แมวเป็นหมัด สาเหตุ อาการ ลักษณะหมัดแมว และวิธีกำจัด

GUEST1649747579

ขีดเขียนในตำนาน (838)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)
POST:1548
เมื่อ 7 ชม.ที่แล้ว

แมวเป็นหมัด

ปัญหาปรสิตภายนอกเป็นเรื่องที่เจ้าของแมวควรใส่ใจ เพราะนอกจากจะทำให้แมวเกิดอาการคันและระคายเคืองผิวหนังแล้ว ยังอาจส่งผลต่อสุขภาพหากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน โดยเฉพาะกรณีแมวเป็นหมัดที่อาจสังเกตได้จากพฤติกรรมและความผิดปกติของผิวหนัง

หมัดมีขนาดเล็กและเคลื่อนไหวรวดเร็ว ทำให้บางครั้งเจ้าของอาจมองไม่เห็นตัวหมัดโดยตรง การรู้จักลักษณะของหมัดแมว อาการที่ควรสังเกต รวมถึงวิธีกำจัดหมัดอย่างเหมาะสม จึงช่วยให้สามารถดูแลแมวและลดโอกาสการกลับมารบกวนซ้ำได้

 

ทำความรู้จักหมัดแมว ลักษณะ และความแตกต่างจากเห็บแมว

หมัดแมว หรือ Cat flea มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ctenocephalides felis โดยตัวเต็มวัยดำรงชีวิตด้วยการกินเลือดสัตว์เป็นอาหาร มีวงจรชีวิตแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ไข่ ตัวอ่อน ดักแด้ และตัวเต็มวัย ซึ่งแต่ละระยะใช้เวลาแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อม โดยหมัดบางระยะสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นาน นี่คือเหตุผลว่าทำไมปัญหาหมัดในบ้านจึงกำจัดได้ยาก เพราะไข่ ตัวอ่อน และดักแด้อาจอยู่ตามพรม โซฟา หรือซอกมุมต่าง ๆ และพัฒนาเป็นตัวเต็มวัยในภายหลัง

หมัดแมว ลักษณะเด่นที่สังเกตได้ง่าย

หากต้องการสังเกตหมัดแมวมีลักษณะเป็นอย่างไรด้วยตาเปล่า สามารถดูได้จากจุดเด่นต่อไปนี้

  • ลำตัวมีสีน้ำตาลเข้มจนถึงสีดำ
  • รูปร่างแบนด้านข้าง ลำตัวแข็งคล้ายเปลือกหุ้ม ทำให้ยากต่อการบีบให้แบนหรือฆ่าด้วยมือเปล่า
  • มีขาทั้งหมด 3 คู่ ซึ่งขาคู่หลังมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ช่วยให้กระโดดได้ไกลกว่าความยาวลำตัวหลายสิบเท่า
  • ขนาดตัวเล็กมาก ความยาวประมาณ 1.5-3.3 มิลลิเมตร มองด้วยตาเปล่าจะเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ เคลื่อนไหวเร็ว

เจ้าของแมวมักพบหมัดบริเวณโคนขน ลำคอ หลัง และโคนหาง อีกหนึ่งสัญญาณคือ มูลหมัด (flea dirt) ที่มีลักษณะเป็นจุดดำคล้ายเม็ดพริกไทย หากนำไปแตะบนกระดาษชื้นแล้วเปลี่ยนเป็นสีแดงหรือน้ำตาลแดง อาจเป็นมูลหมัดที่มีเลือดที่ย่อยแล้วปนอยู่

 

สาเหตุที่ทำให้แมวเป็นหมัด และแหล่งที่หมัดชอบอาศัยอยู่

ปัญหาแมวเป็นหมัดเป็นเรื่องที่เจ้าของแมวอาจพบได้ เพราะหมัดเป็นปรสิตภายนอกที่แพร่กระจายได้ง่ายมาก สาเหตุหลักมักเกิดจากหมัดตัวเต็มวัยที่ออกจากรังดักแด้ในสิ่งแวดล้อมกระโดดขึ้นตัวแมว เช่น บริเวณที่สัตว์มีหมัดเคยนอนหรือใช้ชีวิตอยู่ และอาจได้รับหมัดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ที่มีหมัดได้เช่นกัน นอกจากนี้ หากในบ้านมีแมวจรจัดมาคลอดลูกใต้ฝ้าเพดานหรือตามซอกมุมต่าง ๆ ก็อาจเป็นแหล่งแพร่พันธุ์หมัดที่เจ้าของคาดไม่ถึง

สภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการเกิดหมัด

สภาพอากาศอบอุ่นและมีความชื้นเหมาะสมเอื้อต่อการพัฒนาของหมัด จึงควรควบคุมหมัดอย่างต่อเนื่อง ไม่เฉพาะช่วงฤดูฝน บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงหลายตัวอยู่รวมกัน หรือบ้านที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาดพื้นและเฟอร์นิเจอร์อย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้หมัดแมวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ สนามหญ้าหรือพื้นที่นอกบ้านที่มีร่มเงาและความชื้นก็เป็นแหล่งที่หมัดชอบหลบซ่อนก่อนกระโดดขึ้นตัวแมวเช่นกัน

จุดที่มักพบไข่หมัดแมวในบ้าน

เนื่องจากไข่หมัดแมวมีขนาดเล็กมากและไม่เกาะติดขนแมว จึงร่วงหล่นกระจายไปตามจุดต่าง ๆ ในบ้านได้ง่าย จุดที่มักพบไข่หมัดหรือตัวหมัด ได้แก่ บริเวณที่นอนของแมว พรมและโซฟา ซอกมุมห้อง ขอบบัวหรือขอบคิ้วผนัง รวมถึงใต้เฟอร์นิเจอร์ที่อับชื้น การดูดฝุ่นจุดเหล่านี้และซักของใช้ที่ซักได้อย่างสม่ำเสมอช่วยลดหมัดในสิ่งแวดล้อม หากจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดหมัดในบ้าน ควรเลือกให้เหมาะสมและปฏิบัติตามฉลาก รวมถึงนำสัตว์ออกจากพื้นที่ตามระยะเวลาที่กำหนด

 

อาการและสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าแมวมีหมัด

หมัดแมว ลักษณะอาการ

เมื่อแมวเป็นหมัด อาจมีอาการคัน เกา หรือเลียตัวเองบ่อยขึ้นกว่าปกติ โดยความรุนแรงแตกต่างกันในแมวแต่ละตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ หลัง และโคนหาง บางตัวอาจเลียหรือกัดผิวหนังตัวเองจนเกิดแผลถลอก 

หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ปัญหาขนร่วงเป็นหย่อม ๆ เนื่องจากการเกาและกัดขนซ้ำ ๆ ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่เจ้าของไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะทำให้แมวรู้สึกไม่สบายตัวแล้ว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนบนผิวหนังได้อีกด้วย

การสังเกตหมัดแมวลักษณะเป็นอย่างไรบนตัวแมวโดยตรงก็เป็นวิธีที่ช่วยยืนยันปัญหาได้ แต่เนื่องจากหมัดมีขนาดเล็กและเคลื่อนไหวเร็ว จึงอาจสังเกตได้ยาก เจ้าของสามารถลองแหวกขนบริเวณคอ หลัง หรือโคนหางเพื่อดูว่ามีตัวหมัดหรือมูลหมัดติดอยู่หรือไม่ หากพบหมัดจำนวนมาก หรือแมวมีอาการคัน เกา ขนร่วง หรือมีแผลบนผิวหนัง ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อประเมินและเลือกวิธีกำจัดหมัดที่เหมาะสม

 

วิธีกำจัดหมัดแมวอย่างได้ผล พร้อมเลือกยาหยอดหมัดแมวที่เหมาะสม

เมื่อรู้แล้วว่าแมวเป็นหมัดส่งผลเสียมากแค่ไหน ขั้นตอนต่อไปคือการหาวิธีกำจัดหมัดอย่างเหมาะสม โดยควรจัดการทั้งหมัดที่อยู่บนตัวแมวและหมัดในสภาพแวดล้อมควบคู่กัน เพราะหมัดบางส่วนอาจอยู่ในระยะไข่ ตัวอ่อน หรือดักแด้ตามที่นอน พรม หรือบริเวณที่แมวใช้ชีวิตเป็นประจำ

สำหรับการกำจัดหมัดบนตัวแมว ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ เช่น ยาหยอด ยากิน และสเปรย์ โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าสำหรับแมวโดยเฉพาะ และใช้ตามคำแนะนำเรื่องอายุ น้ำหนัก และวิธีใช้บนฉลาก หากเป็นลูกแมว แมวตั้งท้อง แมวให้นมลูก หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และหากมีสุนัขหรือแมวตัวอื่นในบ้าน ควรควบคุมหมัดพร้อมกันทุกตัวด้วยผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ใช้ตามรอบที่ฉลากกำหนดอย่างต่อเนื่อง และไม่ควรนำผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัขมาใช้กับแมว

 

บทสรุป

แมวเป็นหมัด สามารถสังเกตได้จากทั้งพฤติกรรม อาการทางผิวหนัง และลักษณะของหมัด เช่น ตัวสีน้ำตาลเข้ม ลำตัวแบน และมีขนาดเล็กประมาณ 1.5-3.3 มิลลิเมตร หมัดอาจทำให้แมวคันและผิวหนังอักเสบ หากมีจำนวนมากอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง โดยเฉพาะในลูกแมว นอกจากนี้ แมวอาจติดพยาธิตืดจากการกลืนหมัดที่มีตัวอ่อนพยาธิอยู่ภายใน

การรู้จักหมัดแมวลักษณะอย่างไรและตรวจดูตัวแมวอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการกำจัดหมัดบนตัวแมวและทำความสะอาดบริเวณที่อยู่อาศัย จะช่วยลดปัญหาหมัดและโอกาสกลับมารบกวนซ้ำได้ หากแมวมีอาการผิดปกติหรือสงสัยว่ามีหมัดจำนวนมาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกวิธีดูแลที่เหมาะสม

โพสตอบ

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา