รอยเล็บนิรันดร์ : วิญญาณที่ถูกปฏิเสธ

-

เขียนโดย room666_

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 20.42 น.

  6 ตอน
  0 วิจารณ์
  66 อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 06.56 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

5) เศษเสี้ยววิญญาณ และการเดิมพันครั้งสุดท้าย

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

 

พลังชีวิตของชายหนุ่ม ที่เคยสว่างไสวบัดนี้ริบหรี่จนเกือบดับสูญ ส่งผลให้ร่างกายของเขาเริ่มแปรสภาพ กลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้น เริ่มแผ่ออกมาจากรูขุมขน มันไม่ใช่กลิ่นสาบศพทั่วไป แต่มันคือ "กลิ่นของวิญญาณที่กำลังเน่าเปื่อย" ซึ่งดึงดูดเหล่าสัตว์นรกและวิญญาณเร่ร่อนให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว

พวกมันไม่ได้มองเขาเป็นมนุษย์อีกต่อไป แต่มองเป็น "เหยื่อชั้นเลิศ" ที่กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของขุมนรกอย่างสมบูรณ์

 

แม้แต่เหล่าผู้คุมนรกที่มีร่างกายมหึมา ยังเริ่มหันมาจับจ้องเขาอย่างจริงจัง พวกมันรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายที่ผิดปกติ "กลิ่นของคนตายที่ยังไม่ยอมจำนนต่อมัจจุราช" ทำให้พวกมันเริ่มออกตามล่าเขาอย่างเป็นระบบ เสียงแส้เพลิงฟาดลงบนพื้นดัง เปรี้ยง! ทิ้งรอยไหม้ไว้เพียงคืบจากส้นเท้าของเขา

 

จากผู้ลี้ภัย... กลายเป็นผู้ถูกล่าอย่างสมบูรณ์แบบ ในม่านหมอกที่หนาทึบ เขาไม่ได้เพียงแค่หลบซ่อนอีกต่อไป เมื่อเหล่าสัมภเวสีหน้าตาน่าเกลียดพยายามจะเข้ามาฉีกกระชากร่างเพื่อแย่งชิงเศษเสี้ยวพลังชีวิตที่เหลืออยู่ เขาต้องพุ่งเข้าใส่ด้วยความแค้นที่สุมอก

 

" ไสหัวไป ไอ้พวกสวะ  !! "

 เขาแผดร้องพร้อมกับเหวี่ยงซี่โครงขนาดใหญ่ของซากยักษ์ที่ปักอยู่บนพื้น แทงสวนเข้าที่ลำคอของสัตว์นรกที่พุ่งเข้ามา เขาถีบยอดอกมันจนกระเด็นตกหน้าผาไป แรงกระแทกจากการต่อสู้ทำให้เขาล้มกลิ้งลุกคลุกคลาน บาดแผลใหม่ทับซ้อนบาดแผลเก่าจนร่างกายเขาลายพร้อยไปด้วยรอยเลือดสีดำ

 

sds

 

เขาวิ่ง... วิ่ง จนปอดแทบฉีก ล้มลุกคลุกคลานไปตามซอกหินที่ร้อนระอุ บางครั้งต้องปีนป่ายหน้าผาสูงชันหนีพวกนกยักษ์หน้ามนุษย์ที่โฉบลงมาหมายจะจิกกินดวงตา ส่วนมือที่เหวอะหวะจากการถูกหินบาดก็เริ่มชาจนเเทบไม่รู้สึกอะไร เขาเรียนรู้ที่จะใช้หินปาใส่จุดตายของพวกปีศาจตัวเล็กๆ เพื่อเปิดทางหนี

ในระหว่างทาง เขาได้พบกับกลุ่มวิญญาณคนอื่นๆ ที่พยายามดิ้นรนหนีเหมือนกัน ท่ามกลางหมอกควันนรก เขาเห็นชายคนหนึ่งกำลังจะถูกมือสีดำทมิฬขนาดมหึมาฉุดลงไปในบ่อโคลนเดือด

 

sds

 

ช่วย... ช่วยผมด้วย ฮือออ  ว้าคคคค!!

 

"เฮ้ยพี่ชาย! ยื่นมือมาเร็วเข้า!" 

 

เขาตะโกนเรียก พุ่งตัวไปที่ริมขอบบ่อแล้วยื่นมือสุดแขนเพื่อจะคว้าเอาไว้

วินาทีที่นิ้วสัมผัสกัน แรงฉุดกระชากจากเบื้องล่างกลับรุนแรงกว่ามหาศาล เสียงฉีกขาดดัง ฉึบ! ชายหนุ่มกระเด็นหงายหลังมาพร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่มือ... ในอุ้งมือของเขาไม่มีร่างของคนคนนั้นเหลืออยู่ มีเพียง "มือที่ขาดออกจากร่าง" ที่ยังคงสั่นระริก

 

เขามองดูมือนั้นค่อยๆกลายเป็นเถ้าถ่านคามือของเขา ความสยดสยองบดขยี้จิตใจจนเกือบคลั่ง แต่เขาต้องกัดฟันฝืนกลั้นเสียงกรีดร้องเอาไว้ เพราะความเงียบคืออาวุธเดียวที่เหลืออยู่

 

sds

 

 

วันแล้ววันเล่าที่เขาต้องเห็นคนรอบข้างทยอยตายไป เขาต้องก้าวข้ามซากศพและเสียงอ้อนวอนที่น่าเวทนาเหล่านั้นไปเพียงลำพัง โดยไม่รู้เลยว่าการดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งท่ามกลางกลิ่นสาบความตายนี้ กำลังทำให้เขากลายเป็น

 

" มนุษย์เพียงไม่กี่คนที่ไม่ยอมก้มหัวให้นรก " ทันใดนั้น ท้องฟ้าสีเพลิงนรกเริ่มสั่นสะเทือนปั่นป่วน เงาขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นเป็นพายุหมุนยักษ์ ปลุกความหวังในใจของชายหนุ่มขึ้นมาอีกครั้ง พายุนั้นหมุนวนอย่างบ้าคลั่งก่อนจะเริ่มหอบเอาเศษร่างเนื้อและผู้ที่เพิ่งร่วงหล่นลงมาใหม่พุ่งย้อนกลับขึ้นไปเบื้องบน ชายหนุ่มพยายามปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขาให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่แล้ว... เหล่าสัตว์นรกที่ตามล่าเขานับร้อยกลับกรูเข้ามาล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง!

 

ในมือเขากำอาวุธไว้แน่น ชายหนุ่มแหกปากแผดร้องสุดเสียง

 

 “ ถอยไปโว้ย อย่ามาขวาง !!”

เขากระโจนเข้าใส่ฝูงอสูรอย่างบ้าคลั่ง มือคว้าหมับเข้าที่ซากกระดูกท่อนขาของอสูรนรกที่นอนตายเกลื่อนอยู่บนพื้น

ดึงมันออกมาจนติดเส้นเอ็นที่ขาดรุ่งริ่ง!

 

เขาสะบัดกระดูกท่อนนั้นเข้าใส่หัวปีศาจนรกที่พุ่งเข้ามาอย่างจัง เปรี้ยง! กะโหลกของมันยุบลงไปทันทีด้วยแรงฟาดจนกระดูกในมือร้าว

แต่เขากลับไม่สน เขาใช้แรงที่มีฟาดซ้ำจนกระดูกในมือแตกหัก กลายเป็นอาวุธที่แหลมคมราวกับหอก

 

ชายหนุ่มไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าประชิดอสูรอีกตนก่อนจะ แทงปลายกระดูกแหลม เข้าที่ลำคอของมันจนมิดด้าม เลือดสีดำทะลักออกมาอาบแขนจนโชกไปหมด!

 

“ อยากแดกกูนักใช่ไหม? มันไม่ง่ายหรอกโว้ย... ไอ้พวกตัวอุบาทว์ !! ”

ชายหนุ่มแผดเสียงก้องกังวานด้วยจิตสังหารที่แรงกล้า เขาไม่ถอยหนีแม้จะถูกรายล้อม แต่กลับพุ่งเข้าไปบวกกับปีศาจที่เงื้อมมือเข้ามา สองมือของเขากระชากกระดูกท่อนโตจากซากปีศาจที่กองอยู่ใกล้ตัว แล้วเหวี่ยงเข้าที่ขมับของมันด้วยแรงทั้งหมดที่มีจน กะโหลกของอสูรระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เลือดสีดำข้นหนืดสาดกระเซ็นเป็นพวยพุ่ง อาบร่างของเขาทั้งตัวจนแดงฉาน !! 

 

sds

 

 

ทว่า...

ในวินาทีที่เขากำลังจะตอบโต้กลับ ความเจ็บปวดมหาศาลก็แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง เมื่อกรงเล็บมรณะอีกคู่ตะปบเข้าที่กลางหลัง เขาคำรามลั่นด้วยความแค้นปนเจ็บปวดสุดขีด...

 

" อั้ก อ้าคคคคคคคค!! "

ในขณะที่สติสัมปชัญญะของกวินกําลังจะหลุดลอย ความเจ็บปวดเริ่มกลายเป็นความชาหน่วง และในจังหวะที่ปีศาจตนหนึ่งกำลังจะเงื้อมมือลงมาเด็ดหัวเขา เงาสีขาวนวลก็พุ่งแหวกม่านหมอกเข้ามากระแทกหน้ามันจนกระเด็นหายไปในความมืด!

 

นั่นคือ “เจ้าขาว” ในสภาพที่เปลี่ยนไป ร่างกายครึ่งแมวครึ่งมนุษย์ แขนขากลายเป็นเเบบมนุษย์มีนิ้วมือเเละเท้าแต่หัวยังเป็นแมวพร้อมร่างกายที่ดูกํายํา  มันพุ่งเข้าคว้าตัวเขาไว้แล้วพยายามพาปีนหนีพร้อมคำรามออกมาว่า

 

เฮ้ยยย! นี่ฉันเอง!!

 

ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง หันมองร่างโปร่งแสงสีขาวของเพื่อนยาก 

 

 เจ้าขาวถึงกับตกใจที่เห็นสภาพชายหนุ่ม 

 

สภาพนายดูไม่ได้เลยนะ! ให้ตายสิ... นายนี่อึดใช้ได้เลยนี่หว่า นึกว่าจะเป็นมื้อเย็นของไอ้พวกเวรนี่ไปแล้วซะอีก

 

“ ขาว! ...นี่เเกยังไม่ตายเหรอวะ ? แล้วรูปร่างนั่นมันอะไรกัน ทำไมแกถึงกลายเป็นแบบนั้นไปได้ ? "

 

เนื้อตัวของเจ้าขาวมอมแมมไปด้วยคราบโคลนและบาดแผล แต่มันยังฝืนตะโกนสั่งผ่านจิตของเขา

 

เร็วเข้าๆ  !! ต้องรีบเเล้ว พายุบ้านั่นมันกําลังจะสลายไป!!

 

เจ้าขาวใช้แขนข้างหนึ่งกอดรัดตัวชายหนุ่มไว้แน่น พร้อมพากระโดดทะยานข้ามยอดเขาเพื่อหนีฝูงสัตว์นรก แรงกระแทกมหาศาลทำให้ร่างกายชายหนุ่มแทบจะแหลกสลายไปตามแรงเหวี่ยง

 

sds

 

“ อั๊ก! เบาๆหน่อยมันเจ็บนะโว้ย !! ” 

 

ชายหนุ่มหอบหายใจรัว สายตาเต็มไปด้วยความฉงน 

 

“ ไหนแกบอกว่าที่นี่แกกระโดดไม่ได้ไงวะ? เมื่อกี้ฉันเห็นกับตา แกกระโดดได้แทบจะข้ามตึกเป็นสิบชั้นเลยนะ!”

 

เจ้าขาวแสยะยิ้มจางๆ ก่อนจะตอบด้วยเสียงอันอ่อนล้า

 

ถ้าฉันยังอยู่ในร่างแมวอ้วนขนปุยตัวเดิม... ฉันคงไม่มีแรงพอจะลากตัวนายให้พ้นไปจากนรกบ้านี่ได้หรอก

 

เจ้าขาวเค้นเสียงหัวเราะแหบพร่า

 “ ฉันต้องฝืนเค้น ‘ดวงจิตเดิม’ ออกมาซ้อนทับกับร่างมนุษย์ที่นี่ เพื่อให้ปรับตัวกับสภาพนรกได้... กว่าจะประคองตัวตนไว้ได้ถึงขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด

 

หลังได้ยินคําตอบของเจ้าขาว ชายหนุ่มถึงขั้นรู้สึกหน่วงที่อกปนเศร้า

 

เเต่...เพียงไม่กี่อึดใจ ความหน่วงในอกของกวินเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกทันที เมื่อเสียงคำรามแหวกอากาศดังสนั่นมาจากทุกทิศทาง

ฝูงปีศาจนรกนับพันพุ่งกรูเข้ามาเหมือนคลื่นสีดำมืดมิด พวกมันกระหายและรวดเร็วเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะรับมือไหว แรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าพวกมันทำให้พื้นดินใต้เท้ากวินร้าวระแหง กวินคว้าไหล่เจ้าขาวไว้แน่นจนเล็บแทบจิกเข้าไปในเนื้อ

พวกมันส่งเสียงโหยหวนระงมจนกลบเสียงทุกอย่างรอบตัวจนมิด อีกทั้งพายุทอร์นาโดสีดำเบื้องบนก็เริ่มหมุนวนแผ่วลง เหมือนกำลังจะสูญสลายไปทุกขณะ

 

sds

 

เจ้าขาวหันกลับมามองกวิน สายตาของมันเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่กวินอ่านไม่ออก ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

 เจ้าขาวเอ่ยแทรกความโกลาหล เสียงมันแหบพร่า

 

 " ซวยแล้วล่ะ..."

 

 เจ้าขาวสบถลั่นพลางเหวี่ยงหมัดใส่ปีศาจที่พุ่งเข้ามา

 

sds

 

" เรามาช้าเกินไป พวกมันแห่กันมาอย่างกับมด แถมพายุนั่นก็กำลังจะดับอยู่รอมร่อด้วย... ขืนฝ่าไปแบบนี้ ทั้งนายทั้งฉันได้กลายเป็นอาหารมื้อดึกของพวกมันแน่ "

 

ชายหนุ่มถึงกับอุทาน  " เเม่งเอ้ย อย่ามาตลกน่า !! "

 

จากนั้นเจ้าขาวมันย่อตัวลง เพื่อเตรียมพลังเฮือกสุดท้าย

 

 มันอาจจะเจ็บหน่อยนะ เจ็บโคตรๆ เลยละ !!

 

sds

 

เสียงของชายหนุ่มกรีดร้องดังลั่น!! เมื่อเล็บคมกริบของเจ้าขาวตะปบเข้าที่แผ่นหลัง เล็บฝังลึกทะลุผิวหนัง มันกัดฟันแล้วออกแรงพากระโดดขึ้นสู่ยอดเขาให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดที่มีเหวี่ยงร่างชายหนุ่มขึ้นด้วยแรงส่งสุดท้าย!!

 

“ มันเจ็บนะโว้ยยยย เเกจะทําอะไร !! ”

 

เจ้าขาวคำรามกลับเสียงก้องสู้กับเสียงลมพายุที่กำลังจะพรากพวกเขาจากกัน 

 

ก็ช่วยนายยังไงเล่า !!  ฟังนะ ฉันมีเรื่องเดียวที่ฉันอยากจะขอ..!!

 

มันสบตาชายหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย แววตาที่เคยดุดันกลับสั่นไหวด้วยความอาลัย 

 

sds

 

ถ้านายกลับขึ้นไปได้ !... นายช่วยมองหาพวกพ้องที่เหลือของฉันหน่อยนะ พวกเขายังอยู่ลำพังในเงามืดบนโลกใบนั้น... นายช่วยทำดีกับพวกเขาหน่อยได้ไหม? ให้อาหารที่พอให้เขาประทังชีวิต ช่วยเหลือพวกเขาด้วยความเมตตา... เหมือนที่นายเคยเมตตาฉัน !!

 

มันเว้นวรรคหายใจอย่างลำบาก ก่อนจะตะโกนสุดเสียง

 

 ทำให้เขาเหมือนที่นายเคยทำให้ฉัน... ฉันขอแค่นี้แหละ !!

 

" เดี่ยวก่อน ไอ่ขาว !! "

 

การเหวี่ยงครั้งสุดท้าย

 

 ชายหนุ่มยังไม่ทันได้เอ่ยคําอะไรต่อ เสียง “วู้มมม” ของลมย้อนกลับดังสนั่นหวั่นไหว แรงดูดมหาศาลพุ่งลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า เจ้าขาวตะโกนร้องสุดเสียง

 

 ไปซะ! กลับขึ้นไปให้ได้ !!

 

 แรงเหวี่ยงส่งร่างเขาลอยละลิ่วขึ้นสู่ความมืดมิดเหนือศีรษะ หลุดพ้นจากแดนนรกในวินาทีนั้น

 

sds

 

( คำร่ำลา )

ในวินาทีที่ร่างของชายหนุ่มลอยห่างออกไปจนเกือบจะกลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ บนท้องฟ้าที่มืดมิด... สติของเจ้าขาวที่กำลังจะถูกความเจ็บปวดกลืนกินกลับย้อนนึกถึงภาพในอดีตที่แสนไกล

 

ภาพความทรงจำที่สว่างไสวและอบอุ่นที่สุดเท่าที่แมวตัวหนึ่งจะจำได้...

มันเห็นตัวเองในสภาพแมวตัวเล็กๆ ที่นอนขดตัวอยู่บนอกกว้างของชายหนุ่ม เสียงจังหวะหัวใจของเขาคือเพลงกล่อมเด็กที่ดีที่สุด มือหนาที่หยาบกร้านแต่ทว่าอ่อนโยนคอย "เกาคาง" ให้มันจนมันต้องคราง ครืด...ครืด... ออกมาด้วยความสุขใจ

 

 

sds

 

มันนึกถึงรสชาติของ "อาหารเปียก" มื้อพิเศษที่ชายหนุ่มมักจะวางให้พร้อมรอยยิ้มในวันพิเศษ... กลิ่นหอมของมัน ความรักที่แฝงมาในทุกคำที่ได้กิน มันเป็นช่วงเวลาที่มันไม่ต้องเป็นฮีโร่ ไม่ต้องสู้กับปีศาจ เป็นเพียงแค่แมวธรรมดาที่มี "บ้าน" ให้กลับไปซุกตัวนอน

 

แค่นั้นก็พอแล้ว... สำหรับชีวิตแมวอย่างฉัน’

 

ชายหนุ่มน้ำตาคลอเบ้า เพ่งมองลงมาเบื้องล่าง เห็นร่างโปร่งแสงของเจ้าขาวที่เริ่มเลือนรางลงทุกที เจ้าขาวเงยหน้าขึ้นมองตามด้วยดวงตาสั่นไหวแต่แน่วแน่ มันรำพึงในใจเป็นครั้งสุดท้ายว่า...

 

"ขอบคุณนะ ที่เคยมอบชีวิตให้กับฉัน... ฉันดีใจที่ได้เจอและบอกลานายอีกครั้ง ลาก่อน เจ้านาย..."

 

 

sds

 

"สิ้นเสียงของเจ้าขาว... เหล่าปีศาจก็พากันรุมทึ้งกระชากเพื่อนรักของเขาหายไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้เขาจมดิ่งอยู่กับความจริงที่โหดร้ายว่า.. ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาทำได้เพียงเฝ้ามองความตายพรากทุกอย่างไป โดยที่มือของเขา... กลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะรั้งร่างนั้นเอาไว้"

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา