เรื่องหลอกจากรัตติกาล

-

เขียนโดย ศรายะ

วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 22.36 น.

  5 ตอน
  3 วิจารณ์
  1,205 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 มกราคม พ.ศ. 2562 23.45 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

5) หลอก 4 โซเชียล

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

          เอี๊ยด...โครม!!

          หน้าคอนโดหรูกลางกรุงเกิดอุบัติเหตุ เมื่อมีนักศึกษาหญิงชั้นปีสี่วิ่งเตลิดออกมาขวางถนน ส่งผลให้รถกระบะสีขาวเสียหลักพุ่งชนอย่างแรง ก่อนมีผู้หวังดีแจ้งมูลนิธิให้นำส่งโรงพยาบาลท่ามกลางการรอดูสถานการณ์ของไทยมุง ขณะที่ในมือของหล่อนกำสมาร์ตโฟนของตนไว้แน่น หน้าจอยังคงเปิดอยู่ในหน้าเฟสบุคซึ่งมียอดวิวผู้เข้าชมวิดีโอแพร่ภาพสดอันหนึ่งเกือบพันคน และมีคนกดถูกใจเพิ่มขึ้นอีกร้อยกว่าในขณะที่ตัวหล่อนกำลังถูกปั๊มหัวใจช่วยชีวิต

 

          ในขณะที่เปลือกตาหนักหน่วงเปิดปรือขึ้น ทุกอย่างดูพร่าเลือนมองอะไรไม่ชัด ศีรษะถูกพันเอาไว้หลายทบ มันไม่เจ็บแต่รู้สึกมึนงง คล้ายมีอะไรหนักๆ ถ่วงไว้มากกว่า หล่อนได้ยินเสียงเครื่องตรวจวัดชีพจรดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พร้อมกับสายน้ำเกลือระโยงระยางน่ารำคาญใจ ร่างกายคล้ายถูกติดตรึงไว้กับที่ ไม่มีแรงขยับ

          มีกลุ่มคนในชุดขาวเข้ามาทำอะไรสักอย่างกับร่างกายหล่อน เสียงพูดคุยของพวกเขาเสียดแทงเข้าไปในโสตประสาท แต่จับใจความไม่ได้ กลับหลับลึกลงไปอีกครั้ง

          ฟื้นขึ้นมาอีกรอบในวันที่สองมกราคม จำได้เพียงเท่านั้นจากการที่ได้ยินหมอกับพยาบาลพูดกัน คลับคล้ายว่าจะเป็นวันเกิดของนายแพทย์สักคน

          “ฉันเป็นใคร”

          หล่อนถาม จากนั้นร่างกายก็ถูกจับตรวจนู่นนี่นั่น...บ้าบอ!!

          พวกเขาออกไปจากห้องพักผู้ป่วยเสียที หลังจากทำในสิ่งที่ต้องการ บอกแค่เพียงว่าหล่อนชื่อ ‘เมษา ตรัยเอื้อตระกูลพงศ์’

          นามสกุลอะไรวะ ยาวฉิบหาย แต่ไม่ได้มีความหมายอะไรนักหรอก ในเมื่อหล่อนไม่มีความทรงจำหลงเหลือเกี่ยวกับมัน และไม่มีญาติมาแสดงตัว รับรู้จากปากคนอื่นเพียงว่าพวกเขาติดต่องานอยู่ต่างประเทศ กลับมาตอนนี้ไม่ได้ เออดี ประเสริฐแท้

          สภาพขาเข้าเฝือกเพราะกระดูกหักทำให้เมษาลุกออกจากเตียงไม่ได้ ทำได้เพียงนอนมองออกไปนอกระเบียงเงียบๆ ฟ้ากำลังเปลี่ยนสี

          ประตูห้องแง้มออกเชื่องช้า เมษาจดจ่อมองไปที่มัน ใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา หล่อนพบว่าเขาไม่ใช่บุคลากรของโรงพยาบาล นายคนนั้นลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงด้วยท่าทางนุ่มนวล

          เมษามองประเมิน ร่างกายเขาออกจะผอมบางไปสักเล็กน้อย ผิวขาว ผมสั้นย้อมน้ำตาลทอง เข้ากันได้ดีกับเสื้อเสวตเตอร์น้ำตาลอ่อนกับกางเกงขายาวสีครีม ท่าทางคล้ายคุณชาย

          “เป็นยังไงบ้างยัยเมย์” ลักยิ้มสองข้างแก้มของเขากับตาเปล่งประกายระยิบทำให้ใบหน้ายิ่งดูละมุน

          “คุณเป็นใคร” สมองว่างเปล่า

          “พี่ชายของเธอไง มีน”

          “อ่อ” เมษาทักไปแค่นั้น

          “พวกเรารอเธอกลับบ้านอยู่นะ”

          “เหรอคะ” เมษาไม่เชื่อ เพราะถ้าพวกเขาเป็นห่วงหล่อนจริง ป่านนี้คงมาเยี่ยมตั้งนานแล้ว

          เขายกนาฬิกาขึ้นมอง “พี่ต้องกลับก่อนนะ พอดีมีนัด”

          ‘นั่นปะไร’ หล่อนคิด

          “พรุ่งนี้พี่จะมาใหม่” แตะบ่าคล้ายปลอบ

          ‘ให้มันจริงเถอะ’ หล่อนพยักหน้า

          เขาออกไปแล้ว หล่อนหลับตาลง กระทั่งได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกอีกครั้ง ขมวดคิ้ว นี่ไม่ได้หมดเวลาเยี่ยมไข้แล้วหรือไง

          “เมษา” ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ข้างเตียง ในมือถือเศษกิ่งไม้แห้งหมุนไปมา

          “เธอเป็นใคร” เสียงติดห้วน หงุดหงิดที่ถูกรบกวนเวลาพักผ่อน

          “โอ แย่แล้ว” ผู้มาเยี่ยมตาโต อุทานออกมา “ฉัน น้ำหวานไง”

          เมษาเลิกคิ้ว “แล้ว?”

          “ที่จริง เราก็ไม่ใช่เพื่อนกันหรอกนะ แค่คนรู้จักน่ะ” น้ำหวานลนลานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งให้ “ก่อนที่เธอจะถูกรถชน เธอส่งไลน์มาหาฉัน”

          ‘นู๋เมย์ : เธอช่วยฉันได้จริงหรือเปล่า’

          ‘วันหวาน : เมษาต้องลบคลิปนั่นซะ’

          ‘นู๋เมย์ : ไม่มีทาง ยอดวิวกำลังขึ้น งานนี้ฉันต้องดังแน่ๆ ’

          ‘วันหวาน : แต่เขาให้โอกาสเธอแล้วนะ ลบคลิปนั่นซะ ก่อนที่เขาจะเอาจริง’

          ‘นู๋เมย์ : แล้วไง เธอนั่นแหละต้องไล่มันไป’

          ‘วันหวาน : หวานไกล่เกลี่ยให้ได้เท่านี้ ไม่อย่างนั้นเขาทำร้ายหวานแน่’

          ‘นู๋เมย์ : เก่งแต่ปาก ถ้าช่วยไม่ได้ก็อย่ามาเจ๋อ’

          เมษาไล่อ่าน เบะปาก ยื่นโทรศัพท์ส่งคืน “คลิปอะไร”

          “ก็...” ตั้งท่าจะอธิบาย แต่หลอดไฟในห้องกลับกะพริบติดๆ ดับๆ น้ำหวานหันไปมองนอกห้อง ปากก็พร่ำ น้ำเสียงเครือ “คือหวานว่า หวานกลับก่อนดีกว่า” ออกไปโดยไม่มีการกล่าวลา

          “อ้าว นังบ้า กลับมาก่อน ยังไม่รู้เรื่องเลย” ได้แต่เอากำปั้นทุบเตียงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ “ไปตายซะ”

 

          มีนมาหาหล่อนทุกวันตามที่สัญญาเอาไว้ ส่วนพ่อแม่เพียงโทรศัพท์หาเธอไม่ถึงสิบครั้ง แต่มันก็ไม่สำคัญเท่าไหร่สำหรับเมษา ออกจะรำคาญเสียด้วยซ้ำ กระทั่งหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องคอยมาตรวจร่างกายตามเวลานัด

          ในวันที่ออกจากโรงพยาบาลมีเพียงแม่บ้านกับคนขับรถมารอรับ หล่อนเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ที่ไม่คุ้นเคย พบเพียงคนรับใช้ ไม่เห็นญาติตนเองสักคนแม้กระทั่งมีน

          ราวสองทุ่มเศษจึงพบมีนเข้ามาหาหล่อนในห้องนอน เขาอยู่ในเสื้อสีครีมกับกางเกงขาสามส่วนตามสไตล์คุณชายเช่นเคย “นอนไม่หลับเหรอ” ลูบศีรษะหญิงสาว

          เมษาปัดมือเขาออกอย่างหงุดหงิด “เมื่อไหร่พ่อแม่จะกลับมาจากต่างประเทศ นี่กะกลับมาเยี่ยมแค่ตอนจัดงานศพหรือไง” ประชดเสียงแข็ง

          มีนยิ้ม แต่คิ้วขมวดเครียดขรึม “รู้ไหมว่าตัวเองเป็นคนน่าสงสารแค่ไหน เมษา”

          “ไม่ต้องการ” หล่อนถลึงตาใส่ “แค่อยากให้พวกเขาทำหน้าที่ของตัวเองบ้างก็เท่านั้น แต่ก็ยังดีที่มีเงินให้ใช้”

          สำหรับเมษา แม้จะสูญเสียความทรงจำหรือจำได้ก็ไม่ต่างกัน นิสัยก็ยังคงเหมือนเดิม มันอาจเป็นเพียงกมลสันดานที่ฝังรากลึกอยู่ในตัวหล่อนแค่นั้น

 

          เฝือกขาถูกถอดออกในที่สุด หากยังต้องเข้าพบหมอเกี่ยวกับสมอง แต่ไม่ได้ช่วยอะไรมาก หล่อนเปิดอัลบัมรูปในวัยเด็กขึ้นมาดู คล้ายกับเฝ้ามองชีวิตของคนอื่นมากกว่า ขยี้หัวตัวเองอย่างหงุดหงิดเมื่อไม่ได้อย่างใจคิด

          “น่าเบื่อเว้ย!!” หยิบแทบเลตมาเล่นแก้เบื่อ มันกลับดับแน่นิ่ง พยายามเปิดหลายครั้งแต่ไม่ติด จนสุดท้ายโยนทิ้งลงบนเตียง “ชีวิตฉัน อะไรอีก”

          สุดท้ายจึงไปหามีน หวังยืมโน้ตบุคของเขา แต่ก่อนที่จะเคาะประตู กลับเห็นมันแง้มเปิดอยู่แล้ว เมษาได้ยินเสียงบางอย่างก่อนที่หล่อนจะส่องเข้าไปดู ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง

          หล่อนเห็นมีนในร่างเปลือยเปล่านอนคว่ำอยู่บนเตียง ใบหน้าละมุนนั้นแดงก่ำ พร้อมกับเสียงครางระโหยอย่างสุขสม เขาถูกครอบครองโดยชายอีกคนที่กำลังขยับเขยื้อนช่วงล่างเข้ากับร่างกายนั้น พร้อมกับจูบคอขาวไล่ระเรื่อยไปตามลาดไหล่

          “ผมรักมีนนะ” ชายแปลกหน้าบอก ส่งให้มีนเอียงคอมาจูบอย่างดูดดื่ม ขณะที่ร่างทั้งสองยังคงเคลื่อนไหวเข้าหากัน ความรู้สึกสุขสมกำจายไปทั่วห้องนอน

          เมษาจากตะลึงในตอนแรกเปลี่ยนเป็นเบะปากอย่างสมเพช ก่อนจะหมุนตัวกลับ ตั้งท่าจะเดินกลับห้องของตนเอง หากเท้านั้นหยุดชะงักคล้ายนึกอะไรออก ก้มมองมือที่กำสมาร์ตโฟนไว้ ยกยิ้มมุมปาก มันจะเป็นอะไรไหม ถ้าหากหล่อนถ่ายทอดสดลงโซเชียลเสีย ต้องมีคนเข้าชมอย่างล้นหลามแน่ๆ แหม ฉลาดจริง อดชื่นชมตนเองไม่ได้

          โชคดีที่สมาร์ตโฟนของหล่อนได้บันทึกการเข้าถึงแหล่งโซเชียลไว้ตลอดเวลาโดยไม่เคยล็อกเอาท์ออกจากระบบ อาการสูญเสียความทรงจำจึงไม่ใช่ปัญหาในการโพสต์มันลงไปในขณะนี้

          ไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่เมษาจะหยุดคิดถึงความรู้สึกของคนที่กำลังถูกแอบถ่าย แม้จะรู้ดีว่าหนึ่งในนั้นคือพี่ชายของตนเอง

          แล้วอย่างไร มันไม่ใช่เรื่องของหล่อน!!

          ขอแค่ได้ยอด ‘Like’ มาก่อนเถอะ หล่อนไม่ได้คิดจะแคร์ใครอยู่แล้ว!!

          เมษาแอบถ่ายทอดสดขณะพวกเขามีเพศสัมพันธ์กันลงไปในแหล่งโซเชียล หล่อนเฝ้ารอผู้คนเข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น มันเป็นไปตามคาด เมื่อเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดีก็มีคนเข้ามากดถูกใจพร้อมเผยแพร่ต่ออีกหลายร้อยคน หลังจากบันทึกให้สามารถดูย้อนหลังได้ รู้สึกหัวใจพองโตกำลังโลดลิ่วคล้ายตนเองกำลังจะเป็นคนดังในชั่วข้ามคืนอย่างไรอย่างนั้น

          เมษาลุกขึ้นไปอาบน้ำ หลังจากใส่ชุดนอนแล้วเป่าผมเสร็จ จึงมานั่งไขว่ห้างตรงปลายเตียง เปิดโทรศัพท์ขึ้นเพื่อดูผลงานตนอีกครั้ง เห็นข้อความตอบกลับไม่ต่ำกว่าร้อย จึงไล่อ่านไปเรื่อยๆ

          ‘ซี้ดดด อาๆๆ ขาวมากครับ อยากได้’

          ‘มานอนอ้าขาให้พี่ดีกว่า เดี๋ยวจะจัดให้ทั้งคืนเลย’

          ‘หน้าด้าน ยังกล้าโพสต์คลิปให้คนอื่นเขาดูอีก’

          ‘11 - ร - ด มากค่ะ ช่างกล้าโพสต์’

          ‘นอนกับผมไหม ได้อมแล้วยังได้เงินด้วยนะ 555’

          ‘ลีลาก็งั้นๆ ยังจะมาประจานตัวเองอีก’

          ‘พ่อแม่ที่บ้านไม่เคยสั่งสอนเหรอ ถ้าเป็นคนรู้จักนี่อายแทนเลย’

          ‘อยากดังมากอ่อครับ กล้าทำได้ถึงขนาดนี้ ผมว่าคงเน่าไปหมดแล้วมั้ง’

          ‘ผู้หญิงหน้าด้านมีอยู่จริงว่ะ ขนาดนี่เป็นผู้ชายยังอายแทนเลย’

          ‘report ไปเลยค่ะเพื่อนๆ เราสนับสนุน’

          เมษาอ่านความคิดเห็นเหล่านั้น แล้วคิ้วยิ่งขมวดเข้าหากันแน่น รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไปชอบกล ไล่อ่านต่อไปอีกหลายข้อความที่ไม่ต่างกัน ราวกับว่ากำลังถูกด่าประจานเสียเอง ทั้งที่คลิปที่หล่อนลงไปเป็นของมีนกับคู่ขาของเขา

          แต่แล้วเสียงไลน์ก็เด้งเข้ามาในสมาร์ตโฟนเรียกสติ หญิงสาวเปิดอ่านเป็นข้อความของน้ำหวาน คนที่หล่อนเจอในโรงพยาบาลวันนั้น

          ‘วันหวาน : เมษากำลังทำอะไรลงไป รู้ตัวหรือเปล่า’

          ‘นู๋เมย์ : อะไรของเธอ นังบ้า’

          ‘วันหวาน : ก็คลิปใหม่ที่เธอโพสต์อยู่นี่ไง’

          ‘นู๋เมย์ : ฉันจะโพสต์อะไร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ เจ๋อไม่เข้าเรื่อง’

          ‘วันหวาน : นี่ เมษากำลังทำร้ายตัวเองอยู่นะ ลบมันเถอะ หวานไม่อยากให้เธอดูแย่มากไปกว่านี้’

          ‘นู๋เมย์ : จะไปแย่ได้ยังไง ไม่ใช่คลิปฉันเองสักหน่อย ของพี่มีนต่างหาก’

          ‘วันหวาน : เป็นไปได้ยังไง นั่นมันคลิปของเธอชัดๆ’

          ‘นู๋เมย์ : ตลกแล้ว ไม่ขำ’

          เมื่ออ่านจบเมษารีบเข้าไปเปิดโพสต์นั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง อยากกรีดร้องออกมา หากตกตะลึงพูดไม่ออกเสียมากกว่า เพราะมันไม่ใช่คลิปแอบถ่ายของมีนที่กำลังมีเพศสัมพันธ์กับชายคนรักอย่างที่หล่อนเข้าใจในตอนแรก หากแต่กลับกลายเป็นตัวหล่อนเองที่อยู่ในนั้น มันฉายภาพตั้งแต่ตอนที่จัดวางกล้องมือถือด้วยตนเองในมุมหนึ่งของห้องจนกระทั่งกิจกรรมเริงร้อนเหล่านั้นเริ่มต้นและจบลง

          “นี่ฉันทำบ้าอะไร นั่นไม่ใช่ฉัน” เมษาจิกทึ้งเส้นผมคล้ายสติไม่อยู่กับตัว เสียงครางสุขสมของหล่อนเองยังดังก้องอยู่ในหัว

          สติที่ยังพอมีเหลืออยู่น้อยนิดสั่งให้หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา พยายามจะกดลบคลิปบ้าๆ นั่นจนสำเร็จ หากเสี้ยววินาทีมันกลับเด้งโชว์ขึ้นมาคล้ายกับถูกโพสต์ขึ้นมาใหม่ พยายามลบหลายต่อหลายครั้งหากผลยังเป็นเช่นเดิม สุดท้ายเมษาปามือถือทิ้งกระทั่งมันดับไป

          ความเงียบครอบคลุมบรรยากาศโดยรอบ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้อย่างโมโห แค้นเคือง และเสียใจ กระทั่งหน้าจอโทรศัพท์เคลื่อนที่สว่างขึ้น เมษาผวา เมื่อได้ยินเสียงคล้ายมีใครโทรเข้า

          เป็นไปได้ยังไง!!

          เมื่อหล่อนกดรับ ปลายสายก็เอ่ยขึ้นมาทันที “ทีนี้รู้หรือยังว่าคนอื่นเขารู้สึกยังไง”

          “มีน!!” เรียกชื่อเขา

          “ใช่ ฉันเอง”

          “แก ไอ้บ้า ไอ้วิปริต”

          ปลายสายหัวเราะ หากเป็นเสียงที่ชวนให้ขนลุก “ไหนบอกมาสิว่าใครกันแน่ที่วิปริต ถึงกับกล้า Live สด ทั้งๆ ที่มีคนกำลังจะตายต่อหน้าโดยที่ไม่เข้าไปช่วย”

          “แกพูดบ้าอะไร”

          “ฉันให้โอกาสแกแล้วนะ ขนาดจำไม่ได้ แม่งก็ยังทำแต่เรื่องเลวๆ ”

          “หมายความว่ายังไง” เมษาตวาดเหลืออด

          “อยากรู้จริงๆ น่ะเหรอ” เสียงของชายหนุ่มไม่ได้ลอดผ่านสมาร์ตโฟนอีกต่อไป หากกระซิบอยู่ที่ข้างหู

          หล่อนสะดุ้ง พบว่าหน้าขาวของมีนใกล้กับตนแค่ไหน กรีดร้องออกมา ตกจากปลายเตียงลงไปนั่งกองที่พื้น ชายหนุ่มเคลื่อนกายนั่งคร่อมร่างของเมษาไว้ทั้งตัว กดมือทั้งสองข้างของหล่อนไว้ไม่ให้เคลื่อนไหว

          โน้มตัวลงไปหา เสียงเย็น “นึกสิ นึก นึกถึงสิ่งที่ทำไว้ให้ออก”

          เมษารู้สึกราวเพดานด้านหลังเขานั้นสั่นไหว คลื่นเสียงคล้ายนกหวีดกรีดแทงเข้าไปในโสตประสาท แล้วความทรงจำเสมือนคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าหาฝั่ง มันถาโถมเข้ามาจนอยากจะอาเจียน ร่างของหล่อนนิ่งค้างไป แล้วก็เกิดนึกอะไรออก...ก่อนจะถูกรถชน ก่อนความจำจะเสื่อม!!

 

          วันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคม ก่อนเกิดอุบัติเหตุ

          เมษาบึ้งปากใส่หน้าจอโทรศัพท์ แค่คลิปผู้หญิงอวดแฟนมันน่าสนใจกว่าคลิปของหล่อนมากหรือไง ทำไมมียอดคนถูกใจเยอะขนาดนั้น ไม่ได้การแล้ว หล่อนต้องหาทางทำคลิปเด็ดๆ มากลบกระแสนังนั่นให้ได้ ไม่อย่างนั้นคงนอนไม่หลับไปอีกหลายคืน

          ขณะเมษากำลังจะเดินเข้าคอนโดที่ตนพักอาศัย หล่อนกลับถูกชนเกือบล้ม หันหน้าไปกำลังจะตวาดก็ถูกชายอีกคนที่วิ่งตามคนแรกมาชนซ้ำรอบสอง ในมือของผู้ไล่ล่าถือปืนอยู่ด้วย เมษาก้มหลบเมื่อได้ยินกระสุนปืนนัดแรกดังขึ้น หวีดร้องอย่างตกใจ หากแต่เหมือนมีบางอย่างดลใจให้หล่อนวิ่งตามพวกเขาไป พร้อมกับเปิดเข้าเฟสบุคเริ่มต้นถ่ายทอดสดเพื่อรายงานสถานการณ์ให้เพื่อนๆ ทางโซเชียลรับรู้อย่างช่ำชอง

          ในเวลาเกือบห้าทุ่มแทบจะไม่มีผู้คน มีเพียงหล่อนวิ่งตามไปกระทั่งเห็นชายคนแรกล้มลงระยะราวสามเมตรห่างจากคอนโด หญิงสาวหลบในมุมหนึ่งแล้วยังคงแอบถ่ายต่อไป

          “มีนนอกใจเต็มใช่ไหม” ชายถือปืนตะคอก “ทำไมต้องทำกับเต็มแบบนี้ หา!!”

          “ไม่จริงนะ มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ มีนก็บอกไปแล้วไงว่ามันแค่เมาแล้วก็มาจูบมีนเฉยๆ ” เขายกมือขึ้นหวังไม่ให้ชายคนนั้นยิงสวนมา

          “แต่เมื่อเช้าเต็มก็เห็นว่าอยู่กับมัน” มือสั่นสะท้าน น้ำตาก็ไหลอาบแก้มราวคนเสียสติ

          “มันก็เพื่อนมีนเหมือนกันนะ จะไม่ให้คุยกับเพื่อนเลยหรือไง” พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น “มีนรักแค่...”

          คำพูดของเขาชะงักค้างไป เมื่อปืนลั่นดังขึ้นสองนัดซ้อนด้วยแรงหึงหวงจนขาดสติ หากคราวนี้มันกลับโดนบริเวณหน้าอกของมีนเข้าอย่างจัง

          เต็มเพิ่งรู้ตัวเมื่อสายไป เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น เข้าใจว่าชายคนรักตายไปแล้ว ร้องเรียกแทบขาดใจ  มือซ้ายกุมศีรษะไว้ ก่อนคล้ายนึกอะไรออก ยกกระบอกปืนขึ้นกรอกปาก และ...ปัง!!

          เขาลั่นไกทำการอัตวินิบาตกรรม สิ้นใจตายทันที

          เมษาที่แอบถ่ายคลิปกรีดร้องขึ้นมา หากมือยังคงซูมกล้องในมือถือเพื่อถ่ายภาพศพของเต็มที่แน่นิ่งไป ก่อนจะเบนกล้องไปทางมีน หล่อนสังเกตเห็นว่าร่างนั้นยังคงหายใจรวยริน แต่เพื่อให้ได้คลิปเด็ดๆ สมใจ หญิงสาวกัดฟันเดินเข้าไปใกล้

          มีนพยายามเอื้อมมือไปทางร่างไร้วิญญาณ เสียงแหบระโหยเอ่ยเพียง “เต็ม” ต่อเมื่อเห็นเงาที่ทาบทับเขาไว้ จึงเบนสายตาหันมามอง

          ชายโชคร้ายร้องขอความช่วยเหลือ แต่เมษาเพียงยืนถ่ายคลิปต่อไป คิดเพียงว่าเดี๋ยวค่อยโทรแจ้งตำรวจก็ยังไม่สาย กระทั่งเขากระอักเลือดออกมาทางปากเป็นครั้งสุดท้ายก่อนสิ้นใจต่อหน้าต่อตา ทั้งที่ดวงตายังจ้องค้างเขม็งมาที่หล่อน

          เมษาผงะถอย รีบตัดสัญญาณการถ่ายทอดสด เมื่อได้สติจึงวิ่งหนีขึ้นคอนโดไป สักพักจึงแอบมองจากระเบียงห้องเห็นรถตำรวจกับมูลนิธิมารับศพของทั้งสองไปจากบริเวณนั้น

          คลิปของเมษาเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียล มีคนกดถูกใจแล้วแชร์เกือบห้าร้อยคนในชั่วข้ามคืน แต่เพียงในช่วงเย็นของวันถัดไป หล่อนได้รับโทรศัพท์จากทางตำรวจเพื่อเชิญตัวไปให้ปากคำในคดีนี้ สร้างความไม่พอใจให้กับหญิงสาวเป็นอย่างมาก เพราะคาดการณ์ไว้แล้วว่าอาจต้องถูกสั่งให้ลบคลิปนั่นออกอย่างแน่นอน แต่ไม่ใช่ตอนนี้เสียเมื่อไหร่ อย่างน้อยก็ขอให้สร้างชื่อเสียงจากคลิปนี้ก่อนแล้วกัน

          เมษาเปิดคลิปดูย้อนหลังอีกครั้งอย่างภาคภูมิใจ เวลานี้มีผู้เข้าชมกว่าเก้าร้อยคนแล้ว หล่อนเฝ้าดูกระทั่งวินาทีสุดท้ายของมีนจบลง ดวงตาแข็งค้างไร้ลมหายใจยังจ้องมองผ่านหน้าจอจนหญิงสาวอดเสียวสันหลังไม่ได้

          หากฉับพลันลูกตานั้นกลับกลอกกลิ้งไปมาอีกครั้ง ร่างของมีนเริ่มกระตุกเคลื่อนไหวลุกขึ้นนั่ง มองตรงมาที่เมษาพร้อมหน้าจอโทรศัพท์ติดๆ ดับๆ

          เมษาโยนมันทิ้ง ผวาวิ่งออกจากห้อง พยายามกดลิฟต์เพื่อลงไปด้านล่าง ต่อเมื่อประตูเปิดออกจึงเห็นชายร่างบอบบางยืนรออยู่ภายใน เลือดยังคงไหลออกมาจากหน้าอกของเขา ย้อมเสื้อสีขาวให้แดงฉาน

          เป็นเขา!!

          หล่อนผงะ ปากสั่น มือเย็น สัญชาตญาณบอกให้ก้าวถอยหลัง วิ่งหนีไปทางบันไดหนีไฟของคอนโดตั้งแต่ชั้นเก้า หยุดหอบหายใจอยู่ที่ชั้นสี่ ได้ยินเสียงฝีเท้าใครบางคนเดินเชื่องช้าเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามลงมา แต่พอชะโงกหน้าขึ้นไปมองกลับไม่เห็นตัว

          ไฟกลับดับลงกะทันหัน ได้ยินเพียงลมหายใจถี่กระชั้นของตนเอง นาทีต่อมาพื้นดินก็สั่นโคลงเคลงคล้ายตึกจะถล่มลงมา เศษฝุ่นฟุ้งกระจาย เมษาพยายามเปิดประตูหนีไฟเพื่อออกจากสถานการณ์ตรงหน้า แต่มันกลับเปิดไม่ออก

          “เปิดสิ ให้ตาย” เปลี่ยนเป็นทุบ กระชากแรงๆ จนเล็บที่ต่อมาอย่างดีหัก หล่อนกรีดร้องเสียงหลง

          ความพยายามสัมฤทธิผล ร่างบางผวาออกไปภายนอก ออกตัววิ่งสุดฝีเท้า ตะโกนเรียก ภาวนาให้ประตูห้องพักสักบานเปิดออกแล้วมีคนออกมาช่วย หากทุกอย่างเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          เมษาสับสน งงงวย ทั้งหวาดกลัว เพิ่งสังเกตเห็นว่าประตูทุกบานเป็นสีเขียว ไม่เหมือนกับประตูคอนโดของตน แล้วเลือดก็เริ่มไหลออกมาจากช่องตาแมว เรียงเป็นตัวอักษรคำว่า

          ไป!!

          ตาย!!

          ซะ!!

          เข่าทรุด ลงนั่งกับพื้นอย่างเหลืออด กรีดร้องสุดเสียง น้ำตาไหลรินออกมา ขยำผมตัวเอง จิกทึ้งอยู่อย่างนั้น มือสั่นไม่หยุด ทิฐิที่มีเริ่มมีอิทธิพลเหนือความกลัว มันเริ่มแปลเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังในใจของเมษา ทำไมหล่อนต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ พวกนี้ ทำไม

          ทั้งที่ควรจะโด่งดัง

          ต้องมีคนชื่นชมเยอะๆ สิถึงจะถูก

          แต่นี่กลับต้องมาหนีผีบ้าบออะไรก็ไม่รู้

          หล่อนดิ้นพล่านลงกับพื้น กลั้นหายใจ ทั้งยังร้องไห้ฟูมฟายสะอึกสะอื้น กระทั่งมีมือหนึ่งกระชากให้ลุกขึ้น แล้วเขย่าตัวแรง

          “มีสติสิ ตื่นสักที” เมษาลืมตาขึ้น เบิกมอง ร่างแข็งค้างกลับเริ่มได้สติ

          ผู้ขานเรียกเป็นหญิงสาวในชุดนักศึกษา เม้มริมฝีปากแล้วมองตรงไปด้านหลัง ก่อนเบนสายตากลับมามองหล่อนอีกครั้ง “โอเคไหม”

          คนมาช่วยเอ่ยถาม มือที่จับบ่าเมษาไว้นั้นยังคงสั่น บอกไม่ได้ว่ากลัวหรือตื่นตระหนก “ออกไปจากที่นี่เถอะ”

          “เธอเป็นใคร” ยังคงยืนนิ่ง

          “หวาน” พยายามดึงเมษาออกจากตรงนั้น โดยอีกฝ่ายไม่ได้ทักท้วง

 

          เมษาแลกไลน์กับน้ำหวาน โดยที่นักศึกษาสาวรับปากว่าจะช่วย แต่เอาเข้าจริงกลับกลายเป็นฝ่ายเกลี้ยกล่อมหล่อนให้ลบคลิปนั้นเสียมากกว่า

          “ไม่มีทาง” เบะปาก บล็อกไลน์ยัยผู้หญิงวิกลจริตนั่นเสียเลย ใครเชื่อก็บ้าแล้ว

          หล่อนไม่ได้เข้าไปให้ปากคำ โดยอ้างว่าตนไม่สบายท้องเสีย ตอนนี้เฟสบุคของเจ้าตัวแทบระเบิดเพราะมีคนเข้ามาคอมเม้นต์แล้วแชร์กันอย่างล้นหลาม

          ไล่อ่านความคิดเห็นอย่างพึงพอใจ บ้างแสดงความเอน็จอนาจ บ้างพึงพอใจ บ้างด่าทอหล่อนว่าแล้งน้ำใจ บ้างเห็นใจ แต่แน่ล่ะใครสน ขอให้หล่อนอยู่ในหัวข้อสนทนานั้นเป็นพอ

          ก๊อกๆ ๆ

          ประตูห้องถูกเคาะ เมษาขมวดคิ้ว เหลือบมองนาฬิกาเป็นเวลาเกือบห้าทุ่ม เมื่อมองลอดไปในช่องตาแมวเห็นเป็นน้ำหวานยืนรออยู่ภายนอก

          “นังโรคจิต” หล่อนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เปิดประตูผางออก หวังไล่ “มีอะไร!!”

          ชะงักค้างเมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่น้ำหวานอย่างที่คิด แต่เป็นชายที่อยู่ในคลิปมองมาที่หล่อนด้วยดวงตาแข็งค้าง รับรู้ถึงไอเย็นที่ออกมาจากตัว

          วินาทีนั้นเมษาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองวิ่งออกมาจากห้องได้ยังไงหรือจะไปไหน ทุกการเคลื่อนไหวของร่างกายเต็มไปด้วยสัญชาตญาณซึ่งแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด กว่าสติจะกลับมาอีกครั้งมันก็สายไปเสียแล้ว เมื่อหล่อนยืนอยู่กลางถนนและ...ตูม!!

          ร่างแน่นิ่งไม่ไหวติง

 

          ความทรงจำทั้งหมดถูกกระชากมายังปัจจุบัน มีนนั่งทับตัวหล่อนไว้เช่นเดิม ร่างกายไม่สามารถกระดุกกระดิกได้ ขณะที่เขาโน้มหน้าลงมามอง

          “ผมให้โอกาสคุณแล้วเมษา” เขาทำหน้าเศร้า เสียงเย็นเนิบช้า “แต่บางทีสันดานของคนมันก็เปลี่ยนอะไรกันไม่ได้”

          มีนบีบคอหล่อน ลงน้ำหนักแน่นขึ้นกระทั่งเมษาหายใจติดขัด ตาเบิกกว้างเห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจน น้ำตารื้นทั้งที่ร้องขอชีวิตไม่ได้

ในขณะภาพเริ่มพร่าเบลอ สติกำลังจะหลุดลอย เขากลับผ่อนแรงมือลง เมษาสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดได้อีกครั้ง ร่างกายกลับมาขยับได้ แม้จะสั่นระริกตามอารมณ์หวาดผวา

          เมษายกมือขึ้นพนมไหว้ ร้องขอชีวิต “อย่า...อย่าทำอะไรฉันเลย” มือกวัดไกว ปล่อยโฮร้องไห้ออกมา น้ำหูน้ำตาไหลพราก “จะไม่ทำอีก สัญญาจะไม่ทำอีกแล้ว”

          หน้าตาถมึงทึงของมีนในตอนแรกอ่อนโยนลง เขาก้มหน้า ร่างสั่นสะท้าน “ผมน่ะ...ถึงจะเกิดมาเป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่เคยเห็นแก่ตัวสักครั้ง แต่คุณน่ะไม่สนใจอะไรเลย นอกจากตัวคุณเอง” ตาแดงก่ำ ลุกขึ้นยืน “ผมสงสารคุณนะ แต่คุณก็ทำร้ายตัวเองอีกจนได้ ผมน่ะ ไม่อยากก่อเวรทำกรรมอะไรกับคุณหรอก ผมยกโทษให้”

          “ขอบคุณๆ ” หล่อนโล่งอก ตะเกียกตะกายลุกนั่ง กระเถิบถอยออกจากตรงนั้น พูดแต่คำเดิมซ้ำไปมา “สัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่เห็นแก่ตัว สัญญา สัญญาเลยว่าจะลบ...”

          “ผมก็ต้องยอมรับผลจากความผิดพลาดของตัวเองเหมือนกัน” มีนโพล่งขัดขึ้น “และถึงแม้ผมจะให้อภัยคุณ แต่ผมก็ช่วยอะไรคุณจากเขาไม่ได้” เขาเบนสายตามองบางสิ่งทั้งที่เลือดไหลออกจากดวงตา สีหน้าสลด

          “...”

          เมษาร่างสั่นสะท้านมองตาม ความหวาดผวาเข้าเกาะกุมอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่คล้ายหมอกดำทะมึนเห็นเพียงรูปกายส่วนบนยืนอยู่ตรงนั้น

          เต็ม!!

          วิญญาณที่ก่อนตายยังคงติดอยู่ในบ่วงของความเคียดแค้น ลุ่มหลง และขาดสติ

          รู้ตัวอีกที ร่างกายของเมษาก็ห้อยต่องแต่งลอยสูงจากพื้น โดยที่มีเชือกรัดคอผูกโยงกับแชนเดอเรียร์ที่โถงกลางของห้องรับแขกในคฤหาสน์ใหญ่โต โดยที่สมาร์ตโฟนของหล่อนยังคงถ่ายทอดสดเชื่อมต่อไปยังแหล่งโซเชียลดัง ในช่วงวินาทีสุดท้ายของชีวิตนั้นซึ่งกำลังดิ้นพล่านไขว่คว้า หากไม่มีใครช่วยได้ทัน...ไม่มี!!

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา