Assassin Shadow

10.0

เขียนโดย Mamoru

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 11.34 น.

  5 ตอน
  0 วิจารณ์
  1,999 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2559 19.06 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

4) แผนการ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

    ฉากคามคิด : อัจฉรา

   หลังจากสิ้นเสียงพี่มายา ฉันยังไม่ทันได้เรียกชื่อพี่มายา ฉันก็หมดสติลง ในตอนนั้นฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเลย เหมือนฉันไม่มีตัวตนอยู่บนโลกมาก่อน

   “อัจฉรา...อัจฉรา” เสียงพี่มายาเรียกชื่อฉัน

    “พี่มายา” ฉันลืมตาขึ้นมา มองบริเวณรอบๆ ที่นี่คือ ห้องพยาบาลที่โรงเรียน พี่มายาคงจะรอให้ใครมาเห็นฉันแล้วก็พามาที่นี่ล่ะมั้ง

   “เนเน่ เป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มคุ้นหูถามด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง   เมฆนั่งมองฉันอยู่ที่ข้างเตียง สีหน้าของเขาดูเป็นห่วงอย่างมาก จนฉันเผลอหลุดยิ้มออกมา

  “ยิ้มอะไรของเธอน่ะ ฉันเป็นห่วงเธอมากเลยนะ นี่จัดฉากแกล้งฉันรึเปล่าเนี่ย” เจ้าชายขี้สงสัยแว้ด

   “ป่าว ไม่ได้แกล้งหรอก ฉันดีใจน่ะ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่มีเพื่อนเป็นห่วงฉันขนาดนี่ มีเพื่อนสนิทมันดีอย่างนี้นี่เอง” ฉันยิ้มให้เมฆ แต่เขาก็ยังทำสีหน้าเป็นห่วงอยู่เล็กน้อย  

   “แล้วเกิดอะไรขึ้นตอนที่ฉันยังมาไม่ถึงโรงเรียนเหรอ ฉันเห็นเธอนอนเปียกน้ำอยู่ที่พื้นห้อง ข้างๆก็มีถังน้ำอยู่  คาดว่าเธอต้องโดนแกล้งแน่ๆเลย ใครแกล้งเธอ บอกฉันมา” เมฆถามฉันด้วยความโมโห พยายามซักถามถึงคนที่ทำให้ฉันลงไปนอนตัวเปียกที่พื้นตั้งแต่เช้า   ......เอ๊ะ? ถ้าตอนนั้นฉันตัวเปียก แต่ตอนนี้ฉันตัวแห้งแล้ว. . . .ฉันก้มลงมองที่ตัวของตัวเอง ..ตอนนี้ฉันสวมชุดกีฬาสีส้มแป๊ดเรืองแสงสลับดำ กับกางเกงกีฬาสีดำแถบส้มขาสั้น...นี่มันอะไรกันเนี่ย  ชุดนักกีฬาบาสไม่ใช่เหรอ

     เมฆที่เห็นฉันเอาแต่ก้มสำรวจตัวเองก็ ทำหน้าเหมือนกับนึกอะไรขึ้นได้

   “อ่อ ชุดที่เธอใส่น่ะ ชุดฉันเองแหละ ชุดนักบาสเลยนะเนี่ย” เมฆพูดด้วยความภาคภูมิใจ แต่ทางฉันได้แต่เอ๋อ เหมือนวิญญาณหลุดไปจากร่าง ชุดนี่มันชุดของเมฆ....แล้วคนที่เปลี่ยนชุดให้ฉัน...ฉันค่อยๆหันไปทางเมฆอย่างเชื่องช้า เหมือนกับซากศพเพิ่งลุกออกมาจากหลุมก็ไม่ปาน

   “ทำไมทำหน้าอย่างงั้นล่ะ...ฉันกลัวนะเน่......อ้อ ไม่ต้องห่วง ฉันให้เธอยืมเสื้อผ้านั้นไปก่อนนั่นแหละ พรุ่งนี้อย่าลืมซักมาคืนฉันด้วย เรื่องเปลี่ยนชุด คุณครูห้องพยาบาลคนสวยๆเขาเข้ามาเปลี่ยนชุดให้น่ะ” เมฆพูดจบแล้วชี้ไปทางโต๊ะครูที่ตั้งอยู่มุมห้อง มีครูพยาบาลสวยสุดอึ๋มนั่งกินแตงโมอยู่   เฮ้อ โล่งอก ที่คนเปลี่ยนชุดให้ เป็นครูผู้หญิง

  “ตื่นแล้วเหรอจ๊ะอัจฉรา เป็นยังไงบ้าง ปวดหัวไหม เดี๋ยวครูจะให้ยาไปกินระหว่างคาบเรียน” คูณครูห้องพยาบาลทั้งสวยทั้งใจดีถามด้วยความเป็นห่วง

  “เอ่อ...ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ น่าจะเข้าเรียนได้ตามปกติแล้วล่ะค่ะ” ฉันตอบคุณครูห้องพยาบาลอย่างยิ้มแย้ม ให้ดูเหมือนว่าฉันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ

   “อ๋อ โอเคจ่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะ หรือมีอะไร ไม่ไหวจริงๆก็ ดูแลอัจฉราด้วยนะ นายเมฆา”  ครูห้องพยาบาลบอกฉันแล้วหันไปพูดกับเมฆต่อ “ครับ ดูแลอย่างดีแน่นอนครับ เพื่อนคนสำคัญขนาดนี้” พูดจบ คุณครูห้องพยาบาลก็นั่งกินแตงโมต่ออย่างสบายใจ ฉันหันไปจ้องหน้าเมฆ

    “เมฆ....ฉันต้องใส่ชุดนี้ไปนั่งเรียนจริงๆใช่ไหม” ฉันถาม

    “ใส่ชุดนี่ไปเถอะน่า เท่จะตาย  ลองมัดผมขึ้นสูงๆ ก็เหมาะนะ” เมฆไม่พูดเปล่า เดินไปหาครูห้องพยาบาลพร้อมขอยางรัดผมกับหวีมาพร้อม “หันหลังมานี่ เดี๋ยวฉันมัดให้เอง”   ฉันจ้องหน้าเค้า เหมือนกับไม่ไว้ใจในฝีมือ

   “อะไร ทำไมจ้องหน้ากันแบบนั้นล่ะ ฉันก็พอมัดเป็นนะ หันหลังมา”

   “โอเค ฉันจะเชื่อนายก็ได้” ฉันเลิกจ้องหน้าแล้วนั่งหันหลังให้เขา

    “ดีมาก”

เมฆจัดการรวบผมฉันขึ้นสูงแล้วจัดแจงให้เป็นระเบียบ ไม่น่าเชื่อ เขานี่ฉลาดแล้วยังมากความสามารถอีกนะ ดูเหมือนถ้าเมฆหัดทำผมหลายๆทรงคงจะเปิดร้านเสริมสวยได้สบายๆเลย แล้วลูกค้าสาวๆก็จะเยอะ เพราะความหล่อของเขานั่นเอง

   “เรียบร้อย ป่ะ ไปเรียนกัน” เมฆดึงแขนฉันให้ลุกขึ้นจากเตียง

   “อ่า...ฉันล่ะอายชุดจริงๆ  แล้วถ้านายต้องไปซ้อมแล้วไม่มีชุดล่ะเมฆ”

   “ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร ก็ใส่ชุดนักเรียนเล่นบาสนี่แหละ555” เมฆพูดอย่างชิวๆ ไม่เดือดร้อนอะไร

ฉันกับเมฆเดินไปขอบคุณ คุณครูห้องพยาบาลแล้วพากันเดินไปยังตึกเรียนของชั้น ม.ปลาย  แน่นอนว่าต้องเดินผ่านหน้าต่างของหลายๆห้องถึงจะถึงห้องเรียนของเรา ทุกสายตาที่อยู่ในห้องก็จับจ้องมาทางฉันและเมฆ  จนฉันรู้สึกเกร็งจึงต้องเดินก้มหน้า แต่เมฆก็ยังเดินอย่างเด่นสง่าไม่สนใจสายตาใคร จนถึงห้องเรียน

        ฉันเข้าไปในห้องก็โดนคุณครูยิงคำถามใส่ ไหนจะสายตาแปลกๆจากเพื่อนๆในห้อง จะเรียกเป็นเพื่อนดีมั้ยเนี่ยเพราะฉันก็มีเพื่อนแค่คนเดียวคือเมฆ เมฆตอบคำถามแทนฉันแทบหมดทุกอย่าง ไม่สิ ทุกคำถามที่ครูถามเลยจริงๆ เมฆเป็นคนตอบเองหมด คุณครูเลยไม่พยายามที่จะถามต่อ

 

พักกลางวัน

ฉากความคิดมายา : ฉันอยู่กับอัจฉราตลอด มีน้อยมากที่จะออกห่างจากน้อง หลังจากที่อัจฉราตื่น ฉันเหลือบไปเห็นเด็กนักเรียนตัวแสบเมื่อเช้า ยืนคุยอยู่กับแก๊ง เด็กผู้ชายที่ดูๆแล้วน่าจะเป็นเด็กเกเร ฉันจึงออกมาฟังบทสนทนาของทั้งสองฝ่าย

   “นี่ พวกแกรู้จักยัยเด็กใหม่ที่ชื่ออัจฉราป่ะ ชื่อเล่นชื่อเนเน่อ่ะ” ผู้หญิงผมบ๊อบถาม

   “ อ๋อ คนที่น่ารักๆป่าววะ แลดูเป็นเด็กเรียบร้อยนะ เห็นว่าสนิทกับเมฆด้วยนี่” เด็กหนุ่ม 1 ในกลุ่มพูด

   “ย่ะ น่ารักๆของแกนั่นแหละแรด ยัยนั่นเห็นเรียบร้อยๆแต่ทำตัวสนิทสนมกับเมฆตั้งแต่วันแรกเลยเชียว”

   “ทำไม อิจฉาเขาอ่ะดิ่ น่ารักอย่างงั้นเรียบร้อยด้วย ไม่แปลกหรอกที่ขนาดไอ้เมฆยังสนใจ” เด็กหนุ่มแควะจี้จุดเด็กสาวทั้งแก๊งทำให้เด็กผู้หญิงผมบ๊อบทำท่าง้างมือ หวังจะฟาดเข้าไปที่หน้าของเด็กหนุ่ม

   “อ๊ะๆๆ อย่านะ ถ้าพวกฉันทำคืนพวกเธอก็รู้ ผู้หญิงสู้แรงผู้ชายไม่ได้” เด็กสาวค่อยลดมือลงแล้วทำหน้าไม่พอใจ

   “ฉันอยากให้พวกนายช่วงอะไรหน่อย” เด็กสาวที่ปากดีในตอนเช้านั้นพูดขึ้น

   “จะให้พวกฉันช่วยอะไรล่ะ แล้ว ได้อะไรตอบแทน” หนึ่งในแก๊งเด็กหนุ่มถามอย่างเจ้าเล่

   “ฉันอยากให้ พวกนาย จัดการยัยอัจฉรา ยังไงก็ได้ ไม่ต้องถึงกับตายแค่บาดเจ็บก็พอ ให้มันเข็ดจนไม่กล้าเข้าไปยุ่งกับเมฆก็พอ” เด็กสาวพูดแล้วยิ้ม

   “พวกเธอนี่เลวจริงๆ” หนึ่งในเด็กหนุ่มพูด

   “แน่นอน ในเมื่อเลวก็ต้องเลวให้สุดเว้ย ส่วนของตอบแทนพวกฉันจะเลี้ยงร้านเกมให้ เอาไปเลย 24 ชั่วโมงเต็ม”

  “อื้มมมม น่าสนนี่” พวกเด็กหนุ่มพอใจในข้อเสนอ หลังจากจบบทสนทนา ทั้งสองกลุ่มก็แยกย้ายกันไป

 

  หนึ่งในกลุ่มเด็กสาวเริ่มมีสีหน้าหวาดวิตก เธอนึกถึงเรื่องราวตอนเช้าที่เกิดขึ้นกับพวกเธอ ในตอนนั้นที่กำลังสั่งสอนอัจฉรา เหตุการณ์ที่เหมือนกับว่าคนที่พวกเธอแกล้งนั้นไม่ใช่อัจฉรา แต่เป็นใครอีกคนที่น่ากลัวทำให้พวกเธอสติกระเจิงในตอนเช้า  แต่ยังไม่มีความเข็ดหลาบคิดที่จะแกล้งอัจฉราขึ้นมาอีกครั้ง

    “นี่  แก เรื่องที่เราไปหาเรื่องยัยเนเน่เมื่อตอนเช้าแต่กลายเป็นว่าพวกเรากลับโดนเข้าซะเอง ฉันยังจำได้ว่ายัยนั่นพูดเตือนเรา ไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่งกับมันอีกนี่” คนที่ทำหน้าตาหวาดวิตกที่สุดพูดขึ้น

    “อะไร  แค่นี้แกกลัวรึไงห๊ะ ยัยนั่นมันก็คนล่ะวะ จะไปกลัวมันทำไม” คนที่ปากดีที่สุดพูดขึ้น

   “แหม ทำเป็นไม่กลัว เห็นเมื่อเช้าสติกระเจิง ตัวสั่นแทบตายนะแก” เด็กผมบ๊อบแซวกลับ

   “หุบปากไป ครั้งนี้เราไม่ได้ลงมือเองนี่ คงไม่เป็นอะไรหรอก......มั้ง”

เฮ้อ เด็กพวกนี้ ถ้าไม่เห็นโรงศพคงไม่หลั่งน้ำตาสินะ ที่ฉันเตือนไปนี่คงไม่ทำให้ความคิดอิจฉาริษยาลดลงเลยจริงๆ ครั้งนี้จะไม่ออมมือแล้วล่ะ หึหึหึหึ  

    ฉันตาหาอัจฉราที่สวนหลังโรงเรียน ก็เห็นน้องสาวฉันในชุดนักบาสตัวใหญ่เกล้าผมสูง จะว่าเท่ก็ โอเคอยู่นะ แต่นี่มันจะไม่ทำร้ายน้องสาวฉันไปหน่อยเหรอนั่น เมฆนี่ความคิดพิเรนทร์ดีจริง  ให้น้องฉันใส่ชุดบาสเดินไปเดินมาในโรงเรียน เป็นเป้าสายตาพอดีอีกอย่างคือ เรียกความอิจฉาจากคนรอบข้างได้ดีมาก เพราะนั่นมันชุดบาสของเมฆใครๆก็จำได้  ฉันล่ะสงสารน้องฉันจริงๆ

ฉันเข้าไปนั่งข้างๆอัจฉรา ที่กำลังนั่งกินขนมปัง กับ เมฆที่เอาแต่นอนอยู่ข้างๆอัจฉรา  โชคดีที่มีเมฆคอยตามอัจฉราตลอดเวลาที่ฉันไม่อยู่ ฉันเลยไม่ค่อยกังวลเหมือนทุกครั้งที่คิดจะหายตัวไปจากน้องสักพัก

    อัจฉราหันมาทางฉัน แล้วถาม “พี่มายาไปไหนมาอ่ะ  พี่ไม่อยู่แล้วน้องไม่อุ่นใจเลย แถมไม่มีความมั่นใจด้วยง่ะ”

  “5555 พี่ไม่อยู่ไม่มีความมั่นใจ แต่กล้าใส่ชุดบาสสีสะดุดตาขนาดนี้ก็เก่งขึ้นแล้วล่ะอัจฉรา 555” ฉันแซวน้องไปโดยเลี่ยงคำถามแรก

   “พี่มายาอ่ะ” อัจฉราทำหน้างอนจนแก้มป่องที่โดนแซว แล้วหันกลับไปกินขนมปังในมือต่อ

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา