Assassin Shadow

10.0

เขียนโดย Mamoru

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 11.34 น.

  5 ตอน
  0 วิจารณ์
  1,985 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2559 19.06 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

3) เตือน ครั้งที่1

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

^

^

^

อย่าลืมเปิดซาวด์ที่มุมข้างบนเพื่ออัธรสนะจ๊ะ

 

 หลังจากวันที่เมฆได้เห็นพี่มายา เขาก็ดูลอยๆเหมือนกับถูกสะกดจิต จนฉันเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับพี่มายาและฉัน ที่เป็นฝาแฝดกัน แต่พี่มายาเสียก่อนที่จะได้ลืมตาดูโลกพร้อมกับฉัน  พี่มายาเป็นพี่สาวที่ใจดี เป็นห่วงเป็นใยฉันเอามาก ฉันไปที่ไหนพี่มายามักจะคอยตามอยู่ในเงาของฉันมาตลอดตั้งแต่เล็ก เมฆก็รับฟังอย่างตั้งใจ โชคดีที่เขาไม่เดินลอยกลับบ้านไม่งั้นน่าเป็นห่วงแย่ ถ้าไม่เล่าให้กระจ่างเขาคงข้ามถนนไม่ดูรถราแน่ๆเลย  ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าเมฆฉันสามารถที่จะคุยกับพี่มายาโดยไม่ต้องกังวลว่าเมฆจะมองฉันว่าบ้าอีกแล้ว เพราะเขาก็สามารถสื่อสารกับพี่มายาได้เช่นกัน

วันนี้ก็เหมือนเช่นเคย ฉันมาเช้าเหมือนเดิม แต่ฉันสังเกตเห็นนักเรียนบางส่วนที่มาก่อนฉัน สงสัยรีบมาทำงานล่ะมั้ง ฉันไม่ได้เอะใจอะไร เดินขึ้นห้องแล้วนั่งประจำที่ของตัวเองอย่างเช่นเคย

     “นี่ เธอน่ะ เนเน่ใช่รึเปล่า” ผู้หญิงในชุดนักเรียนแต่งหน้าจัดตัดผมสั้นบ๊อบกระโปรงเหนือเข่า เดินเข้ามายืนกอดอกแล้วหรี่ตามองเนเน่ พูดกับเนเน่ด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าเป็นมิตรนัก

    “อ่า ใช่  ฉันเนเน่” ฉันตอบ

    “ตามฉันมานี่หน่อยสิ” ผู้หญิงผมบ๊อบเดินนำไปทางประตู

    “อย่าไปเลยอัจฉรา พี่ว่าเขาไม่ได้มาดีนะ” พี่มายาพูดเตือน ฉันที่ลุกยืนเตรียมจะก้าวตามไปก็หยุดชะงักแล้วถามนักเรียนผมบ๊อบคนนั้นไป

    “นี่ เธอจะพาฉันไปไหนเหรอ” เสียงของฉันทำให้เธอหยุดเดินแล้วหันมาตอบ

    “ไม่ต้องพูดมากแล้วตามฉันมาเงียบๆไม่ได้รึไง” นักเรียนผมบ๊อบแสดงสีหน้าหงุดหงิด

    “ฉันว่า..เธอต้องไม่ได้มาดีแน่ๆ” เนเน่พูด ทำให้นักเรียนผมบ๊อบกระตุกยิ้มที่มุมปาก

    “หึ....รู้ตัวก็ดีแล้ว” เธอล้วงมือเขาไปในกระเป๋ากระโปรงเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรไปยังปลายสาย “เฮ้พวก ยัยเนเน่มันกลัวน่ะ ขึ้นมารับเธอกันหน่อยสิ หึหึ” นักเรียนสาวผมบ๊อบกดวางสายแล้วหันหน้ามาทางเนเน่พร้อมยกมือชี้หน้า “แล้วอย่าปากโป้งไปฟ้องใครล่ะ ยัยเด็กใหม่ เนเน่”

 

ฉากความคิด : มายา

      ฉันแอบมองสถานการณ์ผ่านทางเงาของอัจฉราอยู่อย่างนั้น ฉันรู้ว่ายัยเด็กนักเรียนผมบ๊อบนั่นคิดไม่ดีกับน้องสาวฉัน

หลังจากที่เด็กนั่นโทรให้พวกที่รออยู่ข้างล่างหลังตึกขึ้นมาหาอัจฉราเธอยืนจ้องมาที่น้องสาวฉันอย่างไม่วางตา

“หวังว่านี่จะเป็นการเตือนให้บทเรียนกับยัยคนที่เข้ามาใหม่แล้วทำเป็นสนิทผิดคนจนน่าหมั่นไส้นะจ๊ะ^ ^”

  “พวกฉันมาแล้ว ยัยนั่นอยู่ไหน” หลังจากที่เด็กนักเรียนผมบ๊อบพูดจบก็มีพวกเข้ามาอีก 3 คน แล้วยืนล้อ

มรอบอัจฉราไว้  ไม่ได้ เป็นแบบนี้ไม่ได้ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง 

“อัจฉรา เธออาจจะไม่รู้ตัวสักพัก แต่เธอจะตื่นมาอีกครั้งโดยที่ไม่ต้องเจอยัยพวกนี้ แต่ถ้ามีอีกครั้งที่ 2 – 3 ฉันจะไม่รับประกันชีวิตยัยพวกนี้” ฉันบอกกับอัจฉราที่ข้างหู เธอทำหน้าตกใจ “พะ ...พี่มา”ฉันไม่ปล่อยให้อัจฉราพูดต่อ ฉันเข้าสิงอัจฉราทันที

อัจฉราทรุดลงนั่งกับพื้น ถึงร่างนี้จะเป็นอัจฉรา แต่จิตตอนนี้เป็นฉัน มายา

 “นี่ กลัวจนทรุดเลยรึไงยะ” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น  ฉันรู้สึกว่าการสิงร่างน้องสาว ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยปกติฉันก็ไม่ได้เดินอยู่แล้ว ลอยตามเงาอัจฉราอย่างเดียว เมื่อฉันสิงร่างนี้ประมาณ 30 วินาที ฉันถึงจะใช้ร่างนี้ได้อย่างเต็มพลังของฉัน หึ ถ้าฉันขยับตัวได้ พวกเธอได้สยองกันหมดแน่ ฉันฉีกยิ้ม แล้วค่อยๆเงยหน้า “หึ....หึ..หึหึหึหึหึ” น่าขำ เด็กพวกนี้มันพวกขี้อิจฉา วันๆไม่พอใจอะไรก็ก่อความวุ่นวายให้กับชาวบ้านไปทั่ว

   “ขำอะไรของแกห๊ะ! เจอแค่นี้กลัวจนเป็นบ้าเลยรึไงกัน!  เฮ้ย เอาน้ำสาดมันเลยสงสัยจะเป็นบ้าแล้วล่ะ” นักเรียนหนึ่งในแก๊งหันไปสั่งอีกคนที่ถือถังน้ำอยู่

ซ่า! ร่างอัจฉรานั้นเปียกโชก พื้นบริเวณนั้นก็เปียกเช่นกัน มันมากเกินไปแล้วนะไอเด็กพวกนี้

   ฉันขยับร่างของอัจฉราค่อยลุกขึ้นมา แล้วมองเข้าไปในนัยน์ตาของเด็กสาวที่เป็นคนสั่งให้เพื่อนเธอสาดน้ำใส่ เด็กปากเก่งคนนั้นเริ่มหน้าถอดสี อย่างเห็นได้ชัด  “อ้าว เป็นอะไรไป ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ กลัวเหรอ” ฉันพูดแล้วฉีกยิ้มสยองให้ นัยน์ตาของร่างอัจฉรารุกวาวเป็นสีแดง อย่างกับไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์

“ หืมม ทำไมนิ่งล่ะ ไอความกล้าที่ทำเมื่อกี้มันหดหายไปไหนหมดเหรอ หึหึ” แน่นอน ฉันสะกดให้ยัยพวกนี้ก้าวขาไม่ออกขยับไม่ได้ ฉันเอื้อมมือไปจับที่ลำคอของเด็กปากเก่ง (ผู้อ่านอย่าลอกเลียนแบบนะจ๊ะ) แล้วใช้แรงดันจนหลังของเจ้าตัวชิดกับกำแพง

   “อึก......พวกแก มัวยืนทำอะไรอยู่เล่า!!” เด็กปากเก่งหันไปตวาดเพื่อนคนที่เหลือ ที่ได้แต่ยืนตัวแข็งไม่กระดิก

   “หึหึ ไม่มีใครช่วยอะไรเธอได้หรอกนะ ^ ^ ดูสิ ขนาดเพื่อนกันยังยืนดูอยู่เฉยๆเลย อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าเพื่อนหรอกนะจ๊ะ หึหึ”

    “ปล่อย!! ปล่อยฉัน!! อย่าทำอะไรฉันเลย!!” เด็กสาวที่ปากเก่ง ตอนนี้ตัวสั่นน้ำตาคลอด้วยความกลัวถึงขีดสุด

    “อุ๊! จุจุจุจุ” ฉันเอานิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากแล้วยื่นหน้าเข้าไปแสยะยิ้มใกล้ๆ “นี่เป็นการเตือน ครั้งที่ 1 ถ้าต่อไปนี่ยังจะมายุ่งกับฉันอีก ชีวิตเธอจะสั้นเอานะ นิ่งๆไว้” ฉันหันกลับไปมองแล้วยิ้มพวกที่เหลือ โดยเฉพาะยัยผมสั้นบ๊อบนั่น “ หึ แล้วอย่าปากโป้งไปฟ้องใครเข้าล่ะ ยัยพวกเด็กเก่า หึหึหึ”  สิ้นเสียงหัวเราะในลำคอของฉันทุกคนกลับมาขยับได้หลังจากที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กับที่มานาน ก็รีบวิ่งออกไปจากห้องด้วยความหวาดกลัว หึ คงจะไม่มายุ่งกับอัจฉราสักพักล่ะนะ 

   วูบ!

   ฉันออกจากร่างอัจฉรา พลันร่างบางนั้นก็ทรุดลงไปกับพื้นห้องที่เปียก  ต้องตามคนมาช่วยแล้ว ถ้าให้อัจฉราอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปอาจจะป่วยหนักได้  แล้วถ้าให้สิงร่างเธอนานกว่านี้ ร่างกายอัจฉราก็จะอ่อนแอลงด้วย  ฉันได้แต่นั่งลงเฝ้าน้องสาวของตัวเองรอที่จะมีคนมาเห็นเธอ

  ตึก ตึก ตึก ตึก

เสียงคนเดิน กำลังเดินมาทางนี้ด้วย  เสียงฝีเท้านั้นมาหยุดอยู่ที่ประตู เจ้าของเสียงเท้านั้นคือ เมฆ

   “เนเน่!?!” เมฆวิ่งตรงเข้ามาหาเนเน่ด้วยใบหน้าที่ยังตกใจ ก่อนที่จะหันมาเห็นฉันที่นั่งอยู่ข้างหลังร่างของเนเน่

   “พี่มายา......เกิดอะไรขึ้นครับ?” เมฆถามฉัน นี่ไม่ใช่เวลาจะมานั่งตอบแล้วล่ะ

   “เมฆ รีบพาอัจฉราไปที่ห้องพยาบาลก่อนเถอะ ไม่งั้นอัจฉราจะป่วยได้นะ”

เมฆที่ตอนแรกรอคำตอบจากฉัน รีบหันไปให้ความสนใจกับอัจฉราแล้วรีบอุ้มเธอเพื่อไปยังห้องพยาบาลทันที

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา