เร้นรักมธุรสลวง

-

เขียนโดย Phaky

วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 14.20 น.

  28 ตอน
  2 วิจารณ์
  835 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 11.33 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

7) ด้านมืด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

สวนผลไม้กว่าร้อยไร่ของไร่บารมีเสียดฟ้าภายใต้การบริการของคมพัชญ์นั้นมีคนงานใต้ปกครองราวแปดสิบชีวิต โดยส่วนใหญ่ยกกันมาเป็นครอบครัว นั่นคือในหนึ่งบ้าน จะมีทั้งพ่อ แม่ และลูกที่พร้อมใจกันมาสมัครเป็นคนงานของไร่นี้ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับด้วยอำนาจของตระกูลดัง หรือสิ้นไร้หนทางอื่นทำกิน อันที่จริงในบริเวณใกล้เคียงมีโรงงานผลิตผลไม้กระป๋องและโรงงานอื่นๆเกิดขึ้นอีกหลายแห่ง แต่ที่คนงานยอมทำงานกรำแดดมากกว่าอาศัยทำงานสบายอยู่ในร่มของโรงงานนั่นเพราะสวัสดิการที่คมพัชญ์มอบให้คนงานในปกครองที่มีมากจนหาไม่ได้จากที่อื่น

 

นอกเหนือจากค่าจ้างรายวันที่ได้รับอย่างสมน้ำสมเนื้อกับความเหนื่อยล้า ชายหนุ่มยังมีเบี้ยขยันพิเศษสำหรับคนที่มาทำงานสม่ำเสมอ นอกจากนี้คมพัชญ์ยังเปิดบัญชีให้คนงานนำเงินมาฝากโดยมีข้อแม้ว่าห้ามถอนจนกว่าจะฝากครบห้าปี หากคนงานนำเงินมาฝากหนึ่งร้อยบาท ชายหนุ่มก็จะสมสบให้อีกหนึ่งร้อยบาท หากคนงานนำเงินมาฝากเข้าบัญชีหนึ่งพัน คมพัชญ์ก็ใจป้ำฝากสมทบเข้าไปอีกพันบาทเช่นกัน เพราะอยากกระตุ้นให้คนงานรู้จักเก็บออมไว้เพื่ออนาคตในวันข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่ว่าจะคลอดลูกหรือป่วยไข้หนักหนาแค่ไหนชายหนุ่มก็รักษาให้ฟรี หรือหากบุตรหลานของคนงานเรียนดีมีความประพฤติเยี่ยมอยากเรียนต่อสูงๆ คมพัชญ์ก็มอบทุนการศึกษาให้เพื่อช่วยยกกระดับชีวิตด้วยการเอาผลการเรียนมาแลก นี่ยังไม่รวมวันหยุด อาหารกลางวันฟรีที่ทางไร่มีให้ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่ไม่ว่าจะมาเยือนไร่บารมีเสียดฟ้ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็จะเห็นแต่คนงานหน้าเดิมๆที่ยังปักหลักทำงานจนกว่าสุดท้ายจะหมดแรงทำไม่ไหว นั่นเพราะไม่มีสักคนที่คิดอยากจะลาออกจากเจ้านายใจประเสริฐแบบนี้

 

“กูเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าไร่บารมีเสียดฟ้า ไม่เลี้ยงคนทรยศ!”

 

แต่ทว่าความใจดีทั้งหมดทั้งมวลที่ได้กล่าวไปก่อนหน้าจะกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าทันทีที่คมพัชญ์ถูกหักหลัง ไม่เคยสักครั้งที่ชายหนุ่มจะเรียกร้องบุญคุณตอบแทนจากลูกน้อง สิ่งเดียวที่คมพัชญ์ต้องการจากคนงานก็คือการทำงานเต็มที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แค่นั้นจริงๆที่ต้องการ แต่เมื่อลูกน้องในปกครองให้ไม่ได้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ชายหนุ่มต้องมอบความเมตตากับคนไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ ทันทีที่เดินตามหัวหน้าคนงานมาถึงโรงเรือนเก็บเครื่องมือเครื่องใช้แล้วพบร่างสั่นเทาของคนงานที่หายตัวไปจากไร่ตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน คมพัชญ์จึงไม่รอช้าที่จะกระชากคอเสื้อของคนทรยศที่กล้าขโมยผลไม้ในไร่แอบไปขายขึ้นมาเผชิญหน้า

 

“นะ..นายครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมผิดไปแล้ว ให้อภัยผมสักครั้งนะนาย ผมขอโทษ”

 

ไม่น่าเชื่อว่าความเดือดดาลจากการถูกทรยศจะทำให้เจ้านายหัวใจเทวดาในสายตาของคนงานสามารถกลายร่างเป็นปีศาจแสนโหดร้ายได้ในพริบตา แต่ก็เป็นไปแล้ว ตั้งแต่เข้ามาอาศัยใบบุญของไร่บารมีเสียดฟ้าเมื่อปีก่อนก็เคยได้ยินแต่คนงานเก่าๆเล่ากันมาว่าลูกชายคนเล็กของพ่อเลี้ยงนภัทรในยามโกรธนั้นดุร้ายไม่ต่างจากเสือ แต่สิบปากเล่าหรือจะสู้สองตายล เพิ่งเคยเห็นด้วยตาตัวเองก็วันนี้ ลูกไฟดวงโตที่สว่างวาบในดวงตาของผู้เป็นนายนำพาความหวาดกลัวมาให้ จนนายมั่น คนงานที่หาญกล้าขโมยทุเรียนพันธุ์พิเศษในไร่ไปขายเพราะถูกความโลภครอบงำจิตใจชั่วขณะต้องยกมือสั่นเทาพนมขึ้นไหว้ร้องขอความปรานีจากคมพัชญ์ปากคอสั่น

 

“ไม่ได้ตั้งใจ?”

 

คำพูดของลูกน้องทรยศทำให้คมพัชญ์สะบัดร่างสั่นระริกของไอ้มั่นลงไปนอนกองกับพื้น พลางหมุนตัวกลับไปด้านหลังเพื่อมองต้นทุเรียนที่กำลังออกผลผลิต กรามหนาบดเข้าหากันพอๆกับฝ่ามือที่กำเป็นหมัดแน่น ข้อหาของนายมั่นอาจฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย กับอีแค่ขโมยทุเรียนไม่กี่สิบลูกแอบไปขายให้คนข้างนอก แต่หารู้ไม่ว่าทุเรียนของไร่บารมีเสียดฟ้านั้นเป็นทุเรียนเกรดพรีเมียมที่ทางไร่ลงทุนจ้างนักวิจัยมาตัดต่อพันธุกรรมเป็นพิเศษ นอกจากจะมีที่นี่แห่งเดียว ทุเรียนของทางไร่ยังมีรสชาติหอมหวานอร่อยไม่เหมือนใคร เป็นที่ต้องการของตลาดจนลูกค้าต้องทำสัญญาสั่งจองเหมาต้นกันตั้งแต่เริ่มออกดอก และมีมูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่ลูกละสามหมื่นบาท คิดง่ายๆว่าสิบลูกที่นายมั่นขโมยไปขายคนข้างนอกก็เป็นเงินสามแสนบาทซึ่งแน่นอนว่านั่นคือความเสียหายขั้นต่ำที่สุด แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่มูลค่า เพราะเงินแค่นั้นไม่สะเทือนคลังสินทรัพย์ของตระกูลบารมีเสียดฟ้าเลยสักนิด ทว่ามันคือความไว้ใจที่ถูกทำลาย สิ่งที่คมพัชญ์เกลียดที่สุดคือความผิดหวังจากการถูกคนที่ไว้ใจหักหลัง และคนเย่อหยิ่ง รักแรงเกลียดแรงอย่างชายหนุ่มก็ไม่คิดจะเก็บคนคิดไม่ซื่อไว้ข้างกายให้กลายเป็นหอกข้างแคร่

 

ยามดีก็ดีใจหาย ยามร้าย...ก็ฉิบหายกันถ้วนหน้า!

 

“มือไหนที่มึงใช้ขโมยของในไร่กู”

 

นอกจากข้อสันนิษฐานที่นายมั่นหายออกไปจากไร่เมื่อสองวันก่อนซึ่งเป็นวันเดียวกับที่คมพัชญ์มาตรวจความสุกของทุเรียนจนพบว่าถูกมือดีขโมยไปหลายสิบลูก หลักฐานจากหัวหน้าคนงานที่ตามสืบจนได้ข้อมูลมาว่าคนที่ซื้อทุเรียนที่ถูกขโมยไปเป็นเศรษฐีในตัวจังหวัดที่พลาดการจองทุเรียนของปีนี้จนต้องอาศัยติดสินบนคนงานในไร่เขา จึงไม่ต้องเสียเวลาซักไซ้ไล่เรียงอะไรให้มากความ คมพัชญ์หมุนตัวกลับไปจ้องหน้านายมั่น ซึ่งแน่นอนว่าได้กลายสถานะเป็นอดีตลูกน้องไปแล้วด้วยสายตาเย็นชา ดวงตาที่ไร้ซึ่งลูกไฟโกรธเกรี้ยวเหมือนตอนแรก แต่ทว่าความมืดดำของมันกลับดูวังเวงอำมหิตน่าเกรงกลัวยิ่งกว่าหลายสิบเท่าเหลือบมองมือของหัวขโมยช้าๆ

 

“นะ..นาย นายครับ ยกโทษให้ผมสักครั้งนะครับ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว”

 

วิธีการมองของเจ้านายเหนือหัวพาให้นายมั่นรู้สึกเสียวสันหลังวาบจนอดีตคนงานรีบซ่อนมือทั้งสองข้างไว้ด้านหลังอัตโนมัติ จากนั้นจึงเงยหน้าเปื้อนน้ำตาของความขลาดกลัวขึ้นร้องไห้ร้องขอความเมตตา ก่อนร่างสั่นเทาอ่อนเปลี้ยจะรีบกระถดถอยหลังออกห่างเมื่อเห็นคมพัชญ์รับกระบอกปืนมาจากหัวหน้าคนงาน

 

“นาย ได้โปรดเมตตาผมสักครั้งนะครับ นาย อย่าฆ่าผมเลย นาย ปล่อยผมไปเถอะนาย ผมขอโทษ”

 

“กูให้มึงเลือกว่า ซ้าย...หรือขวา”

 

การจะควบคุมคนงานที่มาจากนิสัยร้อยพ่อพันแม่กว่าแปดสิบชีวิตให้อยู่ร่วมกันโดยปกติสุขไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่คมพัชญ์สามารถทำได้เป็นอย่างดี นั่นเพราะชายหนุ่มมีความดุดันเฉียบขาด และยึดมั่นถือมั่นในกฎระเบียบที่แจ้งให้คนงานทุกคนรับทราบตั้งแต่เข้ามาสมัครเป็นคนของไร่บารมีเสียดฟ้า แม้ว่าในสายตาคนนอกบางคนที่มองเข้ามาจะคิดว่าที่นี่ปกครองกันอย่างป่าเถื่อนใช้ความรุนแรงในการลงโทษ ทว่าคมพัชญ์กลับมองว่าไม่มีอะไรต้องกังวลหากไม่ได้ทำความผิด แต่หากได้ละเมิดกฎที่ตั้งไว้ ต่อให้ร้องไห้จนปิ่มจะขาดใจก็มิอาจหนีรอดจากการลงทัณฑ์ เหมือนในกรณีของนายมั่นซึ่งเป็นที่รับทราบโดยทั่วกันว่าโทษฐานของบุคคลที่บังอาจขโมยข้าวของภายในไร่คือตัดมือทิ้ง!

 

“นาย…”

 

“กูถามว่าซ้ายหรือขวา!”

 

“ซะ..ซะ ซ้ายครับ”

 

จำเลยหลับตาลงก่อนตัดสินใจตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสิ้นหวังเมื่อสัมผัสความเลือดเย็นในกระแสเสียงของผู้เป็นนาย กลัวแสนกลัวเพราะรู้ดีว่าในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คงไม่มีมนุษย์คนไหนอยากเสียมือไปสักข้างไม่ว่าซ้ายหรือว่าขวา แต่ก็รู้ดีว่ามันคือผลกรรมที่เขาเห็นแก่เงินสินบนปล่อยความโลภบังตา เขาจึงต้องเจอกับสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้ มีงาน มีเจ้านายดีๆ กลับไม่เห็นคุณค่า มาคิดได้ตอนนี้ก็สายไป ในตอนนี้เมื่อรู้ดีว่าไม่มีทางหลีกเลี่ยง นายมั่นจึงจำเป็นต้องเลือกมือข้างซ้ายซึ่งไม่ใช่ข้างถนัดให้รับโทษทัณฑ์ หากยังรั้นไม่ยอมเลือกสักข้าง สุดท้ายเขาอาจไม่เหลือมือเลยก็เป็นได้ เพราะอารมณ์กราดเกรี้ยวของคมพัชญ์ ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

 

ปัง!

 

“ไสหัวไปจากที่นี่ แล้วอย่ามาให้กูเห็นหน้ามึงอีก!”

 

ความเจ็บปวดจากกระสุนปืนที่พุ่งใส่ฝ่ามือด้านซ้ายจนเลือดสีแดงสาดกระเซ็น ส่งผลให้ร่างของหัวขโมยลงไปนอนแดดิ้นอยู่กับพื้นดินพร้อมเสียงร้องโอดโอยฟ้องความเจ็บปวดที่ได้รับ แต่คมพัชญ์กลับยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าก่อนส่งปืนคืนให้หัวหน้าคนงาน ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลูกน้องที่ยืนคุมเชิงด้านหลังช่วยกันพยุงอดีตคนงานออกไปให้พ้นสายตาเพราะรู้ว่าเจ้าตัวคงลากสังขารตัวเองไปได้ลำบาก จากนั้นจึงโยนให้หัวหน้าคนงานทำเรื่องพาคนเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาลพร้อมจัดการเรื่องเงินชดเชยให้เรียบร้อย

*****************************************************************************************************

ก็นะ...พี่โหดขนาดนี้ใครจะกล้ามาเม้นต์พี่ล่ะจ๊ะ แต่สาวๆอย่าเพิ่งกลัวพี่ไปเลย พี่คมเป็นคนดี๊ย์ ฮ่าๆๆ

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา