หาอินฟลูเอนเซอร์เอง vs ผ่านเอเจนซี่ แบบไหนตอบโจทย์ธุรกิจคุณมากกว่ากัน
หาอินฟลูเอนเซอร์เอง vs ผ่านเอเจนซี่ แบบไหนตอบโจทย์ธุรกิจคุณมากกว่ากัน

ในยุคที่คอนเทนต์วิดีโอสั้นกำลังครองเมือง การทำ รีวิวสินค้าtiktok กลายเป็นกลยุทธ์บังคับที่ทุกแบรนด์ต้องทำเพื่อสร้างยอดขาย แต่คำถามที่ตามมาและสร้างความหนักใจไม่น้อยคือ เราควรจะลงมือ หาอินฟลูเอนเซอร์ ด้วยตัวเอง หรือจะยอมจ่ายเพิ่มอีกนิดเพื่อใช้บริการเอเจนซี่ผู้เชี่ยวชาญดี? ทั้งสองทางเลือกมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งขึ้นอยู่กับทรัพยากร เวลา และเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ วันนี้เราจะมากะเทาะเปลือกเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดๆ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
การหาอินฟลูเอนเซอร์ด้วยตัวเอง ประหยัดงบแต่ต้องลงแรง
สำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นหรือมีงบประมาณจำกัด การเลือกหาคนมารีวิวด้วยตัวเองเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะคุณจะได้สื่อสารกับครีเอเตอร์โดยตรงแบบไม่มีคนกลาง
- ประหยัดค่าธรรมเนียม: คุณไม่ต้องจ่ายค่าบริหารจัดการ (Agency Fee) ทำให้งบประมาณทั้งหมดตกไปอยู่ที่ค่าจ้างอินฟลูเอนเซอร์โดยตรง
- สื่อสารได้ตรงใจ: คุณสามารถบรีฟงานและอธิบาย DNA ของแบรนด์ได้ด้วยตัวเอง ช่วยลดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน
- สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว: การคุยกันเองบ่อยๆ ช่วยสร้างมิตรภาพที่ดีกับอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งอาจนำไปสู่การร่วมงานที่ยืดหยุ่นขึ้นในอนาคต
- คล่องตัวสูง: หากต้องการปรับแก้หน้างานหรือมีไอเดียกะทันหัน คุณสามารถทักไปพูดคุยได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนหลายชั้น
ข้อจำกัดที่ต้องเจอเมื่อลงมือทำเอง
ถึงจะประหยัดงบ แต่การ หาอินฟลูเอนเซอร์ เองก็มีต้นทุนที่มองไม่เห็นนั่นคือ เวลา คุณต้องเสียเวลาไปกับการไถฟีดเพื่อคัดเลือกคนที่ใช่ ตรวจสอบประวัติการทำงาน ติดตามงาน ไปจนถึงการร่างสัญญาและตรวจรับงานด้วยตัวเอง ซึ่งหากคุณไม่มีประสบการณ์ในการทำ รีวิวสินค้าtiktok มาก่อน อาจจะทำให้กระบวนการนี้กินเวลาการทำงานหลักของคุณไปค่อนข้างมาก
![]()
จ้างผ่านเอเจนซี่ ความสะดวกสบายที่มาพร้อมความเป็นมืออาชีพ
หากแบรนด์ของคุณมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือต้องการทำแคมเปญที่มีอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมากในครั้งเดียว การใช้เอเจนซี่คือทางลัดที่จะช่วยให้งานของคุณราบรื่นขึ้นอย่างมหาศาล
- คัดกรองด้วยข้อมูลจริง: เอเจนซี่มักจะมีระบบ Database และเครื่องมือวิเคราะห์หลังบ้าน ทำให้รู้ว่าอินฟลูเอนเซอร์คนไหนมียอดขายจริง ไม่ใช่แค่ยอดวิวปลอม
- บริหารจัดการครบวงจร: ตั้งแต่การคัดเลือก บรีฟงาน ส่งสินค้า ตรวจสอบดราฟท์ ไปจนถึงการวัดผลสรุปยอดแคมเปญ
- อำนาจการต่อรอง: เอเจนซี่ที่ร่วมงานกับครีเอเตอร์บ่อยๆ มักจะได้ราคาพิเศษ (Rate Card) ที่ถูกกว่าแบรนด์เข้าไปติดต่อเองในบางกรณี
- ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย: เอเจนซี่จะมีสัญญามาตรฐานที่รัดกุม ช่วยป้องกันปัญหาการเบี้ยวงานหรือคอนเทนต์ที่อาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์แบรนด์
ต้องเลือกให้เหมาะกับสเกลงาน
เราอยากให้คุณหยุดทบทวนสักนิดว่า แคมเปญ รีวิวสินค้าtiktok ที่คุณกำลังจะทำนั้นมีสเกลใหญ่แค่ไหน หากคุณต้องการคนรีวิวเพียง 3-5 คน การ หาอินฟลูเอนเซอร์ เองอาจจะเป็นเรื่องที่สนุกและได้เรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าไปในตัว แต่ถ้าเป้าหมายของคุณคือการจ้างคน 50-100 คนเพื่อสร้างกระแสแบบถล่มทลายทั่วทั้งแพลตฟอร์ม การมีเอเจนซี่มาช่วยแบกรับภาระงานเอกสารและการติดตามงานจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่ามาก
เกณฑ์การตัดสินใจเลือกทางที่ใช่สำหรับแบรนด์
ถ้ายังเลือกไม่ได้ ลองประเมินจากปัจจัยเหล่านี้ดู
- เวลาที่มี: คุณมีทีมงานที่สามารถนั่งมอนิเตอร์และคุยกับอินฟลูเอนเซอร์ได้ทั้งวันหรือไม่
- งบประมาณ: งบของคุณรวมค่าดำเนินการไปแล้วหรือยัง หรือต้องการจ่ายเน้นๆ ไปที่ตัวบุคคลเท่านั้น
- ความเชี่ยวชาญ: คุณรู้เทรนด์ของ TikTok ดีพอที่จะบรีฟงานให้ยอดขายปังหรือเปล่า
- ความต้องการด้านเอกสาร: คุณซีเรียสเรื่องการทำสัญญาจ้างและใบกำกับภาษีที่ถูกต้องแม่นยำมากน้อยเพียงใด
ทางออกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการทำรีวิว
ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่ากันร้อยเปอร์เซ็นต์ การเลือก หาอินฟลูเอนเซอร์ เองเหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการความใกล้ชิดและประหยัดงบ ในขณะที่การผ่านเอเจนซี่เหมาะสำหรับงานสเกลใหญ่ที่ต้องการความเป็นมืออาชีพและการันตีผลลัพธ์ที่เป็นระบบ สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ว่าคุณจะเลือกทางไหน คอนเทนต์ รีวิวสินค้าtiktok ที่ออกมาต้องมีความเป็นธรรมชาติและจริงใจ เพราะนั่นคือหัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นลูกค้าได้จริง
โพสตอบ
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้
