TAVR เปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัด ดีอย่างไร เหมาะกับใครบ้าง?

เมื่อพูดถึงการรักษาโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ หลายคนอาจกังวลว่าต้องผ่าตัดเปิดหน้าอกและใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ปัจจุบันมีทางเลือกอย่างเปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัดด้วย TAVR ซึ่งเป็นการนำลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนเข้าไปแทนที่ลิ้นหัวใจเดิม โดยข้อดีของการเปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัดไม่ต้องเปิดหน้าอก จึงช่วยลดการบาดเจ็บ แผลมีขนาดเล็ก และโดยทั่วไปฟื้นตัวได้เร็วกว่าแนวทางการผ่าตัดแบบเปิด
แล้ว TAVR เหมาะกับใคร มีขั้นตอนอย่างไร และมีข้อดีอะไรบ้าง? มาทำความรู้จักแนวทางการรักษานี้ พร้อมดูความสำเร็จของการทำ TAVR ในประเทศไทยไปพร้อมกัน
ลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ คืออะไร
ลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ หรือลิ้นหัวใจตีบ คือภาวะที่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกเปิดได้แคบลง ทำให้เลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไหลผ่านไปยังหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตาได้ไม่สะดวก ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย หากปล่อยไว้อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงและนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวหรือเสียชีวิตเฉียบพลันได้ สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม เจ็บหรือแน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ เป็นลม และความสามารถในการออกแรงลดลง
ปัจจุบันได้มีแนวทางรักษาลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ สำหรับผู้ป่วยบางรายที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ โดยอาจพิจารณา เปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัด ด้วย TAVR ซึ่งเป็นการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน แผลมีขนาดเล็กและโดยทั่วไปฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
TAVR คืออะไร ทำไมจึงเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
TAVR (Transcatheter Aortic Valve Replacement) คือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัดผ่านทางสายสวน โดยแพทย์จะนำลิ้นหัวใจเทียมที่พับอยู่บนสายสวนผ่านหลอดเลือด เช่น บริเวณขาหนีบ ไปยังตำแหน่งลิ้นหัวใจเดิมที่ตีบ แล้วกางลิ้นหัวใจใหม่ให้ทำหน้าที่แทน โดยไม่ต้องเปิดหน้าอกหรือผ่าตัดนำลิ้นหัวใจเดิมออก จึงมีแผลเล็กกว่า เจ็บน้อย และมักฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดเปิดหน้าอก ซึ่งต้องเปิดกระดูกหน้าอกและใช้เครื่องหัวใจและปอดเทียม ทั้งนี้ แพทย์จะประเมินความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละรายก่อนเลือกวิธีรักษา
ใครเหมาะกับการทำ TAVR เปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัด
TAVR หรือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัดมักพิจารณาในผู้ป่วยลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบรุนแรงที่มีความเสี่ยงสูงหรือไม่เหมาะสมกับการผ่าตัดเปิดหน้าอก โดยแพทย์จะประเมินจากอายุ สุขภาพโดยรวม โรคประจำตัว และความเสี่ยงของการรักษาเป็นรายบุคคล กลุ่มที่อาจเหมาะกับ TAVR ได้แก่
- ผู้สูงอายุ การผ่าตัดเปิดหน้าอกอาจมีความเสี่ยงและใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า TAVR ซึ่งเป็นหัตถการแผลเล็กและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง เช่น โรคปอด โรคไต เบาหวาน หรือโรคหัวใจ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงจากการผ่าตัดใหญ่
- ผู้ที่มีภาวะหัวใจอ่อนแอหรือหัวใจล้มเหลว โดยแพทย์อาจพิจารณา TAVR เพื่อลดภาระและความเสี่ยงจากการผ่าตัดเปิด
- ผู้ที่เคยผ่าตัดหัวใจมาก่อน การผ่าตัดซ้ำอาจมีความซับซ้อนและความเสี่ยงเพิ่มขึ้น TAVR จึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้การรักษาลิ้นหัวใจประสบความสำเร็จสูงขึ้น
- ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากการผ่าตัดเปิดหน้าอก เช่น มีปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือไม่เหมาะกับการผ่าตัดใหญ่
ขั้นตอนการรักษาด้วยการทำ TAVR เปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัด
ขั้นตอนการเปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัด เริ่มจากการตรวจประเมินสภาพหัวใจและหลอดเลือด เพื่อวางแผนการรักษาและเลือกขนาดลิ้นหัวใจเทียมที่เหมาะสม จากนั้นแพทย์จะสอดสายสวนที่มีลิ้นหัวใจเทียมผ่านหลอดเลือดบริเวณขาหนีบไปยังตำแหน่งลิ้นหัวใจเอออร์ติกเดิม แล้วกางลิ้นหัวใจใหม่ให้ทำหน้าที่แทนลิ้นที่ตีบ โดยทั่วไปหัตถการใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง หลังทำ แพทย์จะให้ผู้ป่วยพักฟื้นในโรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการ เฝ้าระวังการทำงานของหัวใจ และภาวะแทรกซ้อนตามความเหมาะสม
ก้าวสำคัญของวงการหัวใจไทย ความสำเร็จ 200 เคส TAVR ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
เป็นอีกหนึ่งก้าวแห่งความสำเร็จของวงการหัวใจไทย เมื่อศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบด้วย TAVR หรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัด ครบ 200 เคส สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญและศักยภาพด้านการรักษาโรคหัวใจด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ผู้ป่วยภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic Stenosis) พร้อมการดูแลจากทีมแพทย์สหสาขาและพยาบาลอย่างใกล้ชิด ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ปลอดภัย แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วยิ่งขึ้น
เปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัด ทางเลือกใหม่ที่ช่วยให้หัวใจกลับมาแข็งแรง
การเปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัดหรือ TAVR คือทางเลือกสำหรับผู้ป่วยลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบที่เหมาะสม โดยเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวนโดยไม่ต้องเปิดหน้าอก ซึ่งมีข้อดีคือแผลเล็ก เจ็บน้อย และโดยทั่วไปฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด จึงอาจช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
โพสตอบ
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้
