The rebound paradin in crow paht

8.7

เขียนโดย พาวจาพัจส์

วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 เวลา 22.43 น.

  9 chapter
  2 วิจารณ์
  6,260 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563 11.58 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

7) Carrion part 4

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

            เสียงโลหะกระทบส่งออกมาเป็นจังหวะจากภายในโบสถ ชายหนุ่มมองไปที่โบสถอย่างสงสัย ชายชรา

  กับหญิงชราเดินถอยห่างจากหน้าทางเข้าโบสถเพื่อหลีกทางให้อะไรบางอย่าง แน่นอนชายหนุ่มรู้ทันทีว่าเผชิญ

  กับอะไร แล้วนึกได้ว่าลืมอะไรไป ขวานเหล็กที่มีด้ามจับเป็นไม้ อาวุธชิ้นนี้เหมาะสำหรับใช้สองมือจับเนื่องจาก

  ความยาวของด้าม อัศวินเดินออกมาจากโบสถพร้อมขวาน ไม่มีอะไรชัดเจนกว่านี้แล้ว

            ชายหนุ่มหยุดสายตาอยู่ที่อัศวินหัวเหลื่ยม ในตอนนี้เขาไม่ได้สนใจมองสิ่งรอบข้างเลย ว่าใครทำอะไร

  หรือไม่ทำอะไร ใกล้ๆกันนั้นชายวัยกลางคนกำเชือก และตัวล็อคหีบไว้ในมือ ความมุ่งมั่นในการปลดผนึกที่

  ยังคงเหลือติดอยู่บนหีบได้สูญหายไป แผลนิ้วถลอกที่เกิดจากความพยายามแก้ผนึกออกนั้น ไม่ใช่เหตุผล

  ที่เขาหยุดชงักแบบนี้ ตาของเขาก็หยุดที่อัศวินเช่นเดียวกับชายหนุ่ม เขากลัวชายหนุ่มรวบรวมความคิด ว่า

  ควรจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างไรทันใดนั้นนักบวชได้บอกอศวินของเขา

 

          “ มิเชลช่วยชายผู้นั้น… แล้วเจ้าอย่าพึงฆ่าชายหนุ่มคนนั้น ”

 

           อศวินผู้ที่ยืนนิ่งฟังคำสั่งนักบวช กลับรู้สึกเหมือนตนกำลังได้รับพร ชายหนุ่มสังเกตเห็นเช่นนั้น

 

           อัศวินสลับปรับเปลี่ยนท่าจับขวานอย่างคล่องแคล่ว การเลือกก้าวเข้ามาหาชายหนุ่มอย่างว่องไว

  ทำให้ชายหนุ่มหวาดหวั่น ชายวัยกลางคนเอาสติของตนกลับมา เขากลับไปแก้ผนึกที่ยังคงเหลืออยู่ เมื่อ

  เห็นอัศวินไม่กล้ำกรายมาหาเขา

 

            “ เฮ่ย อย่าขยับเข้ามาใกล้ เดียวฉันปาดคอไอ้นี่แน่! ”

            เหย… มันไม่หยุดเดินเข้ามาเฮะ

 

            เสียงโลหะจากการกระทบกันไปมาตามการเคลื่อนไหวของอัศวินหัวเหลี่ยม ได้ผ่านการกรองเข้าหูของ

  ชายหนุ่มอย่างชัดเจน เสียงนั้นแปลออกมาเป็นคำว่า ซวยแล้ว ซวยแล้ว ซวยแล้ว

 

            อศวินเดินเข้ามาใกล้พอที่จะเหวี่ยงขวานใส่ชายหนุ่มด้วยความมั่นใจว่า ไม่พลาดหัวอย่างแน่นอน

  ขุนนางเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า รับรู้สิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อครั้งเห็นอัศวินเดินออกมาจากโบสถ ถึงคราวที่อัศวินจับ

  ขวานยกแน่น ขุนนางได้ตัดใจบางอย่าง ชายหนุ่มก็ได้ตัดสินใจกระทำบางอย่างเช่นกัน

            ชายหนุ่มถีบตัวเองออก เพื่อหนีจากจุดที่อันตราย นั้นคือสิ่งที่เข้าได้ตัดสินใจ ‘หนี’ ความรู้สึกปวดตรง

  แขนทำให้เขาต้องแปลกใจ แขนที่จับมีดพกที่จ่อคอขุนนางถูกจับแน่น ชายหนุ่มไม่อาจหนีได้ ขุนนางไม่ยอมให้

  หนี ชายตัวโตเขายิ้มอย่างเย้ยหยัน แสดงความยินดีเพื่อได้เห็นขวานแสกเข้าไปในกะโหลกของชายหนุ่ม ด้วย

  ความกล้าหาญที่ไม่เกรงกลัวต่อการที่ตนอาจโดนขวานเพื่อเปิดทางไปหาชายหนุ่ม ถ้าอศวินลงขวานพลาด

 

            ในตอนนั้นชายหนุ่มตัดสินใจกดมีดเข้าไปใกล้คอขุนนาง มีดฉีกผ่านผิวหนังตรงของขุนนางเป็นแผล

  บาดเล็กน้อย การถูกต้านด้วยแรงแขนของขุนนางทำให้ไม่อาจลงมีดลึกเพื่อเปิดเป็นแผลใหญ่ หรือปิดชีพ

  ชายตัวโตนี่ได้ ถึงตอนนี้ชายหนุ่มจะไม่มีความลังเลในการแทงมีดไปที่คอแล้วก็ตาม แต่ความจริงแล้ว

  ก่อนหน้านี้เขาแค่ต้องการสร้างบาดแผลเล็กน้อยเพื่อขู่พวกนักบวช

 

            ขุนนางส่งเสียงร้องจากในลำคอเมื่อบาดแผลปรากฎ

            การขู่ไม่จำเป็นสำหรับสถานการณ์ในปัจจุบัน การถูกล็อกอยู่กับที่ให้ถูกขวานฟาดฟันโดยอัศวิน

  มันเป็นเรื่องเกินกว่าที่ชายหนุ่มจะรับมือได้ทัน

            เขาจึงต้องแก้พันธนาการออกเสีย ก่อนเพชรฆาตจะลงขวาน

            อัศวินหัวเหลี่ยมยึดอยู่ในตำแหน่งในปัจจุบันที่ย่างก้าวเข้ามา เมื่อเห็นชายทั้งสองต่อสู้กัน

            ชายหนุ่มฟัดเหวี่ยงกับขุนนาง เขาเข้าใจทันที เมื่อได้ดึงแขนกลับพลักแขนออก รัดแขน กดคอขุนนาง

  พยายามใช่มีดแทงคอผู้อื่นโดยไม่สนศีลธรรม เมื่อเสียเวลาไปกับการกระทำเหล่านั้นนานเท่าไร…ได้ตายเร็ว

  แน่นนอน หรือ ‘ความตาย’ ทำให้เขาเข้าใจกันนะ?

            หัวใจบีบ หรือขยำซ้ำไปมา เลือดกำลังพุ่งพลาน ในหัวเข้ารู้อีกอย่างว่า เขาใช้แรงแขนอย่างเดียวไม่ไหว

            อัศวินปรับมุมของขวานเป็นแนวเฉียง

            ไม่มีแม้แต่หนึ่งลมหายใจ อัศวินที่ยกขวานค้างไว้เหนือหัว ย่างเข้ามาหนึ่งก้าวแล้วเอนหลังเล็กน้อย เพื่อ

  ปล่อยขวานใส่เป้าประสงค์ของตน

 

            เสียงของชายสองคนล่มลงบนพื้น

            “ อั่ก! ” เสียงร้องจากการที่หลังกระแทกพร้อมก้อนเหนือมีชีวิตทับหน้าอก เศษผง เศษฝุ่น บนพื้นดิน

  กระจายออกไปรอบตัว ใบหน้าเปื้อนเศษดิน แล้วฝุ่นลอยผ่านใบหน้า ถูกสูดเข้าปอด ลอยผ่านตา ทำให้เข้ารู้

  ว่าเขายังอยู่

 

            อัศวินพลาดเป้า แต่คงไม่ถูกนักหากกล่าวว่าเป็นความผิดพลาดของอัศวิน ชายหนุ่มใช้ตัวเขาหนี

  รอดมาได้เองจึงเกิดความผิดพลาด ชายหนุ่มช่วงที่รู้ว่าแรงแขนอย่างเดียวไม่ไหว เพื่อที่หลบขวานนี้โดยสลัด

  ขุนนางยักษ์นี้

 

            ชายหนุ่มใช้แขนซ้ายที่แทรกไปรัดแขนกับดันหลังหัวขุนนาง เปลี่ยนไปรีบโอบกอดตัวขุนนางแน่น

            ความคิดในหัวเขาแสดงออกมาเป็นประโยคที่ไม่สุภาพนัก แต่แปลใจความออกมาได้ว่า

            ในเมื่อดึงไม่ได้ มือไม่ปล่อย เลยต้องออกแรงดึงมันทั้งตัวเลย

            เท้าเตะขาของขุนนาง แขนกอดแน่นเพื่อให้เป็นไปตามตัวที่เอน พอถึงจังหวะ ชายหนุ่มกระโดดนอนหงายทันที

  คงเรียกชื่อการกระทำตามความเข้าใจนี้ว่า การจับทุ่มหงายแบบมวยปล้ำ?

            การเรียกแล้วการกระทำที่ว่า ช่วยให้หลบขวานมาได้ ภาพรวมมีชายตัวโตทับร่างของชายหนุ่ม

            ชายหนุ่มไม่พอใจกับผลลัพธ์มากนัก แม้ชั่วขณะที่ล่มเข้าจะยิ้มอย่างโล่งใจที่หลบขวานนั้นพ้น

            ‘ ดีนะที่อ้วนไม่งั้นงัดไม่ลงแน่ ’

            ตอนนี้เขาไม่อาจยิ้มออก เขาคลุกฝุ่นคู่กับความเจ็บปวด แล้วคิดกลับไปในหัวว่า

           ‘ ไม่น่าอ้วนเลยเรา… ’

 

            ในระหว่างที่ชายหนุ่มของเรานอนล่มลงอยู่ หรือถูกทับขา ทับตัว ก็มีการดิ้นรัวบนตัวชายหนุ่มโดยขุน

  นางตัวโตอารมณ์เสีย เขากสะบัดแขนชายหนุ่มออก กลับไปลุกยืนอย่างรวดเร็ว ขุนนางเขาได้เป็นอิสระ

  ชายหนุ่มนอนขดตัว รู้สึกจุกท้องถึงคอหอย ระหว่างที่ชายตัวโตยืนเหวี่ยงขาเตะเข้าลำตัวชายหนุ่ม ฝุ่นกระจาย

  รอบๆ หน้าของชายหนุ่ม เขาไม่สามารถหายใจได้ในตอนนี้ ตอนที่สถานการณ์ที่วุ่นวาย

 

  สภาพหน้าโบสถช่างดูมีความเงียบสงบ ความเงียบสงบซึ่งอยู่ระหว่างกลางความระส่ำระสายของ

  ชายสองคนที่ต้องการมีรอดชีวิตออกไปให้ไกลจากสถานที่แห่งนี้  มีชายหนุ่มซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตรายเป็นหนึ่งคน

  หวนนึกกลับไปยังมีชายอีกหนึ่งคน ชายผู้นั้นเป็นชายวัยกลางคนที่กำลังปลดผนึกของหีบ ในที่สุดเข้าก็แก้ผนึกออกได้หมด

  เชือกเส้นใหญ่ที่หมัดเป็นปม ชลักล็อกไม้ชิ้นเล็ก ความน่ายินดีเป็นความรู้สึกแรก หลังจากผนึกเหล่านั้นได้ตกลงบนพื้นดิน

  เฉกเช่นเป็นเศษไม้ เป็นของไร้ประโยชน์สำหรับชายวัยกลางคน มาถึงตอนนี้ได้เพราะชายวัยกลางคนอยู่นอกเหนือ

  ความสนใจของอัศวินหัวเหลี่ยม  ชายวัยกลางคนยังเห็นว่ายังเป็นเช่นนั้นอยู่ 'นอกเหนือความสนใจ' เขาจึงรีบเปิดฝาหีบ

 

            ภาพจากหางตาขว้าเห็นอะไรขยับ ชายวัยกลางคนหันหัวไปมองแต่มือยังคงจับฝาหีบเอาไว้ เสียง

  อากาศตีกันดัง ปัง เบาๆ สั้นๆ ข้างหูขว้าของชายวัยกลางคน เขามองไปทางขว้าแล้วพบเห็นนักบวชยืน

  อยู่หน้าโบสถแล้วชูแขนขึ้นลง เคียงข้างกับชายชราและหญิงชรา ใบหน้าตกตลึงของมนุษย์ชราทั้งสองสร้าง

  ความสงสัยให้ชายวัยกลางคนเป็นอย่างมาก จนกระทั่งเขาเกิดกังวล เขามองไปที่แขนของตัวเอง เขาได้รับ

  ใบมีดขนาดเล็กแทงเข้าไปที่แขน นักบวชมีความสามารถในการมีดแบบไม่พลาดเป้า หรือพลาดเพราะชายวัย

  กลางคนยังไม่ตาย ชายกลางขยับตัวตามความเจ็บปวดพลางร้องออกมาด้วยความตกใจ

  ความประหลาดใจจนลืมตัวทำให้ชายชราจดจ่อสายตามีดบนแขน เขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้

  นักบวชเรียกเขาอยู่ นักบวชมอบดาบพกสั้นจากหลังของตัวเองให้ชายชรา ชายชราได้สติ เขามองดาบเล่มนั้น

  แบบไม่เข้าความหมาย เขาเป็นชายแก่ เขารู้ที่หลังว่าเขาจะต้องทำอะไรเมื่อนักบวชบอกกับเขา

 

            “ แทงเขา หยุดเขา แล้วแต่ความประสงค์ของท่าน แต่อย่าปล่อยให้เขาเปิดหีบปล่อยนางออกมา ”

 

            ชายชราที่รู้สึกโกรธเรื่อง ชายวัยกลางคนไปช่วยคนแปลกหน้าปลดปล่อยนางแม่มด คนของหมู่บ้าน

  เป็นคนทำสวนกับเป็นพ่อค้าประจำหมู่บ้านที่น่าไว้ใจ เป็นคนที่น่าขื่นชม จนถึงตอนนี้ไม่มีสิ่งน่าชื่นชมใดๆ

  เหลือให้กล่าว จากการกระทำนอกรีตในตอนนี้ ชายชราหยิบกาบสั้นแล้วมองไปหาภรรยาของตน เธอพยักหน้าแต่ยังไม่เปิดปาก

  พูดอะไร เพราะภรรยาของชายชราทำเช่นนี้ตลอดเป็นนิสัยของเธอแม้จะอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายเล็กๆ แบบนี้ ชายชราหายใจเข้าปอดที่

  อ่อนล้า เดินตรงไปหาชายวัยกลางคนที่ยกฝาหีบขึ้นอย่างเจ็บปวด

 

            “ ไอ้นอกรีต! ”

            ชายชราตะโกนออกมา

            ชายวัยกลางคนไม่หยุดในสิ่งที่เขาทำ ในที่สุดฝาหีบก็เปิดออก

            แล้วชายวัยกลางคนก็มองเข้าไปเห็นเพียงกองผ้ากับเงา

            ก่อนที่จะโดนดึงคอออกห่างหีบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มุมนักเขียน

 

ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ยังติดตาม  หรือเขามาอ่าน

เนื่องจากผู้เขียนเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ายังมีคนอ่านเรื่องสั้นเรื่องนี้อยู่หรือเปล่า?

กำลังใจอาจถดถ่อย  แต่เมื่อคนว่าตัวเลขการชมเพิ่มขึ้นอยู่ ผู้เขียนก็มีกำลังใจมากขึ้น (ง'̀-'́)ง (มั้งนะ?)

ตอนนี้นักเขียนกำลังมุ่งเน้นมากเขียนเรื่องสั้นนี้ให้จบเสียก่อน (หลังจากแอบไปวาดคอมมิคสั้นๆ พักนึง) หรือหากอยากให้

กลับไปเขียนนิยายต่อก็คอมเมนท์บอกเราได้นะ (เราเป็นแค่นักเขียนสมัครเล่นนะ ขอภัยหากคำหรือเนื้อหาอาจบิดเบี้ยว

ถือว่านี่เป็นต้นฉบับล่ะกัน) หากยอดคนอ่านเรื่องนี้มากขึ้น หรือบอกเราในเมนท์ เราจะกลับมาเขียนต่อทันทีเท่าที่ว่างล่ะนะ

(หมายเหตุ: ที่มุมนักเขียนยาวกว่าตอนอื่นเพราะครบรอบวันเกิดที่เราได้เริ่มเขียนนิยายลงเว็บ ทีแรกคาดว่าจะเขียนบทนี้ให้

จบไปเลย แต่นักเขียนอาจไม่ว่างช่วงนี้ แล้วระยะห่างของแต่บทก็..ห่างเกินไป จึงต้องแยกเป็นพาทไปก่อนนะ) 

ขอบคุณที่ท่านอ่านมาถึงตรงนี้คุณนักอ่าน (ノ◕ヮ◕)ノ*:・゚✧

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
7 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

อยากให้เขียนเรื่องไหนต่อก่อน

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา