มาตรฐานความสว่างไฟโรงงาน (Lux) แต่ละโซนต้องสว่างเท่าไหร่?

admeadme

ขีดเขียนเต็มตัว (171)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)
POST:182
เมื่อ เมื่อวาน 16.04 น.

รู้หรือไม่? แสงสว่างไม่พอเสี่ยงถูกปรับ! เช็กมาตรฐานไฟโรงงานด่วน

 

 

ระบบไฟโรงงานเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการโรงงานควรศึกษาไว้อย่างมาก เพราะการเลือกใช้ไฟอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือติดหลอดไฟมั่ว ๆ โดยไม่คำนึงถึงความสว่าง ไม่เพียงแต่ทำให้พนักงานเมื่อยล้าสายตาและทำงานผิดพลาดง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายความปลอดภัยในสถานที่ทำงานอีกด้วย หลายแห่งเลือกติดตั้งหลอดไฟในโรงงานอุตสาหกรรมโดยลืมคำนวณค่า Lux ที่ถูกต้องไป ทำให้ต้องเสียทั้งค่าไฟที่บานปลายและเสี่ยงถูกสั่งปรับอย่างน่าเสียดาย วันนี้เรามาดูวิธีวางระบบไฟอุตสาหกรรมให้ถูกต้องตามกฎหมายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานไปพร้อมกัน

 

สรุปค่าความสว่างไฟโรงงานแต่ละโซนที่ถูกต้องตามกฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม

 

ตามกฎหมายกระทรวงแรงงานได้กำหนดมาตรฐานความเข้มของแสงสว่างในพื้นที่ทำงานไว้อย่างชัดเจน เพื่อปกป้องสุขภาพของพนักงานและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการผลิต ซึ่งแต่ละโซนในโรงงานมีความต้องการความสว่างที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับความละเอียดของเนื้องาน 

 

หากเราติดตั้งไฟโรงงานโดยใช้ระดับความสว่างเท่ากันหมดทั้งอาคาร นอกจากจะผิดหลักการยื่นตรวจมาตรฐาน จป. แล้ว ยังเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ การเลือกวางระบบไฟอุตสาหกรรมให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่จึงเป็นหัวใจสำคัญที่คุณต้องรู้ โดยสามารถแบ่งระดับค่าความสว่าง Lux ของหลอดไฟในโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกต้องออกเป็น 5 โซนหลัก ๆ ได้ ดังนี้

 

1. โซนคลังสินค้าและพื้นที่จัดเก็บวัตถุดิบ (Warehouse & Storage Areas)

 

สำหรับโซนจัดเก็บสินค้าทั่วไป ช่องทางเดินระหว่างชั้นวาง หรือพื้นที่ที่ไม่ต้องใช้การมองเห็นรายละเอียดสูง กฎหมายกำหนดความสว่างขั้นต่ำไว้ที่ 100 – 200 Lux เพื่อให้เพียงพอต่อการขับรถโฟล์กลิฟต์และการยกย้ายสินค้าอย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดอุบัติเหตุ การใช้ค่าความสว่างหลอดไฟในโรงงานอุตสาหกรรมประมาณนี้ช่วยลดมุมอับแสงได้เป็นอย่างดี

 

2. โซนการผลิตทั่วไปและสายการประกอบ (General Assembly & Production Lines)

 

พื้นที่ที่มีการทำงานกับเครื่องจักรหรือการประกอบชิ้นส่วนขนาดปานกลาง ต้องการความสว่างอยู่ที่ 300 – 400 Lux เพื่อช่วยให้พนักงานมองเห็นปุ่มควบคุม ตัวเลขบนหน้าจอ และชิ้นงานได้อย่างชัดเจน ลดความเหนื่อยล้าของสายตาตลอดการทำงานในกะยาว การติดตั้งไฟโรงงานโซนนี้จึงต้องกระจายแสงให้สม่ำเสมอ

 

3. โซนตรวจสอบคุณภาพชิ้นงานละเอียดและห้อง QC (Quality Control & Inspection)

 

พื้นที่ที่ต้องตรวจสอบชิ้นงาน ตรวจสอบรอยขีดข่วน หรือตรวจงานพิมพ์ที่ละเอียดเป็นพิเศษ ต้องใช้ความสว่างสูงถึง 500 – 1,000 Lux เพื่อให้เห็นจุดบกพร่องขนาดเล็กได้อย่างแม่นยำ ป้องกันสินค้าหลุด QC ออกไปสู่ตลาด การใช้ไฟอุตสาหกรรมค่าสีระดับสูงจึงสำคัญมาก

 

4. โซนงานละเอียดสูงพิเศษหรืองานอิเล็กทรอนิกส์ (Fine Mechanics & Electronics)

 

การประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็กมาก งานประสานสายไฟ หรือการผลิตอุปกรณ์การแพทย์ ต้องการความสว่างเข้มข้นระดับ 1,000 – 2,000 Lux ร่วมกับหลอดไฟในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีค่าความถูกต้องของสี (CRI) สูง เพื่อป้องกันความผิดพลาดในระดับมิลลิเมตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

5. โซนสำนักงาน ออฟฟิศ และห้องควบคุมระบบ (Office & Control Rooms)

 

พื้นที่โซนออฟฟิศที่ต้องนั่งทำงานเอกสาร วางแผน หรือมอนิเตอร์หน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรมีความสว่างสม่ำเสมออยู่ที่ 300 – 500 Lux พร้อมติดตั้งโคมไฟที่มีระบบป้องกันแสงสะท้อน (Anti-Glare) เพื่อสุขอนามัยที่ดีของสายตาพนักงาน ไม่ต่างจากการเลือกไฟโรงงานในไลน์ผลิต

 

การวางระบบไฟโรงงานให้ได้มาตรฐาน Lux ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องการทำตามกฎหมายเพื่อผ่านการตรวจรับรองเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อเพิ่ม Productivity และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุในสถานประกอบการอย่างยั่งยืน การเลือกใช้หลอดไฟในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง พร้อมการออกแบบทิศทางแสงอย่างถูกต้อง จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวได้อย่างมหาศาล หากคุณกำลังวางแผนปรับปรุงอาคารหรือสร้างโรงงานใหม่ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบไฟอุตสาหกรรมจะช่วยให้คุณเลือกใช้ไฟโรงงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และตอบโจทย์มากที่สุด

โพสตอบ

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา