Assassin Shadow

10.0

เขียนโดย Mamoru

วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 11.34 น.

  5 ตอน
  0 วิจารณ์
  2,042 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 30 กันยายน พ.ศ. 2559 19.06 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

5) เตือนครั้งที่ 2 จบ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เตือนครั้งที่ 2 จบ

       เช้านี้อัจฉราเตรียมชุดของเมฆที่ยืมมาเมื่อวานใส่กระเป๋าเพื่อที่จะเอาไปคืน แน่นอนว่าผ่านการซัก รีด อย่างดีจากน้องสาวฉันที่แสนจะเป็นแม่บ้านแม่เรือน แล้ววันนี้พวกเราก็จะออกจากบ้านในช่วงเช้าอย่างเช่นเคย  ทำให้ฉันคิดมากกับการแก้แค้นของยัยพวกเด็กขี้อิจฉา

    “อัจฉรา” ฉันเรียกน้องสาวของตัวเอง วิญญาณอย่างฉันแสดงสีหน้าเป็นห่วงออกมา แน่นอนค่ะ วิญญาณก็คือจิต ที่มีความรู้สึกนึกคิด “มีอะไรเหรอ พี่มายา”

   “วันนี้เราไปสายๆกันหน่อยไหม”

   “อ้าว ทำไมล่ะพี่มายา ตอนเช้าๆอากาศดีจะตาย”  อัจฉราทำหน้าสงสัย

   “พี่รู้สึกไม่ดีเท่าไร เดี๋ยวสายๆเราค่อยไปกันดีกว่า” อัจฉราทำหน้าคิดหนัก จนฉันแอบได้ยินเสียงในใจของเธอ

      ‘ถ้าฉันไปสายตามที่พี่มายาบอก ฉันก็จะต้องเจอกับผู้คนมากมาย ทุกสายตาคงมองฉันไม่ดีเหมือนเดิมแน่ๆ’

ฉันคิดว่าน้องของฉันคงไม่ไหวแน่ๆกับการถูกจ้องมองในแง่ร้าย งั้นคงต้องไปตอนเช้าเหมือนเคย เพียงแต่มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ฉันคงต้องออกไปปรากฏตัวในร่างของอัจฉราอีกแน่

   “อืม ไม่ต้องทำหน้าคิดมากขนาดนั้นก็ได้  ไปตอนนี้เลยก็ได้จ่ะ” อัจฉราเปลี่ยนสีหน้าคิดมากหันมายิ้มแล้วจัดกระเป๋าเตรียมออกจากบ้านทันที   

     อัจฉราเดินออกมาหน้าปากซอยอย่างทุกวัน ที่ถนนจะโล่ง มีรถน้อยมาก แทบจะไม่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา ฉันก็งงกับความชอบในบรรยากาศวังเวงของน้องสาวตัวเอง มันดูอันตรายด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีฉันอยู่ด้วย

   “เนเน่!!” เสียงตะโกนจากใครบางคนที่ยืนโบกไม่โบกมืออยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก   เมฆ โห ลงทุนมายืนรอแต่เช้าเลยเหรอเนี่ย

   “เมฆ....นั่นเมฆนี่ มายืนทำอะไรตรงนั้นตั้งแต่เช้ามืดเนี่ย” อัจฉราเดินเข้าไปถาม

   “ก็มายืนรอเธอกับพี่มายาไง555” เมฆตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

   “ถึงจะไม่มีเมฆพี่ก็ดูแลอัจฉราได้นะ ลำบากเมฆมายืนรอแต่เช้าเปล่าๆ” ฉันพูด

   “ไม่หรอกครับ ป้องกันคนแกล้งเนเน่แล้วผมก็ยังไม่รู้ว่าใครแกล้งเธอเลย” เมฆหันมาตอบฉัน

 

พวกเราพากันเดินไปโรงเรียน ระหว่างทางก็คุยกันไปอย่างเพลิดเพลิน เมื่อถึงหน้าโรงเรียนเราเห็นแก๊งเด็กนักเรียนหญิงกลุ่มเดิมจับกลุ่มกันอยู่ที่หน้าตึก เมื่อเห็นว่าอัจฉรามากับเมฆ นักเรียนกลุ่มนั้นจึงได้แต่หันหน้าทำเป็นคุยกันเหมือนไม่ได้สนใจอัจฉรากับเมฆเลย

     “เฮ้   เดี๋ยวนี้ยัยพวกนี้มาเช้ากันได้แล้วเหรอเนี่ย” เมฆเอ่ยแซวเสียงเบา ได้ยินเพีบงเราสามคน

     “นายรู้จักคนพวกนั้นด้วยเหรอเมฆ?” อัจฉราเอ่ยถาม

     “รู้จักสิ ยัยพวกนั้นคลั่งไคล้ฉันตั้งแต่ฉันดังแล้วทำตัวตามติดฉันจนน่ารำคาญด้วย แต่พักนี้ตั้งแต่เปิดเทอมมาก็ไม่เห็นมายุ่งกับฉันแล้ล่ะ”  เมฆตอบ    

     “หึ พวกนี้ยังไม่เลิกตามแจนายหรอกนะ แค่กำลังต้องการที่จะกำจัดใครสักคนที่ขวางหูขวางตาพวกมัน” เมฆมองหน้าแล้วทำหน้างงสักพัก....สีหน้างงงวยของเขาก็หายไป “หมายถึง กำจัดอัจฉราใช่ไหม พี่มายา” เมฆถามด้วยสีหน้าจริงจัง เขาไม่ถามอะไรต่อ ตัดสินใจเองแล้วเดินตรงเข้าไปหากลุ่มนั้น

    “อะ..อ้าว..เฮ้....เมฆเป็นไงบ้างจ๊ะ พวกเราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะตั้งแต่เปิดเทอม หายไปไหนมาเหรอ” นักเรียนผมบ๊อบที่ตอนแรกเห็นเมฆเดินเข้าไปด้วยสีหน้าจริงจัง อ้ำอึ้ง ก่อนที่จะถามเมฆ

    “อ๋อ ฉัน เกลียด พวกเธอน่ะเลยไม่อยากให้เห็นหน้า เกลียดมากๆด้วย โดยเฉพาะยิ่งถ้าพวกเธอมายุ่งกับคนรอบข้างของฉัน”

    “....”  ประโยคที่เมฆพูดออกมาทำให้กลุ่มนักเรียนหญิงแก๊งนั้นเงียบทั้งกลุ่ม แล้วหันไปทางที่อัจฉรายืนอยู่อย่างไม่พอใจ

    “ยัยเนเน่ใช่มั้ย คือคนรอบข้างเมฆ”

    “ใช่ ฉันรักเธอแล้วด้วย ถึงตอนนี้มันจะเป็นรักข้างเดียวก็ตาม” เมฆพูด

    “ทำไมล่ะ ไมต้องเป็นยัยนั่น ยัยนั่นเพิ่งจะเข้ามาเองนะ” ผู้ปากดีที่สุดในกลุ่มพูด

   “เพราะเธอเข้าใจฉัน และฉันก็เข้าใจเธอ เรามีอะไรคล้ายๆกัน ฉันสามารถสนิทกับเธอได้ถึงฉันจะไม่ดัง พวกเธอล่ะ พยายามสนิทกับฉันตอนที่ฉันเพิ่งจะดัง ไม่ใช่เหรอ ปกติฉันเดินไปเดินมาในโรงเรียนก็ไม่เห็นมีใครมาสนใจเลยนี่...อย่ายุ่งกับเนเน่โดยเด็ดขาดเลยนะ” ประโยคสุดท้ายเมฆทำหน้าดุใส่ จนพวกกลุ่มนักเรียนหญิงหน้าเสีย

    เมฆเดินเข้ามาหาอัจฉรา คว้าข้อมือเธอไว้หวังจะเดินออกไปให้พ้นจากตรงนี้

   “เฮ้~~~~ จะรีบไปไหนล่ะ” กลุ่มเด็กผู้ชายที่ฉันเห็นเมื่อวานเดินมาด้านหลังพวกเรา  แย่ล่ะ เมฆกับอัจฉราไม่รอดแน่ๆ

   “พวกแกเป็นใครน่ะ” เมฆตะโกนถาม

   “ไม่จำเป็นต้องรู้โว้ย รู้แค่ว่า พวกแก ไม่รอดแน่ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เด็กหนุ่มหัวเราะประสานเสียงกัน

      ตุบ!!    เสียงกำปั้นของเมฆกระแทกเข้ากับหน้าเด็กหนุ่มที่อยู่หน้าสุดอย่างจัง

    “อ้าวๆ รีบเหรอ ได้  งั้นพวกแกก็รีบๆตายกันไปซะ!” หนึ่งในเด็กหนุ่มนั้นหยิบมีดพกออกมาจากกระเป๋าแล้ววิ่งเข้าใส่เมฆอย่างไม่ลังเล ฉันกับอัจฉราไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ เมฆทรุดลงไปกับพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกมา

    “นี่ พวกนายทำเกินไปแล้วนะ!” อัจฉราตะโกนเสียงสั่นเหมือนจะร้องไห้ ฉันว่า สถานการณ์คงไม่ไหวแล้วล่ะ ฉันไม่รอช้ารีบสิงเข้าร่างอัจฉรา ครั้งนี้สติเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำให้ฉันสามารถใช้ร่างนี้ได้ทันทีเหมือนกับเป็นร่างตัวเอง   

    “เรื่องชั่วๆนี่เก่งกันจริงๆนะ” ร่างอัจฉราตาดำรุกวาวเป็นสีแดงฉาน เมื่อมายาได้ใช้ร่าง

   “อ้าวๆๆๆ น่าตาน่ารักแต่ปากเก่งพวกเราก็ไม่เว้นหรอกนะ” เด็กหนุ่มคนที่เอามีดแทงเมฆวิ่งเข้าใส่อย่างไม่ลังเล แต่ก็ต้องหยุดชะงักขยับตัวไม่ได้  “กะ...เกิดอะไรขึ้น” เด็กหนุ่มได้แต่อึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฉันฉีกยิ้มสยองให้เรียกความขนลุกในตัวเด็กหนุ่มพวกนี้ “หึๆจะรีบทำไมกัน ได้ตายกันทุกคนแน่นอน หึหึ” กระแสลมพัดเข้ามาอย่างโหมกระหน่ำ

    “ใครจะตายกันแน่ ยัยปีศาจ!!” กลุ่มเด็กสาววิ่งเข้ามายึดขึงร่างอัจฉราไว้ เด็กหนุ่มได้โอกาสวิ่งเข้ามาปักของมีคมลงที่ท้องน้อย

    อึก!  

  “หมดฤทธิ์ซะ ยัยปีศาจ” เด็กปากดีตะโกนยิ้มไป “เห้ยมันทำอะไรเราไม่ได้แล้ว รุมเลย!” เด็กสาวผมบ๊อบบอกกับเพื่อนๆ

ทุกคนพากันรุมร่างอัจฉรา อย่างด้วยความริษยาที่สะสมมา อย่างไม่ปราณีว่าจะถึงชีวิตหรือไม่

   อยู่ๆ ร่างที่รุมร่างอัจฉราอยู่นั้นก็กระเด็นหลุดลอยออกไปไกล ทำให้ฉันเห็นร่างของเมฆที่ลุกขึ้นมาแล้วยืนบีบคอ เจ้าของมีด จนขาลอยขึ้นมาจากพื้น แล้วบิดคอจนเด็กหนุ่มคนนั้นสิ้นใจ เมฆปล่อยมือให้ร่างนั้นร่วงลงมากับพื้น แล้วแสยะยิ้ม

   “คนที่มันทำร้ายคนรอบข้างฉัน ฉันจะฆ่ามันให้หมดซะ ฮ่า ฮ่า ฮ่าฮ่า” เมฆหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เลือดก็ไหลออกมาจากบาดแผลในตัวเขาไม่หยุด..... ไม่ นี่ไม่ใช่เมฆ  ฉันรับรู้ได้ ฉันที่อยู่ในร่างอัจฉรานอนมองเมฆอยู่ไม่ไกลนัก

   เขาเดินเข้ามาแล้วอุ้มร่างอัจฉราไว้ในอ้อมแขน

   “นายเป็นใคร” ฉันในร่างอัจฉราถาม ร่างของเมฆมองลงมานัยน์ตาเป็นสีแดงเช่นเดียวกับฉันในตอนนี้

   “ฉัน เมฆินทร์ ปิติโชคโภคิน พี่ชายเมฆ ชื่อหมอก....ฉันหลงรักเธอนะ มายา”  ทุกอย่างเงียบสงบ ฉันขยับตัวไม่ได้เพราะฉันปวดร่างไปหมด ฉันว่าร่างอัจฉราคงแย่มาก ไม่สามารถที่จะขยับไปไหนได้อีกแล้ว หมอกคือพี่ชายของเมฆ ถ้างั้นเมฆก็ต้องมีฝาแฝดเช่นกัน แต่ฉันทำไมมองไม่เห็นกันนะ หมอกในร่างของเมฆวางอัจฉราที่จิตเป็นมายาลงที่โต๊ะหินอ่อนแล้วหันไป จัดการลงมือกับพวกที่เหลือ ถึงจะตัวสั่นจนน่าสงสารแต่หมอกก็ไม่ปราณีให้ เขาฆ่าไปทีละคนอย่างเลือดเย็น จนคนสุดท้าย เข้ายิ้มให้กับความสำเร็จเสื้อผ้าเขาเปื้อนไปด้วยเลือด     เขาหันกลับเดินมาหาฉันอย่างเชื่องช้า

  “พวกเราไปอยู่ด้วยกันดีกว่า ทั้ง ฉันกับมายา  อัจฉรากับเมฆา  ไม่ต้องออกมาเจอกับพวกจิตใจชั่วแบบนี้”

   หมอกเข้ามาอุ้มร่างอัจฉราจิตมายาแล้วหายไป......นิรันด์

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา