The rebound paradin in crow paht

8.7

เขียนโดย พาวจาพัจส์

วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 เวลา 22.43 น.

  9 chapter
  2 วิจารณ์
  6,255 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563 11.58 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

2) Habitation part 1

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

                เมื่อฉันเริ่มรู้สึกตัว ผมก็ไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ สัมผัสเย็นๆ จากแขนทั้งสองข้างและลำคอที่กำลังรู้สึกอยู่นั้น  ทำให้

ฉันอยากหลับตาต่อไปถึงแม้ตอนนี้จะลืมตาไม่ขึ้นก็ตาม  เสียงน้ำลอยผ่านเข้าหูยังคงดำเนินต่อไปตามธรรมชาติ  แต่ก็ยังมีเสียง

อื่นเหมือนกัน เหมือนกับว่าตอนนี้ผมอยู่ในที่โล่งแจ้งที่ไหนสักแห่ง เสียงหยดน้ำได้เกิดขึ้นมาแบบฉับพลัน

เสียงพวกนี้ มันเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า...

เริ่มรู้สึกหนาว คงยังไม่ตายนะ ฉันยังไม่อยากเป็นผี เห็นผี ฉันมีอะไรที่ต้องทำ

                “ แว้ก!!@2-8+_)(%?! ”

ชายผู้นี้ได้ถูกน้ำสาดเข้าใบหน้า ในขณะที่เขากำลังนอนหงายอยู่ เขาลุกลี้ลุกลนพลิกตัวขึ้นมา เขากำลังทรมารจากการสำลักน้ำ

  เข้าไปทางปาก จมูก กับความเย็นทำให้หนาวสั่น ผ้าขนสัตว์บนใบหน้าได้ร่วงหลุดออกมา

                “ ใครเล่นอะไรกับฉันเนี่ย อยากเจอดีใช่ไหม?! ”

                เขากำลังไอขณะพูด หน้าของเขามีบางอย่างโผ่ลออกมา น้ำหมูกน้ำลายไหลออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว

                “ อา... ช่วยอย่าพูดด้วยสภาพแบบนั้นได้ไหม มันดูทุเรศมากกว่าตลก ขอโทษด้วยฉันเองทำเอง

  ฉันนึกว่าคุณกำลังเสียสติเลย คุณพูดออกมาไม่หยุดฉันคิดว่าน้ำพอช่วยได้ ”

                ชายผู้นี้หยิบผ้าที่หล่นอบู่บนพื้นเช็ดบนใบหน้า แล้วจึงเริ่มมองไปรอบ จึงเข้าที่มาของเสียงรอบตัว ความเย็นที่เกิดขึ้น

                ป่า?

                ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่บนพื้นหิน ที่เกิดความรู้สึกเย็นวาบเมื่อสัมผัส ด้านหน้าที่มองเห็นก็ตือต้นไม้สูงใหญ่ดูมืดมัว

  ด้วยสีของใบไม้ที่ออกมาเป็นสีดำมืด ลำต้นดูโทนสีที่ไม่ต่างกัน ชายหนุ่มเกิดกลัวขึ้นมาเขามองเห็นต้นไม้เหล่านั้นเต็มไปหมด

  ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในที่สว่างแจ้งในยามเช้า แม้เป็นยามเช้าเช่นนี้เมื่อมองตรงเข้าไปในป่าไม้ ความมืดทึบไร้แสงนั้นช่างน่ากลัว

                “ ? ”

                เขาหันหัวกลับไปมองข้างหลัง แม่น้ำกว้างขวางสายน้ำไหลผ่านแรง โขดหินขึ้นสู่ผิวน้ำหลายที่ กำลังปะทะ

  สายน้ำ มองผ่านแม่น้ำไปมีฝั่งพื้นดินกับต้นไม้แล้วป่าทึบ กับภูเขาที่เป็นพื้นหลัง

                มีหมีกำลังยืนโบกมือให้ฉัน?

 

                เขาหันกลับไป เพ่งตามองไปยังผู้ได้สนทนาด้วยเมื่อครู่ มีเสียงพูดเป็นผู้หญิง เธอคนนี้กำลังเดินตรงไปหาม้า

  แผ่นหลัง คือสิ่งชายหนุ่มเห็น เธอคนนี้สวมเสื้อผ้าตัวหนา มีรอยเย็บปักถักร้อยมากมาย เสื้อผ้าตัวหนานี้ต้องเคยฉีกขาด

  หลายหนเป็นแน่ หรือไม่ก็เป็นเสื้อหลากสีธรรมดา มือข้างขว้าถือถังไม้เปี้ยกน้ำที่ราดใส่ชายหนุ่ม คนคนนี้สวมปลอกแขนหนัง

  สัตว์ที่ถูดมัดด้วยเชือกหลากสี ทับด้วยผ้าบางพันรอบปลอกแขนทั้งสอง

                ถังไม้ถูกวางลงข้างม้าตัวสีน้ำตาลอ่อน

                กระเป๋าสะพายหลังม้าเธอหยิบบางอย่างออกมาจากภายในนั้น

                สิ่งนั้นเธอแนบไว้ที่ตัวแล้วเดินกลับมายังชายหนุ่ม

                เขากระพริบตาบ่อยขึ้น พยายามมองให้เห็นถึงลายละเอียด

                 “ ที่นี้ที่ไหน เธอเป็นใครกัน? ”

                 เธอทำหน้าผิดหวังทำไมกัน..?

                 “ ป่าไงล่ะ? คุณอยู่ใน Secron corvus ที่ใกล้กับจุดทางข้ามดินแดนของอณาจักร Kachee เป็นสถานที่เต็มไปด้วยป่า

  ไม้ทั่ว Secron corvus กับจุดเริ่มสงครามแห่งแรก ไม่มีผู้ใดอยากย้ำก้าวมาแถวนี้หรอกแม้แต่เหล่าพเนจรก็รู้ดี! ฉันคิดว่าหัวคุณ

  ได้รับการรักษาด้วยแล้วซะอีก ”

                ทำไมเธอถึงโกรธล่ะ?

                " ใช่เห็นแล้วที่นี่ป่า... ใน Irune เมื่อคืนฉันจำได้ว่าโดนกระทืบแล้วโดน... “

                เขาจับคอตัวเองอย่างฉับพลัน พอได้สัมผัสเขาทำหน้าประหลาดใจ

                มองส่วนต่างๆ ของร่างกาย น่าประหลาดเขานั้นไม่มีบาดแผลถลอกปรากฏให้เห็น

               “ ฉันจำได้ว่าโดนดาบปาดลงคอนิดหน่อย ตอนนี้มันไม่เจ็บแสบอะไรเลย ที่อื่นก็ไม่รู้สึกเจ็บเลย แผลก็ไม่มีด้วย เธอเป็น

  คนรักษาฉันเหรอ... แล้วเธอเป็นใคร ”

                “ ฉันเป็นผู้ศึกษาสมุนไพรที่ใช้ในการรักษาที่อยู่ในระหว่างเดินทาง ฉันไม่จำเป็นต้องรักษาบาดแผลให้คุณแล้ว แต่ฉัน

  ต้องให้สมุนไพรรักษาอาการปวดไปบ้างเล็กน้อย ”

                “ ทำไมไม่จำเป็นล่ะ แผลฉันหายได้เองงั้นเหรอ? ”

                “ ... ”

                ทำไมเธอคนนี้ไม่ตอบคำถามฉัน มันเป็นเรื่องสำคัญมากเลยนะ ถ้าเกิดแผลหายได้เองแบบนี้

                “ นี่เธอ ตอบหน่อยว่าแผลหายได้เองจริงรึเปล่า หรือเธอทำให้แผลฉันหายไป ”

                “ เรื่องแผลของคุณฉันไม่รู้มันหายไปได้อย่างไร ฉันตอบแล้วนะ! ”

                ทำไมต้องขึ้นเสียงด้วยเนี่ย รึว่าเธอโกรธอีกแล้ว

                เธอส่งบางอย่างมา มันเป็นเสื้อยืดแขนสั้นของฉัน สีน้ำม่วงเข้มลายหัวกะโหลกที่คุ้นเคย ฉันจำได้ว่ามันถูกฟันด้วยดาบ

  จนขาด แต่ตอนนี้กลับมาอยู่ในสภาพเย็บปะเข้าที่เป็นอย่างดี ฉันหยิบออกมาทันที แล้วพบกับเสื้ออีกตัวหนึ่งตกลงพื้น

  เสื้อตัวนั้น เป็นของวิเศษที่ได้มาจากคุณเมดที่คฤหาสน์ มันช่วยชีวิตฉันมากเลยคืนนั้น คงจะดีมากกว่านี้ถ้ามันช่วยป้องกันฉัน

  จากการโดนฟันหัวขาด ฉันต้องขอบคุณเรื่องเสื้อตัวโปรดฉัน

                “ นี่ขอบใจนะ ที่ซ่อมเสื้อตัวนี้ให้ แถมเย็บดีซะด้วย ”

                “ ฮืม หลังจากเรื่องเมื่อคืนที่มีคนถูกฆ่าในโรงสุรา กับต้องมาอยู่กับคนที่ถูกหมายหัวโดยคนของเฮนรี่กับชาวบ้าน

  Crow frost ตอนกลางคืนฉันก็หลับไม่ลงหรอก ฉันก็หาอะไรทำระหว่างไปเรื่อยของฉันระหว่างรอ ”

                “ งั้นเธอก็เลยมาเย็บเสื้อให้ฉันสินะ ”

                ผลันผุดคำถามขึ้นมาในหัว                       

                ระว่างรอ แล้วรออะไรล่ะ...

               

                ...

                “ ไม่! มันไม่ใช่อันนั้นแล้วล่ะ! นี่ฉันกำลังถูกหมายหัวอยู่เหรอ!! ”

                สาวสมุนไพร กระโดดโหยง ให้กับเสียงของชายผู้นี่

                “ ทำไมถึงมาทำท่าทีตกใจตอนนี้ล่ะ ก็น่าจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าเข้าไปยุ่งกับกลุ่มทหารของเฮนรี่ ได้โดนปล้น โดน

  ซ้อม แย่สุดก็โดนตัดหัวเพื่อความสนุก ตอนนี้คุณถูกหมายหัวแล้ว โดยคนที่คุณไปหาเรื่องด้วยเมื่อคืน ”

                เวรแล้ว เวรแล้ว ฉันรู้ดีว่ามันแย่กว่าที่เห็นในหนังเยอะเวลาถูกตามล่าของจริง

                ฉันควรทำยังไงดี?

                รีบออกจากป่านี้เลยดีไหม แต่ฉันไม่รู้ว่า.. จะออกจากป่านี้ยังไง

                “ เธอเป็นคนพาฉันมาที่นี่สินะ ”

              หญิงสาวเดินเก็บถ้วยดินเผาเข้าถุงเสบียงข้างกองเถ้าถ่านที่คงดับลงก่อนชายหนุ่มลืมตาตื่น  เสียงเท้าของ

  ม้าดัง อยู่เบื้องหน้าชายหนุ่มหญิงสาวเดินตรงไปหาอาชาไนยของเธอ เหมือนมันกำลังเรียกเธอ หญิงสาว

  เก็บของพลางมองไปที่ป่าอย่างตื่นตัวกับบางสิ่ง เธอหันมาหาชายหนุ่ม เขารู้ว่าท่าาทีเธอเปลื่ยนไป ‘มอบลง’

  เสียงกระซิบทำให้เขา ซะงักทันทีเมื่อเขาพยายามยืนขึ้น เธอกวักมือเรียกเขาเข้ามาหาตรงหินก้อนใหญ่เพื่อใช้เป็น

  ที่ซ่อนหลบ ชายหนุ่มเคลือบคลานไปใกล้ๆ หญิงสาวลากเชือกจูงม้าเข้ามาใกล้ๆ พวกเขา

                บางอย่างกำลังมา...

                เธอบอกับเขา

                ชายหนุ่มลากร่างกายติดดินมาถึงหิน

                “ ทำไรน่ะมันบังม้าไม่มิดหรอกก! ”

                “ ช่วยไม่ได้ มีที่ให้ซ่อนเพียงแค่นี้ ป่าล้อมรอบเราอยู่ช่วยบังให้อยู่ ”

                “ ถ้ามีม้าแปลว่าต้องมีคนขี่นะเส่! ” ชายหนุ่มย่องไปหาหญิงสาวเพื่อหยุดเธอ

                “ เราต้องจูงม้าไปไว้ห่างๆ จากตรงนี้ ”

                หญิงสาวเกิดโกรธเกรี้ยว

                “ หา? ฉันไม่ให้คุณจูง เฮอ ไปเป็นเหยื่อล่อหรอกนะ ”

                “ เออ..  ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น อันที่จริงจะใช้ดึงดูดความสนใจ ”

  บางอย่างทำให้เธอหยุดความต้องการห้ามชายผู้นี้ไป เธอก้มหน้าลง หลังจากนั้นเธอยอมทำตามที่ชายผู้นี้บอก แต่เธอจะเป็นคนจูงม้า

  ไปเอง ส่วนตัวบุรุษได้ย่องเข้าไปในป่าโดยเหลือบมองหญิงสาวที่จูงม้าออกไปห่างๆ จากหินที่หลบซ่อนตัวเองจากสิ่งที่เข้ามา

  ใกล้ เขาย่างก้าวอย่างระวังบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยใบไม้แก่ปะปนกับใบไม้พึ่งร่วงใหม่ ด้วยสภาพโดยรอบส่วนใหญ่ตรงชายหนุ่ม

  ย่องเบาอยู่นั้นปกคุมด้วยต้นไม้สูงมากมาย คงเป็นไปได้ยากหากจะไม่เหยียบโดนใบไม้ร่วงโรยเหล่านั้น รวมไปถึงการแตะกิ่งไม้

  บนพื้นกับพุมไม้ขวางทางการเคลื่อนไหว เขาพยายามทำให้เสียงจากตัวเกิดจากเขาเบาและน้อยที่สุด เพราะรอบๆ ยังมีเสียง

  ของป่าคอยคุลม  คำพูดอวดครวญอันแพวเบาถึงอาการปวดเมื่อยตัวชายอายุราวยี่สิบปลายๆ การได้มาย่อตัวต่ำลงใกล้พื้น

  โดยตั้งใจให้ตัวเองเงียบเชียบราวกับกำลังเล่นซ่อนหาในวัยเด็ก มันอจาทำให้เป็นปัญหาที่อาจทำให้เขาโดนพบตัวได้ ถว่าเขา

  ไม่ได้กลุ้มใจอยู่เลยในตอนนี้ กวาดสายตามองหาม้าที่ย้ายออกมาจากหินก้อนใหญ่ ตอนนี้ชายหนุ่มพ้นจากจุดซ่อนตัวหลังหิน

  ห่างพอที่เขาจะวิ่งกลับไปซ่อนหรือเตือนหญิงสาวโดยไม่หมดแรงวิ่งไปเสียก่อน จากตรงนี้สามารถมองเห็นสิ่งรอบข้างของม้าได้

  หากมีอะไรหรือเข้าใกล้ม้าตัวนั้น เขาสามารถมองเห็นได้แน่นอน ม้าถูกทิ้งให้มัดกับต้นไม้ไหญ่หญิงสาวไม่ได้อยู่รอบๆม้า

 

               ‘ โถ่มัดไว้อย่างงั้นเขาก็สิว่าต้องมีคนอยู่แถวนี้แต่ช่างเหอะ ’

  เขาล่วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง พอได้มองมือที่ว่างเป๋าจากการล่วงกระเป๋า อาการชงักกำเริ่มแล้วค้นอีกข้าง

  ขิ้วขมวดตาเบิกกว้าง มันไม่มีอะไรอยู่ข้างใน

                “ มีดพกฉันหาย... ”

                พื้นมีก้อนหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ เขาจะใช้มันเพื่อเป็นอาวุธ สัมผัสพื้นผิวที่หยาบของก้อนหินขนาดใหญ่กว่าสองหรือ

  สามกำปั้นมือนั้น ช่างยากเกินที่จะจับให้แนบแน่นให้ถนัดมือเช่นเดียวกับการถือให้นาน นั่งอยู่อย่างนี่คงได้เริ่มจะเมื่อยมากขึ้น

  มากขึ้นเป็นแน่ สามนาทีผ่านไปมีการเพียมไหวของต้นไม้จากจุดห่างไกลสายตา จุดดำๆ เอนไหวเหนือพุ่มไม้ ชายคนนี้สังเกต

  ในทันใด ขว้าหินผู้ถูกเลือกด้วยความตระหนก พุ่งตัวหลบหลังต้นไม้แหงนหน้ามองสิ่งที่กำลังมา จุดสีดำนั้นเป็นแค่ชุดคลุม

  ภายนอกภายในสิ่งนั้นคือมนุษย์ มาเพียงคนเดียวกำลังหันมองไปรอบๆป่า รีบหลบหน้าเข้าหลังต้นไม่ทันทีที่มนุษย์ปริศนา

  หันมองไปรอบๆ บางอย่างสีเทาสีขาวและสีทองบลอนด์ในช่วงคลาดสายตาตอนหลบหน้า ‘ โอ๊ะ ’ เป็นการตกใจทันที

  ประดุจโดนตบหน้า สาวสมุนไพรเดินมาหาเขาอย่างปกติคงบอกว่าไม่สนใจคนตรงโน่นเลย ชายหนุ่มถามกึ่งตะโคกไปหา

                 ‘ทำไมออกมาเดินยั้งงี้’ พร้อมบอกให้มอบลงพลางหันกลับไป

                “ มันเดินมาทางนี้แล้ว... ไม่ ”

                “ ไม่เป็นไรหรอกลุกขึ้นมาเถอะ ” หญิงสาวผมสีบลอนด์หรือสาวสมุนไพรผู้นี้บอกชายหนุ่มด้วยท่าทีใจเย็น ชายหนุ่มเขา

 ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเขาลุกขึ้นเก็บบางอย่างไว้ข้างหลัง เขาทำหน้ายิ้มยืดอกไปหาผู้กำลังเข้ามาใกล้พวกเขา

                “ แล้วคุณยังถือก้อนหินนั้นไว้ทำไม ”

                “ เอาไว้ป้องกันตัวไง ”

                “ ไม่เป็นไรแล้ว… นี่เป็นคนที่ช่วยคุณเมื่อคืนนะ ”

                ท่าทีทำอะไรไม่ถูกของชายวัยกลางคนผู้นี้ กับจังหวะการตอบสนองของท่าที ดูพลึกพิลันจนหญิงสาวฉงนทันที เธอ

  รู้สึกไม่ชอบท่าทีนั้นเป็นอย่างมากหรืออาจกมาที่สุด คนที่แพทย์หญิงกล่าวเป็นมิตรเข้ายืนต่อหน้าพวกเขา เสียงโลหะขยับไปมา

  ตามการเคลื่อนไหว ชุดคลุมไหล่สีดำจากภายนอกทำให้อยากอย่างก้าวถอยออกมา จากผู้มีลักษณะคล้ายกับผู้คุมความตาย

  สร้อยเครื่องรางแกว่งซ้ายขว้า ใบหน้าสีขาวภายใต้ผ้าที่บดบังยากที่มองเห็นตัวตนของคนผู้นี้ ทั้งหลายแล้วล้วนเมื่อ ความตาย

  กำลังเดินมาหาเข้า มือที่กำหินแน่น ที่ทำเช่นนั้นหมายถึงเขากำลังคิดแบบนั้นจริงๆ กำลังกลัวเฉกเช่นเตือนที่ดาบได้ลงคอของตน

  ดุจลมหายใจที่สูญเสียไป

                มือของความตายกำลังขึ้นมาอยู่ที่ศรีษะ เพื่อเผยตัวตน

                มือของชายผู้โง่เขล่ากับหินที่หยิบขึ้นมา เพื่อตอบสนองความป่าเถื่อน

               

                “ หยุดเลย! ฉันบอกไปแล้วว่านางเป็นคนช่วยคุณไง ”

                เสียงดุด่าเรียกสติของชายหนุ่ม ช่วยผลักความร้อนรุ่มในใจออกไป

                “ ลืมตาได้เสียทีนะท่าน ข้าได้ไปสำรวจรอบขอบหมู่บ้านแล้วพวกเขาได้เพิ่ม นางมาเป็นหนึ่งในหัวของนักล่า... ”

                 ทุกอย่างหยุดอยู่ที่ความเงียบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มุมนักเขียน

อาการหมดไฟช่างน่ากลัวจริงๆ เลยน่า

แต่ไม่ได้แปลว่าจะหยุดเขียนหรอกนะ

(วางแผนจะเขียนตอนนี้ให้เสร็จในช่วงต้นเดือนกันยายนน่ะนะ)

               

               

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
7 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

อยากให้เขียนเรื่องไหนต่อก่อน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา