เป็นตกขาวสีเหลือง ต้องหาหมอไหม อันตรายหรือเปล่า ?

เรื่องของตกขาวเป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอในชีวิตประจำวัน ตกขาวปกติมักจะมีสีใสหรือสีขาวขุ่นเล็กน้อย มีลักษณะยืดหยุ่นหรือเหลวได้ตามรอบเดือน แต่เมื่อไหร่ที่สีของตกขาวเริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อเป็นตกขาวสีเหลือง หลายคนก็เริ่มกังวลว่านี่คือสัญญาณอันตรายหรือเป็นเรื่องที่ต้องรีบไปพบแพทย์หรือไม่ สีของตกขาวเป็นเหมือนสัญญาณที่ร่างกายส่งออกมาเพื่อบอกเราถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายใน ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าสีเหลืองนี้เกิดจากอะไรได้บ้าง และเมื่อไหร่ที่ต้องเริ่มระวัง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
การที่เป็นตกขาวสีเหลืองไม่ได้แปลว่าอันตรายเสมอไป เพราะบางครั้งอาจเกิดจากปัจจัยที่ไม่ร้ายแรง แต่ในหลายกรณีมันคือสัญญาณของการติดเชื้อที่ต้องการการรักษาอย่างทันท่วงที นี่คือ 4 ข้อที่คุณต้องพิจารณาเมื่อสังเกตว่าตัวเองกำลังเป็นตกขาวสีเหลือง
4 ข้อต้องรู้ เมื่อสังเกตว่าเป็นตกขาวสีเหลือง
การประเมินตกขาวด้วยตัวเอง ต้องดูจากลักษณะอื่น ๆ ร่วมด้วย ไม่ใช่แค่สีอย่างเดียว
- ต้องแยกให้ออก เหลืองอ่อนใส หรือเหลืองเข้มขุ่น ?
การเป็นตกขาวสีเหลืองมีความแตกต่างกันหลายระดับ และระดับความเข้มของสีบอกอะไรได้หลายอย่าง
- เหลืองอ่อน/เหลืองใส บางครั้งอาจเกิดจากการปนเปื้อนของปัสสาวะ ซึ่งถือว่าปกติ และไม่ได้เป็นสัญญาณของการติดเชื้อใด ๆ หรืออาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอาหารเสริม วิตามินบางชนิด หรือยาที่รับประทานเข้าไป ทำให้ตกขาวมีสีเหลืองอ่อน ๆ ได้ ซึ่งถ้าไม่มีอาการคันหรือกลิ่นร่วมด้วย ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป
- เหลืองเข้ม/เหลืองอมเขียว ขุ่น เมื่อไหร่ที่เป็นตกขาวสีเหลืองเข้มขึ้นและมีลักษณะข้นเหนียวหรือเป็นฟองร่วมด้วย นี่คือสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะมักจะเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อจากแบคทีเรียหรือปรสิต ซึ่งต้องเข้ารับการตรวจและรักษาทางการแพทย์
- กลิ่นคือตัวช่วยสำคัญ
สีตกขาวควรถูกพิจารณาร่วมกับกลิ่นเสมอ ตกขาวปกติอาจมีกลิ่นอ่อน ๆ แต่ถ้าเป็นตกขาวสีเหลืองร่วมกับกลิ่นที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน นี่คือธงแดงที่บอกว่าต้องปรึกษาแพทย์
- กลิ่นคาวคล้ายปลาเน่า ถ้าตกขาวมีสีเหลืองหรือเทาอ่อน ๆ ร่วมกับกลิ่นคาวจัดที่ชัดเจนขึ้นหลังมีเพศสัมพันธ์ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด (Bacterial Vaginosis - BV)
- กลิ่นเหม็นเปรี้ยว/เหม็นอับ แม้ว่าตกขาวจากเชื้อราส่วนใหญ่มักเป็นสีขาวขุ่นเหมือนนมบูด แต่บางกรณีที่เป็นตกขาวสีเหลืองอ่อน ๆ ร่วมกับอาการคัน และมีกลิ่นเหม็นอับ ก็อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการติดเชื้อราได้เช่นกัน
- สังเกตอาการคันและบวมแดงร่วมด้วย
ถ้าแค่เป็นตกขาวสีเหลืองอย่างเดียว ไม่มีอาการอื่น อาจจะยังไม่ต้องตกใจ แต่เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมด้วย ให้ถือว่าเป็นการติดเชื้อที่ควรรีบรักษา
- อาการคันอย่างรุนแรง: การคันบริเวณอวัยวะเพศภายนอก การแสบขัดขณะปัสสาวะ หรือมีรอยแดงบวมร่วมกับ เป็นตกขาวสีเหลือง บ่งบอกถึงการอักเสบและการติดเชื้อที่ชัดเจน
- ปวดท้องน้อยหรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ ถ้าตกขาวสีเหลืองนั้นเกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) บางชนิด อาจมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือมีอาการปวดลึก ๆ ขณะมีเพศสัมพันธ์ร่วมด้วย ซึ่งกรณีนี้อันตรายและไม่ควรปล่อยไว้
- พฤติกรรมที่อาจเป็นสาเหตุ
บางครั้งเป็นตกขาวสีเหลืองก็เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการทำความสะอาดบริเวณจุดซ่อนเร้นอย่างผิดวิธี
- การสวนล้างช่องคลอด ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีน้ำหอมหรือสารเคมี อาจทำลายสมดุลแบคทีเรียดีในช่องคลอด ทำให้แบคทีเรียร้ายเติบโตและส่งผลให้เป็นตกขาวสีเหลือง หรือมีกลิ่นได้
- สุขอนามัยที่ไม่ดีพอ การใส่กางเกงที่รัดแน่นเกินไป อับชื้น หรือการใช้ผ้าอนามัยแผ่นซับต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดความอับชื้นและเชื้อโรคสะสมได้
การเป็นตกขาวสีเหลืองไม่ได้เป็นเรื่องปกติเสมอไป และไม่ควรวินิจฉัยด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว ควรใช้หลักการพิจารณาร่วมกับอาการอื่น ๆ เช่น กลิ่น ความคัน และความรู้สึกปวด ถ้าเป็นตกขาวสีเหลืองเข้มข้น มีกลิ่นคาวจัด มีอาการคันรุนแรง หรือมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องและรักษาด้วยยาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อลุกลามและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
โพสตอบ
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้
