ภาระจำยอม คืออะไร รวมเรื่องควรรู้ก่อนซื้อขายบ้านและที่ดิน

GUEST1649747579

ขีดเขียนในตำนาน (812)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)
POST:1499
เมื่อ 9 ชม.ที่แล้ว

ภาระจำยอม

ภาระจำยอม คือ เรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเจ้าของที่ดินหรือบ้านทุกคนควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจซื้อขายที่ดิน เนื่องจากภาระจำยอมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดินทั้งของตนเองและของผู้อื่น หากไม่ทราบรายละเอียดของภาระจำยอมที่ผูกพันอยู่กับที่ดินแปลงใดแปลงหนึ่ง อาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายในภายหลังได้

 

ภาระจำยอม คืออะไร ทำความเข้าใจนิยามทางกฎหมาย

ภาระจำยอม คือ สิทธิในอสังหาริมทรัพย์ประเภทหนึ่งซึ่งกำหนดขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 ซึ่งบัญญัติว่า อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในภาระจำยอม อันเป็นเหตุให้เจ้าของต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของตน หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้น เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่น กล่าวอีกนัยหนึ่ง ภาระจำยอม คือ ทรัพยสิทธิที่ตัดทอนอำนาจกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่งเพื่อประโยชน์ของที่ดินอีกแปลงหนึ่ง

ภารยทรัพย์และสามยทรัพย์คืออะไร

การทำความเข้าใจภาระจำยอม คือ การเริ่มต้นจากคำสองคำที่สำคัญ ได้แก่ ภารยทรัพย์และสามยทรัพย์ ภารยทรัพย์ หมายถึงที่ดินที่ต้องยอมรับกรรมให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์ในที่ดินของตน เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ตกอยู่ในบังคับของภาระจำยอม ส่วนสามยทรัพย์ หมายถึงที่ดินที่ได้รับผลประโยชน์จากที่ดินภารยทรัพย์ ซึ่งส่วนมากมักเป็นที่ดินที่ตั้งอยู่ติดกัน เจ้าของสามยทรัพย์จึงมีสิทธิในการใช้ที่ดินภารยทรัพย์นั้นได้ตามข้อตกลงหรือตามที่กฎหมายกำหนด

ความแตกต่างระหว่างภาระจำยอมกับทางจำเป็น

หลายคนมักสับสนระหว่างภาระจำยอมกับทางจำเป็น แต่ทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ภาระจำยอม คือ ทรัพยสิทธิที่เกิดขึ้นได้จากการตกลงกันของเจ้าของที่ดินสองฝ่าย โดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเกิดขึ้นโดยอายุความจากการใช้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ทางจำเป็นตามมาตรา 1349 หมายถึงที่ดินที่ถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ หรือมีทางออกแต่ไม่สะดวก เจ้าของที่ดินที่ถูกล้อมจึงมีสิทธิผ่านที่ดินแปลงอื่นได้ตามกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องมีการตกลงกันล่วงหน้าเสมอไป

 

วิธีการได้มาซึ่งภาระจำยอมตามกฎหมาย

ภาระจำยอม คือ สิทธิที่เกิดขึ้นเมื่ออสังหาริมทรัพย์แปลงหนึ่งต้องตกอยู่ภายใต้ภาระบางประการ เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อีกแปลงหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 เจ้าของที่ดินที่ตกเป็นภาระต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบต่อทรัพย์สินของตน หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางประการ เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินอีกแปลงหนึ่ง ในทางกฎหมายไทยการได้มาซึ่งภาระจำยอมสามารถเกิดขึ้นได้ 2 วิธีหลัก คือ โดยนิติกรรม และโดยอายุความ ซึ่งแต่ละวิธีมีลักษณะและเงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

การได้ภาระจำยอมมาโดยนิติกรรม

การได้ภาระจำยอมมาโดยนิติกรรม คือ กรณีที่เจ้าของที่ดินสองแปลงตกลงทำสัญญาร่วมกัน เพื่อกำหนดให้ที่ดินแปลงหนึ่งใช้ประโยชน์จากที่ดินอีกแปลงหนึ่งได้ เช่น การยินยอมให้มีทางเดิน ทางรถผ่าน หรือการเชื่อมต่อระบบสาธารณูปโภคต่างๆ

ตัวอย่างที่พบบ่อย คือ กรณีที่ดินสองแปลงติดกัน โดยแปลงหนึ่งเป็นที่ดินตาบอดไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะ เจ้าของที่ดินทั้งสองฝ่ายจึงทำสัญญาให้เจ้าของที่ดินตาบอดสามารถใช้เส้นทางผ่านที่ดินอีกแปลงหนึ่งได้ อย่างไรก็ตาม การได้ภาระจำยอมมาโดยนิติกรรมจำเป็นต้องทำหนังสือสัญญาและจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน มิเช่นนั้นสัญญาจะไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และไม่สามารถใช้ยันบุคคลภายนอกได้

การได้ภาระจำยอมมาโดยอายุความ

อีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เกิดภาระจำยอม คือ การได้มาโดยอายุความ หรือที่เรียกว่าโดยผลของกฎหมาย ซึ่งเกิดจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินของผู้อื่นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี โดยเปิดเผยและเจ้าของที่ดินไม่คัดค้าน

ตัวอย่างเช่น หากบุคคลใดขับรถหรือเดินผ่านที่ดินของผู้อื่นเป็นประจำโดยเปิดเผยเป็นเวลา 10 ปี บุคคลนั้นย่อมได้สิทธิในภาระจำยอมโดยผลของกฎหมายทันที ทั้งนี้ ผู้ใช้สิทธิต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภารยทรัพย์เกินความจำเป็น และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหากเกิดความเสียหายขึ้น

 

ขั้นตอนการจดภาระจํายอม ทางเข้าออก ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

การจดภาระจํายอม ทางเข้าออก เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่มีความสำคัญ เพื่อให้สิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดินมีผลสมบูรณ์และสามารถใช้ยันบุคคลภายนอกได้ เนื่องจากภาระจำยอม คือ สิทธิที่ต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดินในเขตที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ หากไม่มีการจดทะเบียน สัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับภาระจำยอมจะมีผลผูกพันเฉพาะคู่สัญญาเท่านั้น ไม่สามารถใช้ยันผู้รับโอนสิทธิรายใหม่ได้

 

การยกเลิกหรือสิ้นสุดภาระจำยอมทำได้อย่างไร

ภาระจำยอม คือ ทรัพยสิทธิที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าของที่ดินแปลงหนึ่ง (ภารยทรัพย์) ต้องยอมรับภาระบางประการเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินอีกแปลงหนึ่ง (สามยทรัพย์) แม้ภาระจำยอมจะเป็นสิทธิที่มีความมั่นคงตามกฎหมาย แต่ก็มิใช่สิทธิที่จะคงอยู่ตลอดไปโดยไม่มีเงื่อนไข เนื่องจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดกรณีที่ภาระจำยอมอาจระงับสิ้นไปได้เช่นกัน

กรณีแรกที่พบบ่อยคือ ภาระจำยอมสิ้นสุดลงเมื่อภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์สูญสลายไปทั้งหมด เนื่องจากภาระจำยอมผูกติดกับตัวทรัพย์ หากไม่มีที่ดินที่เกี่ยวข้องอยู่อีกต่อไป สิทธิดังกล่าวก็ไม่มีเหตุให้ดำรงอยู่

กรณีที่สองคือ การไม่ได้ใช้ประโยชน์จากภาระจำยอมติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี ตามมาตรา 1399 ซึ่งกฎหมายถือว่าเจ้าของสามยทรัพย์สละสิทธิโดยปริยาย ทำให้ภาระจำยอม คือ สิทธิที่ระงับไปเองตามกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องมีการฟ้องร้อง

กรณีที่สามคือ ภารยทรัพย์และสามยทรัพย์ตกเป็นของเจ้าของคนเดียวกัน เนื่องจากภาระจำยอมมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ระหว่างที่ดินสองแปลงที่มีเจ้าของต่างกัน เมื่อรวมกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของเดียว ภาระจึงไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

นอกจากนี้ หากประโยชน์แห่งภาระจำยอมหมดสิ้นไป เช่น มีทางออกสู่ทางสาธารณะทางอื่นแล้ว เจ้าของภารยทรัพย์สามารถร้องขอต่อศาลให้เพิกถอนภาระจำยอมได้ โดยต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเหตุแห่งความจำเป็นในการใช้ประโยชน์นั้นไม่มีอยู่แล้วจริง

 

บทสรุป

ภาระจำยอม คือ ทรัพยสิทธิที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการใช้ประโยชน์อสังหาริมทรัพย์ซึ่งเจ้าของที่ดินทุกคนควรมีความเข้าใจอย่างเพียงพอ เพราะไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสิทธิการใช้ที่ดินของตนเองและผู้อื่นเท่านั้น หากไม่ทราบรายละเอียดของภาระที่ผูกพันอยู่กับที่ดินอาจนำมาซึ่งข้อพิพาททางกฎหมายได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ภาระจำยอมสามารถเกิดขึ้นได้สองวิธีคือโดยนิติกรรมและโดยอายุความ 

 

ทั้งนี้จำเป็นต้องจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินเพื่อให้สิทธิมีผลสมบูรณ์และสามารถใช้ยันผู้อื่นได้ นอกจากนี้ภาระจำยอมยังสามารถสิ้นสุดลงได้เมื่อต้องตรงตามเงื่อนไขตามกฎหมาย ดังนั้นการศึกษาความหมาย หลักเกณฑ์ และผลกระทบของภาระจำยอมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองหรือโอนสิทธิในที่ดิน

โพสตอบ

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา