ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ เมื่อวาน เวลา 22.46 น.

  8 บท
  0 วิจารณ์
  55 อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 23.39 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

1) บทที่ 1

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

        “…?…” : ความวุ่นวาย ความพังพินาศ เกิดขึ้นมากมาย — หายนะที่กลืนกินทุกสิ่ง ความล่มสลายอันยิ่งใหญ่ สิ่งมีชีวิตล้มตายจนแทบไม่เหลืออะไร... ทำไมพวกคุณถึงไม่สนใจกันบ้าง?

        ราห์ซูร์ ชายวัยสี่สิบ ยืนเงียบอยู่กลางแท่นพิธีทรงกลมที่ทำจากหินอ่อนสีซีด เส้นผ่านศูนย์กลางราวสิบเมตร ดวงตาของเขาหนักอึ้ง ราวกับสะสมความเหนื่อยล้าจากชีวิตที่ไม่เหลือสิ่งใดให้ยึดเหนี่ยว — แววตาของคนที่อยากหนีจากความจริงทั้งหมด

        พื้นแท่นเต็มไปด้วยลวดลายวงเวทซับซ้อน สลักไว้ด้วยอักขระโบราณซึ่งไม่มีใครรู้จัก สัญลักษณ์เหล่านั้นเรืองแสงสีหม่นอยู่ใต้ฝุ่นที่ปกคลุมมานาน เหมือนยังคงรอคำร่ายสุดท้ายที่จะปลดปล่อยบางสิ่งออกมา รอบข้างกระจัดกระจายไปด้วยเศษหิน ดิน ฝุ่นผง และร่างอีกสี่ร่างที่ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ไม่มีเสียง ไม่มีลม — มีเพียงความเงียบอันเย็นเยียบ ที่คล้ายจะกลืนทุกสิ่งเข้าสู่ความว่างเปล่า

        ราห์ซูร์สูดลมหายใจยาว ก่อนจะก้าวเข้าไปหาร่างหนึ่งที่ลอยค้างอยู่กลางอากาศ ชายคนนั้นอยู่ในท่าจู่โจม — หมัดขวากำแน่น กำลังเหวี่ยงเข้าสู่เป้าหมายที่อยู่ตรงกลางแท่นพิธี ซึ่งก็คือจุดเดียวกับที่ราห์ซูร์เคยยืนอยู่ ก่อนที่เขาจะหยุดเวลาเอาไว้

        “แล้วตอนนี้... พวกคุณมารวมตัวกันที่นี่เพื่ออะไร?” 

เสียงเขาเรียบ แต่แฝงด้วยความผิดหวัง “จะมาหยุดผมงั้นหรือ?”

        เขาเดินอ้อมไปด้านข้างร่างนั้น — ชายหนุ่มรูปลักษณ์คล้ายชนชาวเปอร์เซีย ผิวเข้ม ใบหน้าคมคาย แต่ไร้แววชีวิต ดวงตาแข็งทื่อราวกับรูปสลัก หมัดที่ควรเปี่ยมด้วยพลังกลับแขวนอยู่กลางอากาศ ไร้พิษสง ไร้น้ำหนัก

        “คุณเป็นใคร ผมยังไม่รู้จักเลยนะ... แต่ดูท่าคงไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาแน่ เมื่อดูจากอีก 3 สิ่งที่พยายามมาหยุดผม”
        “โชคร้ายหน่อยครับ ที่ต้องมาติดอยู่ในเวลานี้กับผม...”

        “คาถาที่ผมร่ายอยู่ตอนนี้... ทำงานไปแล้วราว 4.3 เปอร์เซ็นต์ — สำหรับผม มันนานเหมือนชั่วชีวิต แต่สำหรับคุณ... คงไม่รู้เลยสินะ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

        ราห์ซูร์ก้าวเข้าใกล้อีกนิด สายตากวาดมองเครื่องแต่งกายของชายหนุ่ม — เสื้อคลุมคล้ายเสื้อกล้ามเนื้อดีลวดลายทองคำ เครื่องประดับประณีตที่สลักด้วยอักษรแปลกตา ทุกเส้นสายบ่งบอกถึงชนชั้นสูงหรืออาจ... ไม่ใช่มนุษย์เลยก็ได้

        “ผมมีเวลามากมายที่จะเล่าให้พวกคุณฟัง... เรื่องราวของสาเหตุที่วุ่นวายกันขนาดนี้....”
เสียงของราห์ซูร์แผ่วลงเล็กน้อย แต่ยังคงหนักแน่น 

        “อย่างน้อย... ก็ขอให้มีใครสักคนได้ฟัง ก่อนที่ผมจะหายไปจากที่นี้”

เขาหยุดพักหายใจ แววตาหม่นลงอย่างคนที่กำลังดึงความทรงจำขึ้นมาทีละเส้น

        “คุณรู้ไหม... ผมเคยรักผู้หญิงคนหนึ่ง เธอชื่อเอมิลี่”

        “เธอแก่กว่าผมสองปี เราสนิทกันมาก — เป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน สดใส และดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างที่ผมพูด”
        “บางครั้งผมก็คิดว่า... เธออาจจะรู้สึกแบบเดียวกันกับผม”

เขายิ้มบาง ๆ ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะค่อย ๆ เลือนหายไป

        “เรามีช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกันตั้งแต่เด็ก... จนกระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนไป”

        “วันที่เธอตัดสินใจสมัครเข้าเป็นทหารของอาณาจักร วาเลเธีย (Valethea)

เสียงของราห์ซูร์เริ่มแปรเปลี่ยน — จากความเศร้าเป็นความขุ่นเคืองที่ค่อย ๆ ปรากฏในดวงตา

        “เธอถูกล่อลวง... ด้วยมัน” เขากัดฟันแน่น “ผมแทบไม่อยากจะเอ่ยชื่อมันด้วยซ้ำ...”

        “มันคือหัวหน้าหน่วยองครักษ์ของราชา — คนที่ทุกคนยกย่องว่ายิ่งใหญ่และมีเกียรติ”

มือของเขากำแน่น ราวกับต้องการบดบางสิ่งให้หายไปพร้อมกับความทรงจำนั้น

        “ในขณะที่เธอ... ยืนเคียงข้างมันอย่างภาคภูมิใจ กลางกองทัพของวาเลเธีย”

        “ผม... ยังเป็นแค่บรรณารักษ์ในห้องสมุดสาธารณะอยู่เลย”

ราห์ซูร์หัวเราะเบา ๆ — เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย

        “ตลกดีไหม... โลกที่คนอย่างผมไม่มีทางเทียบได้กับ ‘วีรบุรุษของอาณาจักร’ อย่างมัน”

ราห์ซูร์ละสายตาจากชายที่มีรูปลักษณ์คล้ายชาวเปอร์เซีย แล้วหันไปมองอีกร่างที่ลอยอยู่อีกฝั่งของจุดศูนย์กลางวงเวท ร่างนั้นนิ่ง... นิ่งเสียจนไม่ต้องสงสัยว่า “ไร้ชีวิตจริง ๆ”

        “แต่เรื่องต่อไปนี่ มันเกี่ยวกับคุณโดยตรงเลยล่ะ — ความตาย”

เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ราวกับพูดคุยกับคนคุ้นหน้า ชื่อที่หลุดจากปากไม่ใช่อุปมา แต่เป็นการเรียกตรง ๆ ถึงสิ่งมีอยู่ตรงหน้า

สิ่งนั้นคลุมกายด้วยผ้าคลุมสีดำสนิท ปิดหัวจนไม่เห็นสิ่งใดภายใน นอกจาก “ความว่างเปล่า”
มือโครงกระดูกโผล่ออกมาจากชายผ้า จับเคียวขนาดใหญ่ไว้แน่น ปลายเคียวแหลมคมเล็งตรงไปยังศูนย์กลางของวงกลม — จุดเดียวกับที่ราห์ซูร์เคยยืนอยู่ก่อนจะหยุดเวลาไว้

เขาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยปนท้าทาย

        “คุณคงไม่สนใจใช่ไหม... ว่าสาเหตุการตายของแต่ละคนมันมาจากอะไร”

        “แต่ผมสน — และผมเจ็บ”

เสียงของเขาสั่น แต่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งนั้น

        “หลังจากที่ไอ้หัวหน้าหน่วยองครักษ์ของราชา... คบกับเอมิลี่ไปสองปีเต็ม ใช่! สองปีเต็ม ๆ!!”

เขาตะโกนลั่น เสียงสะท้อนก้องไปทั่วแท่นหิน

        “ไม่นับว่ากี่เดือน เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาเริ่มรักกันตอนไหน!!!”

มือของราห์ซูร์สั่น เขากัดฟันจนกรามขึ้นสัน

        “แล้วเธอ... เธอฆ่ามัน!!!”

ลมหายใจของเขาหนักราวกับควันจากไฟที่กำลังลุกไหม้ในอก

        “ทำไม?!” เขาตะโกนอีกครั้ง “ผมไม่รู้! ตอนนั้นผมมันก็แค่บรรณารักษ์โง่ ๆ คนหนึ่ง!”

        “แต่คนพูดกันว่า... ไอ้หัวหน้าหน่วยองครักษ์นั่นมันนอกใจ ทิ้งเธอไปเหมือนหมูเหมือนหมา...”
        “และที่เลวร้ายที่สุด — เธอท้องลูกของมัน!!”

แสงเวทบนพื้นเริ่มสั่นไหว เส้นอักขระโบราณบนหินอ่อนเรืองสีแดงเข้มตามแรงอารมณ์ของผู้ร่าย
ราห์ซูร์หอบหายใจ ดวงตาแดงก่ำ สะท้อนภาพของ “ความตาย” ที่ยังคงเงียบ ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย

        “.............เหมือนพูดกับความว่างปล่าวจริงๆ ใช่ผมลืมไป คุณมันไม่มีชีวิต” เขาพูดด้วยเสียงแผ่วแต่ชัดเจน
 

ความเงียบปกคลุมอีกครั้ง ก่อนที่ราห์ซูร์จะค่อย ๆ ถอยหลังออกจากวงเวท แล้วหันไปมอง “เด็กผู้ชาย” ที่ลอยนิ่งอยู่ไม่ไกล

เด็กคนนั้นอายุราวเก้าขวบ ใบหน้าสะอาดไร้เดียงสา แต่ในมือน้อยกลับถือไม้เท้าที่สูงกว่าตัวเอง — แปลกประหลาดเกินกว่าจะเป็นเพียงเด็กธรรมดา

        “แล้วหนูมาทำอะไรที่นี่กันนะ...” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ ที่แฝงความระแวง
        “ผมเชื่อว่าหนูคงไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาแน่ แต่หนูไปอยู่ไหนมาตอนที่กลียุคกำลังจะเริ่มต้น?”
        “แล้วมาทำไม... ตอนนี้?”

ราห์ซูร์ย่อตัวลง นั่งยองให้ระดับสายตาเท่ากันกับเด็กชาย
แสงเวทสีเงินสะท้อนบนดวงตาของเขา ทำให้ภาพนั้นเหมือนภาพของ “พ่อที่กำลังพูดกับลูก”

        “ถ้าลูกของเอมิลี่... ได้ลืมตาดูโลก” เขาพึมพำเบา ๆ “ก็คงโตมาน่ารักแบบหนูนี่แหละ”

เสียงของเขาแผ่วลง กลืนหายไปในอากาศ

        “แต่น่าเสียดาย... เธอถูกปลดจากตำแหน่ง ถูกลงโทษ ท้องของเธอเริ่มโตขึ้นในขณะที่เธอถูกขังอยู่ในคุก”
        “ตอนนั้นลุงได้เข้าไปเยี่ยมเธอ... แต่ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว เอมิลี่ไม่พูดกับลุงเลย — ไม่แม้แต่คำเดียว”

เขาหลุบตา แววโศกและความรู้สึกผิดฉายวาบในแววตา

        “ก่อนที่สุดท้าย... เธอบูชายัญลูกในท้องของตัวเอง และเข้าร่วมกับลัทธิมืด”

        “เธอหนีไป... กลายเป็นสาวกของมัน”

เสียงของราห์ซูร์เริ่มสั่น เขากัดริมฝีปากแน่น แต่ก็ยังพูดต่อ

        “ต่อมาลุงได้ข่าว... ว่าเธอสังหารผู้นำลัทธิ แล้วขึ้นเป็น ‘เจ้าลัทธิ’ เอง” 

        “เธอ... ประกาศสงครามกับสามอาณาจักรพร้อมกัน”

เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างขมขื่น

        “ลุงแทบไม่อยากเชื่อว่า... คนที่ลุงรักนั้นเก่งขนาดไหน?”
        “ทุกครั้งที่ลุงได้ยินข่าวของเธอ ลุงเป็นห่วงเธอและก็ได้แต่รู้สึกผิด... แต่ในใจลึก ๆ ก็ยังภาวนาให้เธอปลอดภัยอยู่ดี”

เสียงสะท้อนสุดท้ายของประโยคจางหายไป 

ร่างของเด็กชายวัยเก้าขวบที่ยืนนิ่ง ยังคงนิ่ง แต่ดวงตาเริ่ม“ขยับ” แล้วเหลือบมองมาทางราห์ซูร์อย่างช้า ๆ

ชายวัยสี่สิบชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากจะยกขึ้นนิดหนึ่ง

        “โอ้... ว้าว” เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ “เป็นไปได้ยังไงเนี่ย หนูเข้าใจเวทย์ที่ลุงออกแบบเองได้ด้วยงั้นหรือ?”
        “ว่าแล้วว่าหนูต้องไม่ธรรมดา — มองเห็นลุงใช่ไหม?”

เขาเดินวนรอบเด็กชายช้า ๆ พลางพึมพำเหมือนนักวิทยาศาสตร์กำลังสังเกตสิ่งทดลอง และกลับมานั่งอยู่ตรงหน้าเด็กชายในจุดเดิม

        “หนูมาถึงประตูทางเข้าแล้ว แต่เข้าไม่ได้สินะ...”

        “เหมือนติดไฟร์วอลล์นั่นแหละ ฮ่า...”

        “ลุงนี่ก็สับเพร่าจริง ๆ ตั้งรหัสผ่านไว้แค่สามคำเอง แต่ก็เอาเถอะ...”

เขายิ้มให้เด็กชายอย่างใจดี ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเยียบจนแทบไม่มีลมหายใจ

        “หารหัสผ่านให้สนุกและหาวิธีออกเสียงในมิตินี้ให้ได้ด้วยนะ... หนูน้อย”

ว่าจบ ราห์ซูร์ก็ลุกขึ้นอีกครั้ง เดินผ่านร่างของเด็กชายไปยัง “ร่างสุดท้าย”

สิ่งที่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น — อยู่ในท่าโจมตีเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ

แต่ความเกรี้ยวกราดในแววตาของราห์ซูร์ครั้งนี้... รุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

        “สุดท้ายก็ท่านนั่นแหละ!!!” เขาตะโกนเสียงสั่น

        “เทพปฐพีโบราณ วิญญาณแห่งป่าดึกดำบรรพ์ หรือพวกผู้วิเศษจะเรียกท่านว่าอะไรก็ช่าง!!!”

        “ท่านคือสิ่งที่มนุษย์ทุกคนรู้จัก! พวกเขาสวดอ้อนวอนต่อท่าน... บูชาท่าน!!”

เสียงสะท้อนของเขากระแทกไปทั่วแท่นพิธี

        “ผมเองก็เคยก้มกราบรูปปั้นของท่าน สวดภาวนาขอให้เอมิลี่ปลอดภัยตอนที่เธออยู่ในคุก!!”

        “แล้วท่านไปอยู่ที่ไหนมา... ตอนที่วาเลเธีย (Valethea), มอร์ดานิส (Mordanis), และอัลเทรนน์ (Althrenn) — ทั้งสามอาณาจักรล่มสลายเพราะกองทัพมืดของเอมิลี่?!!”

เขาเดินเข้าใกล้ร่างตรงหน้า

        “ท่านปล่อยให้เอมิลี่... เธอคือราชินีแห่งความมืด ทำลายพวกเขาไปต่อหน้าต่อตา ตอนนั้นท่านทำอะไรอยู่?”
        “แล้วตอนนี้... ท่านเพิ่งจะคิดจะมาหยุดผม?”

ตรงหน้าของราห์ซูร์ คือร่างของ เทพปฐพีโบราณ ชายผิวขาว ผมสีทองยาวสลวย ใบหน้างดงามจนแทบไม่อาจ มองตรงได้ — รอบกายรายล้อมด้วยรากไม้ที่พุ่งขึ้นจากพื้น ราวกับจะจู่โจม แต่ทั้งหมดกลับนิ่งสนิท... นิ่งราวรูปปั้นที่ไร้พิษสง เหมือนร่างอื่น ๆ ที่ถูกหยุดเวลาไว้

ราห์ซูร์จ้องหน้าเทพตรง ๆ แววตาเต็มไปด้วยความชิงชังปนสิ้นหวัง

        “ทุกอย่างมันเละไปหมด...” เขากล่าวเสียงสั่น “ไม่เหลืออะไรเลย... ถ้าท่านออกมาปกป้องผู้ที่บูชาท่านตั้งแต่แรก ผมคงไม่ต้อง...” เสียงเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ ริมฝีปากสั่นสะท้านก่อนเปล่งคำออกมาเบา ๆ

        “...ไม่ต้องฆ่าเอมิลี่... ”

เขาสะอึก กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พยายามกระแอมเพื่อกลืนเสียงสะอื้นในลำคอ

        “รู้ไหม...”     

        “ก่อนที่เธอ... ก่อนที่เอมิลี่จะหมดลมหายใจ...”

ราห์ซูร์หลับตาแน่น

        “เธออ้อนวอน ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง...”

        “เธอบอกว่า... จะยอมอยู่กับผม จะเป็นของผม เธอเสียใจที่เป็นแบบนี้...”

        “เธอบอกว่า ถ้ามีโอกาสเลือกอีกครั้ง... เธอจะขอใช้ชีวิตเรียบง่าย... อยู่กับผม...”

เสียงของเขาเริ่มสั่นเครือ

        “เธอบอกว่าเธอรักผม...”

เขาหยุดพูด หายใจสะท้อนเหมือนจะขาดใจ

        “...แต่ผมก็รู้ว่าเธอโกหก  ………………………………… ผมเชื่อว่าเธอโกหก...”

ราห์ซูร์กัดฟันแน่น เสียงของเขาแตกพร่า

        “และผม... ผมตัดสินใจดับลมหายใจของเธอ...”

เขาหยุดนิ่ง น้ำตาไหลอาบแก้มช้า ๆ

        “แต่คำพูดสุดท้ายของเธอ... ที่ออกมาพร้อมลมหายใจสุดท้าย...”

        “เธอเรียกชื่อผม... แล้วบอกว่า... รักผม…และน้ำตาหยดสุดท้ายในชีวิตเธอ….”

ราห์ซูร์ยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ ก่อนจะสูดลมหายใจลึกแล้วค่อย ๆ เช็ดน้ำตาและน้ำมูกออกจากใบหน้า
เขาเดินกลับไปยังจุดกึ่งกลางของวงเวทที่กำลังเรืองแสงอย่างช้า ๆ

        “ผมจะกลับไป...” เขาพึมพำ “เพื่อพิสูจน์คำพูดนั้น”

        “ตอนนี้... ผมเชื่อว่าเอมิลี่รักผมจริง ๆ”

        “ต้องมีช่วงหนึ่งในชีวิตของเธอ... ที่เธอรักผมแน่ ๆ”

        “หรือไม่... ผมก็จะย้อนกลับไป แก้ไขทุกอย่าง ก่อนที่เธอจะถูกล่อลวงด้วยผู้ชายเจ้าชู้นั่น...”

        “ผมจะทำให้เธอรักผมให้ได้...”

เสียงสุดท้ายของราห์ซูร์แผ่วเบา แต่ชัดเจนพอจะสะเทือนทั้งห้อง แสงเวททั่วแท่นพิธีเริ่มเต้นระยับอีกครั้ง ราวกับยอมรับเจตจำนงของชายผู้บ้าคลั่งที่พร้อมจะเดิมพันทุกอย่าง... เพื่อ “ย้อนเวลากลับไป”

หลังจากเล่าเรื่องราวยืดยาวของตัวเองออกมาจนหมด ราห์ซูร์รู้สึกว่าจิตใจเขาหนักอึ้งราวกับถูกดูดลงสู่ห้วงลึกแห่งความว่างเปล่า ความเหนื่อยล้าจากความทรงจำและบาปที่กักเก็บไว้ทำให้เขาแทบลืมไปว่า… ตนยังคงยืนอยู่กลางพิธีเวทต้องห้าม

เขาสูดลมหายใจยาว ก่อนจะหันกลับไปตรวจสอบแผงพลังเวทที่ลอยอยู่รอบตัว อักขระเรืองแสงนับพันแถวพุ่งขึ้นเหนือพื้นหินอ่อน แสดงค่าการร่ายคาถาทั้งหมดอย่างแม่นยำ

ความคืบหน้าการร่ายเวท: 223 คาถาแล้วเสร็จ

ระดับความสำเร็จ: 4.31892%

ราห์ซูร์พยักหน้าเบา ๆ ดวงตาสะท้อนแสงเวทสีทองอ่อนที่ไหลวนอยู่รอบตัวเขา

เขายืนนิ่ง... ใจเย็นอย่างน่าประหลาด

ในความเงียบที่ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจนั้น — เขารู้ดีว่าเวลาภายนอกได้หยุดลงแล้วโดยสมบูรณ์

ราห์ซูร์ติดอยู่ใน “กาลจักรวาล” ของตัวเอง เวลาที่ถูกหยุดนิ่งยาวนานเสียจนเขาเริ่มลืมความรู้สึกถึงการมีอยู่ของร่างกายลืมแม้กระทั่งว่า “ตัวเองยังเป็นมนุษย์” อยู่หรือไม่

ในห้วงนิรันดร์นั้น...เขายืนอยู่คนเดียวว่างเปล่าไร้สติ ท่ามกลางจักรวาลที่หยุดหมุน — เงียบงัน ราวกับการเกิดและดับของทุกสรรพสิ่งได้จบลงไปแล้ว

และแล้ว... จุดสิ้นสุดของขั้นตอนแรกมาถึงคาถาถูกรายจนเสร็จและเริ่มทำงานตามแผนที่เขากำหนดไว้
มิติแห่งเวลาหยุดนิ่งที่เขาสร้างขึ้นปิดตัวลงหนึ่งชั้นอย่างสมบูรณ์ชั้นของเวลาเริ่มพับเก็บเหมือนม่านแสงที่ค่อย ๆ ทับซ้อนกัน เพื่อเปิดทางให้คาถาทั้งหมดเริ่มทำงานอย่างเป็นลำดับ

มันคือภาพที่เหมือน “โปรแกรม” ขนาดมหึมากำลังติดตั้งตัวเอง — หลังจากดาวน์โหลดเสร็จสิ้น

ร่างของแขกที่ไม่ได้รับเชิญทั้งสี่ เริ่ม “จางหาย” ไปจากห้วงอากาศพวกเขาถอยห่างออกจากศูนย์กลางอย่างช้า ๆ รูปทรงบิดเบี้ยว ยืดหดราวกับเวลาไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาไปได้ง่าย ๆ

แต่แล้ว...ร่างหนึ่งกลับเริ่ม “ขยับ”

มันคือ ความตาย — ผู้เดียวที่ยังไม่ยอมจำนน

กระดูกของมันสั่นไหว ราวกับแรงอาฆาตจากอีกภพหนึ่งกำลังต่อต้านโซ่แห่งเวลา เสียงแกรกของกระดูกดังสะเทือน รอยแยกสีดำเริ่มปรากฏบนแขนและซี่โครงของมัน เหมือนมันกำลังจะ “แตกออก” จากแรงกดของมิติ

ทว่าทุกข์ทรมานนั้นไม่หยุดความตายได้ มือกระดูกข้างหนึ่งค่อย ๆ ปล่อยเคียวออกจากการจับ
เคียวล่องลอยหายไปตามมิติที่บิดเบี้ยวเบื้องหลัง แล้ว “มือแห่งความตาย” ก็เอื้อมไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า...
ช้าเสียจนเวลาที่หยุดนิ่งดูเหมือนจะขยับตามปลายนิ้วนั้น

มือกระดูกคืบคลานไปจากด้านหลังของราห์ซูร์ — ชายผู้ยืนนิ่งไร้สติอยู่ในตอนนั้น กำลังอยู่ในช่วง “โหลดความทรงจำและข้อมูลทั้งหมด” กลับเข้าสู่ร่างกายของตนเอง

เขาไม่รู้เลย...ว่าความตายกำลังใกล้เข้ามา

ทันทีที่ “ความตาย” ปลายนิ้วแตะหลังของราห์ซูร์ได้ โลกทั้งใบก็สั่นสะเทือนราวกับมิติแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ

เสียงหวีดของอากาศบิดเบี้ยว คล้ายเครื่องจักรที่กำลังขัดข้อง เส้นอักขระรอบวงเวทสั่นสะท้าน
ทุกอย่างหมุนวนเหมือนเครื่องยนต์ที่หลุดจากแรงโน้มถ่วง — ก่อนที่แสงทั้งหมดจะดับลงพร้อมกัน

จากนั้น...

ความมืดสนิท

ความว่างเปล่า

และความเงียบที่กินทุกเสียง

ราห์ซูร์ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน — จนกระทั่งเสียงแรกกลับมา

เสียงนกร้อง...

เสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆ ตามแรงลม...

เสียงเด็กที่หัวเราะและวิ่งเล่นอยู่ไกล ๆ...

เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ แสงแดดอบอุ่นสาดเข้าตา ร่างกายหนักอึ้งเหมือนยังไม่เข้าที่ ภาพสุดท้ายในหัวของเขายังชัดเจน — ความตายแตะตัวเขาได้” แล้วทุกอย่างดับวูบ

ราห์ซูร์หอบหายใจแรง ตั้งสติ มองไปรอบ ๆ ห้องที่เขาอยู่... ไม่ใช่แท่นพิธี ไม่ใช่ห้องแห่งเวท
แต่คือ...“บ้านเด็กกำพร้า...”

เขาพึมพำเบา ๆ

        “และ... ห้องสมุดประชาชนของผม”

เขาชะงัก มองรอบห้องอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตา ไม้เก่า ๆ ที่เคยชิน กลิ่นกระดาษหนังสือที่คุ้นเคย ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม

        “เรา... กลับมาได้...”

เสียงของเขาเบาแต่เต็มไปด้วยแรงสั่นของหัวใจ

        “สำเร็จแล้ว...”

        “ที่นี่ไม่ใช่ทะเลเพลิง... ตอนนี้มันยังเป็นบ้านเด็กกำพร้า...”

        “ผมทำได้จริง ๆ...”

เขายกมือกุมหน้า หัวเราะทั้งน้ำตา

        “สำเร็จแล้ว!!!”

แต่ยังไม่ทันที่ความดีใจจะจางลง เสียงตะโกนจากที่ไกลก็ดังแว่วมา

        “เฮ้!!! ราห์ซูร์~~~~ ฉันกลับมาแล้ว!!!”

เสียงนั้นสดใสจนหัวใจเขาแทบหยุดเต้น

ราห์ซูร์เงยหน้าทันที — หญิงสาวผมสีแดงสดประบ่า เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้างในชุดทหารยามโทรมๆ กับ
ใบหน้าที่เขาจำได้แม่นยำแม้ในฝัน...

        “เอมิลี่...!!!”

เธอสวยงามกว่าที่เขาจำได้ — ดวงตาสีแดงสดเปล่งประกายมีชีวิตชีวาเต็มไปด้วยแสงแห่งความหวัง

        “ฉันมาพร้อมกับข่าวดีนะ!!!” เธอพูดเสียงใส มั่นใจ

ราห์ซูร์ยืนนิ่งเพียงครู่ ก่อนน้ำตาจะเอ่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาวิ่งเข้าไปหาทันที กอดเธอแน่นจนเหมือนกลัวว่าเธอจะหายไปอีกครั้ง

        “เอมิลี่... เธอจริง ๆ ใช่ไหม...”

        “ผมคิดถึงเธอมาก — ขอบคุณ... ขอบคุณที่ผมได้เจอคุณอีกครั้ง...”

เสียงของเขาสั่นจนแทบขาดห้วง

เอมิลี่ชะงักเล็กน้อย ก่อนหัวเราะกลบความเขิน

        “เฮ้! เดี๋ยวก่อนสิ... เธอทำอะไรเนี่ย? 

        “อายเขานะ ปล่อยก่อนสิ!”

        "แล้วนายเริ่มเรียนฉันว่า “คุณ” ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

เธอพยายามแกะมือของเขาออกอย่างเก้อ ๆ 

        “ไปเอาแรงมาจากไหนกันเนี้ย...” เอมิลี่หัวเราะพลางพยายามดันเขาออกเบา ๆ จนเริ่มทนไม่ไหว

        “พอเลย!! ถอยไปก่อนที่ฉันจะเขกหัวนาย!”

ราห์ซูร์ชะงัก ก่อนค่อย ๆ คลายอ้อมแขนออกอย่างเสียดาย

        “ได้ ๆ ก็แค่ดีใจที่ได้เจอ เอ่อ... เธอ..อีก... เธอไม่รู้หรอก ว่าผมผ่านอะไรมาบ้าง”

        “โอ้ย อย่ามาทำตัวขี้แยเลย!” เอมิลี่หัวเราะเบา ๆ

        “ฉันมาเยี่ยมบ้านเด็กกำพร้านี่สัปดาห์ละสองวันก็แทบหมดเวลาพักแล้วนะ”

เธอชูซองเอกสารขึ้นด้วยสีหน้าภูมิใจ

        “อ้อ! แล้วข่าวดีที่บอกไว้เมื่อกี้ — ฉันสอบติดหน่วยราชองค์รักษ์แล้วนะ! ดีใจกับฉันหน่อยสิ!”

เธอพูดอย่างร่าเริงเต็มไปด้วยประกายตาแห่งความฝัน

แสงแดดยามสายสะท้อนบนกระดาษประกาศผลสอบ — ทุกอย่างเหมือนหยุดลงในสายตาของราห์ซูร์

หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ภาพตรงหน้าชัดเจนเกินไป... ช่วงเวลานี้คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

           ช่วงเวลาที่เอมิลี่อายุยี่สิบเอ็ด…บรรจุเป็นทหารมาแล้ว 3 ปี และราห์ซูร์อายุสิบเก้า

          วันที่เธอมาบอกข่าวนี้...คือวันสุดท้ายที่เธอมาที่นี่

          และในอีกสิบห้าปีข้างหน้า... เธอจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง — เพื่อเผามันทั้งหลังและเผาเมืองทั้งเมือง

สีหน้าของราห์ซูร์เปลี่ยนไปทันที — จากยิ้มกลายเป็นความตกตะลึง เขากะพริบตาหลายครั้ง เหมือนสมองพยายามประมวลผลสิ่งที่ผิดพลาด

          ผิดพลาด...

          นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่กำหนดไว้...

          เราพลาดแล้ว!!!

          ไม่จริง... เราต้องกลับไปตอนที่เราพบกันครั้งแรก อย่างน้อยก็ต้องตอนตอนที่เราอายุสิบห้า...

ลมหายใจของเขาเริ่มถี่ ร่างกายสั่นเล็กน้อย เขาถอยหลังออกไปอย่างไม่มั่นคง มือสั่นราวกับควบคุมไม่ได้

        “ผมย้อนเวลาไม่ได้อีกแล้วไม่ใช่ในช่วง 10 ปีนี้!!!!”

เสียงเด็ก ๆ ในบ้านกำพร้ายังดังอยู่ข้างหลัง บางคนตะโกนเรียกชื่อเอมิลี่ วิ่งเข้ามากอดเธอด้วยความดีใจ เธอหัวเราะ พลางย่อตัวลงเล่นกับพวกเขาโดยไม่ทันสังเกตว่า ราห์ซูร์ยืนอยู่เงียบ ๆ เบื้องหลัง

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา