พลาดตรงไหนบ้าง ที่ทำให้เรียนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์แล้วไม่ก้าวหน้า
หลายคนเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยความตั้งใจเต็มร้อย แต่พอผ่านไปสักพักกลับรู้สึกว่ายังพูดไม่คล่อง ฟังไม่ทัน และจำคันจิไม่ค่อยอยู่ ทั้งที่ก็เรียนต่อเนื่องอยู่เหมือนเดิม ปัญหานี้ไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการฝึกที่ไม่ตรงจุดและทำซ้ำความผิดพลาดเดิมโดยไม่รู้ตัว ซึ่งแก้ได้ถ้ารู้ว่าติดตรงไหน และเลือกแนวทาง เรียนภาษาญี่ปุ่น ออนไลน์ ให้เหมาะกับเป้าหมายจริงของตัวเอง
พลาดที่หนึ่ง เรียนกระจายหลายอย่างจนไม่มีอะไรแน่น
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือวันนี้เรียนคำศัพท์ พรุ่งนี้ไปดูไวยากรณ์ อีกวันเปลี่ยนไปฝึกคันจิ แล้วก็ข้ามไปดูคลิปสอนพูด สุดท้ายเหมือนได้เรียนเยอะ แต่ไม่มีสิ่งไหนกลายเป็นทักษะจริง
ทางออกคือกำหนดแกนหลักให้ชัด เช่น โฟกัสการฟังและพูดก่อน หรือโฟกัสการอ่านเพื่อสอบ แล้วค่อยเติมส่วนอื่นทีละขั้น วิธีนี้จะทำให้ความก้าวหน้าชัดขึ้นและไม่รู้สึกว่าเรียนไปแต่ไม่ไปไหน
พลาดที่สอง ท่องตัวอักษรและคันจิแบบแยกจากการใช้งาน
การจำฮิรางานะ คาตากานะ และคันจิเป็นเรื่องจำเป็น แต่ถ้าท่องแบบตัดขาดจากประโยคและสถานการณ์จริง สมองจะจำได้ไม่นานและไม่รู้ว่าจะหยิบมาใช้ตอนไหน
วิธีที่ช่วยให้จำอยู่คือเรียนผ่านคำและประโยคที่ใช้จริง เช่น จำคันจิพร้อมคำศัพท์และประโยคตัวอย่าง แล้วฝึกใช้ซ้ำในบริบทเดิมบ่อย ๆ จะติดทนกว่าการท่องเป็นตัว ๆ
พลาดที่สาม ฝึกฟังน้อยเกินไป จนพูดไม่ออกและจับคำไม่ทัน
หลายคนเน้นอ่านและทำแบบฝึกหัดมาก แต่ไม่ได้ฝึกฟังสม่ำเสมอ ทำให้เวลาฟังเจ้าของภาษาพูดจริง ๆ รู้สึกเร็วเกินไปและแยกคำไม่ออก
การฟังควรเป็นกิจวัตรสั้น ๆ ทุกวัน เช่น ฟังบทสนทนาง่าย ๆ แล้วฟังซ้ำหลายรอบ จับคำหลักให้ได้ก่อน ไม่ต้องพยายามแปลทุกคำ เพราะเป้าหมายแรกคือให้หูคุ้นกับจังหวะภาษา
พลาดที่สี่ ไม่ฝึกพูดจริง จึงไม่สร้างความคล่อง
การดูคลิปหรืออ่านโพสต์สอนพูดช่วยให้เข้าใจ แต่ถ้าไม่พูดออกเสียง สมองจะไม่ฝึกดึงคำมาใช้ทันที หลายคนรอให้พร้อมก่อนค่อยพูด สุดท้ายไม่เริ่มสักที
ทางแก้คือฝึกพูดประโยคสั้น ๆ ทุกวัน เช่น แนะนำตัว บอกเวลา บอกกิจกรรมที่ทำ หรือถามตอบประโยคเดิมซ้ำ ๆ จนปากคุ้น เมื่อเริ่มคล่องแล้วค่อยขยายประโยค
พลาดที่ห้า ไม่มีตัววัดผล ทำให้ไม่รู้ว่าตัวเองดีขึ้นหรือยัง
การเรียนที่ไม่ก้าวหน้ามักมาจากการไม่มีเป้าหมายชัดและไม่มีตัววัด เช่น เรียนไปเรื่อย ๆ ตามคลิปหรือบทเรียน แต่ไม่รู้ว่าสัปดาห์นี้ควรทำได้อะไรบ้าง
ลองตั้งตัววัดง่าย ๆ เช่น สัปดาห์นี้พูดได้กี่ประโยค ฟังบทสนทนาเดิมแล้วจับใจความได้ไหม หรือจำคันจิได้กี่ตัวแล้วใช้ในประโยคได้หรือยัง ตัววัดเล็ก ๆ แบบนี้ทำให้เห็นความคืบหน้าและมีกำลังใจไปต่อ
สรุป ไม่ก้าวหน้าไม่ได้แปลว่าไม่เก่ง แต่แปลว่าต้องปรับวิธีฝึก
ถ้าคุณเรียนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์แล้วรู้สึกตัน ให้กลับมาดูว่าพลาดตรงไหนในห้าข้อนี้บ้าง แล้วค่อยปรับทีละจุด เช่น โฟกัสให้ชัดขึ้น เชื่อมคันจิกับการใช้งาน เพิ่มการฟัง และฝึกพูดทุกวัน
เมื่อวิธีฝึกเริ่มตรงจุด ความก้าวหน้าจะชัดขึ้นแบบรู้สึกได้ และการเรียนจะกลับมาสนุกอีกครั้งโดยไม่ต้องฝืนตัวเอง
โพสตอบ
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้
