตาสีธรรมชาติจิงๆ"

.

.

.

.

  เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ตอนไปไหว้พระปีใหม่ ของปีนี้ ผมถูกเข้าใจผิด คิดว่าใส่คอนแทคเลนส์ แต่มีผู้ชายคนนึง ที่ผมไม่รู้จักเข้ามาช่วยไว้ 

[ ผมจำได้แค่ว่า เขามีผมสีน้ำผึ้งอ่อนๆ ]

 

>>  ขอให้ผม นายโอม สมหวังสักครั้งในชีวิตด้วยเถอะครับ  อ๊ะ!!! ผมทุ่มหมดตัว 20 บาทเลย!! ถ้าไม่สมหวังจะบีบคอให้ตายเลย

 

ผมมาไหว้ศาลเจ้าแห่งนึง

>>  ยังไงก็ขอให้ได้พบกับคนคนนั้นอีกครั้งเถอะ แล้วก็ขอให้ชีวิตผมเป็นไปได้ด้วยดี เรียนจบมหาลัยอย่างปลอดภัย เออ. .แล้วก็หาเพื่อนให้ได้เยอะๆ หลังเลิกเรียนก็ขอให้. . .

>>  น้อยชะมัด  น้อยซุปเปอร์น้อย แค่ 20 บาทเนี่ยนะ แถมยังขออะไรไม่รู้ยาวเป็นวา

 

ห๊ะ!! พระเจ้าพูดได้เหรอเนี้ย นี่ผมไม่ได้ไปใช่ไหม!?

>> พระเจ้า พูดได้เหรอ!?

>> ไม่ใช่!! มองข้างในสิ!!

>> ห๊ะ ข้างใน...

 

ผมก็สงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมต้องอยากรู้ว่าคนข้างในเป็นใคร. แอ๊ดดดดดด. . .

ผมเปิดประตูเข้าไป และสิ่งที่ผมเห็น คนทรงเหรอ? นัยน์ตาฟ้า แต่ว่า. . . สวยจัง. . .___________

 

>>  นี่ ชื่อโอม ใช่มั้ย? ช่วยแก้มัดให้ทีสิได้หรือเปล่า?

>>  อืมม ได้สิ!  ว่าแต่ทำไมถึงโดนมัดอย่างงี้ล่ะ!?

>>  ก็ถูกเจ้าอาวาสโรคจิตของที่นี่ขังไว้นะสิ

>>  เออออ งั้นเหรอ. . .  ห๊ะ!!! ขังไว้

ชู่____________ชู่

>>  เงียบๆ หน่อยสิ! เดี๋ยวมีใครมาเจอพอดี รีบหนีออกไปจากที่นี่ดีกว่า

>>  เข้าใจแล้ว เอ่อ. .แต่ว่าเดี๋ยวก่อนนะ! นี่มันต้องไขว้ไปทางนี้ใช่ไหม อ้าว!? ไหงเป็นงี้ล่ะ

>>  เดี๋ยวเดี๋ยว. .ไม่ใช่ ต้องเอาเส้นนั้นอ้อมไปทางขวา เร็วเข้าสิ!! มัวทำอะไรอยู่!! รีบทำตามที่บอกสิ!!

>>  ก็ทำเท่าที่จะทำได้แล้วไง แบบนี้เป็นไงใช่ไหม

 

ผมกระตุกเชือกสุดแรง ฮึบบบ. . .

>>  โอ๊ยยยยยยยยยย

>>  อ้าว!?

>>  เจ็บชะมัด!!

>>  ขอโทษที จะแก้ให้นะ  อ๊ะ. .รู้แล้วตรงนี้ต้องอ้อมไปทางขวา

>>  ก็บอกตั้งแต่เมื่อกี้แล้วไง!!  เจ็บๆๆๆ 

 

ผมมัวแต่แก้เชือก จนกระเป๋าหล่น เอกสารใบสมัครเรียน กระจัดกระจาย

>>  สำเร็จ!! หลุดแล้ว

 

พอผมแก้เชือกได้สำเร็จ ผมก็หันไปเก็บเอกสารทันใดนั้น. . .

>>  เฮ้ย. . !!!! ตรงนั้นกำลังทำอะไรอยู่นะ!?

>>  เฮ้ย! มีคนมาเจอแล้ว

>>  ไม่เป็นไร แกะเชือกออกก็ใช้ได้

 

พูดจบ คนทรงก็หันไปถอดวิกผมออก ผมได้แต่ยืนมอง เอ๊ะ! ผมแบบนี้. . . ผมสีน้ำผึ้ง คนนั้นนี้!!

>>  หนีสิ !! มัวรออะไรอยู่ . .  เอาของมา 

>>  จะหนีหรอ!?  นี่มันอะไรกัน?

 

สิ้นสุดเสียง คนทรงก็ปาวิคผมใส่เจ้าอาวาสโรคจิตนั้น

>>  โอม. . วิ่งเถอะ!!

>>  อืออ. .

 

เดี๋ยว. . .นะ คนๆ นั้นนี่หน่า!? ที่เคยช่วยผมเอาไว้ในตอนนั้น. . !!

 

ในวันนั้น วันที่ผมเจอ เขาเป็นครั้งแรก และผมไม่เคยลืม. . 

>>  เอ่อ. . ขอบคุณนะคับ. . . 

>> ไม่เป็นไรหรอก แค่ช่วยพูดนิดหน่อยเอง

แล้วสีตาธรรมชาติแบบนั้น. . ผมชอบนะ 

-------------------------------------------------

คนๆ นั้นไม่ผิดแน่ๆ ผู้ชายผมสีน้ำผึ้งอ่อนๆ คนที่คิดว่าอยากจะเจออีกสักครั้งมาตลอด  ได้มาเจอในที่แบบนี้เนี้ยนะ !!  ตั้งแต่ตอนนั้น ก็ไม่เคยลืมเลย. . 

เพราะเป็นครั้งแรกที่มีคนพูดกับผมแบบนั้น

ผมและคนทรงวิ่งกันออกมาจนกระทั่งมาถึง สวนสาธารณะ แห่งหนึ่ง

 

>>  เฮ้ออ. . . มาถึงนี่คงไม่เป็นไรแล้วมั้ง

>>  นาย ทำไมต้องใส่วิก??

>>  ผมทำงานพิเศษที่ศาลเจ้าน่ะ เจ้าอาวาสโรคจิตนั้น บอกว่าถึงยังไงก็ต้องแต่งตัวเป็นคนทรง

>>  จริงสิไปแจ้งตำรวจไหม!?

>>  ฮ่าๆๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก  เออ!!  ผมชื่อ เฟรม นะ ขอบคุณที่มาช่วยไว้

>>  จำฉันไม่ได้หรอ!?  ที่เจอกันตอนไหว้พระปีใหม่นะ

>>  ขอโทษนะจำไม่ได้เลย !!

 

 

สิ่งที่ผมอยากจะถามมากที่สุด เขาก็ตอบมาแบบชัดถ้อยชัดคำ ผมจะทำไงได้ล่ะ ในเมื่อเขาจำผมไม่ได้

 

>>  ตอนปีใหม่  ผมเข้าวัดนั้นออกวัดนี้เต็มไปหมด  ไปขอให้สอบติด กลับบ้านมาก็นอนตื่นอีกวัน  ผมก็จำอะไรไม่ได้แล้ว. . .ทำไมเหรอ!?  ผมเคยเจอ โอมหรอ!?  เจอกันเรื่องอะไร?  มีอะไรสำคัญที่จะทำให้จำได้บ้างมั้ยล่ะ?

 

เฮ้ออออ. . . เรื่องสำคัญสำหรับผม แต่นายลืมไปแล้ว และนั้นก็คงเป็นความทรงจำสำหรับผมคนเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ ผมดันเที่ยวไปขออธิษฐาน เพื่อขอให้ได้พบอีกครั้ง น่าขายหน้าที่สุด !!

 

>>  ไม่มีอะไรหรอก ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรเลย ฮ่าๆๆ ก็แค่ความทรงจำเล็กๆ น้อยๆ ที่จริงฉันก็  จำนายไม่ค่อยได้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงด้วยซ้ำ!!

>>  อะไรกันเสียมารยาทจริงๆ!! ผมเนี่ยลูกผู้ชายเต็มตัวเลยนะ

 

เห้ยยยย อยู่ๆ ก็จับมือของผมให้ไปจับ. . × . . ตรงนั้น

 

>>  เห้ยยย !! ทำอะไรของนายเนี้ย!!!!

>>  เห้ย อะไรละ!?  ได้สัมผัส Dynamic บอมเบอร์ของผม ทั้งๆ ที่ปกติ ไม่ได้ให้จับกันฟรีๆ หรอกนะ

>>  ไม่ได้ขอร้อง แล้วก็ไม่ได้ขอจับสักหน่อย!?

 

คนอะไรวะเนี้ย!! อยากจะพิสูจน์ความเป็นผู้ชายก็ไม่เห็นต้องทำขนาดนี้ก็ได้มั้ง แค่บอกก็เชื่อแล้ววว

 

>>  นี่  โอม. . . จะเข้ามหาลัยบางกอกเหรอ!?  ผมเห็นซองที่อยู่ในกระเป๋า ตอนที่อยู่ศาลเจ้าอะ

>>  อืมม

>>  ผมก็เหมือนกัน อยู่มหาลัยเดียวกันเลย บังเอิญจังเลยนะ  เอออ สีตาของโอม อะ เหมือนใส่คอนแทคเลนส์เลย

 

เรื่องดีๆ มีอยู่อย่างเดียว นายก็กลับจำไม่ได้

>>  ผมก็มีผมกับตา สีแบบนี้ตั้งแต่เกิดเหมือนกัน พวกเราเป็นพวกธรรมชาติเหมือนกันนะ ฮ่าๆ

>>  _________. . แบบนี้ไม่เห็นจะดีตรงไหน ตาสีแบบนี้ ไม่เห็นมีอะไรดีสักอย่าง. . .

>>  ถ้างั้นทำไมถึงปล่อยไว้อย่างนี้ล่ะ? ทั้งที่เด่นออก 

>>  เพราะงั้น. . . ถึงไม่ชอบไง

>>  ____________.!  ถึง โอมจะบอกว่าไม่ชอบยังไง แต่ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้ จะคิดมากไปทำไม

>>  ใช่สิ. . ในเมื่อสีผมของนายสวยอย่างนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องไม่ชอบนิ!!  แต่ว่าสีตาของฉัน ไม่สวยสักหน่อย!!  ช่างเถอะ  บ๊ายบาย

>>  เอ้ยยย!  เดี๋ยวสิ!  จะไปมหาลัยไม่ใช่หรอ!?  วันนี้เป็นวันไปดูห้องนะ ไปด้วยกันสิ ไหนๆ ก็เจอกันแล้ว

>>  ไม่ !!!

 

ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็ไม่อยากจะเจอความทรงจำที่แสนสุขเพียงอย่างเดียวของสีตาธรรมชาติที่ไม่ชอบที่สุด ทั้งๆ ที่คิดว่า อาจจะมีคนเข้าใจแล้วเชียว

ผมเดิมมาสักพัก ก้มหน้าก้มตาเดินไม่ได้สังเกตว่าใครจะเดินสวนมา

>>  โอ๊ยยยยย

>>  เอ๊ะ!! ขอโทษที

>>  อ้าว. . !?  โอม มาทำอะไรอยู่ที่นี่?

 

ผมเงยหน้าขอโทษคนที่ผมพึ่งจะชนเมื่อกี้  แต่กลับได้พบ  เหมียว และเพื่อนของ เหมียวอีกคน

>>>>  เอ๊ะ. .  โอม. . . ??  หรือว่าแกรตามหาคนนี้อยู่ อย่างที่เขาลือกัน

>>  ไม่ใช่ . . . !!!!!

>>  เฮ้ยย เลิกเถอะ ผู้ชายสีตาประหลาดเแบบเนี้ย!!

 

ได้ยินแล้วก็สตั้นไปนิดๆ เหมือนกันนะ  แต่ผมก็ชินแล้วละ  ผมก็ได้แต่ยืนหน้าหงอย ความรู้สึกอยากจะหายไปจากตรงนี้เลยด้วยซ้ำ  แต่แล้วก็เหมือนความคิดของผมเป็นจิง. . . 

>>  กำลังทำอะไรนะ?  ว่าไง. . .  ไปด้วยกันมั้ย โอม!?

 

เฟรม เข้ามาทักพร้อมกับกอดคอผม แล้วเหมือนจะพาเดินออกไปจากตรงนั้น 

>>  เฮ้! เดี๋ยวสิ จะทำอะไรนะ พวกเราคุยกันอยู่นะ.!

 

เหมียว โวยวายขึ้น เพราะ เฟรม กำลังจะพาผมเดินออกไป เมื่อเสียงของ เหมียว พูดจบ เฟรม ก็หยุดเดิน และผมก็หยุดชะงักไปด้วย เฟรม เดินกลับมาและเอาหน้าเข้าไปใกล้หน้าของเหมียว เหมือนพิจารณาบางอย่าง. . 

>>  นี่. . . ผมเทอย้อมมาใช่ไหม? ดัดอ่อนๆ ด้วยล่ะสิ? ตาก็ใส่คอนแทคเลนส์สีใช่มั้ย สวยจังเลยนะ

>>  เอ๊ะ . .งั้นเหรอ?

 

เหมียว ก็ตอบรับแบบ งงๆ  ผมก็แอบ งง ว่าทำไมเฟรม ถึงไปชมเหมียว

>>  แต่ว่า. . ผมคนนึงละ ไม่มีรสนิยม ชอบของปลอม!!  ไปละ บ๊ายบาย นะ

 

พูดเสร็จ เฟรม ก็กอดคอผมพาเดินออกมาโดยไม่สนใจว่า เหมียว จะพูดว่าอะไร เราสองคนเดินกันมาสักระยะหนึ่ง จนเกือบจะถึงหน้าหอ

>>  คนเมื่อกี้น่ารักดีนะ ผมเคยชื่นชมเขา ได้ยินมาว่า เขาชอบคน ตาน้ำข้าว ผมก็แอบหลงดีใจ แต่ว่า. . 

 

ย้อนไปสมัยผมยังเรียนมัธยม แต่ผมบังเอิญเดินผ่านไปได้ยินเข้า

>>  เฮ้ยย เหมียว ฉันได้ยินมาว่าโอม ห้อง9 ชอบแกรแน่ะ!

>>  เอ๊ะ..! จริงเหรอ?

>>  จริงสิ พอได้ยินว่าแกชอบคนตาน้ำข้าว ก็คิดว่าเป็นตัวเอง. . ฮ่าๆๆ

>>  เห้ยย. . ตาน้ำข้าวฉันหมายถึงลูกครึ่งยะ ฮ่าๆๆ

 

-------------------------------------------------------

 

>>  ตาสีอย่างงี้. .  ไม่เห็นมีความทรงจำอะไรดีๆ เลย บ้างก็ถาม นั้นใช่ของจิงหรอ?  บ้างก็ว่าปลอมบ้างละ  น่าสงสารบ้างละ  ดีนะที่ไม่ได้เป็นแบบฉัน ไอ้ตัวประหลาด!!. . . . . . . ฉันเกลียดสีตาแบบนี้ เกลียดตัวเองด้วย!!

>>  ถ้าเป็นงั้น ทำไมไม่ใส่คอนแทคเลนส์ไปเลยละ

>>  เรื่องนั้น. . . ฉันคิดว่า ถ้าใส่ตอนนี้ก็เท่ากับแพ้คนแบบนั้น มันก็จะกลายเป็นว่า ฉันดันเป็นของปลอมจิงๆ ซึ่งนั้นฉันจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เด็ดขาด

 

เฟรม ยิ้ม. . . พร้อมกับขยับเข้ามาใกล้ๆ ผม. . 

>>  ถ้างั้นก็ดีแล้ว อย่าคิดมากเลย ก็พวกเราเป็นพวกธรรมชาติเหมือนกันนี่เนอะ!?

>>  เฟรม ไม่ใช่คนที่มีปมด้อยนี่. . .

>>  ฮ่าๆ มีสิ เยอะเลย ทั้งตาทั้งผมนี่ ตราบใดที่มีสีแบบนี้ ผมก็ไม่สามารถอ้างตัวว่าเป็นลูกของพ่อได้

 

เอ๊ะ. . ! ทำไมนายถึงพูดแบบนี้ละ  หรือว่านายไม่ใช่คนลูกครึ่งหรอ.? 

>>  พ่อของผมเป็นคนไทย แม่เป็นชาวต่างชาติ  แม่นะ ทั้งสีผมและทั้งสีตาเป็นสีดำ  แถมได้ยินมาว่า ตอนแม่คลอดผม  แม่ก็ใช้ชีวิตด้วยการขายตัว ฮะๆๆๆ ไม่รู้เหมือนกันสิ  แต่. . ผมก็ไม่คิดจะสืบหรอก

 

พอผมได้ฟังเรื่องของ เฟรม แล้วนั้น ผมย้อนมามองเรื่องของตัวเอง มันเล็กน้อยมากสำหรับเรื่องของผม และกลายเป็นว่าผมกลับมองเห็นแววตาเศร้าๆ ที่เวลา เฟรม กำลังเล่าอยู่นั้น

>>  ไม่ว่าใครก็ต้องมีอะไรเหมือนพ่อสักอย่างใช่ไหมล่ะ!?  อาจจะเป็นภายนอกหรือนิสัย แต่บังเอิญของผมไม่เหมือนกับพ่อเลย  แต่ผมก็ตั้งใจ ว่าจะไม่ยอมแพ้เรื่องแบบนั้น เหมือนกับ โอมไง ผมดีใจนะ ที่มีคนคิดแบบเดียวกัน

 

นายคงต้องพบเจอปัญหาอะไรมา มากมายแน่ๆ เลยสินะ

เฮ้อออ ผมคงคิดผิดมาตลอด เพราะผมคิดว่า คงมีแค่ผมสินะ ที่เจอแต่ปัญหา แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ยังมีอีกคนหนึ่ง ที่เจอปัญหาใหญ่กว่าผมมากนัก

>>  แล้ว สีตานั้นก็. . . 

 

เฟรม ยังไม่ทันจะพูดจบ ก็ดันมีคนมาขัดจังหวะ!!

>>>>  เจอแล้ว. . . . . 

>>  เห้ย. . . เจ้าอาวาสโรคจิตนี่!!!

 

ผมกก้าวขาไม่ออก  ไม่รู้จะไปทางไหน  ว่าแต่มาได้ไงเนี้ย  !?

>>  โอม . .  ยังอยู่อีกทำไม หนีดิ !!

>>>>  คิดว่าฉันจะปล่อยให้หนีได้หรอ!!  จับเอาไว้ได้แล้ว  ไอ้เฟรมไวเป็นลิง แต่เด็กคนนี้ ฉันต้องจับได้อยู่แล้ว  ว่าไง เฟรม ถ้าอยากให้ปล่อยเด็กคนนี้ ก็กลับมาซะดีๆ

>>  เข้าใจแล้ว !!  กลับก็ได้ แต่อย่าดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องให้มากกว่านี้เลย เค้าต้องไปมหาลัยแล้ว

>>  แต่นายก็ต้องไปเหมือนกันไม่ใช่หรอ!??

>>  จิงสิ โอม. . .  เมื่อกี้พูดค้างเอาไว้   สีตาธรรมชาติน่ะดีนะ  ผมชอบแบบนั้น

 

เอ๊ะ. .!!  เหมือนกันเลย  คนๆ เดียวกัน คำพูดเดียวกัน คนๆ นั้นที่อยู่ในความทรงจำเดียวที่ดีที่สุดของผม เฟรม จำผมได้ เขาจำผมได้. .  ถ้าเป็นแบบนั้น เฟรมช่วยผมเอาไว้ 2 ครั้งแล้ว. .  และครั้งนี้ ผมก็อยากจะช่วยเขาบ้าง

.

.

.

.

-----------------> ตอนต่อไป. . 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
2 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
2 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
5 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา